ธนาคารพาณิชย์ และหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์

(Commercial Bank And Responsibility of Commercial Bank)

 

ประวัติความเป็นมาของธนาคาร

               ในปัจจุบันนี้ธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินกิจการในโลกของเรานี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่เรารู้ว่าเป็นแหล่งในการเก็บออม และแหล่งของเงินกู้ชนิดต่างๆ ซึ่ง คำว่าธนาคารนั้นตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Bank ซึ่งแปลงมาจากคำว่า Bench ซึ่งแปลว่าม้านั่ง ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยก่อนมีพวกพ่อค้าที่ทำหน้าที่คอยรับเปลี่ยนเงินจากผู้มาติดต่อทั่วไปมักจะนั่งอยู่บนหลังม้าต่อมาศัพท์ดังกล่าวจึงได้มีการปรับปรุง และพัฒนาจนมาเป็นคำว่า Bank ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

               ถ้าหากเราจะทำการศึกษาถึงประวัติศาสตร์ของธนาคารพาณิชย์แล้วนั้นเราลองมาทำความรู้จักกับวิวัฒนาการของธนาคารพาณิชย์กันดีกว่าว่ามีรูปแบบ หรือการกำเนิดมาจากไหน (อ้างใน สินีนาฎ    สุภรณ์ไพบูลย์ หน้า 23) ธนาคารที่ถูกค้นพบ และมีความเชื่อว่าเป็นธนาคารแห่งแรกนั้นเกิดเมื่อ 3,500   ก่อนคริสตกาล ณ เมืองอุรุก (Ourouk) ในอาณาจักรบาบิโลน โดยธนาคารนี้ได้เปิดดำเนินการภายในวัดโดยมีนักบวชในวัดเป็นนายธนาคาร โดยสินทรัพย์ที่ให้สำหรับการกู้ยืมก็จะเป็นสิ่งของที่มีผู้นำมาสักการะเทพเจ้าในวัดนั่นเอง ต่อมาก่อนคริสตกาลประมาณ 1,000 ปี ทางประเทศจีนก็มีธนาคารเกิดขึ้นโดยตั้งอยู่ในมณฑลชานสี ซึ่งคอยทำหน้าที่ในการโอนเงิน และแลกเปลี่ยนเงินให้แก่พวกพ่อค้าที่คอยส่งสิ่งค้าไปยังมณฑลอื่นๆ ต่อมาประมาณ 600 ปีก่อนคริสต์กาล ณ ประเทศกรีกก็ได้เกิดธนาคารขึ้นหลายธนาคารไม่ว่าจะดำเนินการโดยภาครัฐ หรือเอกชน ตลอดจนศาสนจักร ทั้งนี้เนื่องจากกรีกได้นำแบบอย่างในการดำเนินกิจการเข้ามาใช้ในประเทศของตน จนกระทั่งถึงในสมัยโรมันธนาคารก็ได้มีการพัฒนาเทคนิคในการดำเนินการใหม่ๆ เช่น การใช้หลักประกันในการกู้ยืม การหักบัญชีการค้า ตลอดจนการรับรองหนี้ อีกทั้งในสมัยนี้ก็ได้มีการออกกฎหมายธนาคารขึ้น จนกระทั้งหลัง คศ. 487 คืออาณาจักรโรมันพินาศ ฝ่ายศาสนจักรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ได้มีการกำหนดข้อห้ามขึ้นมาเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยซึ่งถือได้ว่าเป็นบาป ซึ่งทำให้กิจการของธนาคารในยุคนี้หยุดชะงักตัวลงไป จนกระทั่วถึงศตวรรษที่ 10 ก็ได้เกิดสงครามศาสนาขึ้นคือสงครามครูเสด กิจการธนาคารก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งนี้เป็นเพราะว่า มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพื่อซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนเสียงอาหารเพื่อใช้ในยามสงคราม นับแต่นั้นมากิจการธนาคารก็ได้ถูกพัฒนาอยู่เรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน

                จากข้อความข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าธนาคารพาณิชย์นั้นมีการดำเนินการมานานนับร้อยปีแล้ว สำหรับถ้าจะกล่าวถึงธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย นั้นเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2431 โดยธนาคารที่เข้ามาเปิดคือธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเน้นการให้บริการในด้านการค้าระหว่างประเทศ ส่วนธนาคารพาณิชย์ของไทยแห่งแรก คือ บริษัทแบงค์สยามกัมมาจลทุน จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2449 และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อปี พ.ศ. 2482 และต่อมาก็ได้มีการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นของไทยเพิ่มขึ้น จนกระทั่งถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้ทางกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยประการใช้มาตรการในการแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ของไทยที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้มีเพียงแค่ 10 แห่งเท่านั้น

               สำหรับมาตรการฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินนั้นมีดังต่อไปนี้ (สันติ  วิริยะรังสฤษฎ์    อ้างในแสงจันทร์  ศรีประเสริฐ และคณะ หน้า 262 )

ตารางที่ 1 แสดงมาตรการฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน ณ วิกฤติเศรษฐกิจ

ธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลเข้าแทรกแซง : การหยุดดำเนินการ การควบกิจการ และกำหนดการขายหลักทรัพย์

มาตรการ 

วัน       เดือน       ปี 

ธนาคารศรีนคร และธนาคารนครหลวงไทย : ทำการแปรรูป

 

        การเพิ่มเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงให้ถึงร้อยละ 8.5 หลังจากที่กันสำรองเต็มอัตราเต็มอัตรา

31 สิงหาคม พ.ศ.2541

        การคัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อดำเนินการประมูลขาย

15 กันยายน พ.ศ.2541

        การประกาศขั้นตอนการประมูลขาย

30 กันยายน พ.ศ.2541

        การรับข้อเสนอของการประมูลขาย และการโอนไปให้ผู้ลงทุนรายใหม่

31 กันยายน พ.ศ.2541

ธนาคารกรุงเทพฯ : แปรสภาพเป็น บบส.เอกชน และหยุดดำเนินกิจการ

 

        ใบประกอบอนุญาตการธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ แต่ถูกจำกัดการประกอบธุรกิจด้าน ฝาก การให้กู้ ธุรกิจเงินตะรางต่างประเทศ หรือการก่อภาระผูกพันรายใหม่

17 สิงหาคม พ.ศ.2541

        กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศแนวทางการรับโอนสินทรัพย์ดี เงินฝาก และหนี้สินอื่นๆ ให้กับธนาคารกรุงไทย

17 สิงหาคม พ.ศ.2541

       ใช้สิทธิในการบอกเลิกสัญญาการจ้างบริหารกับบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามระบุในสัญญา

31 สิงหาคม พ.ศ.2541

        โอนสินทรัพย์ดี เงินฝาก และหนี้สินอื่นๆ ให้กับธนาคารกรุงไทย

30 กันยายน พ.ศ.2541

        การคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามธนาคารพาณิชย์ และแปรสภาพเป็น บบส. เอกชน

31 ตุลาคม   พ.ศ.2541

 ตารางที่ 1 (ต่อ) แสดงมาตรการฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน ณ วิกฤติเศรษฐกิจ

ธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลเข้าแทรกแซง : การหยุดดำเนินการ การควบกิจการ และกำหนดการขายหลักทรัพย์

มาตรการ 

วัน       เดือน       ปี 

        การจัดทำแผนการหยุดดำเนินการของธนาคารกรุงเทพฯ และแผนการดำเนินการที่เกี่ยวกับพนักงาน สำนักงานสาขา การจัดการสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2542

31 ตุลาคม   พ.ศ.2541

ธนาคารมหานคร : รวมกิจการกับธนาคารกรุงไทย

 

         ธนาคารกรุงไทย เข้าบริหารงานธนาคารมหานคร

17 สิงหาคม พ.ศ.2541

         การเพิ่มเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงให้ได้ถึงร้อยละ 8.5 หลังจากที่กันสำรองเต็มอัตราเต็มอัตรา

30 กันยายน พ.ศ.2541

         กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นแผนการรวมธนาคารมหานคร เข้ากับธนาคารกรุงไทย

30 กันยายน พ.ศ.2541

         การโอนกิจการทั้งหมดของธนาคารมหานคร เข้ากับธนาคารกรุงไทย

31 ธันวาคม พ.ศ.2541

 

ตารางที่ 2  แสดงรายชื่อสถาบันการเงินที่ดำเนินงานตามปกติ

ลำดับ สัญลักษณ์ ชื่อสถาบัน ที่อยู่
1
ธ. กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
Bangkok Bank Public Company Ltd.
http://www.bangkokbank.com
333 ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

333 Silom Road, Bangrak Bangkok 10500 โทรศัพท์ 0-2231-4333 โทรสาร 0-2236-8281-2
2
ธ. กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
Krung thai bank public company ltd
http://www.ktb.co.th
35 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

35 Sukhumvit Road, North Klongtoey, Bangkok 10110

โทรศัพท์ 0-2255-2222 โทรสาร 0-2255-9391-3
3
ธ. กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Bank of Ayutthaya public company ltd.
http://www.krungsri.com
1222 ถ.พระรามที่ 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

1222 Rama III Road, Bang Phongphang Yan Nawa, Bangkok 10120

โทรศัพท์ 0-2296-2000
โทรสาร 0-2683-1304
4
ธ. กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
Kasikorn bank public company ltd.
http://www.kasikornbank.com
1 ซอยกสิกรไทย ถ.ราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140

1 Soi Kasikornthai, Ratburana Road, Bangkok 10140

โทรศัพท์ 0-2888-8888
โทรสาร 0-2888-8882
5
ธ. เกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน)
Kiatnakin bank public company limited
http://www.kiatnakin.co.th
500 อาคารอัมรินทร์ทาวเวอร์ ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10331

500, Amarin Tower, Ploenchit Road, Pathumwan, Bangkok 10330

โทรศัพท์ 0-2680-3333
โทรสาร 0-2256-9933
6
ธ. ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
CIMB THAI BANK PUPBLIC COMPANY LTD
http://www.cimbthai.com
44 ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

44 North Sathon, Silom Bangrak Bangkok 10500

โทรศัพท์ 0-2633-9000-3
โทรสาร 0-2633-9026
(ชื่อเดิม ธ.ไทยธนาคาร จำกัด(มหาชน))
7
ธ. ทหารไทย จำกัด (มหาชน)
TMB BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
http://www.tmbbank.com
3000 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

3000 PHAHON YOTHIN ROAD,CHATUCHAK, BANGKOK 10900

โทรศัพท์ 0-2299-1111
โทรสาร 0-2990-6010
8
ธ. ทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
TISCO BANK PUBLIC COMPANY LIMITED
http://www.tisco.co.th
48/2 ทิสโก้ทาวเวอร์ ชั้น 1 ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

TISCO Tower, 48/2 North Sathorn Road, Silom, Bangrak, Bangkok 10500

โทรศัพท์ 0-2633-6000
โทรสาร 0-2633-6800
9
ธ. ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
SIAM COMMERCIAL BANK PUBLIC COMPANY LTD.
http://www.scb.co.th
9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

9 Rutchadapisek Road, Chatuchak, Bankok 10900

โทรศัพท์ 0-2544-1000
โทรสาร 0-2544-4948
10
ธ. ธนชาต จำกัด (มหาชน)
THANACHART BANK PUBLIC COMPANY LTD.
http://www.thanachartbank.co.th
900 อาคารต้นสนทาวเวอร์ ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

1st, 2nd, 13th, 14th floor Thonson Building, 900 Ploenchit Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330

โทรศัพท์ 0-2655-9000
โทรสาร 0-2655-9001
11
ธ. นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
THE SIAM CITY BANK PUBLIC COMPANY LTD.
http://www.scib.co.th
1101 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

1101 Newpetchburi Road,Rajthevi, Bangkok, 10400.

โทรศัพท์ 0-2208-5000
โทรสาร 0-2253-1240, 0-2226-3798
12
ธ. ยูโอบี จำกัด (มหาชน)
UNITED OVERSEAS BANK (THAI) PUBLIC COMPANY LIMITED
http://www.uob.co.th
191 ถ.สาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

191 South Sathon Road, Bangkok 10120, Thailand

โทรศัพท์ 0-2343-3000
โทรสาร 0-2287-2973-4
13
ธ. สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน)
STANDARD CHARTERED BANK (THAI) PUBLIC COMPANY LIMITED
http://www.standardchartered.co.th
90 อาคารสาทรธานี ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

90 North Sathorn Road Silom Bangkok 10500

โทรศัพท์ 0-2724-4000
โทรสาร 0-2724-4444
14
ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)
Industrial and Commercial Bank of China (Thai) Public Company Limited.
http://www.icbcthai.com/th/
622 อาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร์ ชั้น 11-13 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

11- 13 Fl., Emporium Tower 622 Sukhumvit Road, khlongTon,Khlong Toei, Bangkok 10110

โทรศัพท์ 0-2663-9999
โทรสาร 0-2663-9888

 

 ความหมายของธนาคารพาณิชย์

               ตาม พระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ได้กำหนดความหมายของธนาคารพาณิชย์ ว่าธนาคารพาณิชย์ หมายถึง การประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลากำหนดไว้ และใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทาง เช่น ให้กู้ยืม, ซื้อขายหรือเก็บเงินตามตั๋วแลกเงินหรือตราสาร, ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ 

               ซึ่งสำหรับประเภทองการบริการของธนาคารพาณิชย์นั้น ภายใต้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์โดยส่วนใหญ่มักจะให้บริการในลักษณะต่างๆ ดั้งนี้ คือ (อ้างใน Vernon J. Henderson and William Poole หน้า 357) การให้เบิกเงินเกินบัญชี การให้กู้ยืม การรับซื้อลดเช็ค หรือตั๋วเงิน การค้ำประกัน การรับโอน และเรียกเก็บเงิน การรับฝากเงินในระยะสั้น และระยะยาว การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ บริการอื่นๆ เช่น ออกเครดิตการ์ด ออกเช็คของขวัญ รวมไปถึงการให้เช่าตู้นิรภัย เป็นต้น

 

หน้าที่ และบทบาทของธนาคารพาณิชย์

               คราวนี้เราลองมาพิจารณาในเรื่องของหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์กันบ้างว่า ธนาคารพาณิชย์ที่เรารู้จักนั้นนั้นมีหน้าที่อย่างไร ซึ่งถ้าจะกล่าวในปัจจุบันแล้วนั้นธนาคารพาณิชย์ก็จัดได้ว่าเป็นสถาบันการเงินที่มีความสำคัญยิ่งของประเทศ ทั้งนี้เพราะธนาคารพาณิชย์นั้นถูกจัดได้ว่าเป็นแหล่งเงินกู้รายใหญ่ที่สุดของประเทศ  ที่นี้เราลองมาพิจารณาหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจก็คือการมีหน้าที่โดยตรงต่อปริมาณเงิน

               หน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ที่มีต่อปริมาณเงิน มีพระราชบัญญัติของธนาคารพาณิชย์ได้กำหนดเอาไว้ในปี พ.ศ. 2505 และปี พ.ศ.2522 (ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุง) โดยจะต้องมีหน้าที่หลักๆ ดังต่อไปนี้ (อ้างในรัตนา  สายคณิต หน้า 139 – 141)

               1.หน้าที่ในการรับฝากเงิน ธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ในการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป โดยที่ผู้ฝากสามารถที่จะเรียกร้องเงินที่ฝากคืนได้ตามกำหนดระยะเวลาที่ได้ทำความตกลงกันไว้ ซึ่งเราสามารถที่จะแยกประเภทของเงินฝากได้ดังนี้ 1. เงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม 2. เงินฝากประเภทออมทรัพย์ และ 3.เงินฝากประเทภจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลา โดยเราสามารถแสดงให้เห็นได้จากตารางที่ 3 ได้ดังนี้

 

                2.หน้าที่ในการจ่ายเงิน นอกจากธนาคารพาณิชย์จะมีหน้าที่ในการรับฝากเงินแล้วนั้น ยังมีหน้าที่ในการจ่ายเงิน ซึ่งหมายถึงหน้าที่ในการจ่ายเงินฝากคืนแก่ผู้ที่นำมาฝากมิได้รวมถึงการให้กู้ยืม ซึ่งตามปกติแล้วธนาคารจะต้องเตรียมเงินสดส่วนหนึ่งสำหรับลูกค้าที่นำเงินมาฝากสามารถถอนได้ โดยการดำรงเงินสดสำรองตามกฎหมาย ซึ่งอัตราจะเป็นเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนด ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ในบทอื่นต่อไป

               3.หน้าที่ในการให้กู้ และลงทุน หน้าที่นี้เกิดจากการที่ธนาคารพาณิชย์ได้ระดมทุนเงินออมประเภทต่างๆ แล้วนำไปให้กู้ยืม หรือลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ โดยลักษณะการให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์นั้นสามารถที่จะแยกได้โดยทั่วๆ ไปได้อยู่ 3 ลักษณะคือ

                               3.1.การให้กู้โดยทำสัญญา (Loans) ก็คือการให้กู้ยืมโดยทั่วไป เช่นการกู้ยืมเพื่อนำไปลงทุน หรือการบริโภคอุปโภค เป็นต้น ซึ่งผู้ที่กู้อาจจะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือน หรือแล้วแต่ตามที่สัญญากำหนดเอาไว้ สำหรับสูตรอย่างง่ายในการหาดอกเบี้ยที่คิดเป็นรายเดือนมีดังนี้ (อ้างใน ชนะ เดชวิทยาพร หน้า 114-115)

ดอกเบี้ย

=

เงินต้น

x

30

x

อัตราดอกเบี้ยต่อปี

365

                               3.2. การเบิกเกินบัญชี (over drafts) ลักษณะการเบิกเงินเกินบัญชีนี้เป็นการให้กู้ในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งทางธนาคารยอมให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องมีการหมุนเวียนเงินในบัญชีกระแสรายวันอยู่ตลอด แต่ว่าจะต้องอยู่ในวงเงินที่ลูกค้าได้กำหนดเอาไว้

                               3.3. การซื้อลดตั๋วเงิน (discounting) ก็คือการที่ผู้ที่ได้รับตั๋วเงินแต่ทว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนที่ตั๋วเงินจะครบกำหนด ดังนั้นจึงได้นำไปขายลดราคาแก่ธนาคารพาณิชย์ โดยที่ธนาคารพาณิชย์จะหักดอกเบี้ยออกจากเงินต้นก่อนตามอัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในตั๋วเงินดังกล่าว ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารหักออกจากตั๋วเงินดังกล่าวเราเรียกว่า อัตราซื้อลด (Discount Rate)

               4.หน้าที่ในการให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้บริการทางการเงินทั้งใน และนอกประเทศ ซึ่งมีรูปแบบดังต่อไปนี้ 1.การโอนเงิน 2.การเรียกเก็บเงินตามตราสาร เช่น เช็ค ดราฟท์ ตั๋วแลกเงิน 3.การรับรอง และการค้ำประกัน 4.การลงทุนในหลักทรัพย์ 5.ธุรกิจต่างประเทศ เช่นการโอนเงินระหว่างประเทศ หรือการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

 

การพิจารณาความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์

               ในความพิจารณาความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์แล้วนั้น เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังนี้ 1.ความรับผิดชอบในเรื่องของความปลอดภัย และความมั่นคง 2.ความรับผิดชอบในเรื่องของการมีประสิทธิภาพ ซึ่งในแต่ละหัวข้อพอที่จะสรุปออกมาได้ดังนี้

ธนาคารพาณิชย์จะต้องดำรงอยู่ได้ตลอดไปอย่างมั่นคง เพื่อความปลอดภัยในเงินของผู้ฝาก ซึ่งเกิดขึ้นได้

               1.ความรับผิดชอบในเรื่องของความปลอดภัย และความมั่นคง ธนาคารพาณิชย์จำเป็นที่จะต้องให้มีการดำรงสภาพคล่องไว้มากพอเพียง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถสนองตอบการถอนเงินของผู้ฝากได้ตลอดเวลา ซึ่งสามารถวัดได้จากความสามารถในการทำกำไร และความสามารถในการตอบสนองความต้องการถอนเงินฝากของประชาชน

               2.ความรับผิดชอบในเรื่องของการมีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบในเรื่องของการมีประสิทธิภาพในที่นี้เราสามารถที่จะวัดจากการระดมเงินฝาก และการให้เครดิตในด้านเงินฝาก โดยจะต้องทำการพิจารณาถึงในเรื่องต่างๆ ดังนี้

                                - ประสิทธิภาพในการผลิต โดยธนาคารต้องระดมเงินฝากให้ได้มากที่สุด และสร้างสินทรัพย์ที่มีรายได้มากที่สุดที่จะทำได้ ซึ่งวิธีการที่นิยมใช้มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ 1.การระดมเงินออม และ 2.การให้เครดิต

                                - ประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากร  ธนาคารพาณิชย์ควรที่จะสนับสนุนการจัดสรรเครดิตให้แก่ภาคเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความเจริญเติบโตก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงการจัดสรรเครดิตในทางที่นำความเสียหายมาสู่ระบบเศรษฐกิจ และศีลธรรม

                                - ประสิทธิภาพในการสนองตอบนโยบายการเงิน เป็นเพราะว่าบางครั้งการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์เป็นการกระทำที่ซ้ำเติมต่อภาคเศรษฐกิจ ซึ่งขัดต่อนโยบายการเงิน ยกตัวอย่างในปี พ.ศ.2516 ซึ่งประเทศไทยเราเกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง แต่ทางธนาคารก็ยังคงได้ทำการขยายสินเชื่อ เพื่อการค้าส่ง และค้าปลีกเพิ่มขึ้น เพราะการดำเนินการลักษณะนี้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่ขอรับสินเชื่อนำสินเชื่อไปกักตุนสินค้า ตลอดจนปัจจัย 4 ต่างๆ (อ้างในสุรักษ์ บุณนาค และคณะ หน้า 141 - 142)

                                - ประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากร ธนาคารพาณิชย์ควรจะสนับสนุนการจัดสรรเครดิตให้ภาคเศรษฐกิจ ที่ก่อให้เกิดความเจริญเติบโตก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ หลีกเลี่ยงการจัดสรรเครดิตในทางที่นำความเสียหายมาสู่เศรษฐกิจ และเสื่อมเสียศีลธรรม

 

ระบบธนาคารพาณิชย์ (The Banking System)

               ซึ่งระบบของธนาคารพาณิชย์โดยทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าหากพิจารณาในเรื่องของการบริหารจัดการ ตลอดจนขอบเขตของการดำเนินธุรกิจแล้วนั้นเราสามารถที่จะแบ่งประเภทของธนาคารพาณิชย์ได้เป็น 3 ระบบ ซึ่งได้แก่ 1.ธนาคารเดี่ยว 2.ธนาคารสาขา และ3.ธนาคารลูกโซ่ และกลุ่มธนาคาร ซึ่งแต่ระบบนั้นมีลักษณะการดำเนินงานดังต่อไปนี้

                1. ระบบธนาคารเดี่ยวหรืออิสระ (independent or unit banking system) คือ  ธนาคารที่มีผู้ประกอบกิจการไม่ใช่คนๆ เดียวกัน โดยการบริหารงานนั้นจะเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกัน หรืออาจจะกล่าวได้ว่าไม่ขึ้นตรงกับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ซึ่งธนาคารแบบนี้มีลักษณะเป็นเหมือนธนาคารท้องถิ่น ซึ่งผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นอาจจะเป็นผู้ถือหุ้น หรือกรรมการ ซึ่งลักษณะของธนาคารแบบนี้จะเห็นมากในประเทศสหรัฐอเมริกา

                2. ระบบธนาคารสาขา (branch banking system) คือ  ระบบธนาคารที่แต่ละธนาคารในระบบต่างก็มีสาขากระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ และมีสำนักงานใหญ่เป็นศูนย์กลางการบริหารและดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสาขาได้รับการแต่งตั้งไปจากสำนักงานใหญ่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะพบเห็นกันโดยทั่วไป เช่น ธนาคารทหารไทยสาขาอำเภอเมือง ธนาคารทหารไทยสาขาบางรัก เป็นต้น

                3. ระบบธนาคารลูกโซ่ และกลุ่มธนาคาร (Chain and group banking system) เป็นระบบธนาคารที่ถูกนำมาใช้แทนระบบธนาคารสาขา โดยที่ธนาคารลูกโซ่นั้นเป็นการนำเอาธนาคารตั้งแต่ 2 ธนาคารขึ้นไป ซึ่งมีเจ้าของ และพนักงานลูกจ้างต่างชุดกันมาไว้ภายใต้การควบคุมเดียวกันการควบคุมนี้จะใช้วิธีใดก็ได้ที่ไม่ใช่การควบคุมจากสำนักงานใหญ่ หรือบริษัทผู้ถือหุ้น โดยแต่ละธนาคารภายใต้การดำเนินงานในรูปแบบของธนาคารกลุ่มนี้จะมีบริษัทผู้ถือหุ้น หรือบริษัทในเครือของบริษัทผู้ถือหุ้นเป็นผู้ควบคุม หรือเจ้าของโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม ซึ่งบริษัทผู้ที่ถือหุ้นใหญ่นั้นอาจจะประกอบกิจการอะไรอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นธนาคาร

 ที่มา

www.nkc.kku.ac.th/personal/bodeeput/Academics_Data/.../ChapterV.doc
http://www.uinthai.net/

http://www.ptt.co.th/article/bankthai.php