นิทานเกี่ยวกับการพัฒนา

บทสรุปเรื่องสั้น...หยาดน้ำตาของนางสาย

                       เรื่องราวครอบครัวของนางสาย  ครอบครัวมีพ่อแม่ลูก  นางสายมีลูกชายชื่อ สมใจ  สามีชื่อ นายชัย  นางสายเป็นภารโรงโรงเรียน  นายชัยมีอาชีพทำนา  ครั้งที่นางสายคลอดลูกชาย ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ  นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ลูกต้องการและพ่อแม่หาไม่ได้   เมื่อลูกชายเข้าวัยเรียน  สายก็พาลูกไปเรียนที่โรงเรียนวัดใกล้บ้าน   ครั้นเรียนมัธยมก็เข้าเรียนในโรงเรียนที่สายเป็นภารโรงอยู่  สายเริ่มรู้สึกความเปลี่ยนแปลง    สมใจบอกแม่ว่า  เขาอายเพื่อนๆที่มีแม่เป็นภารโรง ต้องกวาดขยะแม้กระทั่งต้องล้างส้วมให้นักเรียน  ลูกก็พยายามหลบหน้าเมื่อแม่อยู่ในโรงเรียน   สายไม่กล้าอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าอาชีพภารโรงเป็นอาชีพสุจริต    จนทุกวันนี้เงินที่ได้รับก็เป็นเงินที่ได้จากหยาดเหงื่อของภารโรง

                     สมใจเริ่มคบเพื่อนแปลกหน้า   ขาดเรียน  ชัยผู้เป็นพ่อก็ได้แต่ทำงานไม่ได้รู้ความประพฤติของลูกชาย  

จนกระทั่งนายชัยเสีย  ทำให้ภาระการส่งเสียลูกเรียนก็เป็นหน้าที่ของนายสายผู้เดียว   นับตั้งแต่นายชัยเสีย   สมใจก็แต่ดื่มเหล้า   สูบหรี่   เสพยาเสพติด  จนเสียคน

                    ความคิดกับการพัฒนาเกี่ยว...คนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อมีลูกก็ย่อมรักลูกเป็นเรื่องธรรมดา    แต่การรักลูกต้องเป็นไปในทางที่ควร    ดั้งคำสุภาษิตที่ว่า   รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี   เมื่อเรารักวัวก็ต้องผูกไว้ไม่ให้สูญหายไม่ให้ไปไกลตา  ควบคู่ดูแลได้ง่าย    ลูกเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรารักเขาก็ต้องหมั่นอบรมสั่งสอน ตักเตือนหรือแม้แต่ต้องทำโทษบ้างถ้าจำเป็น    ทั้งนี้เพื่อให้ขาเป็นคนดี  ในเมื่อพ่อแม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อให้รามีการศึกษา   มีความรู้เหมือนคนอื่น   ในขณะที่ท่านย่อมสละเวลา   สละความสุขของตัวเองเพื่อให้ลูกได้มีทุกอย่างที่คนอื่นเขามี   ฉะนั้นเมื่อโอกาสมาถึงตัวเรา   เราก็ควรรีบคว้ามา  อย่าปล่อยให้โอกาสนั้นลอยไปโดยที่เรายังไม่ได้ทำในสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ

               แหล่งที่มา...หนังสือรวบรวมเรื่องสั้น

บทสรุปเรื่องสั้น...ทางสายรุ้ง

                      เรื่องราวของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เดินทางด้วยขบวนรถไฟ  เพื่อที่จะไปภาคอีสาน  เมื่อรถไฟกำลังเคลื่อนขบวนสู่ภาคอีสาน   เด็กผู้ชายคนนี้ตกใจมากแถบไม่เชื่อสายตาตัวเอง  เขาได้แต่กรพริบตาตัวเอง ภาพที่ปรากฏก็ยังเหมือนเดิม  เขาพยายามที่จะถามคนใกล้ๆที่นั่งด้วยกัน ทั้งพระ การ์ดรถ  เขาคงนึกว่ารถไฟกำลังวิ่งอยู่บนท้องฟ้าและไม่ใช่เส้นทางที่จะไปอีสาน   เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่หลับไปอยู่ข้างๆตื้นขึ้น   เขาก็รีบถามทันที่ว่า  “  จะกลับมาอีสานทำไม”  มีแต่คนหนีออกมาจากอีสานกันทั้งนั้น “  เขาก็บอกต่อว่า มันทั้แล้งและกันดาร  ธรรมชาติมันโหดร้ายเสียจนคนอีสานต้องตกอยู่ในหลังเข็ญ  ซึ่งหน้าหนาวก็หนาวจัด  จนต้องผิ่งไฟ  เวลาหน้าร้อนก็เหมือนหอบเปลวไฟเข้ามาเผาตัว    ท้องนาแห้งแล้งจนดินกลายเป็นทราย  แล้วอะไรต่ออะไรมันก็ล้วนไม่หน้าอยู่ทั้งนั้น”  นางตอบ  “ ใช่ แต่นั้นเมื่อก่อน” นางว่า " รัฐบาลไม่ทอดทิ้งอีสานแล้ว  เมื่อเขามองลงไปข้างล่าง คงไม่คุ่มครื้นอยู่กับความมืด  เมฆมากมายลอยเรื่อยอยู่กับร่างรถไฟ  เมื่อรถไฟแล่นถึงจุดหมายปลายทางจากอีสานแต่เดิม  เป็นดินแดนอันแห้งแล้งกันดาร   จนกระทั่งผู้คนต่างอพยพหนีความอดอยากข้าเมืองและกรุงเทพฯ   เมื่อลงจากรถไฟเป็นสายรุ้งที่โอบกอดรุ่งอรุณอยู่ ไกลออกไปท้องทุ้งกว้างใหญ่แผ่ไกลสุดสายตาพืชพันธ์ไม้เขียวขจี    ทิวเขาแน่นหนาด้วยต้นไม้  แม่น้ำลำธารและคูคันทดน้ำเลื่อยประสานเหมือนร่างแห"

                 ความคิดเกี่ยวกับการพัฒนา...ภาคอีสานดินแดนอันแห้งแล้งทั้งกันดารและธรรมชาติอันโหดร้ายจนทำให้คนในอีสานต้องตกอยู่ในคตวามหลังเข็ญ  เมื่อถึงฤดูหนาวก็หนาวจัด  ฤดูร้อนก็ร้อนแถบทนไม่ได้   แต่เมื่อเวลาผ่านไปสภาพแวดล้อมจากแต่เดิม  ซึ่งได้รับการพัฒนาในระยะเวลาสั้นๆหรือระยะเวลายาวนาน  โดยที่ไม่สามารถสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงชุมชนที่ไม่ได้รับการพัฒนาจากคนในชุมชนเองแล้งใครจะมาพัฒนา   เมื่อชุมชนของเราได้รับการพัฒนาทั้งในด้านต่างๆ และทางด้านสภาพแวดล้อม  เศรษฐกิจ   สังคมและอี่นๆชุมชนของเราก็สามารถเป็นที่ดึงดูดให้คนนอกเข้ามาในชุมชนของเราได้

             แหล่งที่มา...หนังสือรวบรวมเรื่องสั้น

บทสรุปเรื่อง ลิงกับลา

                   มีหญิงคนหนึ่ง…  เลี้ยงลิงกับลา   วันหนึ่งเขาต้องออกไปข้างนอก    หญิงคนนี้นำเชือกมาผูกที่คอลิงและผูกที่ขาลา  เพื่อที่จะไม่ให้ทำลายข้าวของในบ้านเสียหาย

                  พอหญิงออกไป   ลิงแก้มัดที่คอตนและแก้มัดที่ขาลา   ในความที่ลิงซนไปทำข้าวของในบ้านเสียหายหมด เปรียบเสมือนที่ทิ้งขยะ  แต่ลายืนอยู่กับที่ไม่ได้ไปไหน ลาได้จองดูอย่างเดียว    พอเจ้าของกลับ  ลิงก็เอาเชือกมาผูกคอตนเองแล้วอยู่นิ่งๆเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น    ทั้งใดนั้นเจ้าของเปิดประตูเห็นข้าวของเสียหาย  ก็เลยมองไปที่ลิงกับลา  ปรากฏว่าที่ขาลาเชือกไม่มี   เจ้าของคิดว่าลาเป็นผู้ทำก็เลยไปหยิบท่อนไม้มาทุบตีลาอย่างรุนแรง   ลาได้แต่ร้อนด้วยความเจ็บปวดทรมาน    ลิงได้แต่มอง  ทั้งๆที่ลิงเป็นผู้ทำ     ถ้าเจ้าของยอมสำรวจก่อน  ไม่ใช่คิดตามที่เห็น เพราะข้าวของที่เสียหายมีแต่ฟันลิง  รอยเท้าลิง  ลาก็ไม่ต้องรับโทษ

                  ความคิดเกี่ยวกับการพัฒนา    ผู้นำที่ดีต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา   ไม่ใช่แต่นั่งรอผู้อื่น ไม่ฉะนั้นองค์หรือบริษัทต้องผิดนาค  แต่ถ้าผู้นำที่ดียอมสละเวลาได้เสมอ แล้วองค์หรือบริษัทอยู่อย่างยังยืนตลอดไป

                 ในเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า    ผู้นำที่ดีต้องยอมสละตน  สละเวลา   ไม่ฉะนั้นต้องเกิดเหมือนลิงกับลา   เพราะลิงเป็นผู้เจ้าเล่ห์ได้แต่จะจับผิดผู้อื่น     ส่วนลาเปรียบเสมือน   คนที่ทำงานอย่างจริงจัง  ตรงไปตรงมา

               แหล่งมา…http://board.yimwhan.com/show.php?   

                   

บทสรุปเรื่อง...ชายมากความสามารถ

                    กาลครั้งหนึ่ง...ในหมู่บ้านที่เงียบสงบแห่งหนึ่งอยู่อย่างมีความสุข  และช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด   จนกระทั่งมีชายมากความสามารถคนหนึ่ง   มองว่าชุมชนที่เค้าอยู่นั้นล้าสมัยกว่าชุมชนอื่น   ชายผู้นั้นนำธุรกิจสมัยข้ามาพัฒนาชุมชน   จนธุรกิจของเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว   คนในหมู่บ้านเห็นเค้ามีความสามารถและประสบความสำเร็จ

                วันหนึ่งชายผู้นี้ลงสมัครเลือกเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน  ทุกคะแนนเสียงโหวตให้ผู้ชายผู้นั้นคนเดียว   ชายหนุ่มผู้นั้นเข้ามาพัฒนาชุมชนจนเรียกว่า  ชุมชนตัวอย่าง   แต่ในการพัฒนาให้ผลประโยชน์กับตัวเค้า   เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างประสิทธิภาพ   หลังจากนั้นชายผู้นั้นลุจากอำนาจอยากเป็นใหญ่ในหมู่บ้าน   เขาพยายามเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างของสาธารณะประโยชน์ให้เป็นทุน   โดยใช้เหตุผลว่า   จะทำให้ง่ายแก่การพัฒนาและแสดงให้เห็นว่า 50% ถือโดยตัวแทนบริหารหมู่บ้าน  ที่เหลืออีก 49% ให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาถือครองได้  แต่ใน 100% เป็นคนของชายหนุ่มคนนั้นทั้งหมด

              สาธารณะประโยชน์ต่างๆแต่เดิมผลประโยชน์ต่างๆได้ 100%จะเข้ามาเป็นกองทุนในการพัฒนาหมู่บ้าน แต่ในปัจจุบันเหลือเพียง50%เท่านั้น  ที่เข้ามาพัฒนา  ที่เหลือ 50%ข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้น    ด้วยเหตุนี้ชุมชนอื่นเข้ามาตกลงซื้อหุ้น  ที่มีอยู่กว่า 50%คนในชุมชนไม่ขายให้ใคร  แต่คนของชายผู้นั้นขายสัดส่วนทั้งหมด50% ทำให้ชุมชนอื่นเข้ามาครองสาธารณะประโยชน์ของชุมชน    ทำให้คนในชุมชนต้องเสียเงินในการใช้สาธารณะประโยชน์

           คนในหมู่บ้านทนไม่ไว้  จึงขับไล่ชายคนนี้ออกจากการเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และได้ยึดทรัพย์สินเป็นของหมู่บ้าน และแต่งตั้งชายมีการศึกษาเป็นหัวหน้าแทน   โดยควบคุมของผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านอย่างเดียว  หลังจากนั้นหมู่บ้านแห่งนี้กลับมาสงบอย่างเดิม และชายผู้นั้นดำรงตำแหน่งและพัฒนาหมู่บ้านอย่างเจริญ

           สรุปเกี่ยวกับการพัฒนา   ถึงแม้ว่าชุมชนนี้จะพบปัญหาต่างๆแต่สามารถเปลี่ยนแปลงพัฒนาหมู่บ้านเล็กๆกลายเป็นหมู่บ้านธุรกิจและเป็นหมู่บ้านสงบ

          ในเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า     ความร่วมมือร่วมใจ  เป็นสิ่งสำคัญ  และพอประมาณแค่นี้มีความสุข

                  แหล่งที่มา...htt://talk.mthai.com/topic/56066

   

บทสรุปเรื่อง...ก้อนหินไร้ค่า  กับ  ชายหาปลาแสนดี

                 ณ.ริมทะเลแห่งหนึ่ง  มีก้อนหินก้อนหนึ่ง  ขอพรจากพระเจ้าให้คนเห็นค่ากับใครสักคน   ในแต่ละวันได้แต่นั่งขอพร

                 วันหนึ่งมีชายหาปลานำเรือผ่านมา  หินน้อยได้แต่คิดว่าไม่มีใครเห็นค่า  แต่ชายหาปลาเก็บหินน้อยไป  เพื่อนำไปจาระไนจนหินน้อยสวยราวกับเพชร   เขาภูมิใจและรักหินน้อย   วันหนึ่งหินน้อยขอพรให้หินน้อยกลายเป็นคน เพราะชายหาปลาผู้นี้เห็นค่าของ   แล้วพระเจ้าให้หินน้อยกลายเป็นคนและหินน้อยสัญญาว่า   จะจงรักภักดี  ซื่อสัตย์และรักด้วยหัวใจของลูก    และทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

                วันหนึ่งหินน้อยไม่เชื่อฟังชายหาปลา   หนีออกไปเที่ยวในเมือง  ไปพบกับชายคนหนึ่ง   หินน้อยคิดว่า  เขาสวย  คงชายหนุ่มคงเห็นค่าในตัวเขา   วันหนึ่งเขาเสียตัวให้ชายหนุ่ม   ชายหนุ่มบอกว่า  ฉันไม่เคยเห็นเธอมีค่ากับฉันเลย   หินน้อยร้องไห้เสียใจเดินออกมา   แล้วพบกับชายหาปลา    หินน้อยคิดว่า    ชายหาปลาคงเกลียดหินน้อยแล้ว   ชายหาปลาบอกว่า   กลับบ้านเราเถอะ   ทำกับข้าวของหินน้อยชอบมากมายพร้อมประคองหินน้อยกลับบ้านอย่างมีความสุข

                สรุปเกี่ยวกับการพัฒนา      คนเราถ้าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี  ก็ก่อผลให้ตัวเราเองและทำให้คนรอบข้างต้องลำบาก

                            ในเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า    อย่าวางใจคน   อย่าวางใจทาง   เดียวมันจะจนใจเอง               

                แหล่งที่มา... http://diary.postjung.com/lovepooh-

20101021.html