ฉลาม

ฉลาม....ราชาผู้สง่างามแห่งห้องทะเลไทย

          ในทะเลมีตำนานเล่าขานกันในอดีต จากผู้เฒ่าสู่ลูกสู่หลาน ฟังถึงปลาวาฬตัวใหญ่มีเขี้ยวเรียงรายและคว่ำเรือเพื่อกินคน บางเรื่องอาจเกี่ยวโยงถึงปลาไหลตัวยาวรองับใครที่ว่ายน้ำผ่านไปผ่านมา ตำนานเหล่านั้นเกือบทั้งหมดสาบสูญไปกับกาลเวลา แต่บางเรื่องคงหลงเหลืออยู่และยังสร้างความขนลุกพองสยองขวัญแก่ผู้ฟังทุกครั้งที่เอ่ยถึง

          เมื่อสี่ร้อยล้านปีก่อน เมื่อครั้งที่โลกยังเต็มไปด้วยสัตว์ดึกดำบรรพ์ ฉลามได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกสีคราม เหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในประวัติศาสตร์ ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขึ้นมาครองโลกแทน แต่ราชาแห่งท้องคงเป็นเช่นเดิม ตราบจนห้าล้านปีก่อนมนุษย์คนแรกถือกำเนิดขึ้น เวลาผ่านจากยุคที่เราใช้สัญญาณควัน มาถึงปัจจุบันที่เราสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต ตำนานดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไปตราบจนมนุษย์ล้างโลกใบนี้ไปด้วยความโลภและความมักง่ายของตัวเอง

ได้เวลาที่เปิดตำนานเล่าขานสู่กันฟังอีกครั้งกับพวกเขาเหล่าฉลาม....ราชาผู้สง่างามแห่งท้องทะเลไทย

มารู้จักกับฉลาม

          ในบรรดาปลากว่า 21,000 ชนิดทั่วโลก มีอยู่ประมาณ 960 ชนิด เป็นปลากระดูกอ่อน (Cartilaginous fishes) แตกต่างกับปลากระดูกแข็ง (Osteichthyes) อย่างชัดเจนตรงที่กระดูกจะค่อนข้างใสและเคี้ยวได้ดังกรุบๆ เหมือนที่หลายคนเอามากินกันเป็นซุบ ในจำนวนนี้ประมาณ 300 ชนิด จัดเป็นปลาในกลุ่มฉลาม นอกเหนือจากนั้นเป็นปลากระเบน (Ray) ปลาโรนินโรนัน (Guitarfishes) ปลาฉนาก (Sawfises) และปลากลุ่มอื่น เช่น ปลาหมา (Dogfishes)

          ฉลามกลุ่มแรกที่อยากให้รู้จักคือกลุ่ม Ground shark พวกนี้หน้าตาคล้ายคลึงกับฉลามในอุดมคติ มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 200 ชนิด บรรดาเหล่าฉลามที่พวกเราหลายคนรู้จักกัน เช่น ฉลามเสือ ฉลามหัวค้อน ต่างก็อยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนฉลามอีกกลุ่มที่ต้องกล่าวถึงอย่างแน่นอนคือพวก Carpet shark ฉลามพวกนี้มีอยู่ประมาณ 33 ชนิด รวมทั้งเจ้าพ่อแห่งท้องทะเลหรือฉลามวาฬ ฉลามกลุ่มสุดท้ายคือพวก Mackerel sharks ซึ่งมีเจ้าฉลามขาวรวมอยู่ด้วย

ฉลามเสือดาว              โรนัน

          หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมมันยุ่งยากจังเลย อย่างเจ้าฉลามขาวทำไมดันไปอยู่คนละกลุ่มกับเจ้าฉลามเสือ ผมบอกตามตรงว่าขนาดนี้ยังน้อยนะครับ เพราะหากแบ่งตามสายพันธุ์ทางวิทยาศาสตร์จริงๆ แล้ว คุณต้องเจอกับภาษาลาตินอีกยาวเหยียด ผมใช้เวลาเกือบทั้งคืนเพื่อแบ่งกลุ่มพวกเขา แล้วเขียนออกมาในลักษณะที่พวกเราเข้าใจกัน ผลของการทำงานครั้งนั้นล้มเหลวเพราะยิ่งมั่ว ในที่สุดผมก็กลับมาใช้วิธีแบบเดิม เพียงแต่ตัดรายละเอียดออกไปประมาณค่อนหนึ่ง แต่อย่าตกใจไปนะครับ เพราะส่วนที่ผมไม่ได้กล่าวถึงนั้น แทบจะไม่มีใครได้เจอในเมืองไทยอย่างแน่นอน

ฉลามมหายักษ์....เพชฌฆาตก่อนประวัติศาสตร์

ฉลามขี้เซา....นักล่าแห่งรัตติกาล

ฉลามเสือดาว....ผู้น่ารักแห่งห้วงสมุทร

ฉลามครีบเงิน....สุภาพบุรุษแห่งโลกสีคราม

ฉลามวาฬ ในประเทศไทย

ฉลามวาฬเป็นสัตว์หายาก เมื่อโผล่เข้ามาหากินที่ชายฝั่งทะเลระยองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงเป็นข่าวสร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิชาการและผู้สนใจ

ฉลามวาฬ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rhincodon typus ชื่อทั่วไป Whale Shark เป็นสัตว์เลือดเย็นจำพวกปลากระดูกอ่อน เช่น เดียวกับปลาฉลาม ใช้เหงือกหายใจ หางอยู่ในแนวตั้งฉาก โบกจากด้านหนึ่ง ไปยังอีกด้านหนึ่ง

จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สถิติที่บันทึกไว้ถึงตัวยาวถึง 21 เมตร

ลักษณะของฉลามวาฬที่แตกต่างจากฉลามทั่วไป มีอยู่ 2 ประการ

1.ขนาดของหัว โตมาก เมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว

2.ช่องปาก อยู่ด้านหน้า แทนที่จะอยู่ด้านล่าง

ฉลามวาฬกินแพลงตอน (Plankton) โดยว่ายน้ำไปเรื่อยๆ อ้าปากที่มีขนาดกว้างใหญ่ ให้น้ำและแพลงตอนที่ลอยอยู่ในน้ำ ไหลผ่านเข้าไปในปาก ที่มีอวัยวะคล้ายหวีหรือขนแปรงถี่ๆ สำหรับกรองแพลงตอนไว้ แล้วปล่อยน้ำออกทางช่องเหงือกข้างลำตัว ฉลามวาฬจึงไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้าย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ หรือแม้แต่ฝูงปลารอบข้าง

ฉลามวาฬจะมีอายุยืนมากกว่าหนึ่งร้อยปี เริ่มสืบพันธุ์เมื่อมีอายุประมาณ 30 ปีในทะเลลึก เพราะกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่เคยได้รับรายงานว่ามีผู้ใดเคยเห็นการผสมพันธุ์ของฉลามวาฬ

ดูเผินๆ ปลาฉลามวาฬทุกตัวจะเหมือนกันไปหมด แต่ความจริง ฉลามวาฬแต่ละตัวมีลักษณะจำเพาะของตัวเอง คือ

1.ลวดลายและจุดบริเวณหลังช่องเหงือก ฉลามวาฬมีช่องเหงือก ตั้งฉากกับลำตัว จำนวน 5 ช่อง จุดและลวดลาย ต่อจากเหงือกช่องที่ 5 ของฉลามวาฬแต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน

2.ขนาด รอยขีดข่วน หรือแผลเป็นที่เกิดขึ้นตามลำตัว ก็สามารถใช้จำแนกฉลามวาฬแต่ละตัวได้เช่นกัน

เพศดูได้จากครีบที่ก้น ถ้ามีแท่งยาวๆ ยื่นออกมาจากครีบก้น 2 แท่ง (Clasper) ถือว่าเป็นตัวผู้ อีกจุดสำคัญ คือลายลำตัวฉลามวาฬหลังช่องเหงือกช่องสุดท้าย (ช่องที่ 5) รวมถึงการสังเกตตำหนิตามลำตัว

ในประเทศไทย ล่าสุดมีพบฉลามวาฬว่ายน้ำเข้ามาหากินชายฝั่งมากขึ้น โดยเฉพาะชายทะเลแถบ จ.ระยอง โดยมีรายงานว่าพบฉลามวาฬถึง 2 ตัวด้วยกันในระยะห่างกันไม่ถึง 6 เดือน ตัวแรกมีขนาดใหญ่ พบเมื่อเดือน ต.ค. 2549 ล่าสุดตัวเล็ก ขนาดเพียง 4 เมตร ว่ายเข้ามาหากินใกล้กับท่าเรือขนส่งสินค้า ในเขต จ.ระยอง

สาเหตุการเข้ามาหากินในเขตน้ำตื้นของปลาฉลามวาฬทั้งสองตัว นักวิชาการด้านสัตว์หายากทางทะเล สันนิษฐานว่า ถ้าไม่หลงทางเข้ามา อาจเป็นได้ว่า ชายฝั่งอ่าวไทยขณะนี้มีความอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม ทำให้ปลาฉลามวาฬว่ายเข้ามาหาอาหารมากขึ้น

หรือถ้ามองในแง่ร้าย ก็อาจจะบอกได้ว่า ในน้ำลึกของอ่าวไทย ไม่มีอาหารของฉลามวาฬมากนัก ทำให้พวกมันต้องมาหากินชายฝั่งมากขึ้น

ฉลามวาฬ ( Whale shark - Rhincodon typus ) เป็นสัตว์เลือดเย็นในพวกปลากระดูกอ่อน กลุ่มปลาฉลาม เป็นชนิดเดียวใน Family Rhincodontidae และอยู่ใน Order Orectolobiformes ร่วมกับฉลามเสือดาว ( leopard shark - Stegostoma fasciatum ) และ ฉลามขี้เซา ( Nurse shark - Nebrius ferrugineus )

ฉลามวาฬ ใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง มีครีบอก 2 อัน ครีบหาง 2 อัน และครีบก้น(หาง) 1 อัน หางของฉลามวาฬ อยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้าย-ขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด อาทิ วาฬ โลมา พะยูน เป็นต้น

ฉลามวาฬเป็นปลาและสัตว์เลือดเย็นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กิน plankton เป็นอาหารเช่นเดียว กับกระเบนราหู ( Manta ray - Manta brevirostris ) แต่มีวิธีการกินที่แตกต่างกันออกไป โดยฉลามวาฬจะว่ายเข้าหาฝูง plankton แล้วอ้าปากหุบน้ำ เข้าไปจากนั้นก็จะใช้ซี่เหงือกกรอง plankton ไว้ ขณะที่ manta จะอ้าปากให้น้ำผ่านตลอดเวลา

ลักษณะของฉลามวาฬที่แตกต่างจากฉลามที่เรารู้จักกันคือ หัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ลักษณะการกินอาหารไม่ใช่ปัจจัยที่นักวิทยาศาสตร์ใช้แบ่งฉลามวาฬออกจากฉลามตัวอื่นๆ เนื่องจากยังมีฉลามอีก 2 ชนิดที่ กิน plankton เป็นอาหารแต่อยู่คนละ order กับฉลามวาฬ

วงจรชีวิต ฉลามวาฬเป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตลึกลับ เท่าที่มีรายงานทราบว่าฉลามวาฬมีอายุยืนมาก จากรายงานของประเทศออสเตรเลียพบว่าฉลามวาฬจะเริ่มสืบพันธุ์ เมื่ออายุ 30 ปี หากเปรียบเทียบช่วงอายุการสืบพันธุ์กับฉลามอื่นใน Order เดียวกันแล้ว พบว่าฉลามวาฬอาจมีอายุถึง 100 ปี ไม่เคยมีใครเห็นฉลามวาฬผสมพันธุ์ในน้ำ แต่คาดว่าจะเกิดขึ้นในทะเลลึกนอกจากนี้เรายังไม่ทราบแน่ชัดฉลามวาฬออกลูกเป็นตัวหรือเป็นไข่

ปลาฉลาม

ปลาฉลาม (อังกฤษ: Shark; ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Selachimorpha) เป็นปลาในชั้นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่ง มีรูปร่างโดยรวมเพรียวยาว มีซี่กรองเหงือก 5 ซี่ ครีบทุกครีบแหลมคม ครีบหางเป็นแฉกเว้าลึก มีจุดเด่นคือ ส่วนหัวและจะงอยปากแหลมยาว ปากเว้าคล้ายพระจันทร์เสี้ยวภายในมีฟันแหลมคม[1]

ปลาฉลามแบ่งออกได้เป็นหลายอันดับ หลายวงศ์ และหลายชนิด โดยปัจจุบันพบแล้วกว่า 440 ชนิด มีขนาดลำตัวแตกต่างออกไปตั้งแต่ 17 เซนติเมตร เท่านั้น ในปลาฉลามแคระ (Etmopterus perryi) ซึ่งเป็นปลาฉลามน้ำลึกที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกบริเวณทวีปอเมริกาใต้ ไปจนถึง ปลาฉลามวาฬ (Rhincodon typus) ที่มีความยาวกว่า 12 เมตร ซึ่งเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย[2]

ปลาฉลามทุกชนิดเป็นปลากินเนื้อ มักล่าสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ กินเป็นอาหาร แต่ก็มีฉลามบางจำพวกที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เช่น ปลาฉลามในอันดับ Orectolobiformes ได้แก่ ปลาฉลามวาฬ, ปลาฉลามในอันดับ Lamniformes เช่น ปลาฉลามเมกาเมาท์ (Megachasma pelagios) และปลาฉลามบาสกิ้ง (Cetorhinus maximus)

แต่ปลาฉลามบางสกุลในอันดับ Lamniformes เช่น ปลาฉลามมาโก (Isurus spp.) และปลาฉลามในอันดับ Carcharhiniformes มีรูปร่างเพรียวยาว ว่ายน้ำได้ปราดเปรียว โดยอาจทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง เช่น ซึ่งฉลามในอันดับนี้ หลายชนิดเป็นปลาที่ดุร้าย อาจทำร้ายมนุษย์หรือกินสิ่งต่าง ๆ ถึงแม้จะไม่ใช่อาหารได้ด้วย ฉลามในอันดับนี้ได้แก่ ปลาฉลามขาว (Carcharodon carcharias), ปลาฉลามเสือ (Galeocerdo cuvier), ปลาฉลามหัวบาตร (Carcharhinus leucas) เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ยังมีปลาฉลามที่มีรูปร่างประหลาดและพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากปลาฉลามส่วนใหญ่ อาทิ ปลาฉลามเสือดาว (Stegostoma fasciatum), ปลาฉลามกบ (Chiloscyllium spp.) ที่อยู่ในอันดับ Orectolobiformes ซึ่งเป็นปลาฉลามที่ไม่ดุร้าย มักหากินและอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล มีครีบหางโดยเฉพาะครีบหางตอนบนแหลมยาวและมีขนาดใหญ่ และมักมีสีพื้นลำตัวเป็นลวดลายหรือจุดต่าง ๆ เพื่อพรางตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม หรือ ปลาฉลามโบราณ (Chlamydoselachus anguineus) ที่อยู่ในอันดับ Hexanchiformes ที่มีรูปร่างยาวคล้ายปลาไหล เป็นปลาน้ำลึกที่หาได้ยากมาก ๆ และเดิมเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

ปลาฉลามโดยมากเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว ในตัวผู้จะมีอวัยวะเพศเป็นติ่งยื่นยาวออกมาหนึ่งคู่เห็นได้ชัด ซึ่งเรียกว่า "เดือย" หรือ Clasper แต่ก็มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่ออกลูกเป็นไข่ โดยมากแล้วเป็นปลาทะเล อาศัยอยู่ในทะเลทั้งเขตอบอุ่นและขั้วโลก มีเพียงบางสกุลและบางชนิดเท่านั้น ที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดหรือน้ำกร่อยได้ อาทิ ปลาฉลามแม่น้ำ (Glyphis spp.) ที่เป็นปลาฉลามน้ำจืดแท้ โดยมีวงจรชีวิตอยู่ในน้ำจืดตลอดทั้งชีวิต และปลาฉลามหัวบาตร หรือ ปลาฉลามครีบดำ (Carcharhinus melanopterus) ที่มักหากินตามชายฝั่งและปากแม่น้ำ ซึ่งอาจปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดสนิทได้

ปลาฉลามมีความสำคัญต่อมนุษย์ในแง่ของการบริโภคเป็นอาหาร โดยเฉพาะในอาหารจีนที่เรียกว่า "หูฉลาม" ซึ่งทำมาจากครีบของปลาฉลาม จัดเป็นอาหารที่มีราคาแพง ทำให้มีการล่าฉลามในการนี้จนเกือบจะสูญพันธุ์ในหลายชนิด[3] และยังนิยมในการตกปลาเป็นเกมกีฬาอีกด้วย

สำหรับในน่านน้ำไทย ในทะเลอันดามันมีการสำรวจพบปลาฉลามแล้วประมาณ 41 ชนิด