ประวัติศาสตร์ประเทศลาว 

ประวัติศาสตร์ลาวยุคต้น

?อาณาจักรล้านช้าง ประวัติศาสตร์ยุคแรกๆ ของลาว เชื่อว่าอยู่ภายใต้การครอบครองของอาณาจักรน่านเจ้ามีตำนานโดยขุนบรม และขุนลอ มีลูกสืบหลานต่อๆ กันมา จนถึงรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้มผู้รวบรวมอาณาจักรล้านช้างได้เป็นผลสำเร็จในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 19 และมีกษัตริย์ปกครองสืบทอดต่อกันมาหลายพระองค์ ที่สำคัญ เช่น

พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระองค์มีความสัมพันธไมตรีที่แนบแน่นกับกษัตริย์ไทย โดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช รัชสมัยของพระองค์นับเป็นยุคทองของราชอาณาจักรล้านช้าง ภายหลังเมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว เชื้อพระวงศ์ลาวต่างก็แก่งแย่งราชสมบัติกัน จนอาณาจักรล้านช้างแตกแยกเป็น 3 ส่วนคือ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์และอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ ต่างเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน และเพื่อชิงความเป็นใหญ่ต่างก็ขอสวามิภักดิ์ต่อเมืองเพื่อนบ้านเช่นไทย พม่า เพื่อขอกำลังมาสยบอาณาจักรลาวด้วยกัน ในลักษณะนี้ในที่สุดอาณาจักรลาวทั้ง 3 แห่งนี้จะตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2321

?

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช หน้าพระธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์

ความแตกแยกในอาณาจักรล้านช้าง

?

สงครามเจ้าอนุวงศ์

?

พ.ศ. 2369 อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์มีพระเจ้าอนุวงศ์เป็นกษัตริย์ ได้รับราชการกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแห่งกรุงสยามมีความชอบมาก จึงประทานเมืองจำปาสักให้เจ้าราชบุตรโย้ ราชโอรสของเจ้าอนุวงศ์ปกครอง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อมา เจ้าอนุวงศ์เห็นว่าเป็นช่วงเปลี่ยนแผ่นดินจึงคิดแยกตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นกับไทยอีกต่อไป จึงระดมกำลังรวมกับเจ้าราชบุตรโย้ซึ่งครองจำปาสักยกทัพมาตีสยามทางด้านภาคอีสานของไทยในปัจจุบัน พร้อมทั้งแสวงหาพันธมิตรจากหลวงพระบางและหัวเมืองล้านนาแต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง เนื่องจากหัวเมืองดังกล่าวฝักใฝ่กับฝ่ายไทยมากกว่า เมื่อกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาถึงเมืองนครราชสีมาเห็นจะทำการไม่สำเร็จจึงตัดสินใจเผาเมืองนครราชสีมาทิ้งและกวาดต้อนเชลยตามรายทางกลับไปเวียงจันทน์ ระหว่างทางเชลยที่ถูกกวาดต้อนก็ได้ลุกขึ้นต่อสู้กองทัพลาวที่ทุ่งสำริดจนเสียกำลังทหารลาวส่วนหนึ่งด้วย ด้านฝ่ายไทยซึ่งทราบข่าวค่อนข้างช้าก็ได้ส่งกองทัพภายใต้การนำของกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์และเจ้าพระยาบดินทรเดชา

?(สิงห์ สิงหเสนี) ขึ้นมาปราบปราม กองทัพเจ้าอนุวงศ์สู้ไม่ได้จึงแตกพ่าย ตัวเจ้าอนุวงศ์และราชวงศ์เชื้อสายก็ต้องหนีภัยไปพึ่งจักรวรรดิเวียดนาม ฝ่ายสยามจึงยึดกรุงเวียงจันทน์ไว้โดยยังมิได้ทำลายเมืองลงแต่อย่างใด เป็นแต่แต่งกองทหารจำนวนหนึ่งรักษาเมืองไว้เท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2371 เจ้าอนุวงศ์ได้กลับมายังกรุงเวียงจันทน์โดยมากับขบวนราชทูตเวียดนามพามาเพื่อขอสวามิภักดิ์สยามอีกครั้ง แต่พอสบโอกาสเจ้าอนุวงศ์จึงนำทหารของตนฆ่าทหารไทยที่รักษาเมืองจนเกือบทั้งหมดและยึดกรุงเวียงจันทน์คืน กองทัพสยามจึงถอนกำลังเพื่อรวบรวมกำลังพลและยกทัพมาปราบปรามเจ้าอนุวงศ์อีกครั้ง ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์เมื่อสู้กองทัพไทยไม่ได้จึงไปหลบภัยที่เมืองพวน (แขวงเชียงขวางในปัจจุบัน) แต่เจ้าน้อยเมืองพวนกลับจับตัวเจ้าอนุวงศ์และพระราชวงศ์ที่เหลืออยู่ส่งลงมากรุงเทพ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระพิโรธเจ้าอนุวงศ์มากจึงทรงให้คุมขังเจ้าอนุวงศ์ประจานกลางพระนครจนสิ้นพระชนม์ ส่วนกรุงเวียงจันทน์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทำลายจนไม่เหลือสภาพความเป็นเมือง และตั้งศูนย์กลางการปกครองฝ่ายไทยเพื่อดูแลอาณาเขตของอาณาจักรเวียงจันทน์ที่เมืองหนองคายแทน เมืองเวียงจันทน์ที่ถูกทำลายลงในครั้งนั้นมีเพียงแค่หอพระแก้วและวัดสีสะเกดเท่านั้นที่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน

?

สงครามเจ้าอนุวงศ์ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างราชอาณาจักรสยามและจักรวรรดิเวียดนาม จนกระทั่งเกิดสงครามที่เรียกว่า “อานามสยามยุทธ” เป็นระยะเวลาถึง 14 ปี เพราะทั้งสองอาณาจักรล้วนต้องการขยายอิทธิพลของตนเข้าไปในดินแดนลาวและเขมร ทั้งสงครามนี้ยังเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลระหว่างไทยกับลาวสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน

?

การขยายอำนาจของฝรั่งเศสสู่ลุ่มแม่น้ำโขง

อินโดจีนฝรั่งเศส

?

แผนที่การเสียดินแดนของไทยให้แก่ชาติตะวันตก พื้นที่สีฟ้าแสดงดินแดนลาวส่วนที่ไทยยกให้ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) พื้นที่สีฟ้าหม่นแสดงดินแดนลาวส่วนที่ไทยยกให้ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904)ครั้นถึงช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ต่อช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ประเทศฝรั่งเศสเริ่มให้ให้ความสนใจที่จะขยายอำนาจเข้ามาสู่ดินแดนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อหาทางเข้าถึงดินแดนตอนใต้ของจีนเพื่อเปิดตลาดการค้าแห่งใหม่แข่งกับอังกฤษ ซึ่งสามารถยึดพม่าได้ก่อนหน้านั้นแล้ว โดยฝรั่งเศสเริ่มจากการยึดครองแคว้นโคชินจีนหรือเวียดนามใต้ก่อนในปี พ.ศ. 2402 รุกคืบเข้ามาสู่ดินแดนเขมรส่วนนอกซึ่งไทยปกครองในฐานะประเทศราชในปี พ.ศ. 2406 (ไทยตกลงยอมสละอำนาจเหนือเขมรส่วนนอกอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2410) จากนั้นจึงได้ขยายดินแดนในเวียดนามต่อจนกระทั่งสามารถยึดเวียดนามได้ทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2426 พรมแดนของสยามทางด้านประเทศราชลาวจึงประชิดกับดินแดนอาณานิคมของฝรั่งเศสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

?

ในระยะเวลาเดียวกัน ในประเทศจีนได้เกิดเหตุการณ์กบฏไท่ผิงต่อต้านราชวงศ์ชิง กองกำลังกบฏชาวจีนฮ่อที่แตกพ่ายได้ถอยร่นมาตั้งกำลังซ่องสุมผู้คนอยู่ในแถบมณฑลยูนนานของจีน ดินแดนสิบสองจุไทย และตามแนวชายแดนประเทศราชลาวตอนเหนือ กองกำลังจีนฮ่อได้ทำการปล้นสะดมราษฏรตามแนวพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สร้างปัญหาต่อการปกครองของทั้งฝ่ายไทยและฝรั่งเศสอย่างยิ่ง เพราะส่งกำลังไปปราบปรามหลายครั้งก็ยังไม่สงบ เฉพาะกับอาณาจักรหลวงพระบางนั้น ทางกรุงเทพถึงกับต้องปลดพระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร เจ้าผู้ครองนครหลวงพระบางออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถรักษาเมืองและปล่อยให้กองทัพฮ่อเข้าปล้นสะดมและเผาเมืองหลวงพระบางลง และตั้งเจ้าคำสุกขึ้นเป็นพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ปกครองดินแดนแทน

?

ไทย (หรือสยามในเวลานั้น)จึงร่วมกับฝรั่งเศสปราบฮ่อจนสำเร็จ โดยทั้งสองฝ่ายไล่ตีกองกำลังจีนฮ่อจากอาณาเขตของแต่ละฝ่ายให้มาบรรจบกันที่เมืองแถง (เดียนเบียนฟูในปัจจุบัน) แต่ก็เกิดปัญหาใหม่ คือ ฝ่ายฝรั่งเศสฉวยโอกาสอ้างสิทธิปกครองเมืองแถงและสิบสองจุไทย โดยไม่ยอมถอนกำลังทหารออกจากเมืองแถงเพราะอ้างว่าเมืองนี้เคยส่งส่วยให้เวียดนามมาก่อน ปัญหาดังกล่าวนี้มีที่มาจากภาวะการเป็นเมืองสองฝ่ายฟ้าของเมืองปลายแดน ซึ่งจะส่งส่วยให้แก่รัฐใหญ่ทุกรัฐที่มีอิทธิพลของตนเองเพื่อความอยู่รอด

?

พระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) แม่ทัพฝ่ายไทย เห็นว่าถ้าตกลงกับฝรั่งเศสไม่ได้จะทำให้ปัญหาโจรฮ่อบานปลายแก้ยาก จึงตัดสินใจทำสัญญากับฝรั่งเศสในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2431 ให้ฝ่ายไทยตั้งกำลังทหารที่เมืองพวน (เชียงขวาง) ฝรั่งเศสตั้งกำลังทหารที่สิบสองจุไทย ส่วนเมืองแถงเป็นเขตกลางให้มีทหารของทั้งสองฝ่ายดูแลจนกว่ารัฐบาลทั้งสองชาติจะเจรจาเรื่องปักปันเขตแดนได้ ผลจากสนธิสัญญานี้แม้จะทำให้ฝ่ายไทยร่วมมือปราบฮ่อกับฝรั่งเศสจนสำเร็จ และสามารถยุติความขัดแย้งเรื่องแคว้นสิบสองจุไทย เมืองพวน และหัวพันทั้งห้าทั้งหกยุติลงไปชั่วคราว แต่ก็ต้องเสียดินแดนสิบสองจุไทยโดยปริยายไป

วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 และการสูญเสียอำนาจอธิปไตยเหนือลาวของไทย

?ส่วนนี้ของบทความยังไม่สมบูรณ์ คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนนี้

?

ดินแดนลาวทั้งหมดก็เปลี่ยนไปตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ ประเทศฝรั่งเศส จากการใช่เล่ห์เหลี่ยมของโอกุสต์ ปาวี กงสุลฝรั่งเศส โดยการใช้เรือรบมาปิดอ่าวไทยเพื่อบังคับให้ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมทั้งดินแดนอื่น ๆ ลาวถูกรวมเข้าเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2436

?

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้รุกเข้ามาในลาวและดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศสอื่นๆ เมื่อญี่ปุ่นใกล้แพ้สงคราม ขบวนการลาวอิสระซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อกู้เอกราชลาวในเวลานั้นประกาศเอกราชให้ประเทศลาวเป็นประเทศ ราชอาณาจักรลาว หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสก็กลับเข้ามามีอำนาจในอินโดจีนอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากการที่เวียดมินห์ปลดปล่อยเวียดนามได้ จึงเป็นการสั่นคลอนอำนาจฝรั่งเศสจนยอมให้ลาวประกาศเอกราชบางส่วนในปี พ.ศ. 2492 และได้เอกราชสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2496 ภายหลังฝรั่งเศสรบแพ้เวียดนามที่เดียนเบียนฟู ผู้ที่มีบทบาทในการประกาศเอกราชคือ เจ้าสุวรรณภูมา เจ้าเพชรราช และ เจ้าสุภานุวงศ์ โดยมีเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ามหาชีวิต (พระมหากษัตริย์) จากอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางเดิม และได้รวมทั้ง 3 อาณาจักรคือ ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทน์ และ ล้านช้างจำปาศักดิ์ เข้าด้วยกันเป็นราชอาณาจักรลาว

?

ยุคพระราชอาณาจักรลาวและสงครามกลางเมือง

?พระราชอาณาจักรลาว

?

พ.ศ. 2502 เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์เสด็จสวรรคต เจ้าสว่างวัฒนาจึงขึ้นครองราชย์เป็นเจ้ามหาชีวิตแทน เหตุการณ์ในลาวยุ่งยากมาก เจ้าสุภานุวงศ์ 1 ในคณะลาวอิสระประกาศตนว่าเป็นพวกฝ่ายซ้ายนิยมคอมมิวนิสต์ และเป็นหัวหน้าขบวนการปะเทดลาว ได้ออกไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในป่า เนื่องจากถูกฝ่ายขวาในลาวคุกคามอย่างหนัก ถึงปี 2504 ร้อยเอกกองแลทำการรัฐประหาร รัฐบาลเจ้าสุวรรณภูมา แต่ถูกกองทัพฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายรุมจนพ่ายแพ้ กองแลต้องลี้ภัยไปสหรัฐจนถึงปัจจุบัน

?

เหตุการณ์ทางการเมืองในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้นบังคับให้ลาวต้องตกอยู่ท่ามกลางสงครามอินโดจีนครั้งที่สอง ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรก และเป็นปัจจัยก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองและรัฐประหารหลายครั้งด้วยกัน จนถึงปี พ.ศ. 2518 พรรคประชาชนปฏิวัติลาวซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และคอมมิวนิสต์เวียดนามโดยการนำของ เจ้าสุภานุวงศ์ ก็ล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเจ้ามหาชีวิตสว่างวัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาสำเร็จ จึงนำเจ้ามหาชีวิตและมเหสีไปคุมขังในค่ายกักกันจนสิ้นพระชนม์ และสถาปนาประเทศลาวเป็น “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518

?

?สมัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สภาพการปกครอง และการบริหารด้านเศรษฐกิจของลาวเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในระยะหลังของทศวรรษ 1980 ต่อมาเมื่อเจ้าสุภานุวงศ์สละตำแหน่งจากประธาน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อจากเจ้าสุภานุวงศ์คือ ท่านไกสอน พมวิหาน และเมื่อท่านไกสอนถึงแก่กรรมกระทันหัน ท่าน หนูฮัก พูมสะหวัน ก็ได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อมา ยุคนี้ลาวกับไทยเปิดสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว ในปี พ.ศ. 2538 ต่อมาท่านหนูฮักสละตำแหน่ง ท่านคำไต สีพันดอนรับดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อ จนถึงปี พ.ศ. 2549 ท่านคำไตลงจากตำแหน่ง ท่านจูมมะลี ไซยะสอน จึงเป็นผู้รับตำแหน่งประธานประเทศลาวคนปัจจุบันแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

?

?????????? แขวงจำปาสัก เป็นแขวงของ สปป.ลาว ที่อยู่ทางใต้ของประเทศ โดยด้านทิศตะวันออกของแขวง จะติดกับจังหวัดอุบลราชธานี

?????????? แขวงจำปาสัก ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศ เป็นป่าเขา อาณาเขตทั้งสองประเทศติดกันเป็นพื้นดิน ซึ่งในการเดินทาง เข้า-ออก จะต้องผ่านทางด่านช่องเม็ก ที่อำเภอสิรินธร ดังนั้น ผู้ที่คิดจะเดินทางเพื่อเข้าชม ความ งามทางธรรมชาติ ของแขวงจำปาสัก ท่านจะต้องติดต่อ เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศ สปป.ลาว ได้ที่ สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัด ซึ่ง รายละเอียดในการขออนุญาตคลิกตรงนี้

????????? เพื่อให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น จังหวัดจึงขอ นำเสนอข้อมูล ซึ่งเป็นรายละเอียดของแขวงจำปาสัก รวมทั้ง แหล่งท่องเที่ยวในแขวงจำปาสัก พอสังเขป ดังนี้

????????? แขวงจำปาสัก เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ทาง ด้าน ธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งถ้าดูตามแผนที ในเขต การปกครองของประเทศแล้ว ดินแดนแขวงจำปาสัก จะตั้งอยู่ทางภาคใต้สุดของประเทศ สปป.ลาว ที่มีชายแดน ติดกับหลายแขวงด้วยกัน รวมทั้งประเทศไทย และประเทศ กัมพูชาประชาธิปไตยด้วย ตามรายละเอียดดังนี้

????????? ทิศเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะติดกับ แขวงสาระหวัน สปป.ลาว

????????? ทิศตะวันออก ติดกับ แขวงเซกอง และแขวง อัตตะบือ สปป.ลาว

????????? ทิศใต้ ติดกับ? ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย

????????? ทิศตะวันตก ติดกับ จังหวัดอุบลราชธานี ของประเทศไทย

????????? แขวงจำปาสัก? เป็นแขวงที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีพลเมืองประมาณ ห้าแสนกว่าคน มีเนื้อที่ ของแขวงประมาณ 15,410 ตารางกิโลเมตร

????????? แขวงจำปาสัก? นับว่าเป็นศูนย์กลางทางด้าน เศรษฐกิจ ใน 4 แขวงภาคใต้ ของ สปป.ลาว และ ยังมี บทบาทเขื่อมโยง ทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม กับหลาย ประเทศในภาคพื้นด้วย โดยที่ตั้ง และ ภูมิประเทศ มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และแหล่งวัฒนธรรม แขวงจำปาสัก ได้มีการตั้งสมยานามว่าเป็นดินแดน “ช้างป่างานิล” ซึ่งเป็นดินแดนวัตถุโบราณ มีปูชนียสถาน อันลือชื่อหลายแห่ง ด้วยกัน

????????? แหล่งท่องเที่ยว จะประกอบไปด้วย

?????????????? 1. น้ำตกตาดหลี่ผี, คอนพะเพ็ง, ชมทางรถไฟที่สร้างขึ้นในสมัยฝรั่งเศส อยู่ในพื้นที่เขตเมืองโขง แขวงจำปาสัก

?????????????? 2. ชมตาดผาส้วม ที่เมืองบาจรงเจริญสุข

????????????? ?3. ชมตาดฟาน ซึ่งเป็นตาดที่สูงที่สุด ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ของป่าเขาลำเนาไพร ที่เมืองปากช่อง

?????????????? 4. ชมธรรมชาติของชีวิตสัตว์ เช่น ช้างที่บ้าน พะโพ โดยอนุญาติให้นักท่องไพรทั้งหลาย ได้ขี่ช้างชมธรรมชาติ ที่เมืองปะทุมพร

?????????????? 5. ชมเขื่อนผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นแหล่งที่ สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ที่น้ำตกเซเซ็ด และน้ำตกห้วยเหาะ เขตเมืองปากช่อง

?????????????? 6. ชมวิวทิวทัศบริเวณท่าแพ ท่าข้ามแม่น้ำโขง ระหว่างเมืองเก่า กับเมืองปากเซ

????????? แหล่งวัฒนธรรม แขวงจำปาสักมีแหล่ง อารยธรรมหลายแห่งด้วยกัน ประกอบ ด้วย

?????????????? 1. วัดพู ซึ่งเป็นเมืองโบราณของจำปาสัก

?????????????? 2. พูอาสา ที่เมืองปะทุมพร

?????????????? 3. เรือนหินแกะสลัก ที่เมืองสุขุมา

????????? งานบุญประเพณี

?????????????? 1. งานบุญแข่งเรือออกพรรษา ที่เซโดม เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก

?????? ????????2. งานบุญนมัสกาล ประสาทหินวัดพู ชมพิธีแห่นางสีดา ประจำปี

?????????????? 3. งานบุญนมัสกาลอุมิง เรือนหิน ที่เมืองปะทุมพร

????????? อาหาร และของที่ระลึก

?????????????? 1. ผลไม้ปลอดสารพิษ ที่เมืองปากช่อง เมืองบาจรงเจริญสุข

?????????????? 2. ปิ้งไก่, ข้าวหลาม, ต้มไก่ใส่ไข่มดแดง ในงานบุญวัดพู

?????????????? 3. อาหารปลาสดๆ ที่ดอนโขง และที่คอนพะเพ็ง เขตเมืองโขง

?????????????? 4. สิ้นผ้าไหม โดยฝีมือชาวบ้านอันปราณีต และลือชื่อ ที่บ้านสะพ่าย เมืองชนะสมบูรณ์

คู่มือการเดินทางเข้า สปป.ลาว ผ่านทาง ด่านช่องเม็ก => เมืองเก่า – ปากเซ แขวงจำปาสัก

<> สถานที่ท่องเที่ยวใน แขวงจำปาสัก <> แผนที่แหล่งท่องเที่ยว แขวงจำปาสัก <>

1. หลักฐานการเดินทาง

ใบอนุญาตผ่านแดน (Border Passed) ให้ขอได้จากสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหน้าหลัง จำนวน 3 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้องด้วย)

สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 3 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้องด้วย)

รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป

2. การปฏิบัติ

ให้ยื่นคำร้องขออนุญาตผ่านแดน พร้อมหลักฐานดังกล่าวล่วงหน้า 3 วันราชการ ต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ ที่สำนักงานจังหวัด ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

ในกรณีที่ผู้ติดตาม (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น) อายุไม่เกิน 15 ปี ให้ติดรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 3 รูป เพื่อประกอบหลักฐาน

ข้าราชการที่จะเดินทางผ่านแดนต้องได้รับอนุมัติจาก รัฐมนตรีเจ้าสังกัด

3. กำหนดเวลาเดินทาง

ทัศนาจร หรือท่องเที่ยว 3 วัน

ติดต่อธุรกิจการค้า หรือเยี่ยมญาติ 7 วัน

ติดต่อธุรกิจการค้า (มีใบทะเบียนการค้ากับ สปป.ลาว) 30 วัน

การนำพาหนะข้านแดนเข้าไปในลาว ผู้ขับต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับขี่ และใบเสียภาษีรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ และถูกต้อง ต้องมีเงินสดเป็น หลักทรัพย์ หรือบุคคลที่เชื่อถือได้เป็นผู้ค้ำประกัน

4. ขั้นตอนการยื่นหนังสื่อเดินทาง

เมื่อได้รับอนุญาตผ่านแดนแล้ว ในวันเดินทางหรือก่อนเดินทาง 1 วัน ให้นำเอกสารไปยื่นที่ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอพิบูลมังสาหาร เพื่อตรวจสอบจำนวนคน เจ้าของรถ ใบขับขี่ และใบเสียภาษีรถยนต์

นำเอกสารดังกล่าว ไปตรวจสอบที่ด่านศุลกากรพิบูลมังสาหาร แล้วจึงนำไปจุดตรวจที่ด่านช่องเม็ก

ติดต่อด่านศุลกากรลาว เพื่อตรวจสอบหลักฐาน และชำระค่าธรรมเนียม

5. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ไปท่องเที่ยวไปเยี่ยมญาติ เสียค่าธรรมเนียมผ่านแดน (ลาว) คนละ 125 บาท

ติดต่อธุรกิจการค้า เสียค่าธรรมเนียมผ่านแดน (สปป.ลาว) คนละ 220 บาท

วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เสียค่าพาหนะที่พรมแดนไทย คันละประมาณ 500 บาท ซึ่งวันราชการไม่เสียค่าพาหนะและค่าล่วงเวลา

เมื่อเดินทางจากช่องเม็กไปแล้ว เมื่อถึงเมืองเก่าโพนทอง ก็จะมีเส้นทางให้เลือกอยู่ 2 เส้นทางคือ

???? - เส้นทางเก่า ข้ามแพขนานยนต์ ซึ่งข้ามจากท่าข้ามเมืองเก่าโพนทอง ไปยังท่าแพเมืองปากเซ รถ 1 คัน ค่าใช้จ่ายเที่ยวละประมาณ 195 บาท

???? - เส้นทางใหม่ ข้ามทางสะพาน ลาว-ญี่ปุ่น (สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2) เมืองปากเซ แขวง จำปาสัก สปป.ลาว ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่านทาง โดยคิดอัตราค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน ดังนี้

ประเภทรถ ราคา/กีบ

1. รถเครื่อง, สามล้อถีบ, รถลาก

2. รถสามล้อเครื่อง

3. รถตุ๊กตุ๊ก, สกายแล็ป, ต๊อกๆ

4. รถเก๋ง, รถกะบะ

5. รถโดยสาร หรือรถบัสไม่เกิน 15 ที่นั่ง

6. รถโดยสาร หรือรถบัสไม่เกิน 35 ที่นั่ง

7. รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก

8. เครื่องจักรประเภทล้อยางทุกชนิด

9. รถโดยสาร หรือรถบัสเกิน 35 ที่นั่ง

10. รถบรรทุก 6 ล้อใหญ่

11. รถบรรทุก 10 ล้อใหญ่

12. รถลาก

13. รถพ่วง

14. รถบรรทุกเกิน 18 ล้อขึ้นไป 500 กีบ => 2.5 บาท

1,000 กีบ => 5 บาท

2,000 กีบ => 10 บาท

5,000 กีบ => 25 บาท

10,000 กีบ => 50 บาท

15,000 กีบ => 75 บาท

20,000 กีบ => 100 บาท

25,000 กีบ => 125 บาท

25,000 กีบ => 125 บาท

27,000 กีบ => 135 บาท

34,000 กีบ => 190 บาท

47,000 กีบ => 235 บาท

52,000 กีบ => 260 บาท

62,000 กีบ => 310 บาท

หมายเหตุ?? เพื่อความสะดวก กรุณาเตรียมเงินให้ครบตามประเภทรถของท่าน อัตราแลกเปลี่ยน โดยประมาณ ณ ขณะนี้ 1 บาท ประมาณ 200 กีบ

?

เมื่อเดินทางถึงเมืองปากเซแล้ว ให้นำเอกสารผ่านแดน ไปแจ้งเข้าเมือง ที่แผนกจราจร และ ที่ทำการ แขวงจำปาสัก และเมื่อจะเดินทางกลับให้นำเอกสารชุดเดิม ไปแจ้งขออนญาตออกนอกเมือง ที่แผนกจราจร

ผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎดังกล่าวข้างต้น จะต้องเสียค่าสินไหม หรือค่าปรับตั้งแต่ 100 – 500 บาท

6. ข้อปฏิบัติเมื่อเดินทางกลับมาถึงพรมแดนช่องเม็ก

นำเอกสารผ่านแดนที่มีใบสลักหลังของแผนกจราจร และที่ทำการอำเภอ ยื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร (ลาว) เพื่อขอคืนเอกสารเดินทาง

นำเอกสารการเดินทางมายื่นที่เจ้าหน้าที่พรมแดนช่องเม็กและด่านศุลกากร (ไทย) เพื่อตรวจ สอบหลักฐาน และจำนวนคน

นำเอกสารเดินทางมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านช่องเม็ก เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

7. ค่าล่วงเวลา

การเดินทางกลับถึงด่านศุลกากร (ไทย – ลาว) ต้องอยู่ในช่วงเวลาราชการ

?( 08.00 – 12.00 น.และ 13.00 – 16.30น.) คือในเวลาราชการเท่านั้น หากเลยเวลาดั้งกล่าว จะต้องเสียเงินค่าล่วง เวลาทำงาน คนละ 5 บาท ค่ารถคันละ 25 บาท?

เฮฮาภาษาลาว

1.เวียงจันทรือยุ่ห่างจากหนองคายแค่25กม.เอง

2.อยากรุ้ว่าเวียงจันทร์ลักษณะเป็นยังไงก็ลองไปดูแถวๆจักหวัดพิจิตรหรืออุทัยธานีนั่นแหละ

3.น้ำ1แก้วเรียกว่า 1จอก

4.บริษัทPEPSI ชื่อ บริษัทน้ำหวานลาวจำกัด

5.ปตท.ของลาวเรียก ชฟล. —เชื้อไฟลาว—

6.ที่ลาวมีบริษัทเบียร์เพียงแห่งเดียว ชื่อเบียร์ลาว (ที่คนไทยอ่านว่าเขยลาวน่ะ)

7.ไฮลักซ์วีโก้ที่ลาวขายขันละล้านกว่าบาท

8.ระบเครือข่ายของลาว(คิดว่ามีอันเดียวนะ)ชื่อว่า TANGO ใช้สีส้มเหมือนorange

9.ที่ลาวเต้นฮิปฮ็อพก็มีเหมือนกัน แต่มีผ้าขาวม้าคาดคอเวลาเต้น

10.ไฟแดงเรียกไฟอำนาจ ไฟเหลืองเรียกไฟวัยรุ่น ไฟเขียวเรียกไฟเสรี

11.ที่ลาวไม่มีรถทัวร์ปรับอากาศ2ชั้น

12.ที่ลาวมีมหาลัย 3แห่ง จบแล้วได้ปริญญา แต่เที่ยบเท่าอนุปริญญาของบ้านเรา

13.คนลาวฟังภาษาไทยรุ้เรื่องนะจ๊ะ ไม่ต้องห่วง(ตอนเราไปเที่ยวเวียงจันทร์เค้าพูดไทยกันชัดมากๆๆๆ) ชนิดที่ว่าถ้าไม่บอกไม่รุว่าไม่ใช่คนไทย

14.อย่าคิดว่าของที่ลาวจะถูกโดยเฉพาะของกิน โรตี1อันเท่าๆกับ40บาทไทยเลย

15.คนลาวได้เงินเดือนกันเป็นแสน คนขับแท็กซี่ได้ประมาณ500000กว่ากีบ(เราถามมา) แต่พอคิดเป็นเงินไทย แค่1000กว่าๆเท่านั้นเอง

16.สินค้าถูกๆก็มีนะ เช่น แว่นตากันแดด แบบที่ซื้อเหมาอ่ะ แต่12อันจะมีสักอันนี่แหละที่สมประกอบ

17.โรง‘บาล เรียกโรงหมอ ห้องคลอดเรียกห้องประสูติ ห้องผ่าตัดเรยีกห้องปาด และICUเรียกห้องมรสุมเพราะเข้าไปแล้วอาจไม่รอด คิๆ

18.คนลาวได้เหงแอ๊ดคาราบาวแค่ครั้งเดียว เพราะดันเรียกวงเค้าว่า “วงหัวคว_แดง” แล้วเวลาซื้อคาราบาวแดง คงรุ้นะว่าพูดยังไง คิๆ

19.เวลาชมผู้หญิงให้พูดว่า สวยตายห่า หรือถ้าเรียกว่า”แม่”เค้าจะดีใจเพราะดูมีค่า ถาชมผู้ชายให้ชมว่า “หล่อชิบหาย” (อันนี้ไม่รุจิงมั้ยไม่ แต่ไม่ควรเสี่ยงอย่างยิ่ง)

20.เวลาถ่ายรุปหมู่เค้าเรียกว่า”แหกตาสมัคคี” 21.ผู้วชาญเฉพาะสาขา เรียกว่า ผูเซี่ยวซาญลงลึก

22.ห้องตรวจภายในเรียกว่า ห้องจ๊กเบิ่ง (ไม่ได้ทะลึ่งค่ะ)

23.ชนแก้วเรียกว่า ตำจอก *** คำกล่าต้อนรับ เรียกว่า ขอให้ม่วนซื่นเมืองลาว*** หนังที่จะเข้ามาเล่นต้องเปลี่ยนชื่อค่ะ *หวานมันฉันกับเธอ – หวานจ้อยข้อยกับเจ้า *เด็กกำพร้า – เด็กน้อยบ่มีพ่อบ่มีแม้ *ตามล่าหนวดหิน – ตามล่าบักหน้า ฟังกันไปขำๆนะคะ คนเมืองลาวน่ารักดีค่ะ เป็นกันเอง แต่เวียงจันทร์ไม่มีอารายจิงๆ เหมือนต่างจังหวัดที่เล็กๆหน่อยของไทย แต่ผู้คนน่ารักค่ะ ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าธรรมดา แต่ส่วนใหญ่จะใส่กับผ้าถุงที่เรียนว่า ผ้าซิ่น

 

อ้างอิง http://www.go-lao.com/blog/laos-history/