แผนการจัดการเรียนรู้ที่   8

 

สุขภาพ                                                                   รายวิชา   เพศศึกษา

ภาคเรียนที่   2   ปีการศึกษา   2553                       ระดับชั้น มัธยมศึกษาต้อนต้น

เรื่อง    ไม่มี  ไม่เท่                                                               เวลาเรียน   1   ชั่วโมง

                                                                              ผู้สอน  น.ส อนันตพร  พรมทอง 


สาระสำคัญ 

     ความต้องการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน  ด้วยการทำอะไรที่เหมือนๆกัน  รวมทั้งความรู้สึกต้องการตามแฟชั่น  เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ในช่วงวัยรุ่น   แต่ขณะเดียวกันวัยรุ่นก็ควรเรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเอง   และสร้างการยอมรับจากเพื่อนโดยไม่ใช้เพียงวัตถุเป็นตัวแทนการเป็นพวกเดียวกันเท่านั้น   นอกจากนั้น  วัยรุ่นยังควรเท่าทันเรื่องแฟชั่นว่าเป็นกระแสนิยม   ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว    การพยายามตามกระแส    โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม   อาจส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง

จุดประสงค์ 

   1.  บอกความหมายของแฟชั่น และ กระแสนิยม  และผลกระทบที่มีต่อวัยรุ่นได้

   2.  ระบุวิธีการสร้างการยอมรับจากเพื่อน  โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตัวเหมือนกัน

   3.  ยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบ  การเท่าทันกระแสแฟชั่น  และการทำตามกระแส

สาระการเรียนรู้ 

   1.  ความหมายของแฟชั่นและกระแสนิยม

   2.  ผลกระทบจากแฟชั่นและกระแสนิยมต่อวัยรุ่น

   3.  วิธีการสร้างการยอมรับจากเพื่อน  โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติเหมือนกัน

   4.  ตัวอย่างเปรียบเทียบ การเท่าทันกระแสแฟชั่น และการทำตามกระแส

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 

   ก. กิจกรรมของฮิตในอดีต 

1.ผู้สอนอธิบายถึงความหมายของ คำว่าแฟชั่นและกระแสนิยม  ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

2.ผู้สอนนำรูปภาพตัวอย่างมาประกอบการสอน  โดยถามความคิดเห็นของนักเรียนทั้งห้อง

3..ผู้สอนสุ่มถามนักเรียนว่ามีของฮิตในอดีต  ที่ปัจจุบันไม่ชอบหรือไม่ใช้แล้วหรือไม่  โดยตั้งคำถามว่า

    -ของชิ้นนี้ได้มาอย่างไร

    -รู้สึกอย่างไรที่ตัวเรามีของชิ้นนั้นในช่วงที่ของดังกล่าวเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้น

    -มีเหตุการณ์อะไรที่ประทับใจเกี่ยวกับของชิ้นนั้นบ้าง

4..ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนกลุ่มใหญ่ทั้งห้องคุย อภิปรายร่วมกัน ดังนี้

   ใช้คำถามชวนคิดในการถาม

      -ในช่วงนั้นกลุ่มเพื่อนของเราทุกคนมีของฮิตนั้นๆหรือไม่

      -ของฮิตนั้นเป็นของแบบเดียวกันทั้งกลุ่มหรือไม่

     - รู้สึกอย่างไรกับเพื่อนที่ไม่มีของดังกล่าวในช่วงนั้น

     -ถ้าเราเป็นฝ่ายไม่มีของฮิต  ในขณะที่เพื่อนๆมี  เราจะรู้สึกอย่างไร

     -ของฮิตเหล่านั้นยังคงเป็นของฮิตในตอนนี้สำหรับเราหรือไม่  เพราะเหตุใด

    - มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดกับการที่เราต้องมีของฮิตตามยุคสมัยเหมือนเพื่อนในกลุ่ม

5.ผู้ดำเนินกิจกรรมสรุปถึงความรู้สึกอยากมี  อยากได้   และพยายามที่จะมีของที่เป็นที่นิยมในช่วงหนึ่งๆนั้น เป็นเรื่องของกระแสนิยม   เนื่องจากเป็นความนิยมตามกระแส    เมื่อเวลาผ่านไป   ความนิยมก็จะเปลี่ยนไปด้วย   ดังตัวอย่างที่ผู้เรียนนำมาพูดคุยในวันนี้  กระแสนิยมอาจมีอิทธิพลต่อเราได้ไม่น้อย    โดยเปรียบเทียบจากการสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่มีของฮิต  กับผู้ที่ไม่มีของฮิต  ว่ารู้สึกแตกต่างกันอย่างไร

6.จากนั้นผู้ดำเนินกิจกรรมถามผู้เรียนว่า

  -เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเกิดความรู้สึกภูมิใจ  ดีใจกับสิ่งอื่นๆที่ไม่ใช่ของฮิตตามยุคสมัย  ถ้าเกิดได้  ขอให้ยกตัวอย่างว่าเป็นเรื่องอะไรบ้าง

  -ความรู้สึกต่อเรื่องนั้นๆจะเปลี่ยนไปหรือหมดไปได้หรือไม่  และเปลี่ยนแปลงได้ช้าหรือเร็วกว่า  เมื่อเทียบกับความภูมิใจที่ได้ของฮิตแบบที่เพื่อนมี

. กิจกรรม  ความในใจของแม่

7. ผู้ดำเนินกิจกรรมแจกแผ่นกิจกรรม  ความในใจของแม่   ให้ผู้เรียนทุกคน    บอกให้ทุกคนอ่านเรื่อง    และตอบคำถามในแผ่นกิจกรรมโดยไม่ต้องลงชื่อ  แต่ให้ระบุเพศ  ให้เวลา  5  นาที

8. เมื่อหมดเวลา  ผู้ดำเนินกิจกรรมเก็บแผ่นกิจกรรมคืนจากผู้เรียนทุกคน   และนับคะแนนแยกตามเพศ  และความความคิดเห็น  เขียนบนกระดาน

9..ขอฟังเหตุผลจากตัวแทนกลุ่มที่เห็นด้วยกับแม่  และกลุ่มที่เห็นด้วยกับน้อง

10.ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนผู้เรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามประเด็นต่อไปนี้

   -มีความรู้สึกอย่างไร ต่อความในใจของแม่

   -ใครคิดว่า  พ่อหรือแม่ของตัวเอง  อาจเคยมีความรู้สึกเหมือนกัน  ขออาสาสมัครเล่าประสบการณ์

   -ในกรณีที่คนอยากได้ของเป็นเราและได้รู้ความรู้สึกของแม่   เราจะทำอย่างไร

   -นักเรียนด้เรียนรู้อะไรจากกิจกรรมวันนี้  และจะนำสิ่งที่เรียนรู้วันนี้ ไปใช้ได้อย่างไร

11.ผู้ดำเนินการสรุปประเด็นสำคัญให้ผู้เรียนฟัง  ดังต่อไปนี้

    แฟชั่นกับวัยรุ่น     เป็นคำที่คู่กันมาทุกยุคทุกสมัย   และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าของสินค้าต่างๆต่างสนใจผลิตสินค้าออกมาหลากหลายเพื่อทำให้วัยรุ่นรู้สึกว่านี่คือแฟชั่น

   วัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่ม    ขณะเดียวกัน  ก็ต้องการมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  วัยรุ่นจึงมักรวมกลุ่มเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของกลุ่ม      และเป็นช่วงวัยที่มักเป็นไปตามกระแสนิยม   และเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกน้อยหน้าหรือแตกต่างจากเพื่อนในกลุ่ม   วัยรุ่นส่วนใหญ๋จึงต้องพยายามหาสิ่งของต่างๆให้เหมือนเพื่อนในกลุ่ม  ซึ่งมักจะมีการเปลี่ยนไปเรื่อยๆและเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วตามแฟชั่น

   การต้องมีของใหม่เสมอ  หมายถึง  การเพิ่มรายจ่ายของตนเองและครอบครัว ในขณะที่เรายังหารายได้เองไม่ได้   ซึ่งย่อมส่งผลต่อผู้เป็นพ่แม่หรือผู้ปกครองซึ่งเป็นคนดูแลเรา

   เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยสำคัญ  ที่ทำให้มิตรภาพในกลุ่มยั่งยืนระหว่างการเอื้ออาทรซึ่งกันและกันในกลุ่ม  กับการมีข้าวของเครื่องใช้ที่เหมือนกัน   ประการแรกย่อมมีความสำคัญกว่า

   แม้สื่อจะมีอิทธิพลสร้างค่านิยมในเรื่องแฟชั่นและของฮิตได้  แต่หากเรารู้เท่าทัน  เราก็สามารถเป็นตัวของเราเองโดยไม่ต้องตามแฟชั่น      หรือต้องเหมือนเพื่อนในกลุ่ม          และเลือกสร้างความสุขและคุณค่าของมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งวัตถุ

สื่อและอุปกรณ์ 

  1.  รูปภาพเปรียบเทียบการตามกระแสแฟชั่น และเท่าทันกระแส

  2.  แผ่นกิจกรรม ความในใจของแม่

การวัดและประเมินผล 

  1. สังเกตการมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม  และการอภิปรายแลกเปลี่ยน

  2. การทำแบบสอบถามความคิดเห็นเรื่องความในใจของแม่

แผ่นกิจกรรม 

ความในใจของแม่ 

 

   ลูกชายคนกลางชอบรบเร้าอยากมีนั่นมีโน้นแบบเพื่อนบ้านหรือตามอย่างที่เพื่อนเขามี       ตอนนี้ทำท่าจะอยากได้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้อีกแล้ว    ทำยังไงหนอ   ลูกถึงจะลด  “ความอยากได้”      ลงบ้าง   จะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่ได้มีสตางค์มาก  กว่าจะทำงานหามาได้ก็ลำบาก  และการอยากได้โน่นนี่ไม่รู้จักจบสิ้น  มันน่ารำคาญสำหรับคนได้ยิน และน่าเหนื่อยใจสำหรับคนหาเงิน

 

   คำถาม 

1.  หากเราเป็นพี่ของน้องชายคนนี้   เราจะเลือกอยู่ข้างน้องชายหรืออยู่ข้างแม่   เพราะเหตุใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.  เราจะมีวิธีพูดอย่างไร  เพื่อให้อีกฝ่ายที่เราไม่ได้เข้าข้าง  เข้าใจและยอมรับความคิดเห็นในการตัดสินใจของเรา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 

 

แผ่นกิจกรรม 

ความในใจของแม่

 

   ลูกชายคนกลางชอบรบเร้าอยากมีนั่นมีโน้นแบบเพื่อนบ้านหรือตามอย่างที่เพื่อนเขามี       ตอนนี้ทำท่าจะอยากได้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้อีกแล้ว    ทำยังไงหนอ   ลูกถึงจะลด  “ความอยากได้”      ลงบ้าง   จะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่ได้มีสตางค์มาก  กว่าจะทำงานหามาได้ก็ลำบาก  และการอยากได้โน่นนี่ไม่รู้จักจบสิ้น  มันน่ารำคาญสำหรับคนได้ยิน และน่าเหนื่อยใจสำหรับคนหาเงิน

 

   คำถาม

1.  หากเราเป็นพี่ของน้องชายคนนี้   เราจะเลือกอยู่ข้างน้องชายหรืออยู่ข้างแม่   เพราะเหตุใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.  เราจะมีวิธีพูดอย่างไร  เพื่อให้อีกฝ่ายที่เราไม่ได้เข้าข้าง  เข้าใจและยอมรับความคิดเห็นในการตัดสินใจของเรา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………