ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดราชบุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี

อำเภอเมือง จ.ราชบุรี

ตั้งอยู่ริมถนนวรเดช ตำบลหน้าเมือง ใกล้กับหอนาฬิการิมแม่น้ำแม่กลอง อาคารพิพิธภัณฑ์เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2465 และได้รับการบูรณะเพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2431 จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับราชบุรีในทุกด้าน อาทิ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา ธรณีวิทยา ศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชนต่างๆ ในจังหวัดราชบุรี เช่น ลาวโซ่ง กะเหรี่ยง และไทยยวน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

 

พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน

อำเภอโพธาราม จ.ราชบุรี

 

ค่ายหลวงบ้านไร่

อำเภอโพธาราม จ.ราชบุรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

อำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี

อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

อำเภอบางแพ จ.ราชบุรี

อุทยานหุ่นขี้ผิ้งสยาม หรือ Siam Cultural Park ตั้งอยู่บริเวณถนนเพชรเกษม ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี อยู่ห่างจากสี่แยกบางแพ ไปตามถนนบางแพ-ดำเนินสะดวก ประมาณ 600 เมตร อุทยานอยู่ด้านขวามือ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ไร่ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2540 เป้าหมายเพื่อเป็นสถานที่พักใจแก่คนทั่วไปในสังคมที่แข่งขันเร่งรัดในปัจจุบัน โดยนำเสนอแง่มุมด้านศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงามในสังคมพุทธของไทย
ภายในบริเวณมีอาคารจัดแสดงรูปปั้นหุ่นขี้ผิ้งไฟเบอร์กลาสบุคคลสำคัญ อาทิ ครูมนตรี ตราโมทย์ สืบ นาคะเสถียร ม.ล.ปิ่น มาลากุล ฯพณฯสัญญา ธรรรมศักดิ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญชาวต่างชาติอีกหลากหลายท่าน อาทิ แม่ชีเทเรซ่า ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เติ้ง เสี่ยว ผิง และเหมา เจ๋อ ตุง โดยได้บรรยายประวัติเอาไว้ครบครัน
นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างที่จัดแสดงหุ่นขึ้ผึ้งและประติมากรรมที่น่าสนใจ ได้แก่
ลานพระ 3 สมัย ประติมากรรมพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย เชียงแสน อู่ทอง ถูกจำลองขึ้นตามแบบอย่างโบราณ
กุฎิสงฆ์ เป็นเรือนไทยที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นตามแบบแผน ประดิษฐานหุ่นขี้ผิ้งของพระภิกษุที่เป็นที่นับถือของผู้คนในแต่ละภูมิภาค อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี หลวงปู่แหวน สุจินโณ พระครูบาศรีวิชัย หลวงปู่มั่น หลวงปู่เหรียญ หลวงปู่ทวดและหลวงปู่ทิม วัดช้างให้
บ้านไทย 4 ภาค สะท้อนถึงเรื่องราววัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละภาค มีพื้นฐานมาจากความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม
ถ้ำชาดก เป็นถ้ำจำลองจัดแสดงแสงสีเสียงเกี่ยวกับชาดกเรื่อง " พระเวสสันดร " ตอนชูชกขอสองกุมาร กัณหา-ชาลี เป็นเรื่องของการให้ทานอย่าางเงื่อนไขซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ลานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จำลองขึ้นจากประติมากรรมศิลปะราชวงศ์ซ้องประเทศจีน ลักษณะท่านั่งเรียกว่า ปางมหาราชสีลา สูง 3.5 เมตร พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรทรงเป็นอริยบุคคลที่ได้บรรลุอรหันต์ ผู้มีปณิธานแน่วแน่ว่าจะอยู่คอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ในโลกจนถึงคนสุดท้าย
เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.30 - 17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ คนละ 200 บาท โทร. 03238 1401-3


จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว

อำเภอเมือง จ.ราชบุรี

จิปาถะภัณฑ์สถาน ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลคูบัว บริเวณวัดโขลงสุวรรณคีรี เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนบ้านคูบัว ด้วยความริเริ่มของชุมชนหลายองค์กรในพื้นที่ ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น จัดแบ่งออกเป็นห้องๆ ชั้นล่างจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณสมัยทวารวดี หุ่นขี้ผึ้งจำลองการริเริ่มโครงการพิพิธภัณฑ์ ห้องแสดงวิถีชีวิตของชุมชุนไท-ยวนที่ได้เคลื่อนย้ายจากเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ. 2347 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองราชบุรี อาทิ เครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพทำนา การเกษตร ชั้นบนจัดแสดงภูมิปัญญาการทอผ้าจกไท-ยวนเชียงแสน ห้องแสดงผ้าจกไท - ยวน เชียงแสนดั้งเดิมที่มีอายุกว่า 200 ปี จนถึงปัจจุบันและผ้าจกของลูกหลานไท-ยวน และห้องแสดงการแต่งกายของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี อาทิ ยวน โซ่ง ลาวเวียง มอญ กระเหรี่ยง จีน ไทยพื้นถิ่น เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ( ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม ) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1763 1989 ( ดร.อุดม สมพร )


ศูนย์สืบทอดศิลปผ้าจก

ราชบุรี อำเภอเมือง จ.ราชบุรี

ศูนย์สืบทอดศิลปผ้าจก อยู่ในบริเวณวัดแคทราย ถนนเพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข 3338 กม.4 ) ตำบลคูบัว เป็นศูนย์สาธิดการทอผ้า และจำหน่ายผ้าจกไทยญวน เก็บรักษาตัวอย่างผ้าจกที่มีลวดลายดั้งเดิม เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3230 0031



อุทยานบ้านปลาและสวนผีเสื้อมนชิดา

อำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี

อุทยานบ้านปลาและสวนผีเสื้อมนชิดา ตั้งอยู่เลขที่ 90 หมู่ 1 ตำบลหนองอ้อ ทางไปโครงการส่งน้ำนครชุม อยู่ติดหมู่บ้านกรุณาการ์เด้นวิลล์ จัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามแปลกๆ มากมาย ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ อาทิ จากทวีปอเมริกา-ทวีปอัฟริกา มีการจัดแบ่งบริเวณในพื้นที่เป็นส่วนต่างๆ ทำให้สามารถเดินเที่ยวชมได้สะดวก เช่น อาคารแสดงพันธุ์ปลาสวยงาม อาคารปลาหางนกยูง อาคารปลาเทวดา อาคารปลาทอง อาคารแสดงพันธุ์ปลาหมอแคระ เป็นต้น และมีการจำลองน้ำตก บ่อปลาและตู้ปลาของพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสวนผีเสื้อมนชิดา ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับ วงจรชีวิตของผีเสื้อในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เช่น การกินน้ำหวาน การวางไข่ หรือ แม้กระทั่งการออกจากดักแด้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-18.30 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.00 น.) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3221 2042
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้เส้นทางสายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หรือ ถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดนครปฐม ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 จากนั้นแยกไปทางอำเภอบ้านโป่ง ก่อนถึงอำเภอบ้านโป่ง ประมาณกิโลเมตรที่ 74–75 จะเห็นแยกเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร เข้าอุทยานบ้านปลามณชิดา ( อยู่ติดกับตลาดสหกรณ์ปลาสวยงามบ้านโป่ง )
รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ นั่งรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี มาลงที่อำเภอบ้านโป่ง แล้วต่อรถโดยสารมาที่อุทยานบ้านปลา


พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ตั้งอยู่ภายในวัดม่วง ตำบลบ้านม่วง ริมแม่น้ำแม่กลอง วัดม่วงเป็นวัดเก่าแก่ ตามประวัติบอกไว้ในคัมภีร์ใบลานเขียนด้วยอักษรมอญว่า มีอายุอยู่ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ในช่วงเวลานั้น ชุมชนบ้านม่วงและบริเวณสองฝั่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง มีกลุ่มชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญ อยู่ร่วมกันกับกลุ่มชนอื่น เช่น ไทย จีน ลาว ญวน เขมรและกะเหรี่ยง มีการผสมผสานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกัน เกิดเป็นเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่น และความที่ชุมชนบ้านม่วงมีวิถีชีวิตผูกผันอยู่กับประเพณี และความเชื่อดั่งเดิม ทำให้ชุมชนแห่งนี้เป็นขุมทรัพย์ทางความรู้ด้านมอญศึกษา แก่ผู้สนใจมากมาย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งค้นคว้ารวบรวมประวัติความเป็นมา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นชาวมอญ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แบ่งการจัดแสดงออกเป็นห้องต่างๆ สามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายโดยเริ่มจาก ห้องโถง มอญในตำนาน มอญในทางประวัติศาสตร์ ภาษามอญและจารึกภาษามอญ ประเพณีวัฒนธรรมมอญ มอญอพยพ มอญในไทยและผู้นำทางวัฒนธรรม มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ คัมภีร์ใบลานที่เขียนด้วยอักษรมอญมีอายุกว่า 300 ปี เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่บ่งบอกถึงมรดกทางภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มน้ำแม่กลองในอดีต ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรมของชุมชนบ้านม่วงกับชุมชน ในเขตอำเภอบ้านโป่งและอำเภอโพธาราม

นอกจากนั้นภายในวัดยังมีศูนย์มอญศึกษา เปิดสอนภาษามอญให้กับบุคคลทั่วไปทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงเปิดให้เข้าชมในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. โดยไม่เสียเข้าชม (หากสนใจเข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม และ เข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า หรือทำหนังสือเรียนเจ้าอาวาสวัดม่วง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3237 2548, 0 6004 0786, 0 9885 8817 หรือที่เว็บไซต์ www.monstudies.org พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง ขอเชิญชวนผู้เข้าชมที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ลองลิ้มชิมรสอาหารคาวหวานพื้นบ้านแบบมอญ เช่น แกงบอน น้ำปลายำ แกงมะตาด ในราคาเป็นกันเอง ติดต่อล่วงหน้าที่คุณสอางค์ พรหมอินทร์ บริเวณวัดยังมีศูนย์ทอผ้าพื้นบ้าน จำหน่ายผ้าทอมือ ผ้าขาวม้าฝีมือชาวบ้าน 
 

ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองตาคต เป็นค่ายเสือป่าในอดีต ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพธารามประมาณ 7 กิโลเมตร รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จมาฝึกอบรมเสือป่าภาคปฏิบัติ เช่น ฝึกซ้อมรบ ฝึกขุดสนามเพลาะ หัดเพลงอาวุธ ฯลฯ ณ ที่แห่งนี้ถึง 9 ครั้ง หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลและทางราชการเห็นว่า สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญจึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ผู้ให้กำเนิดกิจการลูกเสือไทย ณ ค่ายหลวงบ้านไร่แห่งนี้