ธนาคารพาณิชย์
 
          1. ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่การประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ ปละใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทาง เช่น ให้กู้ยืม ซื้อขายหรือเก็บเงินนั้นตามตั๋วแลกเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนให้บริการอื่น ๆ
          2. การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ พิจารณาได้จากบัญชีงบดุลของธนาคารพาณิชย์ซึ่งแสดงแหล่งที่มาของเงินจากบัญชีหนี้สินและทุน และแสดงการใช้เงินจากบัญชีสินทรัพย์
          3. ธนาคารพาณิชย์สามารถสร้างเงินฝากได้ โดยนำเงินสดสำรองส่วนเกินให้กู้ยืมหรือลงทุนในหลักทรัพย์อื่น และทำลายเงินฝากเมื่อผู้ฝากถอนเงิน หรือผู้กู้นำเงินมาใช้คืน ปริมาณเงินฝากที่ถูกสร้างหรือทำลายจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับค่าตัวทวีของเงินฝากและปริมาณเงินฝากที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น
          4. ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเป็นระบบสาขาและเป็นแหล่งระดมเงินออมและให้กู้ยืมที่สำคัญที่สุดในบรรดาสถาบันการเงินทั้งหมด ปัจจุบันมีทั้งสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศมาดำเนินงานในประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ของไทยไปเปิดสาขาในต่างประเทศเช่นกัน ให้บริการด้านการค้าต่างประเทศและระดมทุนในตลาดการเงินที่สำคัญของโลก


ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับธนาคารพาณิชย์


          1. ธนาคารพาณิชย์มีวิวัฒนาการมานานหลายร้อยปี โดยในระยะแรกดำเนินในรูปธุรกิจการเงิน ทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนเงินและโอนเงิน ต่อมาได้ทำหน้าที่ในการสร้างและทำลายเงินฝากโดยช่างทองในประเทศอังกฤษ และได้เริ่มมีการควบคุมดูแลโดยธนาคารกลางและรัฐบาลตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ลักษณะและวิวัฒนาการของธนาคารพาณิชย์ในแต่ละประเทศ ย่อมแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจและสังคมในประเทศนั้น ๆ
          2. ระบบธนาคารพาณิชย์ตามสภาพการจัดการและขอบข่ายการดำเนินงานอาจแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ ธนาคารเดี่ยว ธนาคารสาขา และธนาคารกลุ่ม
          3. ธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ในการรับฝาก การให้กู้ยืม การโอนเงิน การให้บริการต่างๆ และการจัดการธุรกิจต่างประเทศ
          4. ธนาคารพาณิชย์มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอันมาก เพราะเป็นแหล่งระดมเงินออมและให้กู้ยืมที่ใหญ่ที่สุด ธนาคารพาณิชย์จึงต้องมีความผิดชอบต่อสาธารณะชน ระบบเศรษฐกิจ ลูกค้า ตลอดจนผู้ถือหุ้น และพนักงานของธนาคาร


วิวัฒนาการณ์ของธนาคารพาณิชย์


          การกำเนิดธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันเริ่มขึ้นในประเทศอังกฤษ โดยมีช่างทองเป็นนายธนาคารพาณิชย์รุ่นแรก ธนาคารพาณิชย์อาจล้มละลายได้ ถ้าให้กู้ยืมมากเกินไป เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถใช้คืนเงินกู้ได้ และผู้ฝากเงินส่วนมากยังไม่สามารถถอนเงินฝากคืนได้ จะทำให้ผู้ฝากเงินรายอื่น ๆ หันมาถอนเงินฝากมากยิ่งขึ้น ในที่สุดธนาคารไม่มีเงินจ่ายคืนให้ จึงอาจถึงล้มละลายได้


ระบบของธนาคารพาณิชย์


          1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดอยู่ในประเภท ระบบธนาคารสาขาเพราะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานและการบริหาร
          2. การรวมกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ในประเภทไทย ซึ่งอยู่ในรูปของสมาคมธนาคารไทยนั้น ไม่ใช่เป็นลักษณะของธนาคารกลุ่ม เพราะเพียงแต่เป็นสมาคมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการดำเนินงาน คณะกรรมการของสมาคมไม่ได้เข้าไปควบคุมการดำเนินงานของแต่ละธนาคาร


หน้าที่และความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์

          1. บริการอื่น ๆ ของธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้เช่าตู้เซฟนิรภัยเพื่อเก็บของมีค่า การให้คำปรึกษาในการศึกษาต่อต่างประเทศ
          2. การที่ผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์ใช้ชื่อของธนาคารไปทำสัญญายืมเงินจากต่างประเทศ โดยไม่นำเงินมาเข้าบัญชีธนาคารถือว่าผู้บริหารของธนาคารนี้ ขาดความรับผิดชอบต่อลูกค้า


การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์


          1. แหล่งที่มาของเงินทุนของธนาคารพาณิชย์อาจพิจารณาจาก หนี้สินและทุนในบัญชีงบดุลของธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย เงินฝาก เงินกู้ยืม เงินลงทุน และหนี้สินอื่นๆ
          2. การใช้เงินทุนของธนาคารพาณิชย์อาจพิจารณาจาก สินทรัพย์ในบัญชีงบดุลของธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย เงินสดในมือ และเงินฝากที่ธนาคารอื่น หลักทรัพย์ หรือการลงทุน การให้กู้ยืมและการซื้อลด และสินทรัพย์อื่น ๆ
          3. การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ จะต้องตัดสินใจถือสินทรัพย์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงรายได้ สภาพคล่อง ความสามารถที่จะปฏิบัติตามพันธะทางการเงิน และความปลอดภัยของสินทรัพย์


แหล่งที่มาของเงินทุนของธนาคารพาณิชย์


          1. ธนาคารพาณิชย์หาเงินมาดำเนินงานได้จาก เงินฝากประเภทต่าง ๆ เช่น เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ เงินกู้ยืมภายในประเทศและต่างประเทศ เงินกองทุนซึ่งได้แก่ มูลค่าหุ้น เงินสำรอง กำไรที่ยังไม่ได้จัดสรร
          2. แหล่งที่มาของเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ สำรวจจากวารสารธนาคารต่าง ๆ จะพบว่าแหล่งที่มาของเงินทุนมาจากเงินฝากประจำมากที่สุด


การใช้เงินทุนของธนาคารพาณิชย์


          1. ธนาคารพาณิชย์มีรายได้มาจาก การให้กู้ยืม การลงทุนในหลักทรัพย์ และดอกเบี้ยเงินฝากในสถาบันการเงินอื่น เป็นต้น
          2. ธนาคารพาณิชย์ใช้เงินทุนไปในทาง การให้กู้มากที่สุด


การพิจารณาดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์


          1. การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์จะต้องคำนึงถึงปัจจัย การบริหารสินทรัพย์ สภาพคล่อง ความสามารถที่จะปฏิบัติตามพันธะทางการเงินและความปลอดภัยของสินทรัพย์
          2. อัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2526 เท่ากับร้อยละ 8 


การสร้างและการทำลายเงินฝากของธนาคารพาณิชย์


          1. ธนาคารพาณิชย์สามารถสร้างเงินฝากได้ โดยนำเงินสดสำรองส่วนเกินให้กู้ยืม หรือลงทุนในหลักทรัพย์อื่น ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งสามารถให้กู้ยืม หรือลงทุนดังกล่าว เท่ากับเงินสดสำรองส่วนเกินที่มีอยู่เท่านั้น แต่ระบบธนาคารสามารถสร้างเงินฝากได้หลายเท่าของเงินสดสำรองส่วนเกิน โดยเป็นผลของตัวทวีเงินฝาก
          2.  ตัวทวีเงินฝากจะมีค่ามากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับอัตราเงินสดสำรองตามกฎหมาย อัตราเงินสดสำรองส่วนเกินที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการถือไว้ อัตราส่วนของความต้องการถือเงินของประชาชนต่อเงินฝาก ความต้องการเงินตราต่างประเทศต่อเงินฝาก และอัตราเงินสดสำรองตามกฎหมายของเงินฝากประจำ อัตราส่วนของเงินฝากกระแสรายวันต่อเงินฝากประจำ
          3. การทำลายเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ เกิดขึ้นเมื่อผู้ฝากถอนเงินหรือผู้กู้นำเงินมาใช้คืน และผลของการทำลายเงินฝากจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการสร้างเงินฝากแต่ในทิศทางตรงข้าม กล่าวคือ จะลดลงเป็นมูลค่าของตัวทวีเงินฝากคูณกับจำนวนเงินที่ผู้ฝากมาถอน หรือผู้กู้นำมาใช้คืน


การสร้างเงินฝากของธนาคารพาณิชย์


          1.  ตัวทวีเงินฝาก   =    1  /  r+x
          จงคำนวณหาค่าตัวทวีเงินฝาก เมื่อกำหนดให้อัตราเงินสดสำรองตามกฎหมายเท่ากับร้อยละ 5 และอัตราส่วนของเงินสดที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศเท่ากับร้อยละ 1
                =  1 / [ 0.05 + 0.01 ]

                =   1 / [ 0.06 ]

                =   16.67

          2. สมมติค่าตัวทวีเงินฝากเท่ากับ 2.5 คำนวณหาปริมาณเงินฝากที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ถ้าธนาคารให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น จำนวน 1,000 ล้านบาท
          ปริมาณเงินฝาก     =   ตัวทวีเงินฝาก  X มูลค่าเงินที่เพิ่มขึ้นในระบบธนาคาร
                  =   2.5 X  1}000

                  =   2,500 ล้านบาท

การทำลายเงินฝากของธนาคารพาณิชย์
          เมื่อธนาคารพาณิชย์ซื้อพันธบัตรจากรัฐบาลจำนวน 30 ล้านบาทในขณะที่ตัวทวีเท่ากับ 3 จะเกิดผลต่อปริมาณเงิน ดังนี้ การที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อพันธบัตรจากรัฐบาล จะมีผลทำให้เงินสดสำรองส่วนเกินลดลง ดังนั้นปริมาณเงินจะลดลงเท่ากับ ตัวทวีเงินฝาก X ปริมาณเงินที่ไหลออกนอกระบบ ดังนั้น ปริมาณเงินในท้องตลาดจะลดลง = 3 X 30 = 90 ล้านบาท