"ทำแท้ง" ทางเลือกหรือทางรอด ?หอพักเปรียบเสมือนซ่องเล็กๆ ที่ท้องแล้วก็ทำแท้ง

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จัดงานสัมมนา เรื่อง “ปัญหาการทำแท้งในสตรีที่ไม่มีความพร้อม:ทางเลือกหรือทางรอด” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น3 สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ   

ข้อมูลที่น่าตกใจคือ  จากการสำรวจอายุ วัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่น พบว่า มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆโดยปัจจุบันพบว่า วัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุ 15-16  ปี  และการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัยไม่ถึงร้อยละ 50    

สอดคล้องกับการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น พบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากใช้วิธีคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ได้ใช้วิธีการป้องกัน   เนื่องจากขาดความรู้  และมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศ   คิดว่าร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ  

นอกจากนี้วัยรุ่นยังไม่กล้าไปขอรับบริการคุมกำเนิด เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีทัศนคติไม่ดีต่อวัยรุ่น ในขณะที่การเข้าถึงบริการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสำหรับวัยรุ่น ยังเป็นเรื่องที่วัยรุ่นต้องไปแสวงหาเองด้วยความรู้ที่ไม่ถูกต้อง   

จริงๆ แล้ว  “อนามัยการเจริญพันธุ์” หมายความว่า สุขภาพอันเป็นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากกระบวนการ การทำหน้าที่ของระบบการเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์ทุกช่วงชีวิตและให้หมายความรวมถึงการมีสุขภาพทางเพศที่ดี ตลอดจนมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสาร การบำบัดรักษาด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยอิสระปราศจากการเลือกปฏิบัติหรือถูกบังคับ      สิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ทุกกลุ่มวัยควรได้รับความคุ้มครองเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่ว่า “คนไทยทุกเพศทุกวัยจะต้องมีอนามัยการจริญพันธุ์ที่ดี”และเพื่อเป็นการรองรับสิทธิของประชาชน

นายจเด็จ อินสว่าง ประธานคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตสาธารณสุขและคุ้มครองผู้บรโภคกล่าวว่านักหนังสือพิมพ์สื่อมวลชน สนุกสนานในการถ่ายรูปทำข่าว เปิดเว็บในอินเทอร์เน็ตดูทุกวันนี้ก็มีมาก ทั้งการแต่งเนื้อ แต่งตัว ที่ไม่ระมัดระวังกำลังระบาดไปอยู่ในหมู่เด็กนักเรียน นักศึกษา เรื่องเหล่านี้นำมาซึ่งปัญหาการท้องแล้วทำแท้ง ซึ่งผู้ชายก็ควรจะร่วมรับผิดชอบ แก้ปัญหาด้วย ผู้นำบางคนก็เสนอนโยบายต่อไปที่เราควรจะพูดคุยคือเรื่อง การทำแท้งโดยเสรีควรจะมีหรือว่าควรปิดประตู ห้ามพูดเรื่องนี้ เพราะศาสนาเรารับไม่ได้ แล้วก็ปล่อยให้ไปทำแท้งกัน ที่ละ 1,000-2,000 คน“ปัญหาการทำแท้งมีอยู่ในสังคมทุกระดับชั้น มีทุกมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่โรงเรียนพาณิชย์ ไม่เว้นแม้แต่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้ มีหลายทางเลือกและหลายทางรอด ไม่ใช่พูดวันนี้แล้วจะจบลงในวันนี้เลย แต่มันเป็นปัญหาที่ยาวนานและต่อเนื่อง ที่ทุกหน่วยงานควรร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง”

นายสุทธินันท์ จันทระ ประธานคณะทำงานด้านการยุติธรรมสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาล กล่าวว่า ในการพัฒนาเราต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการศึกษาในสังคมไทย สภาพปัญหา สาเหตุ แนวทางการแก้ไขปัญหาการทำแท้งในสตรี ที่ไม่มีความพร้อมในทางกฎหมาย การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การป้องกันโรคติดต่อทางเพศ ข้อดี ข้อเสีย สำหรับการเปิดให้มีการทำแท้งอย่างเสรี ควรทำความเข้าใจในเบื้องต้น ว่า การทำแท้งมีทั้งทำเองและการรักษา  แต่โดยทั่วไปความหมายของการทำแท้ง หมายถึง การยุติการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์จะครบ 28 สัปดาห์ ในวันนี้กฎหมายไทย ถือว่าการทำแท้งคือสิ่งผิดกฎหมาย โดยกฏหมายนั้นมีบทลงโทษทั้งหญิงที่ทำแท้ง และผู้ทำแท้ง ซึ่งมีกฏหมายบัญญัติไว้ตามประมวลกฏหมายอาญา    แต่นอกจากนี้ก็มีอำนาจของแพทย์ที่จะเป็นผู้ทำแท้งได้ โดยรับความยินยอมจากสตรี มี 2 สาเหตุด้วยกัน ประการแรกนั้นเป็นความจำเป็นเนื่องจากสุขภาพของหญิง ถ้าปล่อยให้หญิงผู้นั้นตั้งครรภ์ต่อไปก็จะเป็นอันตรายต่อหญิง กฎหมายก็ให้อำนาจต่อแพทย์เป็นผู้กระทำได้ ต่อมาการทำแท้ง ถ้าทำให้หญิงนั้นกระทำผิดอาญา เช่น การถูกข่มขืน ก็สามารถทำแท้งได้ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นบทกฎหมายที่มีอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

     นายวรเดช อมรวรพิพัฒน์ รองประธานคณะทำงานการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ชาวพุทธมีหลากหลายเราคุมทั้งหมดไม่ได้ พระประพฤติตัวไม่ดี ได้รับฉายาเป็น “โล้นซ่า” ยังดีที่สถาบันเรามีการคุ้มครอง เมื่อ 2วันก่อน เด็กผู้หญิงแขวนคอตายโชว์ในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องหน้าสะเทือนใจมาก เด็กในปัจจุบันรู้เรื่องเพศดีกว่าผู้ใหญ่มาก  เด็กหอเป็นเด็กที่น่าสงสาร หอเป็นที่อันตรายที่สุด  เด็กหอน่าเป็นห่วงเพราะหอเปรียบเสมือนเป็นซ่องเล็กๆ ที่ท้องแล้วก็ทำแท้ง เพราะเด็กสมัยนี้รู้ดีว่าควรใช้ยาอะไรและสามารถทำแท้งได้เอง ประจำเดือนไม่มาก็ซื้อยาสตรียี่ห้อหนึ่งมากิน กินไป3-4ขวดเลือดก็มา กลายเป็นว่าแท้งไปโดยอัตโนมัติ อันที่จริงมันเป็นปัญหาธรรมชาติของวัยรุ่นที่เราควรยอมรับ ปัญหาการลักลอบทำแท้งเป็นปัญหาที่แท้จริง ซึ่งเราจะต้องหาวิธีว่าจะต้องทำอย่างไรไม่ให้มีการลักลอบการทำแท้ง เราต้องแก้ตั้งแต่จารีตประเพณี พ่อแม่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด จริยธรรมต่างกับศีลธรรม ทุกอย่างสำคัญที่ใจ วิธีแก้ปัญหาเราต้องรู้อริยสัจ 4 คือ ความจริงของสังคม ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ปัญหาการทำแท้งเป็นปัญหาปลายเหตุ จริยธรรม ควบคุมสังคมให้เป็นไปตามที่ต้องการ หากศีลธรรมและจริยธรรมไม่กลับมาจะทำให้เกิดโลกาวินาศ เราสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้และพัฒนาอย่างยั่งยืน .

 

 

 

ที่มา     วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:30:00 น.   (มติชนออนไลน์)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1291724592&grpid=&catid=19&subcatid=1904

 

  

1.       สรุปข่าว

 

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จัดงานสัมมนา เรื่อง “ปัญหาการทำแท้งในสตรีที่ไม่มีความพร้อม:ทางเลือกหรือทางรอด” โดยปัจจุบันพบว่า วัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุ 15-16  ปี  และการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกส่วนใหญ่ใช้ถุงยางอนามัยไม่ถึงร้อยละ 50 ส่วนใหญ่เกิดจากใช้วิธีคุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ได้ใช้วิธีการป้องกัน   เนื่องจากขาดความรู้  และมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศ   คิดว่าร่วมเพศครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์ การใช้ถุงยางอนามัยขัดขวางความรู้สึกทางเพศ

 

 

2.       จากข่าวที่กล่าวมาข้างต้นมีหน่วยงาน/ บุคคล/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

- สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 

- นายจเด็จ อินสว่าง ประธานคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตสาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภค

- นายสุทธินันท์ จันทระ ประธานคณะทำงานด้านการยุติธรรมสิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาล

- วรเดช อมรวรพิพัฒน์ รองประธานคณะทำงานการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม

 

3.       ในแต่ละองค์กรมีส่วนในการจัดการกับปัญหาอย่างไร

 

จัดงานสัมมนา เรื่อง “ปัญหาการทำแท้งในสตรีที่ไม่มีความพร้อม:ทางเลือกหรือทางรอด”

 

4.       จัดการโดยใช้กฎหมายหรือนโยบายอะไร        

 

กฎหมาย   สิทธิสตรี : มาตรการทางกฎหมายกับปัญหาการทำแท้ง

 

  1. นิสิตมีความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้อย่างไร

 

ควรมีการร่วมประชุมหรือให้ความรู้แก่เยาวชนให้มากกว่านี้เพราะประเทศไทยนั้น เรื่องเพศเป็นเรื่องที่คนไทยยังรับไม่ได้เหมือนต่างประเทศ ควรให้ความรู้อย่างถูกต้องเพื่อลดปัญหา ดังกล่าว