ตาข่ายหน้าช้างดอกไม้สด

ตาข่ายหน้าช้างดอกไม้สดใช้แขวนตามสถานที่ต่างๆ เช่น ประตู  หน้าต่าง เป็นต้น เพื่อใช้ประดับตกแต่งสถานที่ให้ดูสวยงามเมื่อมีการจัดงาน ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล

วัสดุและอุปกรณ์

๑.  ดอกไม้สำหรับร้อยตาข่าย  และร้อยเป็นสายโยงเพื่อใช้แขวน  เช่น  ดอกมะลิ  ดอกพุด  ดอกรัก  เป็นต้น

๒.  ดอกไม้สำหรับทำดอกตุ้ม  เช่น  ดอกบานไม่รู้โรย  ดอกจำปี  ดอกจำปา  ดอกชบาหนู  ดอกดาวเรือง หรือดอกข่า (ทำด้วยกลีบกุหลาบ)

๓.  ดอกไม้สำหรับทำดอกสวม  ใช้ดอกรัก  ดอกพุด  ดอกขจร  ดอกมะลิ (เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง)

๔.  ดอกไม้สำหรับทำดอกทัดหู  ใช้ดอกไม้ธรรมชาติ  เช่น  ดอกเยอบีร่า  ดอกบานชื่น  ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ  หรือจะเย็บแบบด้วยกลีบกุหลาบ  ดอกบานบุรีก็ได้

๕.  ดอกไม้สำหรับเย็บสวน  ใช้กลีบกุหลาบกับใบก้ามปู  ใบกระบือ

๖.  กาบกล้วย  สำหรับใช้รองเย็บแบบสวน

๗.  ใบตอง  สำหรับใช้รองเย็บแบบดอกทัดหูและทำตุ้มดอกข่า

๘.  ไม้ไผ่  สำหรับทำโครง

๙.  ฝ้าฝ้ายสีขาว  สำหรับพันโครง

๑๐.  เข็ม  ด้ายที่มีความเหนียวสามารถรับน้ำหนักตาข่ายหน้าช้างทั้งพวงได้

๑๑.  ถาดใส่ดอกไม้และใบไม้

๑๒.  กระบอกฉีดน้ำ

๑๓.  ผ้าขาวบางและผ้าเช็ดมือ

๑๔.  มีดบางคมและกรรไกร

ขั้นตอนการเตรียม

๑.  สำรวจสถานที่ที่จะนำตาข่ายหน้าช้างดอกไม้สดไปแขวน  เพื่อกะขนาดตาข่ายให้พอเหมาะ ดูสวยงาม ไม่เกะกะ

๒.  เหลาไม้ไผ่ขนาดยาวตามต้องการ  กว้างประมาณ  นิ้ว  แล้วใช้ผ้าฝ้ายสีขาวพันให้เรียบร้อย

๓.  กะแบ่งช่องตามลายตาข่ายที่ต้องการ  โดยให้มีระยะห่างเท่าๆ  กัน  เว้นด้านหัวและด้านท้ายของไม้เข้ามาประมาณ  นิ้ว  สำหรับร้อยผูกโยงตาข่ายขึ้นไปบรรจบกันตรงกลางด้านบนเผื่อชายไว้ต่อตุ้มและดอกรัก ๓ ดอก

๔.  คัดดอกพุดหรือดอกมะลิให้มีขนาดเท่ากันเพื่อสะดวกในการร้อยตาข่ายตามช่องที่แบ่งไว้

ขั้นตอนการร้อย

๑.  ร้อยดอกพุดหรือดอกมะลิตามลายที่ต้องการ  เช่น  ลายเกล็ด  ลายสี่ก้านสี่ดอก  ลายกระเบื้อง  ลายสามก้านสาม  เป็นต้น  โดยร้อยตามช่องที่แบ่งระยะไว้  ซึ่งแต่ละช่องจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า  และเมื่อร้อยลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ  จนเหลือหนึ่งคู่สุดท้าย  จะเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า  เรียกว่า  ตาข่ายหน้าช้าง

๒.  ร้อยดอกรักเป็นสายยาวขึ้นไปจากหัวและท้ายของมุมไม้ทั้งสองข้าง(ร้อยดอกตามกัน)  หรือร้อยให้จุกเขียวของดอกชนกัน  หรือร้อยให้แฉกดอกชนกัน  แล้วผูกรวมกันตรงกลาง  เหลือชายไว้สำหรับผูก

๓.  ร้อยตุ้งติ้งตกแต่งชายทั้ง ๒ ข้างของตาข่าย  โดยร้อยดอกบานไม่รู้โรย  ๑  ดอก  เป็นดอกตุ้มใส่กลีบเลี้ยงเป็นหมวก  แล้วร้อยดอกรัก  ๑  ดอก  เป็นดอกสวม

        

๔.  ร้อยอุบะไทยทรงเครื่อง  ๓  พวง  ผูกที่ชายด้านล่าง  มุมด้านขวาและมุมด้านซ้าย

     

๕.  ฝานกาบกล้วยยาวเท่ากับไม้ไผ่ที่ใช้ทำโครง  กว้าง  นิ้ว  นำมาเย็บสวน  โดยใช้ดอกเข็มเย็บสลับกับใบปริก  แล้วนำส่วนที่ได้มาเย็บติดกับโครงตาข่ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

๖.  นำใบตองมาซ้อนสลับหัวท้ายกัน  ตรึงตรงกลางใบตองเป็นรูปดอกจันเล็กๆ  ตัดเป็นรูปวงกลม  เย็บแบบด้วยกลีบดอกกุหลาบ  จำนวน  ๔  ชิ้น  แล้วนำแบบมาติดที่มุม  ๒  มุมที่ปลายไม้ทั้งสองข้าง  ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เพื่อปิดรอยต่อของอุบะและสวน

 

๗.  นำตาข่ายหน้าช้างดอกไม้สดไปแขวนประดับตกแต่งตามสถานที่ที่ต้องการ

หมายเหตุ:  ถ้าร้อยตาข่ายด้วยดอกรักควรร้อยช่วงละ  ๔  ดอก  โดยแต่ละช่วงร้อยดังนี้

ดอกที่  ๑  ร้อยจากจุกเขียวไปหาดอก

ดอกที่  ๒  ร้อยจากดอกไปหาจุกเขียว

ดอกที่  ๓  ร้อยจากจุกเขียวไปหาดอก

ดอกที่  ๔  ร้อยจากดอกไปหาจุกเขียว


กลิ่นตะแคง

กลิ่นตะแคงเป็นเครื่องแขวนชนิดเล็ก  ใช้แขวนตามประตู  หน้าต่าง  หรือนำไปประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ  เพื่อความสวยงามเวลามีงานพิธี

วัสดุและอุปกรณ์

๑.  โครงไม้ขนาดเล็ก  เหลาให้กลม  ยาว  ๑๒  นิ้ว  จำนวน  ๓  อัน

๒.  เข็มมือ  ด้าย

๓.  ถาด

๔.  ผ้าขาวบาง

๕.  กระบอกฉีดน้ำ

๖.  กรรไกร  มีด

๗.  ดอกไม้  ใช้ดอกรัก  และดอกจำปาหรือดอกจำปี

ขั้นตอนการทำ

๑.  นำไม้ทั้ง  ๓  อันมาวางไขว้กันเป็นรูป  ๖  แฉก  แล้วผูกตรงกลางให้แน่น

๒.  เสียบดอกรักเข้าในไม้ทุกแฉก  รูดเข้าให้ถึงกึ่งกลาง  โดยจะเสียบแบบดอกตามกันหรือเสียบแบบประกบคู่กันก็ได้  เสียบจนเต็มไม้ทุกแฉก  เหลือปลายไม้ไว้เล็กน้อย

  

๓.  ตรึงด้ายที่ปลายแหลมแฉกใดแฉกหนึ่งของไม้  แล้วร้อยดอกรักโยงไปหาปลายไม้แฉกที่  ๒,  ๓,  ๔,  ๕  และ  ๖  จบครบทุกแฉก  แต่ละแฉกต้องตรึงด้ายให้แน่น

๔.  แบ่งครึ่งระหว่างแฉกทุกแฉกร้อยดอกรักจำนวนดอกเท่ากับจำนวนที่แบ่งครึ่ง  แล้วโยงผูกกับเส้นนอก(เส้นรอบวง)  ตรงจุดกึ่งกลางพันด้ายตรึงจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยม  ตรงกลางเป็นรูปดาวซ้อนสับหว่างในแต่ละแฉก  ทุกจุดที่พบกันให้ตรึงด้ายให้แน่นจะได้โครงของกลิ่นตะแคงรูปดาว  ๖  แฉก  หรือจะร้อยด้านนอกและด้านในพร้อมกันก็ได้

๕.  จับโครงกลิ่นตะแคงตรึงด้ายที่  ๒  มุมด้านบนและ  ๒  มุมด้านล่างให้แน่น  ร้อยดอกรักด้านบนเป็นสายยาวให้เท่ากันทั้งสองด้านรวมผูกไว้  ส่วนด้านล่างร้อยดอกรักทั้งสองมุมมาบรรจบกันตรงกลางรวมผูกเช่นเดียวกัน  แต่ควรร้อยดอกรักสั้นกว่าด้านบนเล็กน้อย จะได้ดังภาพ

  

๖.  ร้อยอุบะไทยทรงเครื่องพวงเล็ก  ๒  พวง  นำไปผูกที่มุมด้านซ้ายและด้านขวา  และร้อยอุบะไทยทรงเครื่องพวงใหญ่ ๑  พวง  แขวนตรงกลางด้านล่างสุดของกลิ่นตะแคง

๗.  ร้อยอุบะแขกจำนวน  ๒  สาย  โดยใช้ดอกจำปีเป็นดอกตุ้ม  ดอกรัก  ๓  ดอก เป็นดอกสวมผูกกึ่งกลางด้านบนและด้านล่างของโครงกลิ่นตะแคง  ด้านบนใช้อุบะแขกยาว  ด้านล่างใช้อุบะแขกสั้น

๘.  ปลายแหลมทุกปลายของโครงไม้ให้เสียบดอกรัก  ก็จะได้กลิ่นตะแคงไว้แขวนประดับตกแต่ง

 

 

ที่มา : http://www.maceducation.com/e-knowledge/2505106100/01.htm