โครงงาน

เรื่อง น้ำสมุนไพรไล่แมลง

คณะผู้จัดทำ 

1.            นางสาว วลัยพร ศักดิ์เล็บประดู่   รหัส 52111320112

2.            นางสาว รุ่งนภา  ใจสุข                 รหัส 52111320114

3.            นางสาว แสงระวี  การสมวาสน์   รหัส 52111320125

4.            นางสาว อรวิณย์    งามแม้น         รหัส 52111320149

5.            นางสาว  ลลิตา      พงษ์พานิช      รหัส 52111320164

ระดับชั้น   นักศึกษาหลักสูรการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่ 2  ตอนเรียน C1

อาจารย์ที่ปรึกษา 

อาจารย์  ศักดิ์ชัย   ไชยรักษ์

โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รหัส GEED 101

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

 

 

 

 

 

ชื่อโครงงาน   น้ำสมุนไพรไล่แมลง

คณะผู้จัดทำ 

1.            นางสาว วลัยพร ศักดิ์เล็บประดู่   รหัส 52111320112

2.            นางสาว รุ่งนภา  ใจสุข                 รหัส 52111320114

3.            นางสาว แสงระวี  การสมวาสน์   รหัส 52111320125

4.            นางสาว อรวิณย์    งามแม้น         รหัส 52111320149

5.            นางสาว  ลลิตา      พงษ์พานิช      รหัส 52111320164

รายวิชา    

                    ชีวิตกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (GEED106)

ระดับชั้น   

                    นักศึกษาหลักสูรการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่ 2  ตอนเรียน C1

อาจารย์ที่ปรึกษา       

                    อาจารย์  ศักดิ์ชัย   ไชยรักษ์ 

สถานที่ศึกษา             

                   มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

 

 

 

 

คำนำ 

                    โครงงานสมุนไพรไล่แมลงเรียบเรียงขึ้น เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและประโยชน์กับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่สนใจนำน้ำสมุนไพรไล่แมลงไปใช้ ในการทำโครงงานได้อธิบายถึงประโยชน์ของ ใบสาบเสือ มะกรูด และ ตะไคร้หอม เป็นขั้นตอนวิธีการทำน้ำสมุนไพรเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

                   ผู้จัดทำหวังว่าโครงงานฉบับนี้จะให้ประโยชน์แก่ผู้สนใจโดยทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเป็นการลดทุนในการผลิตและยังไม่เป็นอตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทคัดย่อ

                   จากโครงงานเรื่องสมุนไพรไล่แมลงพบว่าใบสาบเสือ ใบตะไคร้และผลมะกรูด สามารถสกัดเป็นสมุนไพรไล่แมลงได้  แต่มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงน้อย เมื่อนำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการกำจัดมดและแมลง ใบสาบเสือที่ผสมกับเหล้าขาว  พริกแกง มีประสิทธิภาพในการกำจัดมดและแมลงได้ดีกว่า ผลมะกรูดและตะไคร้หอม

 

 

 

 

 

 

 

 

กิติกรรมประกาศ

รายงานโครงงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยความเมตตาช่วยเหลือย่างยิ่งของ

นางสาว ระพีพัฒน์  นาย สีไพร  การสมวาสน์  และ อาจารย์ ศักดิ์ชัย ไชยรักษ์ ที่อนุมัติเห็นชอบในการทำโครงงานและให้คำปรึกษาแนะนำในการทำรูปเล่มและเขียนรายงานในเรื่องการทดลองสมุนไพรไล่แมลง และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นต่งๆในการทำโครงงานมาโดยตลอด กระทั้งการศึกษาค้นคว้าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ความดีในการศึกษาค้นคว้าและทดลองในครั้งนี้คณะผู้จัดทำมีความซาบซึ้งในความกรุณาอันดียิ่งจากทุกคนที่กล่าวนามมา

                ขอขอบพระคุณ ณ โอกาสนี้

 

 

 

คณะผู้จัดทำ

20 ก.ย. 53

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 1

บทนำ

หลักการและเหตุผล

                      ในปัจจุบันมีผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก และได้มีการใช้ยาฆ่าแมลงในการกำจัดมดและแมลง ทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภคโดยตรงและยังทำให้ดินที่ใช้ในการปลูกพืชเสียหายและยังส่งผลทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง กลุ่มของเราจึงได้เห็นถึงปัญหาในเรื่องมดและแมลงที่เป็นปัญหาใหญ่ของเกษตร เราจึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์สมุนไพรไล่แมลงโดยใช้พืชสมุนไพรที่พบมากในท้องถิ่น อาทิเช่น ใบสาบเสือ ตะไคร้หอม มะกูด  เพราะพืชเหล่านี้มีกลิ่นแรงและฉุน โดยสังเกตได้จากบริเวณที่พืชและสมุนไพรเหล่านี้ขึ้นอยู่จะไม่มีแมลงรบกวนกลุ่มเราจึงได้ทดลองนำพืชและสมุนไพรเหล่านี้มาหมักทิ้งไว้แล้วกรองเอาแต่น้ำและนำไปทดลองนำไปฉีดพ่นในบริเวณพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร

 

 

 

 

 

 

 

 

วัตถุประสงค์

1.              เพื่อศึกษาการนำใบสาบเสือมาจัดทำเป็นน้ำสมุนไพรไล่แมลง

2.              เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราส่วนที่เหมาะสมในการนำพริกแกงและใบสาบเสือมาผสมเป็นน้ำสมุนไล่แมลง

3.              เพื่อศึกษาเปรียบเทียบในการไล่แมลงระหว่างพืชสมุนไพรกับยาฆ่าแมลง

สมมติฐาน

1.              ใบสาบเสือสามารถสกัดเป็นสมุนไพรไล่มดและแมลงได้

2.              ผลมะกรูดสามารถสกัดเป็นสมุนไพรไล่มดและแมลงได้

3.              ใบตะไคร้หอมสามารถสกัดเป็นสมุนไพรไล่มดและแมลงได้

4.              ใบสาบเสือผสมกับพริกแกงสามารถกำจัดมดและแมลงได้ดีกว่าผลมะกูดและใบตะไคร้หอม

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.              ประหยัดต้นทุนของเกษตรกร

2.              ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ

3.              นำสมุนไพรใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

4.              ไม่มีอันตรายกับเกษตรกรและผู้บริโภค

5.              ลดสภาวะโลกร้อน

 

 

ขอบเขตการศึกษา

            การจัดทำโครงงานสมุนไพรไล่แมลงเมื่อศึกษาเกี่ยวกับใบสาบเสือ ใบตะไคร้หอม และผลมะกรูดว่าชนิดใดมีประสิทธิภาพในการไล่มดและแมลงได้ดีกว่ากัน โดยศึกษาจากการทดลอง นำใบสาบเสือ ใบตะไคร้หอม และผลมะกรูด มาสกัดเอาแต่น้ำนำไปทำการทดลองกับแปลงนาข้าวของเกษตรกร และสังเกตผลที่ได้เพื่อกับการบันทึกผล

ตัวแปรต้น

      -ใบสาบเสือ

     - พริกแกง

     -ผลมะกรูด

    -ตะไคร้หอม

   -เหล้าขาว

ตัวแปรตาม

           -การไล่แมลง

-                   การไล่มด

ตัวแปรควบคุม

          -อัตราส่วน

         -ระยะเวลา

        -สถานที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง/ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

 สาบเสือ

 ชื่ออื่น       หญ้าเสือหมอบ ( สุพรรณ - ราชบุรี – กาญจนบุรี ), รำเคย( ระนอง ),

 ผักคราด บ้านร้าง(ราชบุรี) ยี่สุ่นเถื่อน(สุราษฎร์), ฝรั่งเหาะ, ฝรั่งรุกที่ (สุพรรณ) หญ้าดอกขาว

( สุโขทัย - ระนอง ) หญ้าเมืองวาย( พายัพ ), พาทั้ง (เงี้ยว เชียงใหม่) หญ้าดงรั้ง หญ้าพระสิริไอสวรรค์   ( สระบุรี ), มุ้งกระต่าย (อุดร ) หญ้าลืมเมือง ( หนองคาย ),หญ้าเลาฮ้าง

( ขอนแก่น ) , สะพัง ( เลย ), หมาหลง( ศรีราชา - ชลฯ)  นองเส้งเปรง ( กะเหรี่ยง เชียงใหม่) ,

ไช้ปู่กุ ( กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน ) , หญ้าเมืองฮ้าง ,หญ้าเหมือน( อิสาน) หญ้าฝรั่งเศส , เบญจมาศ

( ตราด ) , เซโพกวย (กะเหรี่ยง เชียงใหม่ ) , มนทน( เพชรบูรณ์) ; ปวยกีเช่า , เฮียงเจกลั้ง ( จีน )

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์     Eupatorium odoratum L. วงศ์ Compositae

                   ลักษณะต้น เป็นพืชปีเดียวตาย ต้นสูง 1 - 3 เมตร ก้านมีริ้วรอย ปกคลุมด้วยขน ก้านและใบเอามาขยี้จะมีกลิ่นแรง ใบออกตรงข้ามกัน ลักษณะค่อนมาทางรูปสามเหลี่ยม ตัวใบยาว 3 - 10 ซม. ปลายใบแหลม ฐานใบกว้างใหญ่ หรือ กลมๆ ขอบใบมีรอยหยักคล้ายฟันขนาดใหญ่ มีขนปกคลุมทั้ง 2 ด้าน ด้านท้องใบมีขนหนาแน่นกว่าหลังใบ ดอกออกเป็นช่อลักษณะเป็นกระจุกคล้ายร่ม ดอกสีขาวออกม่วง มีดอกย่อยวงนอกเป็นเส้นสีขาวออกมา1วงส่วนกลางของช่อดอกเป็นดอกย่อยที่มีทั้งเกสนตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน กลีบดอกมีลักษณะเป็นหลอด ส่วยปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ ผลมีขนาดเล็ก มีห้าเหลี่ยม ส่วนปลายมีขนช่วยพยุงให้ลอยไปตกได้ไกลๆออกดอกในฤดูหนาวมักพบตามที่รกร้างทั่วไปชอบขึ้นตามที่มีแสงแดดมากๆตามทุ่งกว้าง ริมถนน

การเก็บมาใช้      ก้านและใบ ใช้สด

สรรพคุณ

                 ก้าน และใบ รสสุขุม ฉุนเล็กน้อย ใช้ฆ่าแมลง ห้ามเลือดแก้แผลที่แมลงบางชนิดกัดแล้วเลือดไหลไม่หยุด ใช้ใบสดตำพอกปากแผล หรือ อาจใช้ใบสดตำกับปูนกินหมากพอกแผลห้ามเลือดได้หรือใช้ใบสดขยี้ปิดปากแผลเลือด ออกเล็กน้อยได้ดี

สาบเสือมีสรรพคุณทางยามากมายทั้งจากต้น ใบ ดอก ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

                ต้น          เป็นยาแก้ ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ แก้บวม ดูดหนอง

            

 

 

   ใบ          ใบของสาบเสือมีสารสำคัญคือ กระอะนิสิก และฟลาโวนอยด์หลายชนิด เช่น ไอโซซากูรานิติน และโอโดราติน นอกจากนี้ยังมีสารพวกน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบไปด้วยสารยูพาทอล คูมาริน โดยสารสำคัญเหล่านี้จะไปออกฤทธิ์ที่ผนังเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดหดตัวและนอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ไปกระตุ้นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น ทำให้สามารถห้ามเลือดได้ใช้เป็นยารักษาแผลสด สมานแผล ถอนพิษแก้อักเสบ แก้พิษน้ำเหลือง แก้ตาฟาง แก้ตาแฉะ แก้ริดสีดวงทวารหนัก รักษาแผลเปื่อย

              ดอก          เป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ชูกำลัง แก้อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ แก้ไข้

             ทั้งต้น        เป็นยาแก้บาดทะยัก

การแพร่กระจาย       ขึ้นทั่วไปทั้งในสภาพดินชื้นหรือ แห้ง แพร่กระจายในแหล่งปลูกพืชยืนต้นและที่รกร้าง ว่างเปล่า และตามที่มีแสงแดดมากๆ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ผลทางเภสัชวิทยา

                         น้ำต้มสกัดจากใบและต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของหนูตะเภาแต่ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กที่แยกออกจากตัวของกระต่ายน้ำต้มสกัดและผลึกสารที่สกัดได้จากต้นนี้ไม่มีผลอย่างเด่นชัดต่อมดลูกที่แยกออกจากตัวของกระต่ายหากนำไปฉีดเข้าช่องท้องของหนูเล็ก พบมีความเป็นพิษเพียงเล็กน้อย

สารเคมีที่พบ
                         ทั้งต้น มีน้ำมันระเหย ซึ่งประกอบด้วย Eupatol(22) , Coumarin ,d และ

I - Eupatene(1),Lupeol,b-AmyrinและFlavoneSalvigenin ใบ มี Ceryl alcohol ; a-,b-,g- Sitosterol (23) , Anisic acid , Trihydric alcohol (C25 H34O5,m.p.278-280C) , Tannin , น้ำตาล (24) ,Isosakuranetin , Odoratin , (2/ - hydroxy - 4 , 4/ , 5/ ,6/ - tetramethoxychalcone) , Acacetin (25)

 

 

ตะไคร้หอม

 

 

ชื่อท้องถิ่น ตะไคร้แดง จะไคมะขูด ตะไคร้มะขูด

ชื่อวิทยาศาสตร์  Cymbopogon nardus Rendle

วงศ์  POACEAE (GRAMINEAE)

ลักษณะพืช

               พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้า ลำต้นตั้งตรง สูง 2 เมตร ออกเป็นกอ ใบเกลี้ยง รูปยาวแคบกว้าง 5-20 มม.ยาวได้ถึง 1 เมตร มีกลิ่นหอม ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบ มีแผ่นรูปไข่ปลายตัดยื่นออกมายาวประมาณ 2 มม. มีขนกาบหุ้มติดทน กาบล่างสุดเกยซ้อนกัน เมื่อแห้งจะม้วนขึ้น ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ยาวได้ถึง 80 ซม. มีใบประดับ ลักษณะคล้ายกาบ ยาวประมาณ 25 มม. รองรับอยู่ ช่อดอกแยกเป็นหลายแขนง แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ ผลแห้งไม่แตกตะไคร้หอมมีลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับตะไคร้กอ ต่างกันที่กลิ่น ต้นและใบยาวกว่าตะไคร้กอมากแผ่นใบกว้างยาวและนิ่มกว่าเล็กน้อย

การปลูก     ใช้หน่อหรือเหง้าชอบขึ้นในดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง ชอบแดดมาก

ส่วนที่ใช้เป็นยา ใบและกาบใบ

สรรพคุณ

                ยาไทย ต้นแก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหง เป็นแผลในปาก) สตรีมีครรภ์รับประทานทำให้แท้ง บีบรัดมดลูก ขับลมในลำใส้ แก้แน่น ตะไคร้หอมได้ถูกนำมาใช้ไล่แมลงอย่างแพร่หลายนานมาแล้ว โดยละลายน้ำมันตะไคร้หอม 7 ส่วน ผสมในแอลกอฮอล์(70%) 93 ส่วน ฉีดพ่นหรือตำใบสดหมักในแอลกอฮอล์ใน อัตราส่วน 1:1 ทาตรงขอบประตูที่ปิดเปิดเสมอ หรือชุบสำลีแขวนเอาไว้หน้าประตูเข้าออก หรือใช้ใบตะไคร้หอมมัดแล้วทุบให้ช้ำวางไว้ตามมุมห้องหรือใต้เตียง

ผลมะกรูด

 

ชื่อสามัญ :               Porcupine Orange, Kiffir Lime, Leech Lime

ชื่อวิทยาศาสตร์ :     Citrus hystrix DC.

ชื่อท้องถิ่น :  มะขุน มะขูด (ภาคเหนือ) มะหูด (หนองคาย) ส้มกรูด ส้มมั่วผี (ภาคใต้) โกรยเซียด (เขมร) มะขู (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะ

                 มะกรูด เป็นพืชในสกุลส้ม (Citrus) เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อยใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกันอยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอนๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน กว้าง 2.5-4 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร ใบสีเขียวแก่พื้นผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนามีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ ใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่ายมีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้

              ผล ผิวของผล น้ำของผล ใบ และราก

 

 

 

 

สาระสำคัญ

               ในใบและผลมะกรูด เมื่อนำมากลั่นด้วยไอน้ำจะให้น้ำมันหอม ระเหยในปริมาณ 0.08 % และ4 % ตามลำดับ น้ำมันหอมระเหยจากผิว มะกรูดมักประกอบด้วยเบต้า-ไพนีน, ไลโมนีนและซาบินีน เป็นสารหลัก ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากใบจะประกอบด้วย ซีโทรเนลลาล, ไอโซพูลิโกล และไลนาลูออล เป็นสารหลัก ส่วนในน้ำมะกรูดมีกรดซิตริก ไวตามินซี และกรดอินทรีย์ชนิดอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบ

คุณสมบัติ

         1. ใช้เป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่าง ๆ คือ น้ำในผลแก้อาการท้องอืด ช่วยให้เจริญอาหาร น้ำมะกรูดใช้ดองยา เพื่อใช้ฟอกเลือด และบำรุงโลหิตสตรี เนื้อของผลใช้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ใบมะกรูดใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ผลมะกรูดที่คว้านไส้ออกนำมหาหิงส์ใส่แทนใช้เป็นยาขับลมแก้ปวดท้องในเด็กอ่อน

         2. ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและเครื่องสำอางค์ต่าง ๆ

         3. กรด Citric ช่วยขจัดคราบสบู่ (ด่าง) ที่หลงเหลืออยู่ ทำให้ผมหวีง่าย น้ำมันจากผิวมะกรูดช่วยให้ผมดกเป็นเงางาม

         4. ใช้ปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร ในดับกลิ่นคาวของอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงต่างๆ (รุ่งรัตน์, 2535)

 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

            มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ต้นสูง 2 – 8 เมตร ประกอบไปด้วย

                     1. ใบ มีใบย่อยเพียงใบเดียว ใบค่อนข้างหนา มีสีเขียวแก่ มีกลิ่นหอม

                     2. ดอกมีสีขาว ออกเดี่ยวๆ อยู่เป็นกระจุก 3-5 ดอก กลีบดอกร่วงง่าย

                     3. ผล เป็นผลเดี่ยวค่อนข้างกลม บางพันธุ์มีผิวขรุขระ มีจุกที่หัวผล (เชษฐา, 2525)

 

 

บทที่ 3

อุปกรณ์ วัตถุดิบ/ วิธีการดำเนินงาน

อุปกรณ์ 

1.            ถังน้ำ

2.            ผ้าขาวบาง

3.            มีด

4.            กรวย

5.            ขวดพลาสติก

วัตถุดิบ 

   

 

ภาพที่ 1 ใบสาบเสือ     

 

               

                ภาพที่ 2 ผลมะกรูด                                                  ภาพที่ 3 ใบมะกรูด                         

            ภาพที่ 4 พริกแกงเผ็ด                                                   ภาพที่ 5 เหล้าขาว

 

 

 

 

 

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน 

1.            นำใบสาบเสือมาสับให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว โดยใช้ใบสาบเสือ1กิโลกรัม เติมน้ำพอท่วมแล้วเติมเหล้าขาว150 CC แช่ทิ้งไว้ 1 คืน

 

 

 

ภาพที่ 6

 

2.            นำลูกมะกรูดมาผ่าออกเป็น 4 ส่วน ใช้ 1 กิโลกรัม และนำมาใส่ถัง เติมน้ำให้ท่วมลูกมะกรูด แล้วเติมเหล้าขาวลงไป 150 CC แล้วแช่ทิ้งไว้ 1 คืน

 

 

 

ภาพที่ 7

 

3.            นำต้นตะไคร้หอมมาสับ ให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ใช้ 1 กิโลกรัม แล้วนำมาใส่ถัง

เติมน้ำให้ท่วมตะไคร้หอม แล้วเติมเหล้าขาวลงไป 150 CC แล้วแช่ทิ้งไว้ 1 คืน

 

 

 

 

ภาพที่ 8

 

 

4.            เตรียมพริกแกงเผ็ด 1 กิโลกรัม แล้วนำพริกแกงเผ็ดมาแช่น้ำ ทิ้งไว้ 1 คืน

 

 

 

                    ภาพที่  9                                                                          ภาพที่  10

 

5.            เมื่อครบกำหนด 1 คืน แล้ว นำวัตถุทั้งหมดมากรองเอาแต่น้ำ

 

 

 

ภาพที่ 11

 

6.            นำน้ำพริกแกงเผ็ดมาผสมน้ำใบสาบเสือ น้ำมะกรูดและน้ำตะไคร้หอม โดยใส่อัตราส่วน 1 ลิตรต่อน้ำพืชแต่ละชนิด

 

 

 

ภาพที่  12

 

 

 

7.            นำไปฉีดพ่นกับมดและแมลง และสังเกตผลการทดลองที่ได้

 

 

 

              ภาพที่  13

 

8.            ตารางบันทึกผลการทดลอง

ชนิดของพืชและสมุนไพร

ผลการทดลอง

น้ำพริกแกงผสมกับใบสาบเสือ

เมื่อทำการฉีดพ่นมดและแมลงตาย  ไม่กลับมารบกวนนาข้าว

น้ำพริกแกงผสมกับน้ำตะไคร้หอม

เมื่อทำการฉีดพ่นมดไม่ตาย แมลงบินหนี

น้ำใบสาบเสือผสมกับน้ำมะกรูด

เมื่อทำการฉีดพ่นแมลงและมดตายในปริมาณน้อย

น้ำใบสาบเสือผสมกับน้ำตะไคร้หอม

เมื่อทำการฉีดพ่นมดตาย แมลงบินหนีในปริมาณน้อย

 

 

 

บทที่ 4

สรุปผลการทดลอง

จากการทดลองในครั้งนี้พบว่าเมื่อนำ ใบสาบเสือมาผสมกับพริกแกงและเหล้าขาว

จะมีประสิทธิภาพในการ ใล่มดและแมลงได้ดีกว่า ใบตะไคร้หอมและผลมะกรูด

โดยสังเกตจากการทดลองดูปริมาณของแมลงและมดที่ลดลงในนาข้าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก 

บรรณาณุกรม

www.cp.eng.chula.ac.th/~u46pbn/.../Seminar(Finalized)x.doc

http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cymbona.html

http://www.the-than.com/samonpai/sa_16.html

http://www.lks.ac.th/plant/sabsoue.html

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติส่วนตัว

นางสาว  วลัยพร  ศักดิ์เล็บประดู่  ชื่อเล่น  ใหม่

รหัส  52111320112

 เกิด 18 ธ.ค 2533  กรุ๊ปเลือด  B

ติดต่อ  085-8065039    [email protected]

คติ   ความดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติส่วนตัว

นางสาว  รุ่งนภา   ใจสุข   ชื่อเล่น  รุ่ง

รหัส 52111320114   

เกิด  1 ส.ค   2533   กรุ๊บเลือด   o

ติดต่อ  086-5518301   [email protected]

คติ  จงทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน

 

 

 

 

 

ประวัติส่วนตัว

นางสาว  แสงระวี  การสมวาสน์   ชื่อเล่น  ก้อย

รหัส  52111320125

เกิด  21   ก.พ  2534   กรุ๊ปเลือด    O

ติดต่อ  082-0076072   [email protected]

คติ  ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ   สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว

 

 

 

 

 

 

ประวัติส่วนตัว

นาวสาว อรวิณย์   งามแม้น  ชื่อเล่น  นุ่น

รหัส  52111320149 

เกิด 12 ก.ย  2533  กรุ๊ปเลือด  O

ติดต่อ  080-2750041   [email protected]

คติ    ยิ้มสู้

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติส่วนตัว

นางสาว  ลลิตา  พงษ์พานิช   ชื่อเล่น อุ้ย

รหัส   52111320164

เกิด  20  ก.พ  2534  กรุ๊ปเลือด   A

ติดต่อ  080-2772097    [email protected]

คติ   จงเป็นคนมีเหตุและผล

 

 

 

 

 

 

ความประทับใจ

1. ได้ช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อยมีรายได้ไม่เพียงพอในการซื้อยาฆ่าแมลง

2. ช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร

3. สามารถลดมลภาวะในอากาศ

4. ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้ยาฆ่าแมลง

5. ได้รู้สรรพคุณของพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ในการทดลองมากกว่าความรู้เดิมที่มีอยู่