โคมไฟไม้ไผ่แกะสลัก

บ้านนางรอง  จังหวัดนครนายก




ที่มาและความสำคัญ

                ความงามของสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย จังหวัดนครนายกจึงเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีรายได้หลักมาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ้งเกิดจากนักท่องเที่ยวเดินทางมาพัก มากิน มาเที่ยว และเลือกซื้อของฝากจากนครนายกตลอดทั้งปี

                ด้วยเหตุนี้ชุมชนชาวนางรอง ซึ่งมีบ้านเรื่องอยู่ติดกับแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้ำตกนางรอง เขื่อนขุนด่านปราการชล สวนผลไม้ อุทยานวังตระไคร้ กิจกรรมล่องแก่งลำนางนครนายก ชาวบ้านจึงได้คิดสรรค์สร้างงานจากวัสดุเหลือใช้ ไร้ประโยชน์ใช้สอย อย่างเหง้าไม้ ไม้ไผ่ หรือ ไม้เก่า พอใส่ความคิดช่างสังเกต และความคิดสร้างสรรค์ ประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเริ่มแรกนำมาจัดแสดงบริเวณทางไปน้ำตกนางรอง แต่ยังไม่ได้มีการจัดจำหน่ายอย่างจริงจัง ต่อมาผู้คนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากขึ้น ก็ขอซื้อไปเป็นของฝากของที่ระลึก และขอชม ซักถามแลกเปลี่ยนความรู้ จึงก่อเกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านนางรอง คิดประดิษฐ์สร้างสรรค์งานผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ และไม้เก่า หลากหลายรูปแบบ จนปัจจุบันสามมารถเป็นอาชีพ สร้างรายได้ จนเป็นสินค้าชุมชนมาตรฐานส่งออก ไปจัดจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งสร้างความภูมิใจให้กับชาวบ้านนางรอง จังหวัดนครนายก

 วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  1. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของงานแกะสลักไม้ไผ่

  2. เพื่อศึกษาการก่อเกิดภูมิปัญญาท้องถิ่นของงานแกะสลักไม้ไผ่

  3. เพื่อศึกษาเหตุผลความจำเป็น ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะในการผลิตสินค้าชุมชน

  4. เพื่อศึกษาขั้นตอนการทำงานและวิธีการแกะสลักไม้ไผ่

     ขอบเขตของการวิจัย 

 การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยจะศึกษา “ งานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง  จังหวัดนครนายก ”

 การศึกษาครั้งนี้  แบ่งขอบเขตการลงการศึกษาออกเป็น 2 ด้าน คือ

ขอบเขตด้านพื้นที่                               

                21 / 1  หมู่ 3 บ้านนางรอง  ตำบลหินตั้ง  อำเภอเมือง  จังหวัดนครนายก  26000

ขอบเขตด้านเนื้อหา 

                งานวิจัยนี้มุ่งเนื้อหาในกลุ่มการทำงานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง  จังหวัดนครนายก  ตามเนื้อหาได้แก่

  1. ประวัติความเป็นมาของการทำงานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง       จังหวัดนครนายก
  2. อุปกรณ์และขั้นตอนในการทำงานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง        จังหวัดนครนายก
  3. ต้นทุนและรายได้ในการทำงานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง          จังหวัดนครนายก
  4. ความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์งานโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่ บ้านนางรอง         จังหวัดนครนายก

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 

  1. ทราบถึงประวัติความเป็นมาของงานแกะสลักไม้ไผ่

  2. ทราบถึงการก่อเกิดภูมิปัญญาท้องถิ่นของงานแกะสลักไม้ไผ่

  3. ทราบถึงเหตุผลความจำเป็น ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะในการผลิตสินค้าชุมชน

  4. ทราบถึงขั้นตอนการทำงานและวิธีการแกะสลักไม้ไผ่

สถานที่ทำการศึกษา

 

  2/1  หมู่ 3  บ้านนางรอง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก  26000

 

ความเป็นมาของการแกะสลักไม้ไผ่

                บ้านนางรอง หมู่ 3 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีเขตพื้นที่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ บริเวณใกล้เคียงมีน้ำตกสาลิกา น้ำตกนางรอง ทำให้สภาพพื้นที่ยังคงมีความอุดมสมบรูณ์ไปด้วยป่าไม้ธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน และในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านนางรองจะมีไม้ไผ่ตงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและการจากการซึ่งไม้ไผ่ตงที่มีอยู่ในหมู่บ้านจะเป็นพืชหลักที่สำคัญที่สามารถสร้างรายได้ให้กัประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ไผ่นั้นมีประโยชน์สามารถนำไปใช้สอยได้แทบทุกส่วนของไม้ไผ่เมื่อหน้าฝน จะตัดหน่อขาย บางครั้งก็ตัดลำขายทำให้ไม้ไผ่ตงเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ดีให้กับชาวบ้านบ้านนางรอง ตำบลหินตั้งนานมาแล้ว

                บ้านนางรองเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อปลัดจ่างซึ่งเป็นที่สักการะและเคารพนำถือของประชาชน ในหมู่บ้านนางรองและหมู่บ้านใกล้เคียงจะมีประเพณีเลี้ยงผีบ้านเจ้าพ่อปลัดจ่าง มีประชาชนนำตุ๊กตาต่างๆไปวางสักการะเซ่นไหว้เป็นประจำและมีเป็นจำนวนมาก นายประยงค์ เข็มมณี อายุ 42 ปี เป็นคนตำบลหินตั้ง บ้านนางรอง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีอาชีพรับจ้างทำสวน หาของป่ามาขาย โดยจะปลูกกล้วย ข้าวโพด ไผ่ตง รอจนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จะนำออกขายในบริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2531 ได้สังเกตเห็นชาวบ้านนำตุ๊กตาต่างๆไปวางสักการะเซ่นไหว้เป็นประจำและมีจำนวนมาก นายประยงค์จึงมีความคิด นำไม้โมกข์ เศษไม้ และไม้อื่นๆ ทั่วไปที่พอหาได้มาหัดแกะสลักเป็นตุ๊กตาตัวเล็กๆรูปสัตว์ชนิดต่างๆขายราคาถูกตัวละ 10-20 บาท โดยเรียนรู้ด้วยตนเองจำหน่ายบริเวณข้างทางริมถนนหน้าบ้านนางรองของแม่ตนเอง ในขณะเดียวกันนายประยงค์ก็ไปขุดรากไม้ ตอไม้ทั้งใหญ่และเล็กมาดูทรวดทรง ล้างน้ำทำความสะอาด และขัดแต่งให้มองดูสวยงามออกมาวางขายตามข้างทาง บางอันก็ทำเป็นที่นั่งคล้ายๆเก้าอี้ โต๊ะ ทำเป็นง่าม 3 ขา 4ขา ให้เป็นศิลปะและคล้ายธรรมชาติ เนื่องจาก นายสราวุฒิ พี่ชายซึ่งออกจากคุกมาได้แนะนำให้ทำ เพราะช่างไม้ในคุกได้สอนกันทำโต๊ะ ทำเตียงจากรากไม้ จนกระทั่งวันหนึ่งนายมานพ แหยมเฟื่อง ได้นำเหง้าไม้ไผ่แกะสลักรูปหน้าคนมาฝากขายที่ร้านของตนเองที่ชื่อว่า “แปลก” ในราคา 400 บาท แต่ยังไม่ได้ขาย นายมานพมาเอากลับไปจึงเกิดความคิดว่าของสิ่งนี้ขายได้ราคาแพงดี ในขณะเดียวกัน เหง้าไม้ไผ่ในป่ามีอยู่มากมายทิ้งไว้ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควรจึงได้เริ่มแนวความคิดที่จะแกะสลักไม้ไผ่เป็นรูปหน้าคนตั้งแต่นั้นมา   

 ประวัติความเป็นมาของการตั้งกลุ่มสร้างสรรค์งานไม้ไผ่

           นายสุพรรณ กางรัมย์ ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลหินตั้ง เดิมเป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมาแต่งงานกับภรรยาเป็นคนจังหวัดนครนายก สุพรรณเข้าทำงานดูแลบ้านพักในวังตะไคร้ และเดินทางไปทำงานทุกวัน วันหนึ่งเห็นลุงสวรรณ เฟื่อยมี แกะสลักเหง้าไม้ไผ่วางขายอยู่ข้างถนนเป็นร้านเล็กๆแวะดูเห็นเป็นรากไม้ไผ่ จากนั้นสุพรรณแวะดูลุงสุวรรณแกะสลักเหง้าไม้ไผ่ทุกวัน แล้วมาถามตนเองว่าจะแกะได้ไหม สุพรรณเลยเริ่มซื้ออุปกรณ์ในการแกะสลักไม้ไผ่ เช่น สิ่ว ค้อน เลื่อยตัด ฯลฯ

           ปี พ.ศ. 2533 หลังจากเลิกทำงานแล้ว สุพรรณไปตัดเหง้าไม้ไผ่บรรทุกใส่รถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในป่าในวังตะไคร้ แอบหัดแกะเหง้าไม้ไผ่อยู่ในป่า เมื่อแกะเสร็จแล้วมาดูเหง้าไม้ไผ่ของลุงสุวรรณว่าเหมือนกันไหม หัดแกะอยู่ 1 เดือน พอใช้ได้ นำเหง้าไม้ไผ่แกะสลักของตนเองฝากญาติขายในวังตะไคร้ตัวแรกขายได้ 500 บาท พอเลิกงานก็ไปตัดเหง้าไม้ไผ่และแกะสลักขาบไปเรื่อยๆ

          ปี พ.ศ.2535 สุพรรณก็หยุดทำงานในวังตะไคร้ 2 ปี ทำให้สุพรรณหยุดการแกะสลักเหง้าไม้ไผ่ไปด้วยจนปี พ.ศ.2537 สุพรรณเริ่มเข้าทำงานเป็นช่างซ้อมบำรุงในสีดารีสอร์ท เมื่อเข้าทำงานและรับเงินเดือน เงินเดือนไม่พอใช้ สุพรรณจึงคิดว่าหากเรามาดำเนินการแกะสลักเหง้าไม้ไผ่อย่างจริงจัง น่าจะทำให้ตนเองมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงลาออกสีดารีสอร์ท และมาแกะสลักเหง้าไม้ไผ่ขายในช่วงปี พ.ศ.2539-2540 โดยอาศัยที่ตนเองมีความรู้ด้านช่างมาแกะเหง้าไม้ไผ่ขายส่วนตัว

           ในปี พ.ศ.2544 จากการนำเหง้าหรือตอไม้ไผ่มาแกะสลักเป็นรูปหน้าคนตามที่เคยดูลุงสุวรรณทำ และสุพรรณทำเหง้าไม้ไผ่แกะสลักหน้าคนมาขาบเรื่อยๆ เลยมารองทำไม้จริง (ไม้เนื้อแข็งไม้โมกข์ ไม้มะม่วง ฯลฯ) ซึ่งไม้ประเภทนี้จะเป็นโพรงข้างในกลวง สุพรรณนำไม้จริงมาแกะสลักเจาะด้านข้างในเป็นรูๆวางจำหน่าย จนมานพ แหยมเฟื่อง ไปมาหาสุพรรณที่บ้านเห็นเข้าเลยขอซื้อไม้จริงของสุพรรณไปตั้งที่ร้านมานพ และสุพรรณได้ไปที่บ้านมานะเห็นไม้จริงแกะสลักของตนเองจำได้ โดยมานพนำไม่จริงที่ซื้อมาจากสุพรรณใส่หลอดไฟ ประกอบชุดไฟ ทำเป็นโคมไฟไม้จริงเลยคิดว่าจะใช้กับไม้ไผ่ได้เลยกลับบ้านมาทำโคมไฟไม้ไผ่

            จากไม้จริงแกะสลักเป็นโคมไฟ สุพรรณลองทำโคมไฟไม้ไผ่วาดรูปดอกไม้เจาะลายดอกไม้รูปร่างต่างๆลวดลายต่างๆ นำออกจำหน่ายมาเรื่อยๆ ปี พ.ศ.2545 มีการลอกเลียนแบบลวดลายกัน จำหน่ายแข่งกันทั้งเหง้าไม้ไผ่และโคมไฟไม้ไผ่  สุพรรณเลยทำรูปแบบใหม่เหง้าไม้ไผ่จะเป็นรูปแป๊ะยิ้ม เปาปุ้นจิ้น ฯลฯท ส่วนโคมไฟไม้ไผ่เป็นหน้าสัตว์ต่างๆ เช่น หน้าช้าง มังกร ฯลฯ การทเหง้าไม้ไผ่จำหน่ายอย่างเดียวไม่ค่อยมีราเนื่องจากมีการทำกันมาก รูปแบบไม่แตกต่างกันเท่าใด แต่ถ้าเป็นโคมไฟไม้ไผ่จะมีราคาดีมากกว่ากัน            สุพรรณเลยนำเหง้าไม้ไผ่มาต่อโคมไฟไม้ไผ่ กลายเป็นเหง้าไม้ไผ่ กลายเป็นเหง้าไม้ไผ่โคมไฟแกะสลักจำหน่ายขายดี แต่ในการแกะสลักไม้ไผ่จำหน่ายนั้น  สุพรรณพบปัญหาในการทำผลิตภัณฑ์แกะสลักไม้ไผ่เหมือนกัน คือเกิดมอด เป็นเชื้อรา ไม้ไผ่แตกร้าว ทำให้สุพรรณต้องเรียนรู้และสังเกตเอง เนื่องจากสุพรรณมาทำไม้ไผ่แกะสลักค่อนข้างล่าช้ากว่าคนอื่น ทำให้ไม่ทันกับการคิดค้นวิธีในการแก้ปัญหาการทำผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ซึ่งแต่ละคนแต่ละกลุ่มจะไม่ค่อยเปิดเผยถือว่าเป็นเคล็ดลับของกลุ่มตนเมื่อรู้หลักการในการแก้ปัญหาของตนเองแล้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพมากขึ้น การจำหน่ายมีการสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง

            จนปัจจุบัน  ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ของสุพรรณ จะเน้นการทำโคมไฟออกจำหน่าย เนื่องจากลูกค้าชอบในรูปแบบและสุพรรณผลิตส่งแทบไม่ทัน แต่ผลิตภัณฑ์แกะสลักไม้ไผ่ของสุพรรณจำทำรูปแบบอื่นๆด้วย เช่น ที่เขี่ยบุหรี่ กระบอกใส่เอกสาร แจกัน ตะเกียงเจ้าพายุ และรูปแบบอื่นๆ แล้วแต่มีลูกค้าสั่ง และในการดำเนินงานของสุพรรณ ได้รวบรวมสมาชิกสมาชิกในหมู่บ้านนางรอง หมู่ที่ 3 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ประมาณ 12 คน ตั้งกลุ่มสร้างสรรค์ไม้ไผ่ขึ้น มีรูปแบบของผลิตภัณฑ์แกะสลักไม้ไผ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ

1)เหง้าไม้ไผ่แกะสลักรูปหน้าต่างๆ

2)เหง้าไม้ไผ่โคมไฟแกะสลักลวดลายต่างๆ

3)โคมไฟไม้ไผ่ ชนิดทรงกลม

4)โคมไฟไม้ไผ่ ชนิดทรงแบน

 แผนที่จังหวัดนครนายก

 

ที่ตั้งกลุ่มสร้างสรรค์งานแกะสลักไม้ไผ่

 



บริเวณด้านหน้ากลุ่มสร้างสรรค์งานแกะสลักไม้ไผ่ 

บ้านนางรอง  จังหวัดนครนายก

   

บริเวณภายในของกลุ่มสร้างสรรค์งานไม้ไผ่ 

 บ้านนางรอง  จังหวัดนครนายก

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโคมไฟแกะสลักไม้ไผ่

ไม้ไผ่

 

สิ่วปากแบน ขนาด ¼ นิ้ว, ½ นิ้ว,  1 นิ้ว

สิ่วเล็บมือ ขนาด ¼ นิ้ว, 1 นิ้ว

ค้อนเหล็ก,ค้อนตะลุมพุก

เลื่อยคันธนู

 

สว่านสกัด

กบขูดผิว

สว่าน

เครื่องเจียร

-    หินลับมีด

-    แปรงทองเหลือง

-    แปรงทาสี ขนาด 1 นิ้ว

-    กระดาษทราย เบอร์ 80,100

-    ดินสอดำ

-    ปากกาจับชิ้นงาน

-    สีดำมะเกลือ

-    น้ำมันชักเงา , เคลือบแข็ง

-    น้ำมันสน , แลคเกอร์ , ยูเรทีน , ทินเนอร์สำหรับล้างแปรงทาสี

-    น้ำมันกันมอด , สารฆ่าแมลง

ขั้นตอนการทำโคมไฟไม้ไผ่แกะสลัก

1.นำกระบอกที่ผ่านการอบแห้งแล้ว  วัดขนาด  ตัดให้ได้ตามต้องการ

2.นำกระบอกไม้ไผ่มาดีไซน์  วาดรูปตามต้องการ

3.กำหนดจุดที่จะแกะสลัก

4.กำหนดจุดที่จะตัดฉลุออก 

แกะสลักตามลายที่ต้องการ

ใช้สว่านเจาะรู  จุดที่จะตัดฉลุออก

ใช้เลื่อยฉลุตัดฉลุให้ได้ลวดลายตามต้องการ 

 ขัดกระดาษทรายชิ้นงานด้วยมือ

ใช้หินเจียรใส่กระดาษทราย  ขัดแต่งความเรียบร้อย

 ทำความสะอาด  ชุบยากันมอด  ผึ่งให้แห้ง

ใช้สีน้ำมันวานิชดำผสมเทียนและน้ำมันสนทาให้ทั่ว

ปั่นด้วยเครื่องปั่นสี

ปั่นด้วยแปรงลวด

พ่นสีเคลือบเงา

ใส่ตะแกรงชานอ้อยสาน



ติดตั้งหลอดไฟ

ตรวจสอบความเรียบร้อยของชิ้นงานรวมถึงการทดสอบ

นำผลิตภัณฑ์จำหน่าย

ลงมือปฏิบัติจริง

ผลงานที่สำเร็จ

การนำไปใช้ประโยชน์

                                การนำไปใช้ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ แกะสลักนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลักในการใช้ประโยชน์  คือ

-  ใช้ประดับตกแต่งบ้าน  อาคาร  โรงแรม  รีสอร์ท  สถานที่ต่าง ๆ

-  เป็นของขวัญที่ระลึกที่แปลกไม่ซ้ำแบบใคร

-  ใส่ของอเนกประสงค์

-  เป็นแจกันปลูกต้นไม้พลูด่าง

-  ผลิตเป็นสิ่งของต่าง ๆ เช่น  ตลับใส่นามบัตร  ถาด  รางเทียน  แก้งน้ำ  กระปุกออมสิน  ที่ใส่ไวน์กระบอกไม้ไผ่  และอื่น ๆ