ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์  ได้แก่

CPU
 Main board
Memory [RAM ]
Hard disk
Floppy Disk
Display Card
CD-ROM
Sound card
Monitor
Case
Mouse
Keyboard 

http://gotoknow.org/blog/kruarmnaja/326680

CPU คือ อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์ โดย จะเป็นตัวกำหนดความสำคัญของอุปกรณ์ว่าตัวใดมีความสำคัญมากกว่ากัน การแจ้งกับซีพียูว่าจะขอเฉพาะอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากกว่าเท่านั้น ส่วนตัวที่สำคัญน้อยกว่าจะไม่สามารถใช้งานได้


http://www.aomkod.com/?p=180

Main board (แผงวงจรหลัก)
เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญรองมาจากซีพียู เมนบอร์ดทำหน้าที่ควบคุม ดูแลและจัดการๆ ทำงานของ อุปกรณ์ชนิดต่างๆ แทบทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ซีพียู ไปจนถึงหน่วยความจำแคช หน่วยความจำหลัก ฮาร์ดดิกส์ ระบบบัส บนเมนบอร์ดประกอบด้วยชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ดังนี้

  1. ชุดชิพเซ็ต
  2. หน่วยความจำรอมไบออส และแบตเตอรรี่แบ็คอัพ
  3. หน่วยความจำแคชระดับสอง



RAM เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่มีความสำคัญต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลและชุดคำสั่งเพื่อให้กับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ใช้ในการประมวลผล ทำให้การทำงานหรือประมวล
ข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
RAM ย่อมาจากคำว่า Random-Access Memory เป็นหน่วยความจำสำรองของระบบคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่รับข้อมูลเพื่อส่งไปให้ CPU ประมวลผล ซึ่งหน่วยความจำชนิดนี้จะอนุญาตให้เขียนและอ่านข้อมูลได้ในตำแหน่งต่างๆ อย่างอิสระ และรวดเร็วพอสมควร ซึ่งต่างจากสื่อเก็บข้อมูลชนิดอื่นๆ อย่างเช่น เทป หรือดิสก์ ที่มีข้อจำกัดในการอ่านและเขียนข้อมูลที่ต้องทำตามลำดับก่อนหลังตามที่จัดเก็บไว้ในสื่อ หรือมีข้อกำจัดแบบ ROM ที่อนุญาตให้อ่านเพียงอย่างเดียว
 
Hard disk
ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลมาประมวลผลก็ต้องมีข้อมูล ซึ่งข้อมูลนั้นจะต้องถูกนำมาจากที่แห่งหนึ่งนั้นก็คือส่วนที่เรียกว่า Storage ซึ่งคอมพิวเตอร์ในยุคแรกจะเป็นกระดาษที่เป็นรู ซึ่งใช้งานยาก จากนั้นได้พัฒนามาใช้ แผ่นพลาสติกที่เครื่องด้วยสารแม่เหล็ก ที่เรียกว่า Diskette ต่อมาเมื่อข้อมูลมากขึ้นจำนวนการเก็บข้อมูลก็มากขั้นทำให้การเก็บข้อมูลลงบนแผ่น Diskette นั้นไม่เพียงพอ ต่อมาก็ทำการพัฒนามาเป็น Hard Disk ในปัจจุบัน ระบบของ Hard disk ต่างจากแผ่น Diskette โดยจะมีจำนวนหน้าในการเก็บข้อมูลมากกว่า 2 หน้า ในการเก็บข้อมูลของ Hard Disk นั้นก็ไม่ต่างกับการเก็บข้อมูลลงบน Diskette ทั่วไปมากนัก Hard Disk ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กมากกว่า 2แผ่นเรียงกันอยู่บนแกน Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อมๆกัน Hard Disk ใช้หัวอ่านเพียงหัวเดียวในการทำงาน ทั้งอ่านและเขียนข้อมูล ในการเขียนข้อมูลหัวอ่านจะได้รับกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าสู่คอยล์ของหัวอ่าน เพื่อรับข้อมูล เป็นการแปลงความหนาแน่นของสารแม่เหล็กที่เคลือบอยู่บน Disk ออกมาให้กับ CPU เพื่อทำการประมวลผล ส่วนการเก็บข้อมูล จะเก็บอยู่ในรูปแบบของสัญญาณดิจิตอล โดยเก็บเป็นเลขฐาน 2 คือ 0 และ 1
Floppy Disk คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งจัดอยู่ในประเภทอุปกรณ์หน่วยความจำสำรองปัจจุบันเรานิยมใช้แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 " มีความจุเท่ากับ 1.44 MB หรือสามารถเก็บข้อมูลได้ประมาณ 1,440,000 ตัวอักษร
ด้านหน้าของ Floppy Disk
1 Jacket คือ พลาสติกหุ้มดิสก์
2 Shutter คือ หน้าต่างปิดช่องอ่านดิสก์
3 Label คือ ป้ายชื่อเป็นกระดาษสติกเกอร์
ด้านหลังของ Floppy Disk
4 Write Protect ตัวเลื่อนป้องกันการลบและการบันทึกข้อมูลกับดิสก์
จากรูป
เลื่อนขึ้น = ล็อคแผ่น
เลื่อนลง = ปลดล็อค
Display Card
การ์ดแสดงผลหรือการ์ดจอ หรือเรียกอีกอย่างก็คือ VGA Card (Video Graphic Array) ถ้าเป็นการ์ดรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้สำหรับเล่นเกมก็จะเรียกว่า 3D Card ซึ่งเป็นการ์ดที่ช่วยให้การแสดงรูปภาพที่เป็นภาพสามมิติทำได้เร็วขึ้น การ์ดแสดงผลจะส่งสัญญาณภาพไปแสดงที่จอคอมพิวเตอร์ การ์ดบางรุ่นจะแสดงผลได้สองจอพร้อมกัน เรียกว่า Dual Head เนื่องจากมีพอร์ตสำหรับต่อสายจากจอมอนิเตอร์ได้สองจอ และการ์ดบางรุ่นจะมีช่องส่งสัญญาณภาพ ออกไปที่โทรทัศน์ได้ด้วย เรียกว่า TV-Out

CD-ROM
การทำงานของเครื่องซีดีรอม
เครื่องซีดีรอมมีส่วนประกอบภายในที่ทำหน้าที่ดังนี้
1. ตัวกำเนิดเลเซอร์ เป็นแหล่งกำเนิดความเข้มต่ำและส่งไปยังกระจกสะท้อนเลเซอร์
2. เซอร์โวมอเตอร์ ทำหน้าที่ปรับให้เลเซอร์ตกลงแทร็กที่ต้องการด้วยการรับคำสั่งจากไมโครโปรเซสเซอร์ และมีหน้าที่ปรับมุมของกระจกสะท้อนเลเซอร์ด้วย
3. เมื่อเลเซอร์กระทบดิสก์ จะมีการหักเหไปยังเลนส์ที่อยู่ด้านใต้ของดิสก์จากนั้นสะท้อนไปยังเครื่องแยกลำแสง
4. เครื่องแยกแสงจะส่งเลเซอร์ไปยังอีกเลนส์หนึ่ง
5. เลนส์อันสุดท้ายจะส่งเลเซอร์ไปยังเครื่องตรวจจับแสงที่เปลี่ยนคลื่นแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า
6. ไมโครโปรเซสเซอร์จะแผลงสัญญาณที่ได้รับและส่งเป็นข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์

Sound card
เสียงเป็นส่วนสำคัญของระบบมัลติมีเดียไม่น้อยกว่าภาพ ดังนั้นการ์ดเสียงจึงเป็นอุปกรณ์ จำเป็นที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย
การ์ดเสียงได้รับการพัฒนาคุณภาพอย่างรวดเร็วเพื่อ ให้ได้ประสิทธิภาพของเสียงและความผิดเพี้ยนน้อยที่สุด ตลอดจนระบบเสียง 3 มิติในปัจจุบัน ความชัดเจนของเสียง จะมีประสิทธิภาพดีเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ อัตราการสุ่มตัวอย่าง และความแม่นยำ ของตัวอย่างที่ได้ ซึ่งความแม่นยำของตัวอย่างนั้นถูกกำหนด โดยความสามารถของ A/D Converter ว่ามีความละเอียดมากน้อยเพียงใด ทำอย่างไรจึงจะประมาณ ค่าสัญญาณดิจิตอลได้ใกล้เคียงกับสัญญาณเสียงมากที่สุด ความละเอียดของ A/D Converter นั้นถูก กำหนด โดยจำนวนบิตของสัญญาณดิจิตอลเอาต์พุต เช่น
  - A/D Converter 8 bit จะสามารถแสดงค่าที่ต่างกันได้ 256 ระดับ
 - A/D Converter 16 bit จะสามารถแสดงค่าที่ต่างกันได้ 65,536 ระดับ
หากจำนวนระดับมากขึ้นจะทำให้ความละเอียดยิ่งสูงขึ้นและการผิดเพี้ยนของสัญญาณเสียงยิ่งน้อยลง นั่นคือประสิทธิภาพที่ของเสียง ที่ได้รับดีขึ้นนั่นเอง แต่จำนวนบิตต่อหนึ่งตัวอย่างจะมากขึ้นด้วย

 

http://www.roigoo.com/board/index.php?topic=6951.0

Monitor คือส่วนที่จะแสดงผลลัพธ์หรือเอ้าท์พุท จากการทำงานของคอมพิวเตอร์ออกมาทางจอภาพให้เราได้เห็นกันโดย Monitor จะมีสายสัญญาณเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยตรง
 ส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพมาปรากฏบนจอภาพได้คือสิ่งที่เราเรียกว่า ซีอาร์ที(Cathode-ray-tube หรือ หลอดคาโธด-เร

http://www.thaidiyaudio.net/index.php?topic=5045.0

หลอดคาโธด-เร นั้นเป็นหลอดสูญญากาศ ประกอบด้วยปืนอิเล็คตรอน(Electronic gun) กระบอกเดียวหรือหลายกระบอกสำหรับเอาไว้ยิงอิเล็คตรอนออกมาเพื่อทำให้เกิดลำแสงซึ่งกวาดไปบนจอภาพข้างหนึ่งไปสู่อีกข้างหนึ่ง
จอภาพนั้นเคลือบด้วยสารเรืองแสงชนิดหนึ่ง เมื่อมีลำแสงอิเล็คตรอนมากระทบสารชนิดนี้จะเกิดแสงขึ้นมา
 จอภาพหลายสีซึ่งเราเรียกว่า จอสี นั้นจะมีปืนอิเล็คตรอนอยู่ 3 กระบอก ปืนแต่ละกระบอกจะยิงอิเล็คตรอนเทื่อมากระตุ้นให้สารที่เคลือบจอภาพอยู่เรียงแสงสีที่แตกต่างกันออกไป
ได้แก่กระบอกหนึ่งจะทำให้สารเคลือบเรืองแสงสีแดง อีกกระบอกหนึ่งจะทำให้ สารเคลือบเรืองแสงสีเขียว และ อีกกระบอกหนึ่งจะทำให้สารเคลือบเรืองแสงน้ำเงิน สารที่เคลือบจอภาพอยู่เรืองแสงสีที่แตกต่างกันออก
 แสงที่เกิดขึ้นบนจอภาพทั้ง 3 สี คือ แดง เขียว และน้ำเงิน จะกวาดตั้งแต่ทางด้านซ้ายมือไปทางด้า
ขวามือ และจะกวาดตั้งแต่ทางด้านบนลงมาทางด้านล่างของจอภาพ
 ลำแสงที่ยิงออกมาจากปืนอิเล็คตรอนนี้จะถูกทำให้หักเหโดยส่วนที่เรียกว่า โยค(Yoke) ซึ่งอยู่ตรงคอของหลอดภาพ
 ในขณะที่ลำแสงถูกยิงจากปืนอิเล็คตรอนเพื่อให้ไปกระทบกับสารเรืองแสงบนจอภาพนั้น สารเรืองแสงเหล่านั้นมีลักษณะเป็นจุดๆๆๆเล็กๆเรียงกันเป็นแถว เรียกว่า Pixel (พิกเซล)
 ตามปกติจำนวน pixel นี้จะมีมากหรือน้อยขนาดไหน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของจอภาพหรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า จอภาพจะมีคุณภาพดีเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวน (Pixel) ถ้าจอภาพมีจำนวนพิกเซลมาก หนาแน่ ภาพที
ได้ก็จะคมชัด
Pixel (พิกเซล) คือส่วนที่เล็กที่สุดบนจอภาพที่สามารถควบคุมได้ จอภาพยิ่งมีจำนวนพิกเซลมาก ภาพก็ยิ่งมีความคมชัดมาก จอภาพที่มีพิกเซล 640 x 480 pixel หมายความว่า บนจอภาพนั้นมีพิกเซลตามนอน 640 และมีพิกเซลตามแนวตั้ง480 พิกเซล การที่จอภาพแต่ละจอมีจำนวน pixel หรือจุดแสง มากน้อยแตกต่างกันนี้ ทำให้คุณภาพของภาพ หรือตัวอักษรที่ปรากฏ บนจอภาพนั้นมีความชัดเจน หรือไม่ชัดเจนแตกต่างกัน การที่มีจำนวนจุดมาก หรือน้อยบนจอภาพนั้น เขาเรียกว่า รีโซลูชั่น (resolution)
รีโซลูชั่น หมายถึง จำนวนจุดที่เรียงกันไปตามแนวนอน คูณกับจำนวนจุดที่เรียงกันลงไปทางตั้ง เช่น จอภาพประเภท high resolution อาจจะมี pixel (จุดแสง) ที่เรียงลำดับกันตามแนวนอน 640 จุด และเรียงกันอยู่ในทางตั้ง 800 จุด ส่วนจอภาพบางประเภทอาจมีรีโซลูชั่นที่ต่ำ หรือ Low Resolotion คือมีจุดภาพทางแนวนอน 80 จุด และจุภาพทางแนวตั้ง เพียง 100 จุด เส้นภาพที่ออกมาทางจอภาพก็จะแลเห็นเป็นหยักๆ ไม่ราบเรียบ เป็นต้น
ถ้าเราแบ่งชนิดของจอภาพ โดยใช่จำนวนพิกเซล (Pixel) เป็นเกณฑ์แล้วเราก็จะได้จอภาพหลายชนิด จอภาพแต่ละชนิดก็ให้ ภาพและตัวอักษรบนจอภาพที่มีคุณภาพแตกต่างกันออกไป เช่น
จอภาพโมโนโครม (Monochrome) เป็นจอภาพสีเดียว มักมีสีเขียว เหลืองอำพันหรือขาวบนพื้นจอภาพสีดำ รีโซลูชั่นหรือจอภาพแบบโมโนโครม มักมี 640 x 350 พิกเซล
จอภาพสี CGA มาจากคำว่า Color Graphic Adapter เป็นจอภาพสีชนิดมี รีโซลูชั่นต่ำเพราะมีสีเพียงไม่กี่สี
จอภาพ EGA ย่อมาจากคำว่า Enhanced Graphic Adapter เป็นจอภาพสีชนิดมีคุณภาพสีดีขึ้น มีรีโซลูชั่น สูงขึ้น และมีสีมากขึ้นด้วย
จอภาพ VGA ย่อมาจากคำว่า Video Graphic Array เป็นจอภาพที่มีคุณภาพดีมากมี รีโซลูชั่นสูง
จอภาพแบบซูเปอร์วีจีเอ (Super VGA) เป็นจอภาพที่มีคุณภาพเหนือกว่า จอภาพ VGA และราคาแพงกว่าด้วย ในปัจจุบัน จอภาพทีใช้กันจะเป็นแบบ Super VGA ที่มีคุณภาพดีที่สุดในขณะนี้
Case หรือ "เคส" คือ ตัวถังหรือตัวกล่องคอมพิวเตอร์ หลายคนจะเรียกว่าซีพียูเนื่องจากเข้าใจผิด สำหรับเคสนั้นใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์หลักของคอมพิวเตอร์เอาไว้ข้างใน เช่น CPU  เมนบอร์ด การ์ดจอ ฮาร์ดดิสก์ พัดลมระบายความร้อน และที่ขาดไม่ได้ก็คือ Power Supply ซึ่งจะมีติดอยู่ในเคสเรียบร้อย เคสคอมพิวเตอร์ควรเลือกที่รูปทรงสูงๆ เพื่อจะได้ติดตั้งอุปกรณ์ได้ง่าย และควรเลือกเคสที่มีช่องสำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอมไดรฟ์ เผื่อเอาไว้หลายๆ ช่อง ในกรณีที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมในภายหลังจะได้ง่ายขึ้น

 

 

http://pongcomputer.blogspot.com/2010/06/keyboard-mouse.html

 

Mouse เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ป้อนข้อมูลอย่างหนึ่งแต่ที่เห็นการทำงาน โดยทั่วไปจะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่างๆ บนจอภาพ เหมาะสำหรับใช้งานเมื่อต้องเลือก หรือเลื่อนวัตถุต่างๆ บนจอ Mouse ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้ 2 แบบ ได้แก่ 9 Pin, Serial Port และ PS/2 (Personal System Version2)
Mouse แบ่งได้เป็นสองแบบคือ

  1. แบบทางกล
  2. แบบใช้แสง
Key board เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการนำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นปุ่มตัวอักษรเหมือนปุ่มเครื่องพิมพ์ดีด เป็นอุปกรณ์รับเข้าพื้นฐานที่ต้องมีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง จะรับข้อมูลจากการกดแป้นแล้วทำการเปลี่ยน เป็นรหัสเพื่อส่งต่อไปให้กับคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลจะมีจำนวนตั้งแต่ 50 แป้นขึ้นไป แผงแป้นอักขระส่วนใหญ่มีแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก เพื่อทำให้การป้อนข้อมูลตัวเลขทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น การวางตำแหน่งแป้นอักขระ จะเป็นไปตามมาตรฐานของระบบพิมพ์สัมผัสของเครื่องพิมพ์ดีด ที่มีการใช้แป้นยกแคร่ (shift) เพื่อทำให้สามารถใช้พิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งระบบรับรหัสตัวอักษรที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต กล่าวคือ เมื่อมีการกดแป้นพิมพ์ แผงแป้นอักขระจะส่งรหัสขนาด 7 หรือ 8 บิต นี้เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์
แผงแป้นอักขระสำหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูลไอบีเอ็มที่ผลิตออามารุ่นแรก ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จะเป็นแป้นรวมทั้งหมด 83 แป้น ซึ่งเรียกว่า แผงแป้นอักขระ PCXT ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 บริษัทไอบีเอ็มได้ปรับปรุงแผงแป้นอักขระ กำหนดสัญญาณทางไฟฟ้าของแป้นขึ้นใหม่ จัดตำแหน่งและขนาดแป้นให้เหมาะสมดียิ่งขึ้น โดยมีจำนวนแป้นรวม 84 แป้น เรียกว่า แผงแป้นอักขระพีซีเอที และในเวลาต่อมาก็ได้ปรับปรุงแผงแป้นอักขระขึ้นพร้อม ๆ กับการออกเครื่องรุ่น PS/2 โดยใช้สัญญาณทางไฟฟ้า เช่นเดียวกับแผงแป้นอักขระรุ่นเอทีเดิม และเพิ่มจำนวนแป้นอีก 17 แป้น รวมเป็น 101 แป้น
_________________________________________________________
ที่มา : http://www.thaiall.com/assembly/computer.htm สืบค้น วันที่ 26 มกราคม 2554