เด็กชายจากดาวอื่น

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเด็กผู้ชายชื่อปานที่มีลักษณะพิเศษกว่าเด็กปกติทั่วไป สิ่งที่ปานไม่เหมือนคนอื่นก็คือ ปานมีนิ้ว ๑๑ นิ้ว มีนิ้วเพิ่มขึ้นมาที่หัวแม่มือด้านขวา มีปานสีแดงที่แก้ม และปานก็ยังพูดติดอ่างอีกด้วย ปานมีพี่น้องที่มากที่สุดในโลกโลก
แม่ของปานมีลูก ๔๙ คน ปานเป็นคนที่ ๒๕ ปานรักพี่น้องทุกคน ปานชอบใช้ความคิดมากกว่าพูด ปานจะรับฟังสิ่งที่ได้ยินมาแล้วนำมาคิดทบทวนทุกครั้งซึ่งต่างจากเด็กในวัยเดียวกันที่รับฟังอย่างเดียวแล้วก็ลืมไม่คิดต่อ ปานมักจะตั้งคำถามจากสิ่งที่เห็น สัมผัส หรือได้ยินมา ปานจึงมีความคิดแตกต่างจากคนอื่น และสมองของปานนั้นทำงานอยู่ตลอดเวลา ปานไม่เคยหยุดคิด แล้วความคิดเหล่านี้ทำให้ปานคิดได้ว่าตัวเองสามารถอยู่ได้เหมือนกับคนอื่นถึงแม้ว่า ปานเป็นเด็กกำพร้าก็ตาม ตอนที่ปานรู้ว่าปานไม่ใช่ลูกของแม่ปานเสียใจมากไม่ยอมพูดกับแม่ เพราะความคิดที่ว่าแม่โกหก แม่จึงเล่าเรื่องของปานให้ฟังว่า ‘เด็กผู้ชายคนหนึ่ง แม่ของเขามาคลอดที่บ้านนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว ทุกคนต่างชอบเขา เพราะเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ คือมีปานแดงที่แก้มซ้าย มีนิ้วเกินมา 1 นิ้วที่ข้างขวา ทุกคนพูดว่า “เขาเป็นเด็กแปลก โตขึ้นต้องเป็นเด็กฉลาด” แม่บอกว่าเด็กที่ไม่เหมือนคนอื่น จะต้องมีอะไรพิเศษ ไม่ใช่เด็กธรรมดาที่เกิดในโลกนี้ แต่ต้องมาจากดาวอื่น’ แม่บอกว่าปานเป็นเด็กพิเศษที่มาจากดาวอื่น เพราะเด็กที่มาจากดาวอื่นเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นเป็นคนดี มีความรัก ความเมตตา ที่คอยช่วยเหลือคนอื่น คิดถึงเรื่องของคนอื่นมากกว่าเรื่องของตัวเอง และคำพูดที่ทำให้ปานคิดแล้วหายโกรธแม่ก็คือ “แม่ก็มาจากดาวอื่น” เด็กที่อายุเพียง ๕ ขวบเท่านั้นแต่สามารถคิดว่าตัวเองอยู่ได้เพราะมี ความคิดและสมอง แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กที่ยังคงต้องการจะรู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเองเป็นใคร ข้าพเจ้าคิดว่าปานมีความคิดที่ดีทำให้ปานเป็นคนเข้มแข็งกว่าเด็กทั่วไป รู้จักใช้ความติดที่ตัวเองมีอยู่ใช้ในทางที่ถูกปานสามารถนำมาแก้ปัญหาและยอมรับความจริงได้เพราะปานคิดได้ หากเป็นคนอื่นรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นแม่ ข้าพเจ้าเชื่อตอนนั้นทุกคนคงคิดอะไรไม่ออกนอกจากความเสียใจและไม่ยอมรับความจริง ซึ่งก็ทำให้ปานมีความคิดที่โตขึ้นเรื่อยๆ
จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ความคิดของเด็ก เด็กบางคนอาจคิดมาก ครุ่นคิดตลอดเวลา บางคนไม่ชอบคิดอะไร หรือบางครั้งอาจคิดคล้อยตามคนอื่น เด็กในวัยเดียวกันอาจคิดไม่เหมือนกันเลยก็ได้ เรื่องนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ การที่อยู่ร่วมกับเด็ก เกี่ยวข้องกับเด็กนั้น ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะบางครั้งความผิดพลาดเล็กน้อยของผู้ใหญ่ซึ่งกระทำและแสดงออกโดยไม่รู้ตัว ก็เหมือนเผลอเอาเข็มปลายแหลม ไปสะกิดหัวใจเล็ก ๆ ของเขาให้เป็นแผล และต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต เด็กทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเองทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การเป็นอยู่ การเลี้ยงดูที่แตกต่างกันออกไป และอยู่ที่ว่าเราจะหยิบยื่นโอกาสที่ดีให้กับพวกเขาอย่างไรให้พวกเขาโตขึ้นเป็นคนดีต่อสังคมในภายภาคหน้า

            เด็กแต่ละคนต่างก็มีสมองมีความคิดเป็นของตัวเอง  เด็กในวัยเดียวกันอาจมีความคิดต่างกันขึ้นอยู่กับ ชีวิตความเป็นอยู่  สภาพแวดล้อม  การเลี้ยงดู  และ สภาพจิตใจของแต่ละคน  เด็กกำพร้าที่บ้านแห่งนี้  ถึงแม้จะดูมีความสุข สนุกสนาน  มีเพื่อนเล่นมากมาย  แต่ถ้ามองลึกลงไปแล้ว จะเห็นแววตาที่มีแต่ความทุกข์   ความรู้สึกในใจก็เต็มไปด้วยคำถาม…เด็กที่ได้กินนมจากอกแม่มีความรู้สึกอย่างไร…ทำไมพ่อแม่ไม่เลี้ยงลูกของตนเอง  ต้องเอามาให้คนอื่นเลี้ยง… เด็ก ๆ ต่างก็อดนึกไม่ได้ถึงบ้านที่มี พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้า