เด็ก : ผู้เยาว์ชายหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี
                           เด็ก : มนุษย์ทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เว้นแต่จะบรรลุนิติภาวะก่อนตามกฎหมาย
                           เด็กปฐมวัย : เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์
                            การอบรมและเลี้ยงดูแก่เด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเด็กวัยนี้ต้องการการเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้าน จากบิดา มารดา คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่เป็นรากฐานของบุคลิกภาพ อุปนิสัย และการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจ สมอง สติปัญญา ความสามารถ เพราะเด็กในช่วงตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์แม่จนถึง 4 ปี ระบบประสาทและสมองจะเจริญเติบโตในอัตราสูงสุด (ประมาณ 80 % ของผู้ใหญ่) การอบรมปลูกฝังสร้างเสริมพัฒนาการทุกด้านให้แก่เด็กปฐมวัยได้เจริญเติบโตเต็มศักยภาพในช่วงอายุนี้ จะเป็นรากฐานที่ดีจะให้เขาเติบโตเป็นเยาวชนและพลเมืองที่ดี เฉลียวฉลาด คิดเป็น ทำเป็น และมีความสุข เด็กปฐมวัยจะมีชีวิตรอดและเติบโตได้ก็ด้วยการพึ่งพาพ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่ช่วยเลี้ยงดู ปกป้องจากอันตราย หากผู้ใหญ่ให้ความรักเอาใจใส่ใกล้ชิด อบรมเลี้ยงดูโดยเข้าใจเด็กพร้อมจะตอบสนองความต้องการพื้นฐานที่เปลี่ยนไปตามวัยได้อย่างเหมาะสมให้สมดุลย์กันทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และสังคมแล้ว เด็กจะเติบโตแข็งแรงแจ่มใส มีความมั่นคงทางใจ รู้ภาษา ใฝ่รู้ และใฝ่ดี พร้อมที่จะพัฒนาตนเองในขั้นต่อไป ให้เป็นคนเก่งและคนดีอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุขและมีประโยชน์
ความเจริญเติบโตและพัฒนาการ

                     ความเจริญเติบโต (Growth) หมายถึง การเปลี่ยนแปลง ขนาดของร่างกายและอวัยวะ ซึ่งเกิดจากการเพิ่มจำนวนและขนาดของเซลล์และส่วนหล่อเลี้ยง (Matrix) ทำให้รูปร่างเปลี่ยน เช่นมีขนาดใหญ่ขึ้น สูงขึ้น สัดส่วนเปลี่ยนแปลง การเพิ่มจำนวนเช่นฟัน และการเปลี่ยนลักษณะเช่นการเข้าสู่วัยหนุ่มสาว
                    พัฒนาการ (Development) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการทำหน้าที่ (Function) และวุฒิภาวะ (Maturation) ของอวัยวะระบบต่างๆ รวมทั้งตัวบุคคล ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำสิ่งที่ยากสลับซับซ้อนมากขึ้น ตลอดจนการเพิ่มทักษะใหม่ๆ และความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะแวดล้อมหรือภาวะใหม่ในบริบทของครอบครัวและสังคม พัฒนาการของมนุษย์จำแนกเป็น 5 ด้านได้แก่

    1. ด้านร่างกาย (Physical หรือ Psycho-motor development) หมายถึง ความสามารถของร่างกายใน
การทรงตัวในอิริยาบทต่างๆ และการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ไป โดยการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross motor) และการใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่างๆ (Fine motor adaptive)
    2. ด้านสติปัญญา (Cognitive development) หมายถึง ความสามารถในการเรียนรู้ความสัมพันธ์
ระหว่างสิ่งต่างๆ กับตนเอง การรับรู้ รู้จักสังเกต จดจำ วิเคราะห์ เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางภาษา (Language) และสื่อความหมาย (Communication) กับการใช้ตากับมือทำงานประสานกันเพื่อแก้ปัญหา (fine motor adaptive)
    3. ด้านจิตใจ-อารมณ์ (Emotional development) หมายถึงความสามารถในการรู้สึกและแสดง
ความรู้สึก ความสามารถในการแยกแยะ ความลึกซึ้งและควบคุมการแสดงออกของอารมณ์อย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างความรู้สึกที่ดีและนับถือต่อตนเอง (Self- esteem) หรืออัตมโนทัศน์
    4. ด้านสังคม (Social development) หมายถึง ความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น มี
ทักษะในการปรับตัวในสังคม ร่วมมือกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ความเป็นตัวของตัวเอง และรู้จักกาละเทศะ ในเด็กหมายรวมถึงความสามารถในการช่วยตัวเองในชีวิตประจำวัน (Personal-social)
    5. ด้านจิตวิญญาณ (Spiritual development) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการรู้จัก
คุณค่าของชีวิต สิ่งแวดล้อม สุนทรียภาพ วัฒนธรรม และการมีคุณธรรม การรู้จักควบคุมตนเองให้มีความ
อดทนอดกลั้น มีเมตตากรุณา มีความซื่อสัตย์ เป็นต้น
                 ระยะของการเจริญเติบโต-พัฒนาการ ประกอบด้วย ระยะก่อนคลอด (Prenatal Period) ระยะตัวอ่อน (Embryonic Period) ระยะทารกในครรภ์ (Fetus Period) ระยะหลังคลอด (Postnatal Period) ระยะทารก (Neonatal Period และ Infancy) ระยะวัยเด็กตอนต้น (Toddle และ Pre-School Age) ระยะวัยเด็กตอนกลาง (School Age) ระยะวัยเด็กตอนปลาย (Puberty Period และ Adolescence) วัยผู้ใหญ่ (Early Adulthood และ Late Adulthood) และวัยชรา (Seniority)

ความสำคัญของเด็ก
    1. ผู้สืบทอดความดีงามต่าง ๆ จากผู้ใหญ่
    2. มีสิทธิเช่นมนุษย์ผู้ใหญ่
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ
  • สิทธิในการอยู่รอด
  • สิทธิในการพัฒนา
  • สิทธิในการคุ้มครอง
  • สิทธิในการมีส่วนร่วม
    3. เป็นตัวแทนของกลุ่มเยาวชน
    4. ความดีเลวของเด็กสะท้อนคุณภาพของประชากรในอนาคตของสังคมโลก
    5. มีพื้นเดิมของจิตใจบริสุทธิ์สะอาด
ธรรมชาติของเด็ก
    1. เด็กทุกคนมีความสามารถในขอบเขตจำกัดต่างกัน
    2. เด็กทุกคนไม่ชอบอยู่นิ่ง อยากรู้อยากเห็น ชอบจับต้อง ชอบพูดคุย
    3. มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนผู้ใหญ่และต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็น
    4. เด็กทุกคนต้องการที่จะรู้และเรียน
    5. เด็กทุกคนต้องการแสดงความสามารถและความต้องการเป็นอิสระ
    6. เด็กทุกคนมีระยะเวลาความสนใจสิ่งต่าง ๆ สั้น ๆ
    7. เด็กทุกคนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
    8. เด็กทุกคนมีความต้องการด้าน ร่างกาย-จิตใจ
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กไทย
    1. มีสุขภาพดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ
    2. รู้จักคิด ไม่งมงาย
    3. มีวินัย รับผิดชอบต่อตนเอง-สังคม
    4. รู้จักปรับเปลี่ยนความคิด-พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
    5. ดำเนินชีวิตเรียบง่าย
    6. มีสายใยผูกพันสมาชิกในครอบครัว
    7. มีวัฒนธรรมดีงาม เข้าใจหลักการที่ถูกต้องของศาสนา
    8. เข้าใจ และเลื่อมใสการปกครองระบบประชาธิปไตย
    9. รู้คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น
    10. รับผิดชอบต่อการรักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
    11. มีความสามารถในการสื่อสารมากกว่า 1 ภาษา
    12. รู้จักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

แหล่งที่มา

ทรงสุดา ภู่สว่าง.ความหมายและความสำคัญของเด็กปฐมวัย.[Online] Available http://www.human.cmu.ac.th/~hc/ebook/006103/lesson3/01.htmAccessed[26/09/2553]