คำกล่าวเปิดงาน

โดย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลเอก จรัล กุลละวณิชย์

ในงานสัมมนา เรื่อง "ภาวะโลกร้อน : สถานการณ์ ปัญหาและทางออก"

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2550

ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ 306 - 308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2

      ขอบคุณดอกเตอร์ วัชระ พรรณเชษฐ์ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คุณพิชัย วาศนาส่ง ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชนและกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วิทยากร ท่านผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการภาคธุรกิจทั้งหลาย พี่น้องสื่อมวลชน ท่านคณะผู้จัดการสัมมนา ผู้ดำเนินรายการและท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพทุกท่านครับท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ มอบหมายให้ผมมาปฏิบัติหน้าที่แทนในการเปิดการสัมมนาเรื่อง "ภาวะโลกร้อน : สถานการณ์ ปัญหา และทางออกในวันนี้" ซึ่งผมรู้สึกเป็นเกียรติและเต็มใจยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาพบหน้าท่านทั้งหลายมากมาย รวม กันอยู่ในห้องเดียวกันนี้ท่านที่เคารพครับ เราทราบกันมานานอาจจะนานกว่า 10 ปีแล้วถึงภาวะโลกร้อนคืออุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือนกระจกหรือ green house effect สาเหตุสำคัญก็เกิดจากมนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นหรือการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงต่าง ๆ ทั้งถ่านหิน ทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊สธรรมชาติ ทั้งจากการขนส่ง ทั้งจากการอุตสาหกรรม ซึ่งก็สะสมความร้อนทบทวีขึ้นวันละเล็กวันละน้อยผลก็คือเกิดภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักสำรวจบันทึกไว้ว่าอุณหภูมิโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 เพิ่มสูงกว่าอุณหภูมิเมื่อหลายศตวรรษก่อนนี้ถึง 1 องศาเซลเซียส พอบอกว่า 1 องศาเซลเซียส นึกว่านิดเดียว แต่ลองนึกดูว่าอยู่ในห้องใช้เครื่องปรับอากาศประมาณ 25 องศาเซลเซียส ลดลงไป 1 องศาเซลเซียส เราจะรู้สึกหนาวแล้ว ลดลงไปอีก 1 องศาเซลเซียส ถ้า 23 องศาเซลเซียส เราจะเย็นทีเดียว หรือจะเพิ่มขึ้นไป 26 องศาเซลเซียส 27 องศาเซลเซียส เราคงจะอึดอัด เพราะฉะนั้น 1 องศาเซลเซียส สำหรับห้องปรับอากาศ ทั่วโลกเพิ่มเป็น 1 องศาเซลเซียส ไม่ใช่ธรรมดาเป็นเรื่องน่ากลัวเป็นเรื่องรุนแรง แล้วก็น่าตกใจเพราะว่าไปกระทบนิเวศวิทยาต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ที่ได้ยิน ได้ฟังก็คือ เมื่ออากาศร้อนขึ้น ภูเขาน้ำแข็งทั่วโลกก็เริ่มละลาย เราได้ฟังข่าวว่าก้อนน้ำแข็งหลายพันตันหลุดลงมา ละลายลงมากลายเป็นน้ำไป ก็ทำให้ปริมาณน้ำในมหาสมุทรเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งก็จะทำให้เกิดน้ำท่วมในที่ต่าง ๆ เกาะปริ่มน้ำ ต่อไปข้างหน้าคงจะจมน้ำ ระบบนิเวศวิทยาก็จะเปลี่ยนแนวชายฝั่งทะเลก็จะเปลี่ยน ความชุ่มชื้นก็เปลี่ยนไปมีผลกระทบต่อพืชพรรณได้ปรากฏรายงานว่ารวงข้าวทาง Philippine ลีบไม่มีเมล็ดข้าว มีแต่เปลือกข้าวอย่างนี้ เป็นต้น

     การดำรงชีวิตต่าง ๆ ก็จะเดือดร้อนธุรกิจการท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนไป ชายหาดที่เคยมีจะหายไปนะครับ การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลโดยเฉพาะสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ก็คงจะต้องเปลี่ยนไป เพราะว่าเมื่อโลกร้อนก็จะสร้างสภาวะเหมาะกับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เจริญเติบโตขึ้น มนุษย์ก็คงจะต้องเผชิญกับโรคภัยต่าง ๆ แล้วก็ภัยต่าง ๆ อื่น ๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า สารพัดจะพูดมาให้ท่านตกใจ แต่ผมนึกว่าท่านรู้อยู่แล้วเรื่องเหล่านี้เดี๋ยวเรามาคิดกันว่าเราจะทำอย่างไรปัญหาเหล่านี้วันนี้ท่านคงต้องถกแถลงกัน ประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องภาวะโลกร้อนนี้ เราท่านอยู่ในห้องนี้ได้ยิน ได้ฟัง ได้รู้บ้างแล้ว เช่น เราเคยได้ยินในเรื่องของเอลนีโญ ลานีญา ผมว่าได้ยินสัก 20 ปี แล้วเคยได้ฟังข่าวปะการังสีทอง เมื่อสักครู่นี้ก็ถกแถลงกันเรื่องปะการังสีทองที่แสมสาร จังหวัดสัตหีบ ทำไมเกิดสีทองขึ้นตรงนั้นเท่านั้น ฟังวิทยุที่กระจายเสียงประมาณเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาบอกว่านี่ล่ะโลกร้อน ท่านก็คงต้องถกกันว่าจริงหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือเปล่า ท่านคงจะช่วยผมบอกความจริงให้ได้ว่าเป็นอย่างไรกัน เรื่องเหล่านี้อาจจะมีผลหลาย ๆ อย่างด้วยกัน คนในชาติของเราจะรู้หรือยัง บางทีอาจจะยังไม่รู้อาจจะยังไม่สนใจ บางท่านอาจจะพอรู้บ้างแล้ว แต่ว่าที่รู้ ๆ อะไร ได้รู้ถึงปัญหาและเตรียมการอะไรได้บ้างเพื่อที่จะเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ในอนาคตหรือเตรียมการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง อย่างน้อยที่สุดประชาชนทุกคนก็คงจะต้องมีส่วนร่วมที่จะแก้ไขกัน ในฐานะมนุษย์โลกคนหนึ่งที่อาจจะไม่ค่อยดีนักก็คือรับรู้เฉย ๆ ก็ยังพอดีนะครับ หรือไม่รับรู้อะไรเลยนี้ก็ลำบากหน่อยคงจะต้องช่วยกันเผยแพร่ความรู้นับว่าเป็นโอกาสดีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เชื้อเชิญให้ส่วนราชการ ให้หน่วยราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หน่วยที่รับผิดชอบและที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน รวมทั้งเพื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ องค์กรเอกชน สื่อมวลชน ประชาชนมาร่วมระดมความคิดเห็นมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดจนเสนอแนวทางในการดำเนินงานเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม ท่านผู้มีเกียรติครับ ภาครัฐและภาคเอกชน ภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างที่ผมกราบเรียนไปน่าจะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในการเร่งดำเนินการผลักดันให้ทุก ๆ คนในบ้านเมืองของเรามีจิตสำนึกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใครที่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก็ควรจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ใช้สื่อต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้และมาร่วมระดมความคิดเห็นร่วมกัน อย่างเช่นที่เราทำกันในวันนี้เพื่อเป็นเวทีของการตระหนักรู้ร่วมกัน เพื่อเป็นเวทีของการระดมความเห็นที่สะท้อนความจริงอย่างรอบด้านทุกภาคส่วนของสังคมก็จะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยรวมในสถานที่แห่งนี้ ห้องนี้เป็นรัฐสภาของท่านดังนั้น เราคงจะต้องศึกษาถกแถลงกันให้เข้าใจสาเหตุและผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ต้องให้เข้าใจถึงพันธกรณีที่มีผูกพันอยู่กับอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพิธีสารเกียวโตที่ท่านเลขานุการของคณะกรรมาธิการได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ ศึกษาในฐานะทางฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะไปยังฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลจะได้พิจารณาให้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าคงไม่ใช่สำหรับคนยุคเรา ๆ คงสำหรับลูกหลานของเราต่อไปภายหน้าในอนาคตที่ผมคิดว่าไม่ไกลนัก การเตรียมการที่ว่านี้อาจจะมีความจำเป็นถึงขั้นที่จะต้องจัดให้เกิดวาระแห่งชาติขึ้นก็ได้อยู่ที่ข้อพิจารณา ข้อเสนอแนะท่านที่เคารพครับ ผมได้มีโอกาสมากล่าวต่อที่ประชุมสัมมนาทำนองนี้ทุกครั้งว่าเวลาที่จัดสัมมนานี้น้อยนัก วันเดียว ครึ่งวัน ถ้าผู้เข้าร่วมการสัมมนาอยากจะพูดกันทุกคน ดังนั้นก็จำเป็นที่จะต้องกล่าวเรื่องต่าง ๆ นี้ให้ตรงประเด็นไม่เยิ่นเย้อ ไม่อ้อมค้อม ซึ่งจะได้ระดมความเห็นของท่าน แล้วก็เปิดโอกาสให้ท่านอื่น ๆ ได้มีเวลาได้พูด ได้แสดงความคิดเห็นด้วย ท่านอาจารย์ ท่านผู้ดำเนินรายการคงจะกำกับดูแลให้เป็นไปตามนั้นด้วยดีจะได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่ายผมขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน ขอขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขอขอบคุณ ทุก ๆ ท่าน ที่มีกัลยาณจิต สละเวลามาร่วมสัมมนา ขอให้กัลยาณคุณของท่านทั้งหลายทุกคนจงบังเกิดเป็นกุศลกรรม น้อมนำทั้งศิริและมงคลมาสู่ท่านและครอบครัว ให้มีความสุข ความเจริญก้าวหน้าทันโลกยิ่งขึ้น และขอให้ทุก ๆ ท่านมีความปลอดภัยอยู่ทุกเมื่อบัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมก็ขอเปิดการสัมมนาเรื่องภาวะโลกร้อน : สถานการณ์ ปัญหา และทางออก ขอให้การสัมมนาครั้งนี้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ ขอบพระคุณครับ (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, 2550, หน้า 7)

 

การเขียนคำกล่าวรายงานพิธีปิด

คำกล่าวรายงาน

 พิธีปิดการอบรมอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน

.......................................................

กราบเรียน  ท่านประธานที่เคารพ

                        ในนามของคณะกรรมการดำเนินงาน  คณะวิทยากร  และอาสายุวกาชาดขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้เกียรติมา เป็นประธานพิธีปิดการอบรมวันนี้

จึงใคร่ขอกราบเรียนการดำเนินงาน  และสรุปผลการอบรมดังนี้

       ด้วยสภากาชาดไทย  โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงโปรดเกล้าฯให้กิจกรรมยุวกาชาด  เป็นภารกิจสำคัญด้านหนึ่งของสภากาชาดไทย

 เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้  ความเข้าใจ  เลื่อมใส  ศรัทธากิจการกาชาดและอาสาสมัครเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของสภากาชาดไทย  โดยบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์   ต่อสังคม 

        ด้วยหลักการของกาชาดและยุวกาชาด  เพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมกับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอคำเขื่อนแก้ว  ได้ตระหนักถึงความสำคัญในภารกิจของสภากาชาดไทยดังกล่าว  จึงดำเนินการจัดโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาดนอกโรงเรียน  รุ่นที่ 1432 / ยส30    ณ  ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอคำเขื่อนแก้ว   โดยมีวัตถุประสงค์ในการฝึกอบรมตามแนวทาง  ที่สภากาชาดไทย  โดยสำนักงานยุวกาชาด   สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร  จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ในโอกาสนี้   อาสายุวกาชาด   ที่เข้ารับการอบรมเป็นชาย 67 คน  หญิง 68 คน  ทุกคนมีความวิริยะอุตสาหะตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมเป็นอย่างดี  ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการอบรมทุกประการ  สมควร  ได้รับวุฒิบัตรสำเร็จการอบรมในครั้งนี้

         จึงใคร่ขอกราบเรียนเชิญท่านประธานมอบรางวัลให้กับหน่วยสีที่ได้คะแนนกิจกรรมชนะเลิศ  มอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม  พร้อมทั้งให้โอวาท  และปิดการอบรมในครั้งนี้  ขอขอบพระคุณ

 

กล่าวอภิปรายการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2549::

  พรรคประชาธิปัตย์ -- ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2005 09:25:00 น.

           นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า การเสนองบประมาณแผ่นดินของรัฐบาลในปีนี้รัฐบาลได้จัดทำงบประมาณในลักษณะที่ยึดถือยุทธศาสตร์เป็นหลัก ซึ่งมีทั้งหมด 9 ยุทธศาสตร์ แทนที่จะยึดถือการปฏิบัติหรือยึดถืองานของกระทรวง ทบวง กรม เหมือนในอดีต ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ การที่เรายึดถือ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ มาเป็นยุทธศาสตร์ เพียงแต่ว่าผมมเองมีความรู้สึกว่า ผมเป็นห่วง เป็นห่วงในประเด็นที่ว่า รู้สึกว่าคนทำงบประมาณทำกันไป ส่วนพวกที่ปฏิรูปหน่วยราชการก็ปฏิรูปกันไป รู้สึกว่ามันจะไม่สัมพันธ์กันแล้วจะเกิดปัญหา ก็ประเทศเดียวกันก็เป็นห่วงกันได้ เพราะคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กพร. จนป่านนี้แล้วก็ยังหันรีหันขวางอยู่ ยังไม่จบว่ากรมไหนจะอยู่กระทรวงไหน จะเหลือกี่กระทรวง เท่าที่ฟังน่าจะจบเดือนตุลาคม แต่ถ้าไม่จบในเดือนตุลาคมก็จะยิ่งมีปัญหามาก แม้จบเดือนตุลาคมก็จะยังมีปัญหาอยู่ที่มีปัญหาก็เพราะว่า เราจัดงบประมาณตามยุทธศาสตร์เหมือนอย่างที่ผู้แทนราษฎรเชาวลิต มหาจันทร์ พูด การจัดยุทธศาสตร์บางทีมันมีหลายกระทรวงในการทำยุทธศศาสตร์ เช่น เรื่องน้ำ มันต้องหลายกระทรวง หลายกลุ่ม ที่รับผิดชอบเรื่องน้ำ พอจัดงบประมาณไปแล้ว เราก็ต้องเอางบประมาณเหล่านี้ไปแปะกับกรมต่างๆ ของกระทรวงต่างๆ ซึ่งกรมเหล่านั้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นความรับผิดชอบของตัวเองหรือไม่ เพราะกรมเหล่านั้นไม่รู้ว่าจะขึ้นอยู่กับกระทรวงไหน ก็จะเกิดอาการหันรีหันขวางของกรมไม่ค่อยกล้าใช้งบประมาณ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นนะครับ บางกรมเวลาย้ายจากกระทรวงเอไปกระทรวงบี ขนาดจะต้องเล็กลง เพราะภารกิจน้อยลง ในการปฏิบัติยุทธศาตร์ส่วนนั้น บางกรมขนาดใหญ่ขึ้นต้องโอนข้าราชการจากรมที่เล็กลงไปกรมที่ใหญ่ขึ้น

 สรุปผลการประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 14 : ประเด็นในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศพม่า

   ประเด็นหนึ่งที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประชุมฯ ได้หารืออย่างเปิดกว้างคือปัญหาเกี่ยวกับพม่า โดยได้รับฟังการกล่าวสรุปโดยนายเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า เกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองล่าสุดและความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ 7 ขั้นตอนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในพม่า และอาเซียนได้สนับสนุนให้รัฐบาลพม่าอำนวยความสะดวกต่อกระบวนการปรองดองแห่งชาติให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างเอกภาพแห่งชาติ อันจะนำไปสู่สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในพม่า ในการนี้ การปลดปล่อยผู้ถูกคุมขังทางการเมือง และการเชิญ ทุกพรรคการเมืองเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2553 จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกระบวนการปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งให้ความสำคัญกับความจำเป็นและยินดีต่อความเต็มใจของรัฐบาลพม่าที่ร่วมมืออย่างแข็งขันกับผู้แทนพิเศษของเลขาธิการอาเซียนและผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อลดความห่วงกังวลของประชาคมระหว่างประเทศต่อสถานการณ์ในพม่า ผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้ อาเซียนได้มีการหารือที่เป็นประโยชน์ในเรื่องผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่มาจากบังคลาเทศและพม่าและเรียกร้องสถานะผู้ลี้ภัย ในการแก้ไขปัญหานี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศจุดหมาย เป็นเรื่องสำคัญมาก ในขณะเดียวกัน ปัญหานี้ ควรได้รับการแก้ไขในบริบทที่กว้างขึ้น เช่น กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ และการประชุมบาหลีในระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง และประการสุดท้าย อาเซียนได้มอบหมายให้เลขาธิการอาเซียนร่วมมือกับรัฐบาลพม่าเพื่อหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้ในมหาสมุทรอินเดีย สำนักข่าวแห่งชาติได้สัมภาษณ์ความเห็นของตัวแทนภาคประชาชนของพม่า Khin Ohmar ซึ่งฝากถึงรัฐบาลทหารพม่า ว่า รัฐบาลทหารพม่า ได้ว่างเว้นจากการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน ประชาชนถูกจำกัดเสรีภาพทางความคิด และขาดเสรีภาพทางการเมือง การประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่หัวหิน อยากให้ชาติสมาชิกอาเซียน ใช้มาตรการหรือเครื่องมือต่างๆ ช่วยให้ประชาธิปไตยในพม่าเกิดการพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย ในฐานะผู้นำในการประชุมครั้งนี้และมีความใกล้ชิดกับพม่า รวมถึง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการพัฒนาประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน สิ่งที่ปะชาชนต้องการ คือ อยากให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ เที่ยงตรง และเรียกร้องให้ปลดปล่อยนาง อ๋อง ซาน ซูจี นักคิดและผู้นำแนวคิดประชาธิปไตย ที่ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างยาวนาน "พวกเราเข้าใจดี ว่าเพื่อนบ้านในอาเซียน สนใจปัญหาการเมืองของเรา รวมถึงต่างประเทศก็สนใจปัญหาของเราด้วยเช่นกัน พวกเราปรารถนาให้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการเป็นวาระเร่งด่วน เพราะเราอยากเห็นประเทศของเรามีการพัฒนาด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและอื่น ๆ อยากให้ประเทศไทยหรือการประชุมอาเซียน ซัมมิทในครั้งนี้ เป็นเวทีแห่งการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นสากล คงต้องจับตามองกันต่อไปว่า หลังการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี้ รัฐบาลทหารพม่า จะดำเนินการตามแผน ที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในพม่าอย่างสมบูรณ์อย่างไร ซึ่งไม่เฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียนเท่านั้น ที่คาดหวังว่ารัฐบาลพม่าจะสานต่อกระบวนการปรองดองแห่งชาติให้ครอบคลุมมากขึ้น แต่ยังเป็นความคาดหวังในระดับสากล ที่ต้องการเห็นพม่า ก้าวไปสู่สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองอย่างมีเอกภาพต่อไปด้วย