ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินอีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา
     โดยทั่วๆ ไป คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท โดยที่ถูกต้องแล้วทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ที่เรียกว่า ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์  และในกรณีที่ประเทศไทยหนีไม่พ้นเรื่องการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญา ในเรื่องของการละเมิดสิทธิบัตร (เครื่องหมายการค้า)

สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรนั้นจะต้องมีการจดทะเบียนตามกฏหมายเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ ดังนี้

  1. มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ในการที่จะผลิต ใช้ ขาย และมีสิทธิ์ที่จะใช้คำว่า “สิทธิบัตรไทย” หรืออักษร “สบท.” ให้ปรากฏในหีบห่อหรือในการประกาศโฆษณาได้
  2. มีสิทธิที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิในการนำการประดิษฐ์มาทำการผลิต ใช้ ขาย หรือ ใช้คำว่า “สิทธิบัตรไทย” ได้เช่นเดียวกับผู้ทรงสิทธิบัตร
  3. มีสิทธิที่จะโอนสิทธิบัตรของตนให้แก่บุคคลอื่น แต่จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรข้างต้น กฎหมายได้กำหนดให้นำมาใช้กับผู้ทรงอนุสิทธิบัตรด้วย

เมื่อผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ตามกฏหมายได้กำหนดไว้  ก็มักจะมีผู้ต้องการจะหาผลประโยชน์จากสิทธิดังกล่าวโดยผิดกฏหมาย และทำให้ผู้ทรงสิทธิบัตรเสียหายนั่นคือ การละเมิดสิทธิบัตร

การละเมิดสิทธิบัตร คือ การที่บุคคลใด บุคคลหนึ่งกระทำการใด ๆ ให้ผู้ทรงสิทธิบัตรเสียหายโดยกระทบต่อสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรข้างต้น เช่น ปลอม ทำซ้ำ ดัดแปลง โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของสิทธิบัตร ซึ่งการละเมิดสิทธิบัตรนั้น จะมีความผิดทั้งในทางอาญาและในทางแพ่งด้วย

โทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 โดยเป็นโทษจำคุก ปรับ ริบ ทรัพย์สิน

ความรับผิดชอบในทางแพ่งอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายจากความเสียหายที่ผู้ทรงสิทธิ บัตรได้รับ โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหาย รวมทั้งการสูญเสียประโยชน์และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการบังคับตามสิทธิของ ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตร

หากบุคคลใดที่ไม่ใช่เจ้าของสิทธิบัตร นำการประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ของผู้ทรงสิทธิไปทำการผลิต ใช้ ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือใช้คำว่า “สิทธิบัตรไทย” หรือ อักษร สบท. หรืออักษรต่างประเทศที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือในการประกาศ โฆษณาการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรหรือผู้ทรงสิทธิบัตรที่ได้รับ จดทะเบียนสิทธิบัตรไว้แล้ว โดยเป็นความผิดต่อกฏหมายพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 ที่ได้กำหนดโทษให้การกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิบัตรและเป็น ความผิดในทางอาญา