เคล็ดลับ 10 ข้อในการจำศัพท์ภาษาอังกฤษ 

1. ความเกี่ยวเนื่อง: ถ้านักเรียนจัดคำศัพท์ออกเป็นหมวดหมู่ขึ้นอยู่กับความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน

2. เขียน: การนำคำศัพท์นั้นมาใช้จะทำให้นักเรียนจำได้ฝังใจยิ่งขึ้น

3.วาดรูป: ดึงวิญญาณศิลปินตัวน้อยออกมาใช้ โดยการวาดรูปที่แสดงถึงศัพท์ที่เรียนอยู่

4. แสดง: แสดงท่าทางประกอบคำศัพท์หรือสำนวนที่กำลังเรียนอยู่

5. สร้าง: ออกแบบสมุดศัพท์ภาษาอังกฤษพร้อมความหมายแล้วเปิดอ่านหรือท่องในยามว่าง

6. ความสัมพันธ์: กำหนดแต่ละสีให้แต่ละคำศัพท์ ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่จะช่วยให้จำศัพท์นั้นได้

7. ฟัง: นึกถึงศัพท์คำอื่นที่ออกเสียงคล้ายๆ กับคำศัพท์ใหม่ที่กำลังเรียนอยู่

8. เลือก: จำไว้ว่าการเรียนในหัวข้อที่นักเรียนชอบหรือสนใจจะทำให้รู้สึกว่ามันง่ายขึ้น

9. ข้อจำกัด: จำกัดการเรียนศัพท์ใหม่แค่วันละ 15 คำก็พอแล้ว

10. สังเกต: พยายามสังเกตหาคำศัพท์ที่คุณกำลังเรียนอยู่เมื่ออ่านหรือฟังภาษาอังกฤษ

ที่มา http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.

 

เทคนิคการสอนคำศัพท์

ขั้นแรก ต้องให้เด็กมีอะไรในสมองของเขาเกี่ยวกับศัพท์คำนั้นก่อน
ขั้นที่ 2 นักเรียนฟังเทปอาจารย์ฝรั่ง (มีภาพหรือของจริงประกอบ) (หรือเราจะออกเสียงเอง)
ขั้นที่ 3 นักเรียนพูดตามบ่อยๆ ซ้ำๆ
ขั้นที่ 4 นักเรียนฝึกอ่านคำ (มีภาพ/ของจริง บัตรคำ และออกเสียง)
ขั้นที่ 5 นักเรียนฝึกการเขียน โดยใช้เสียงเป็นสำคัญ
ขั้นที่ 6 ขั้นนี้สำคัญ ครูจะเอาไปแทรกไว้ในขั้นที่ 3 หรือ แทรกทุกขั้นก็ได้
ขั้นที่ 7 สร้างสรรค์ เสริมสร้าง สังเคราะห์ผลงาน
ขั้นที่ 8 นำเสนอผลงาน ครูและเพื่อนร่วมชื่นชม
ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน ครบถ้วนตรงตามหลักสูตร เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข และจะรักภาษาอังกฤษและกล้าพูดเพราะเด็กได้รับโอกาสในการพูดเด็กถูกครูใช้เทคนิคหลอกล่อให้เรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่านั้นคือการเรียน ครูก็สนุกนักเรียนก็มีความสุข

 ที่มา http://www.vcharkarn.com/vcafe

 

การสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

" ถ้าไม่มีความรู้ด้านไวยากรณ์ เราก็จะสื่อสารได้ไม่มากนัก แต่ถ้าไม่รู้คำศัพท์ เราก็ไม่สามารถจะสื่อความหมายได้เลย"อาจกล่าวได้ว่า การที่ผู้เรียนจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนต้องมีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์อย่างสมดุลกัน เพื่อให้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษน่าสนใจ คำศัพท์ภาษาอังกฤษสอนอย่างไรให้ได้ผล  " ถ้าไม่มีความรู้ด้านไวยากรณ์ เราก็จะสื่อสารได้ไม่มาก        การสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผล ผู้สอนใช้กลวิธีการสอนดังกล่าวข้างต้นและต้องกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งในเวลาปกติในห้องเรียนและนอกห้องเรียน อาจจัดเป็นมุม Vocabulary เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขมากขึ้นการจัดกิจกรรมทบทวนคำศัพท์  ทำได้โดย ทบทวนคำศัพท์เดิม ทบทวนการใช้คำศัพท์แต่งประโยค แต่งเรื่อง โดยให้แต่งให้เป็นปริศนา  สำหรับใช้ทายคนอื่น  (ผู้สอนคววรเตรียมสื่อเสริมด้วย) ผู้เรียนจะมีโอกาศฝึกกระบวนการคิดทั้ง 3 ขั้นตอน จะต้องบูรณาการร่วมกับวิชาศิลปะ  ในการตกแต่งชิ้นงาน หรือทำภาพเฉลย  ชิ้นงานอาจเป็นแผ่นพับ หนังสือเล่มเล็ก

 

ที่มา http://www.krubanchang.com/index.php

 

คำศัพท์ภาษาอังกฤษสอนอย่างไรให้ได้ผล  " ถ้าไม่มีความรู้ด้านไวยากรณ์ เราก็จะสื่อสารได้ไม่มากนัก แต่ถ้าไม่รู้คำศัพท์ เราก็ไม่สามารถจะสื่อความหมายได้เลย" ( Wilkins: 1977: 111 อ้างอิงโดย John 1986:20) กล่าวได้ว่า การที่ผู้เรียนจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนต้องมีความรู้ด้านไวยากรณ์และคำศัพท์อย่างสมดุลกัน เพื่อให้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษน่าสนใจ จึงขอกล่าวถึง บทบาทของคำศัพท์ในการเรียนภาษา เทคนิคการสอนคำศัพท์ แบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์

กล่าวโดยสรุป การสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ผล ผู้สอนต้องมีกลวิธีการสอนดังกล่าวข้างต้นและต้องกระทำอย่างต่อเนื่องทั้งในเวลาปกติในห้องเรียนและนอกห้องเรียน อาจจัดเป็นมุม Vocabulary เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีความสุขมากขึ้น

 

ที่มา : http://www.udompanya.in.th/km/modules.php?name=News&file=article&sid=304

 

เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ

การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝน หรือต้องมีใจรักจึงจะเรียนภาษาอังกฤษได้ดี แต่การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ดียิ่งยากมากกว่าหลายเท่า  แต่ถึงอย่างไร ครูที่รักการสอนภาษาอังกฤษ ก็มีเทคนิคและวิธีที่จะทำให้ลูกศิษย์สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ดีหลายวิธี ดังนี้ 

เทคนิคการสอนภาษาด้วย TPR-Total  Physical Response

ประเภทของ TPR

๑.TPR-B (Total Physical Response-Body) เป็นการสอนโดยใช้คำสั่งที่มีคำศัพท์ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย (body movement) เช่น นั่งลง (sit down)

๒.TPR-O (Total Physical Response-Objects)   เป็นการสอนโดยใช้คำสั่งที่มีคำศัพท์ที่เป็นสิ่งของ (objects) เช่น สมุด (book) ปากกา (pen)

๓. TPR-P(Total Physical Response-Picture) เป็นการสอนเกี่ยวกับการออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ การเลือก ภาพที่ใช้ในการเรียนการสอนควรใช้ให้เหมาะสมกับนักศึกษา

๔.TPR-S (Total Physical Response-Story telling) เป็นการสอนภาษาโดยการเล่าเรื่อง  โดยครูเล่าเรื่องคล้ายกับชีวิตประจำวันของนักเรียน หรือเล่านิทาน ๒-๓ ครั้ง 

เป็นการสอนเกี่ยวกับการออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพ การเลือก ภาพที่ใช้ในการเรียนการสอนควรใช้ให้เหมาะสมกับนักศึกษา โดยยกตัวอย่างคำถามจากภาพ เมื่อครูถามแล้วให้ผู้เรียนไปชี้ภาพให้ดู ไม่มีการพูดภาพที่ครูกำหนดควรเป็นภาพตัดแปะจะได้เคลื่อนย้าย คน สัตว์ สิ่งของ ไปไว้ตามตำแหน่งต่างๆของภาพได้ เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียน    รู้จักภาพเหล่านั้นจริงๆ ไม่ใช่การท่องจำภาพเท่านั้นเป็นการสอนที่ใช้เรื่องเล่าการสอนภาษาโดยการใช้รูปภาพ TPR-P

การสอนภาษาด้วยการเล่าเรื่อง ควรใช้เมื่อผู้เรียนมีความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ โดยครูเลเรื่องราวที่คล้ายคลึงกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน หรือ นิทานเรื่องง่ายๆ ครูเล่าเรื่องให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นให้ผู้เรียนออกมาแสดงเรื่อง(ตามที่ครูเล่า)โดยไม่ต้องพูด ต่อมาให้ผู้เรียนเล่าเรื่องเอง แล้วให้ผู้เรียนคนอื่นมาแสดงละครตามเรื่องที่ผู้เรียนเล่าให้ฟัง

จุดประสงค์ของ TPR-S คือ ต้องการให้ผู้เรียนฟังครูพูดให้เข้าใจและทำท่าทาง โดยผู้เรียน

ไม่ต้องพูด เพียงแต่แสดงท่าทางประกอบการเล่าเรื่องเท่านั้น

 

ที่มา http://www.oknation.net/blog

 

เทคนิคในการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

 เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการเรียนการสอน  ทั้งนี้เพราะหากเทคนิคการสอนไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนแล้ว  การเรียนการสอนก็ไม่อาจประสบผลสำเร็จได้  เกี่ยวกับเทคนิคการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  กล่าวไว้สรุปได้คือ
                1.  คำศัพท์ที่สอนควรเป็นคำสั้น ๆ  สะกดตรงตัว  และเป็นคำที่มีเสียงคล้องจองกัน  เช่น  fan - man ,  rat - cat
                2.  คำที่นำมาสอนควรเป็นคำที่เห็นได้จากใกล้ ๆ  ตัวเด็กและเป็นรูปธรรม เช่น ของใช้                3.  หากเป็นการสอนรูปประโยคใหม่  ควรใช้คำศัพท์เก่า 
                4.  ควรใช้อุปกรณ์พื้น ๆ  เช่น  ชอล์กและสีเมจิ  ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด 
                5.  เสียงที่ครูไม่แน่ใจ  ไม่ควรนำมาสอน  จนกว่าจะได้ตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน
                6.  การจดคำศัพท์  ควรให้นักเรียนวาดภาพประกอบด้วย  สร้างความเพลิดเพลิน
                7.  การฝึกสะกดคำปากเปล่า  คำที่มีหลายพยางค์ควรให้เด็กแยกพยางค์สะกด

   8.  การทำแบบฝึกเสริม  ควรมีภาพประกอบมาก ๆ  เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก
                9.  นักเรียนที่มีปัญหาในการออกเสียง  ครูอาจทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติม 

 

ที่มา http://learners.in.th/blog/dreamdeena

การสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยเกม Chain Word ??

จุดมุ่งหมายของการเล่นเกม Chain Word นี้เพื่อเป็นการทบทวนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  หรือเพื่อทดสอบความรู้ด้านคำศัพท์ก็ได้

วิธีการเล่น

ให้ต่อคำศัพท์โดยยึดอักษรตัวสุดท้ายของคำก่อน  มาเป็นตัวแรกของคำถัดไป เช่น

dog  > go > on > nose > eleven > nice ….

1. ให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้น

2. คำแรกอาจกำหนดโดยครูแล้วให้นักเรียนคนแรกเริ่มเล่นแล้ววนจนครบทุกคน

3.  นักเรียนคนใดตอบไม่ได้ให้นั่งลง

4. เล่นไปเรื่อย จนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย  จึงจะจบเกม  และได้ผู้ชนะ

ในกรณีที่เล่นกับเด็กเล็ก  ครูอาจเขียนคำศัพท์บนกระดานก็ได้  เพื่อให้นักเรียนได้เห็นคำศัพท์  เพราะนักเรียนอาจสะกดคำไม่เก่ง

คำศัพท์ที่นำมาใช้อาจกำหนดเป็นหมวดหมู่ก็ได้  เช่น คำนาม คำกริยา เป็นต้น  แต่ถ้าระบุเจาะจงมากไป คำศัพท์ที่จะเล่นอาจมีน้อย

 

ที่มา http://oporjang.com

 

ในประเทศเราทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าภาษาอังกฤษมีความจำเป็นในการศึกษาและการทำงาน ความก้าวหน้าในวิทยาการของต่างประเทศที่มีมากกว่าทำให้เราต้องอ่านตำราภาษาอังกฤษ ติดต่อศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ความก้าวหน้า ความจำเป็นอันเดียวกันนี้เองทำให้คนทำงานต้องรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อโอกาสในการได้รับเลือกเข้าทำงานและความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ผู้เขียนเองชอบเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนและเป็นคนตั้งใจเรียนอยู่เป็นทุนเดิม

 

ที่มา http://gotoknow.org/blog

 

เทคนิคการจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษมาฝากครับ

ในเด็กวัยอนุบาลหรือป.1 นั้น ศัพท์ภาษาอังกฤษ ยังไม่ยากเท่าไรนัก เพราะยังเป็นพวก cat dog apple อะไรทำนองนี้อยู่
แต่พอเข้าสู่ประถมปลายแล้วคำศัพท์ชักจะเริ่มยากและยาวขึ้น อย่างเช่นคำศัพท์เกี่ยวกับอวัยวะภายในของร่างกาย
เช่น windpipe arteries esophagus pancreas
คำศัพท์พวกนี้ถ้าจะสอนให้เด็กท่องแบบทีละตัวอักษรเช่น a-r-t-e-r-i-e-s = arteries
แบบนี้น่าจะจำยาก ไม่นานก็ลืม ดังนั้นเราจะมาดูวิธีอื่นกัน

  • เริ่มด้วย การสอนให้อ่านแบบ phonics

เริ่มด้วย การสอนให้อ่านแบบ phonics
จะว่าไปแล้วก็คล้ายๆการประสมคำแบบภาษาไทยของเราที่มี
ตัวพยัญชนะต้น+สระ+ตัวสะกด เช่น

  • _at ออกเสียงว่า แอท ถ้ารวมกับพยัญชนะต้นก็จะได้
    c+at =เคอะ+แอท = แคท
    b+at = เบอะ+แอท =แบท
    m+at = เหมอะ+แอท=แมท

ที่มา http://forum.schoolforkid.com/index.php?topic=85.0

การศึกษาคำศัพท์โดยใช้รากศัพท์ (roots) มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ความหมายของคำศัพท์มาก  เนื่องจากการเรียนรู้ความหมายส่วนต่างๆของแต่ละคำ และการนำส่วนต่างๆของคำมารวมกัน จะทำให้ทราบความหมายของคำที่ไม่คุ้นเคยอีกหลายคำ และเป็นวิธีการ เพิ่มจำนวนคำศัพท์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพด้วย 

ที่มาhttp://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/wannee_c/index.html