เป็นการเขียนเพื่อบอกความเป็นมา เกี่ยวกับประเด็นของหัวข้อ และกล่าวถึงปัญหาในลักษณะกว้างๆ เข้าสู่แคบๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำสัมมนาหรือประเด็นนี้ หรือเรียกร้องถึงความสำคัญ ของประเด็นที่จะนำเสนอ

โดยหน้านี้อาจมีหัวเรื่องซ้ำอีกก็ได้ และเพื่อให้มีความสมบูรณ์ในหน้านี้ ควรเริ่มมีอ้างอิงในเนื้อเรื่อง

การอ้างอิงในเนื้อเรื่อง

คือ การบอกถึงแหล่งข้อมูลที่นำมาจากเอกสารฉบับไหน หนังสือ หรือ วารสาร และเอกสารตีพิมพ์เล่มใด หากมีผู้สนใจและอยากศึกษาเพิ่มเติมในเนื้อหาจะได้กลับไปตามจากแหล่งข้อมูลดังกล่าว

การอ้างอิงจะมี 2 แบบ คือ การอ้างอิงนอกเนื้อเรื่อง หรือการเขียนเอกสารอ้างอิง ซึ่งการเขียนแบบที่ 2 จะขอพูดในหัวข้อถัดไป

การอ้างอิงในเนื้อเรื่อง จะขอพูดก่อนเนื่องจากในบทนำจะเริ่มมีการอ้างอิงในเนื้อเรื่องบางแล้ว และการอ้างอิงในเนื้อเรื่องเมื่อตรวจกับอ้างอิงนอกเนื้อเรื่อง หรือการเขียนเอกสารอ้างอิง จะต้องพบ และบอกรายละเอียดครบ สามารถสืบค้นและติดตามได้ โดยการเขียนอ้างอิงในเนื้อเรื่องจะมี 3 ลักษณะ คือ

การเขียนอ้างอิงต้นประโยค โดยใช้รูปแบบ ชื่อ (พ.ศ. หรือ ค.ศ. พบว่า………………)

ซึ่งชื่ออาจจะมีทั้ง 2 คน 3 คน หรือมากกว่า ถ้ามากกว่า 3 คน ให้ใช้คำว่า และคณะ (….) ในภาษาอังกฤษใช้ et al. (….) โดยจะเอียงหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องเหมือนกันหมด ส่วนชื่อภาษาอังกฤษจะใช้สกุลมาอ้างอิง เช่น O. P. Thomas. 1982. เวลาเขียนอ้างอิงต้นประโยคให้อ้างอิงว่า Thomas (1982) เป็นต้น และ พ.ศ. หรือ ค.ศ. ที่ใช้จะต้องเป็นปีที่ตีพิมพ์ ส่วนประโยคต่อปีที่ตีพิมพ์ อาจใช้คำว่า พบว่า……, รายงานว่า……, กล่าวว่า…….., แสดงให้เห็นว่า………หรืออื่นๆ การอ้างแบบนี้รวมถึงข้อมูลจากเว็ปไซด์ด้วย ตัวอย่างเช่น

ธันวา (มปพ.) กล่าวว่า……….(ในกรณีไม่ทราบปีที่ตีพิมพ์)…………….……………………………………

นิรนาม (2547) แนะนำว่า………..(กรณีไม่ทราบผู้แต่ง)………………………………………………………

สุกัญญา (2539) พบว่า…………………………………………..……………………………………………………………

สินชัย และนวลจันทร์ (2530) รายงานว่า……………………………………………………………………………

สาโรช และคณะ (2521) อธิบายว่า……………………………………………………………………………………..

อุทัย และคณะ (2533 ข) ; สาโรช และเยาวมาลย์ (2528) ศึกษาพบว่า…………………………

Thunwa (eds.) กล่าวว่า………………..(ในกรณีไม่ทราบปีที่ตีพิมพ์)…………………………………….