อาหารว่าง

                  อาหารว่าง หมายถึง อาหารระหว่างมื้อเป็นอาหารรับประทานเล่น ที่มีปริมาณอาหารน้อยกว่าอาหารประจำมื้ออาจเป็นอาหารน้ำหรืออาหารแห้งมีทั้งคาวและหวาน มีชิ้นเล็กขนาดพอคำ หรือจัดใส่กระทงสวยงาม หยิบรับประทานง่าย สะดวกในการจัด เช่น สาคูไส้หมู กระทงทอง ข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ บรรจุในกระทงเล็ก ๆ  ขนมช่อม่วงปั้นสิบทอด ฯลฯ อาหารว่างใช้รับประทานควบคู่กับเครื่องดื่มร้อนหรือน้ำผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง   

 อาหารว่าง มักนิยมรับประทานกันในระหว่างมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน หรือระหว่างมื้อกลางวันกับมื้อเย็นแบ่งออก เป็น  3  ระยะเวลาด้วยกัน  เพื่อสุขภาพและอนามัย เวลารับประทานมีดังนี้ เวลา   10.00 น. - 11.00 น. เวลา    14.00 น. - 15.00 น. เวลา    22.00 น. - 23.00 น.

  อาหารว่างไทยทั้งคาว-หวาน  ของคนไทยมีมากมายหลายชนิด   ทั้งอาหารแห้งและน้ำ   การกำหนดรายการอาหาร ว่าง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง    ที่ผู้ประกอบอาหาร  หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องอาหารต้องมีความรู้ทางโภชนาการและการปฏิบัติการ รวมทั้งมโนภาพที่จะทำให้อาหารน่ารับประทาน     ไมใช่มีความชำนาญในด้านการประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมีทั้งศาสตร์และศิลปะในการจัดอาหารให้ดึงดูดสายตาhttp://www.sema.go.th/files/Content/Technic/k4/0031/food_for_region/Web%20FFR/TF.htm

หรรษา  เวลาอาหารว่าง
แม้จะไม่ใช่อาหารมื้อหลักของคนเราที่จะต้องรับประทานเหมือนกัยอาหารมื้อเช้า  มื้อกลางวัน  และมื้อเย็น  แต่ “อาหารว่าง” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ของว่าง” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่ไม่อาจมองข้ามไปได้  ยิ่งอยู่ในยุคที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมงด้วยแล้ว  ของว่างจึงนับว่ามีความจำเป็นและสำคัญ  ไม่ด้อยไปกว่าอาหารมื้ออื่นๆ เลย  หากไม่เชื่อลองถามเพื่อนร่วมออฟฟิศเดียวกันดูสิว่าจะโหยหาเวลาของว่างสักแค่ไหน  เมื่อยามบ่ายมาเยือน

 วัฒนธรรมการับประทานของว่างนั้น  เริ่มมีแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด  แต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มต้นมาจากดินแดนตะวันตกเมื่อหลายศตวรรษมาแล้วโดยชนชั้นสูง  เช่น กษัตริย์  และขุนนาง  จากนั้นจึงค่อยๆ แพร่หลายมาสู่คนสามัญ  โดยมีมูลเหตุก็เพื่อใช้ฆ่าเวลาขณะพักจากการทำงาน  หรือชมมหรสพ  การหาของมารับประทานจึงเป็นตัวช่วยได้ดี  ธรรมเนียมการเสิร์ฟของว่างจะนิยมกัน 2 ช่วงเวลา  คือช่วงบ่ายต่อจากมื้อเที่ยงประมาณ 2 ชั่วโมง  และตอนกลางคืนราว 3 ทุ่มเป็นต้นไป  โดยที่ของว่างในยามบ่ายนั้นจะได้รับความนิยมมากกว่าตอนกลางคืน  ด้วยเพราะช่วงดังกล่าวประจวบเหมาะอย่างยิ่งที่จะอิ่มเอมในรสชาติอาหารที่พาเหรดมาเสิร์ฟนั่นเอง

 สำหรับอาหารที่เสิร์ฟเป็นของว่าง  โดยมากมักเป็นอาหารเบาๆ ไม่หนักท้องเกินไป  เป็นชิ้นพอคำ  รับประทานได้เรื่อยๆ ซึ่งบางทีก็อาจหมายรวมถึงฟิงเกอร์ฟู้ดที่สามารถใช้มือหยิบจับรับประทานได้  โดยไม่ต้องมีพิธีรีตองมากมายนัก  ที่สำคัญยังนิยมเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มที่สามารถเรียกความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าระหว่างวันให้พร้อมลุยงานอีกครั้ง เช่น ชา  กาแฟ  รวมถึงเครื่องดื่มประจำถิ่นที่แต่ละชนชาติได้คิดค้นขึ้นมา  เพื่อเพิ่มให้การรับประทานของว่างเต็มไปด้วยความสุขีมากยิ่งขึ้น

ของว่างอย่างเอเซีย

 ชาวเอเซียรับประทานของว่างมานานแล้ว  โดยความนิยมการรับประทานของว่างจะมีเฉพาะในราชสำนักเท่านั้น  สามัญชนแทบจะไม่รู้จักของว่างด้วยซ้ำ  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีของว่างรับประทานกัน  เพียงแต่อาจจะไม่ได้ถูกปรุงอย่างของว่างอันมีศิลปินในราชสำนักรังสรรค์ขึ้น

 ของว่างไทย ความที่คนไทยเป็นช่างประดิดประดอย  ทำให้ไม่แปลกใจหากหน้าตาของว่างไทยจะวิจิตรบรรจงกว่าของว่าชาติอื่น  อีกทั้งยังมีให้เลือกลิ้มลองหลากหลายอย่างมาก  เนื่องจากได้แบ่งแยกประเภทของว่างชัดเจน  เป็นต้นว่า

 1.  ของนึ่ง (สาคูไส้หมู  ข้าวเกรียบปากหม้อ  ช่อม่วง  ปั้นสิบ)
 2.  ของต้ม  (เกี๊ยวกุ้ง  กระเพาะปลา)
 3.  ของทอด  (ขนมปังหน้าหมู  เปาะเปี๊ยะทอด  ขนมเบื้อง  หมูโสร่ง)
 4.  ของปิ้ง  (หมูสะเต๊ะ  ข้าวเหนียวปิ้ง  ไส้กรอก)
 5.  ของคลุก  (ปลาแนม  ข้าวเม่าหมี่  หมี่กรอบ  หมี่กระทิ)
 6.  ของเบ็ดเตล็ด  (ข้าวตังหน้าตั้ง  เมี่ยงลาว  เมี่ยงคำ)

 อย่างไรก็ตาม  อีกนัยหนึ่งนั้น  ของว่างของไทยสามารถแยกออกเป็นเพียง 2 ประเภทใหญ่  คือของคาวและของหวาน  ของคาว  ก็มีไส้กรอกปลาแนม  กระทงทอง  ม้าฮ่อ ฯลฯ  ส่วนของหวานก็จะหนักไปทางขนมมากกว่า  เช่น ขนมน้ำดอกไม้  ขนมเบื้อง  ขนมครก  ผลไม้ลอยแก้ว ฯลฯ  สำหรับเครื่องดื่มที่เสิร์ฟกับของว่างไทย  จะเป็น ชา  กาแฟ  ได้ทั้งนั้น  แต่ก็มีบางแห่งอาจจะเสิร์ฟกับเครื่องดื่มสมุนไพรนานาชนิด  ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะตูม  น้ำตะไคร้  น้ำใบเตย  เช่น  ร้านออมทอง  ถนนสุขุมวิท ซอย 33 เป็นต้น  ซึ่งก็ได้ความอร่อยควบคู่ความสดชื่นในเวลาเดียวกัน

 ของว่างจีน อาจกล่าวได้ว่า  ติ่มซำ  คือของว่าที่มือชื่อเสียงมากที่สุดของชาวจีน  ซึ่งที่มาของเมนูนี้นั้นเกิดมาจากวัฒนธรรมการดื่มของชาวกวางตุ้งก่อน  จากนั้ค่อยกลายมาเป็นติ่มซำในรูปแบบต่างๆ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน  โดยมีทั้งของต้ม  ของนึ่ง  ของทอด  เสริ์ฟเป็นคำเล็กๆ  ในเข่งไม้ไผ่  ตามความหมายของคำว่าติ่มซำในภาษากวางตุ้ง  “เสี้ยวเล็กๆ ของหัวใจ”  การรับประทานติ่มซำจะให้อร่อยล้ำจำเป็นอย่างยิ่งต้องรับประทานขณะร้อนๆ และต้องเสิร์ฟคู่กับหยำฉา หรือน้ำชาจีนร้อน

 ของว่างญี่ปุ่น พูดถึงของว่างญี่ปุ่นนั้นมีอยู่หลายอย่าง  แต่ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำที่ดีของผู้คนเสมอมา  ก็เห็นจะต้องยกให้ 2 เมนูนี้  โดลายากิ (Dolayaki)  กับโอนิงิริ  (Onigiri)  คุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ  บอกให้ก็ได้ว่าเมนูแรกคือขนมสุดโปรดของโดราเอมอน  เป็นแป้งทอด  2 แผ่นประกบกันสอดไส้ถั่วแดง  รสหวานนุ่มนวล  ส่วนเมนูหลังเป็นของว่างที่เณรน้อยเจ้าปัญญาชอบนักชอบหนา  ทำจากข้าวญี่ปุ่นสอดไส้  ทอดจนเหลืองกรอบหอมหวนชวนรับประทานอย่างยิ่ง  นอกจากนั้นของว่างอย่างอื่นที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน  ก็ได้แก่ เซนบะ (Senbei)  แป้งข้าวเหนียวย่างซีอิ๊วห่อด้วยสาหร่าย  และอาจสอดไส้กุ้ง  งาดำ  ถั่วแดง  ทกโกะยากิ (Takoyaki)  ขนมครกญี่ปุ่น  และมิซูโยกัง (Mizuyokan)  ถั่วแดงอัด  เป็นต้น

ของว่างอย่างตะวันตก

 วัฒนธรรมการรับประทานของว่างในแบบฉบับชาวตะวันตกฉายแววโดดเด่น  ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันเกิดจากการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ค์จนกลายเป็นเมนูใหม่ทั้งที่เลิศรสและเป็นมิตรต่อสุขภาพ  เหมาะกับการเสิร์ฟเป็นของว่างรองท้องแก้หิวยามบ่าย

 ของว่างอังกฤษ การดื่มชาแบบชาวอังกฤษหรือที่เรียกว่า  อิงลิช ไฮที (English  High  Tea)  ที่เริ่มถือปฏิบัติกันตั้งแต่สมัยต้นสตวรรษที่ 19  ถือเป็นธรรมเนียมการรับประทานของว่างในหมู่ชาวตะวันตกอย่างแท้จริง  การเสิร์ฟอิงลิช ไฮที  จะนิยมจัดเสิร์ฟในลักษณะบุฟเฟ่ต์  หรือเป็นชุดเล็กๆ  โดยขนมที่เป็นไฮไลต์และขาดไม่ได้เลยก็คือสโคน (Scone)  แป้งอบรสหวานใส่ช็อกโกแวตชิป  บิสกิต (Biscuit)  คุกกี้กรอบชิ้นเล็ก ครัมเป็ต (Crumpet) แป้งสาลีทอดคล้ายแพนเค้ก  เนื้อหยุ่น  รสจืด  ทร์ต (Tart) แป้งอบใส่หน้าผลไม้สด  รสเปรี้ยวอมหวาน  รวมถึงพาสทรีชิ้นพอคำ  รับประทานกับแยมคลอตเต็ดครีม  ซึ่งเป็นครีมโฮมเมดรสเยี่ยม

 ของว่างชาวฝรั่งเศษ หากว่าฟัวกราส์ (ตับเป็ด/ห่าน)  และเห็นทรัฟเฟิล คือสุดยอดอาหารฝรั่งเศส  ครูดิเตส์  ก็ต้องถือว่าเป็นของว่างยอดฮิตที่เลื่องชื่อของชาวฝรั่งเศสที่ควรได้รับการยกย่องเช่นกัน  คนทั่วไปมักหลงรักครูดิเตส์  ด้วยเพราะเป็นของว่างที่ยอกจากจะอร่อยล้ำแล้ว  ก็ยังเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่น่าลิ้มลองอีกด้วย  โดยเฉพาะคนที่กำลังอยู่ในระหว่างควบคุมน้ำหนัก  เมนูนี้ประกอบไปด้วย  ผักสดนานาชนิด  เช่น แตงกวา  มะเขือเทศ  พริกหวาน  กระเทียม  ถั่วลันเตา  ต้นหอม  ผลไม้แห้ง  ชีส  จิ้มกับดิปรสเข้มข้น

 ของว่างสเปน ดินแดนกระทิงดุ  มีของว่างอันดับหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีในนาม ทาปาส  ซึ่งเป็นอาหารเบาๆ รับประทานง่ายๆ โดยมีทั้งของแห้ง  ของทอด  และของย่าง  ชิ้นเล็กๆ พอคำ  สะดวกในการหยิบรับประทาน  โดยนิยมเสิร์ฟกับเซงเกรีย (Sangria)  เครื่องดื่มรสชาติดี  สีแดงสด  ทำจากไวน์แดง  ผสมกับน้ำผลไม้และโซดา  ลอยหน้าด้วยผลไม้หั่นชิ้นเล็ก  อาจเพิ่มดีกรีแอลกอฮอล์ด้วยการเติมเหล้าหวาน  บรั่นดี  หรือคอนญัก

ของว่างอิตาลี  ชาวอิตาเลี่ยนรู้จักสรรหาของว่างมากำนัลให้นักกินได้ลิ้มลองมากมาย  ตาจานไหนก็ไม่เทียบเพียง 2 จานนี้ได้  แอนติพาสตี (Antipasti)  และบิสกอตติ (biscotti)  จานแรกนิยมเสิร์ฟเป็นจานใหญ่  มีหลายอย่างให้เลือกรับประทานอย่างจุใจ  เช่น  ซาลามี  ผักดอง  เปเปอโรนี  พริกหวานย่างในน้ำมันมะกอก  ผลมะเดื่อสุก  เมลอนกับพาร์มาแฮม  มะเขือม่วงย่าง  ชีส  ผลไม้แห้ง  หน่อไม้ฝรั่งลวก  และกริสซินี (Grissini)  ขนมปังขาไก่ของอิตาเลียน  ส่วนอีกจานนั้นเป็นคุกกี้แท่งยาว  เนื้อแน่น  อบจนกรอบ  รสหวานมัน  เพราะมีถั่วเฮลเซนัต  โดยจะเสิร์ฟกับเครื่องดื่มสุดฮอต  อย่างเอส เพรสโซ  รสเข้มข้นเป็นตัวช่วยเพิ่มความอร่อยอีกทาง

 เห็นแล้วใช่มั้ยล่ะว่า  ทุกวัฒนธรรมล้วนมีของว่าง  แล้วบ่ายนี้  คุณจะลิ้มรสของว่างอย่างไหน

อาหารว่าง” มีความหมายสำหรับทุกคน อาหารที่รับประทานได้เบาๆ เป็นอาหารมื้อพิเศษนอกเหนือไปจากอาหารหลักคือ อาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น

อาหารว่างอาจจะรับประทานในช่วง 10.00 น. หรือยามบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งอาหารเย็นยังมาไม่ถึง อาจจะเกิดหิวหรืออยากอาหารขึ้นมาก็ได้

“อาหารว่าง” มีความหมายจริงๆ สำหรับทุกคน อาหรที่เบาๆ อาหารที่อร่อย น่ารับประทานมีอยู่มากมาย สำหรับสิ่งที่เรียกว่าเป็น “อาหารว่าง” นี้ทุกภาคในเมืองไทยเรามีอยู่และเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะเสียด้วย

“อาหารว่าง” บางอย่างก็รับประทานได้อิ่มกันไปเลยก็มี ประเภทรับประทานกันพอหอมปากหอมคอก็มีอีก จึงเลือกรับประทานกันได้เสมอ

อาหารของคนไทยเรานั้นในทุกๆ ภาค ต่างมีความเอร็ดอร่อยไม่แพ้กันและไม่ซ้ำกันอีก อาหารหลายอย่างที่เป็น “อาหารว่าง”นั้น บางอย่างก็เต็มไปด้วยศิลปะในการปรุงมากมายอย่างยิ่ง ผู้ปรุงอาหารจะต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือมาก มีความพิถีพิถัน อดทน และใจเย็นด้วยจึงจะปรุงแต่งอาหารออกมาได้อย่างอร่อย งดงาม และน่ารับประทาน

“ข้าวแช่” อาหารว่างที่เต็มไปด้วยศิลป์ ศาสตร์ และทั้งฝีมือปรุงแต่ง “ข้าวเกรียบปากหม้อ” อาหารว่างที่เต็มไปด้วยลีลาศิลปะที่อ่อนช้อย ผู้ปรุงนั้นจะต้องใจเย็นและสูงส่งด้วยความนิ่มนวล

อาหารว่าง” บางอย่างก็ปรุงได้ง่ายดาย แต่อร่อย เลือกเอามารับประทานกันได้เสมอ ในเมื่อหนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ออกมาสำหรับท่านที่สนใจและชอบรับประทานอาหารดีๆ ของคนไทยเราตั้งแต่โบราณกาลมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ อีกเนิ่นนานเหลือเกิน ในการปรุง “อาหารว่าง” ดังกล่าวของคนไทยจะต้องไม่มีการสิ้นสุดไปจากโลก ตราบที่คนไทยเรายังคงอยู่

อาหารว่าง” อร่อย น่ารับประทาน “อาหารว่าง” มีคุณค่าทางสารอาหาร ทางโภชนาการ รับประทานแล้วอิ่ม เสริมสร้างให้ร่างกายและจิตใจทุกคนสมบูรณ์ แข็งแรงเสมอ ข้อสำคัญจะต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่จะทำให้ร่างกายหรือระบบทางเดินอาหารของคนเราผิดปกติไปเท่านั้น มารับประทาน “อาหารว่าง” กันดีกว่า ขอให้ทุกท่านจงโชคดี มีความสุข และอิ่มอร่อยไปกับอาหารจานเด็ดทั้งหลาย

 ที่มา : หนังสือพิมพ์  โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่  11  พฤศจิกายน  2548