หลักการพูดโน้มน้าวใจ

การโน้มน้าวใจ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการสื่อสารอย่างหนึ่งก็คือ การใช้ความพยายามเปลี่ยนความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม และการกระทำของบุคคลอื่น โดยใช้กลวิธีที่เหมาะสมให้มีผลกระทบใจของบุคคลนั้นทั้งโดยวัจนภาษาและอวัจนภาษา จนเกิดการยอมรับและยอมเปลี่ยนตามที่ผู้โน้มน้าวใจประสงค์ เช่น การโฆษณาสินค้า, การหาเสียงของ ส.ส. ฯลฯ เป็นต้นการโฆษณาสินค้า เป็นการพูดจูงใจผู้ซื้อสินค้าให้เกิดสนใจ หรือยอมรับสินค้า หรือบริการของผู้โฆษณาการโฆษณาหาเสียง เป็นการพูดจูงใจให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อถือศรัทธา ในตัวผู้พูดและนโยบายของผู้พูด ได้แก่  การพูดหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น การโฆษณาความคิดเห็น หรือ การพูดโน้มน้าวจิตใจให้ผู้อื่นคล้อยตามการโฆษณาความคิดเห็นเป็นการพูดโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเปลี่ยนความคิดทัศนคติ ค่านิยมซึ่งฝังลึกอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของผู้ฟังแล้วหัน มาสนใจและยอมรับความคิดเห็นของผู้พูดและกระทำตามความประสงค์ของผู้พูด ได้แก่ การประชุมหรือการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร♪

การพูดเพื่อจรรโลงใจ

 

การพูดจรรโลงใจเป็นการพูดที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อบอกเล่า สิ่งที่เป็นนามธรรมให้ผู้ฟังมีความรู้สึกที่สูงส่ง ดีงาม และให้ได้รับคุณค่าด้านจิตใจลักษณะการพูดจรรโลงใจการพูดจรรโลงใจมีลักษณะแบบบอกเล่า และผู้พูดใช้หลักทั่วไปของการพูดต่อชุมชน แต่ผู้พูดจะต้องปรับการพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือโอกาสของการพูดแต่ละครั้งการพูดจรรโลงใจเป็นการพูดที่ไม่มุ่งเน้นการให้ความรู้ หรือโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังให้เชื่อตามถ้อยคำของผู้พูด แต่การพูดจรรโลงใจเป็นการพูดที่ทำให้ผู้ฟังได้รับความพึงพอใจได้ผ่อนคลายอารมณ์ และทำให้มีความสุขและความเพลิดเพลิน การพูดจรรโลงใจในโอกาสต่างๆ กัน เช่น การกล่าวคำปราศรัย การกล่าวแสดงความยินดีและไมตรีจิต และการกล่าวสั่งสอนหรือให้โอวาท

 

การพูดจรรโลงใจมีหลักการพูด ดังต่อไปนี้

1) พูดตามจุดมุ่งหมายของการพูดจรรโลงใจ ให้เหมาะกับสถานการณ์ โอกาส เวลาในการพูด

2) พูดโดยคำนึงถึงผู้ฟังผู้พูดควรพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่สูงส่งดีงามและชี้ให้เห็นถึงอุดมคติ  หรือให้เห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจะทำให้ได้รับคุณค่าและประโยชน์การฟัง

3) สร้างบรรยากาศในการพูด โดยแทรกอารมณ์ขันที่ทำให้ผู้ฟังผ่อนคลายหรือมีอารมณ์สุนทรี

4) ใช้ถ้อยคำภาษา อ้างอิง คำคม หรือยกตัวอย่างต่างๆ เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนและตรงกับประสบการณ์ ความสนใจ และทัศนคติของผู้ฟังประเภทและตัวอย่างการพูดจรรโลงใจการพูดจรรโลงใจแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

- พูดจรรโลงใจให้คลายทุกข์ การพูดจรรโลงใจให้บุคคลที่มีความทุกข์ได้คลายทุกข์จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทำให้บุคคลมีกำลังใจที่จะต่อสู้อุปสรรคต่อไป การพูดจรรโลงใจจึงช่วยปลุกปลอบใจให้ผู้มีความทุกข์ มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยไม่ท้อถอยแม้จะมีอุปสรรคสักเพียงใด

- พูดจรรโลงให้เพิ่มสุข การพูดจรรโลงให้ผู้ฟังมีความสุขการทำได้โดยการบอกเล่าเรื่องที่สนุกสนานแต่มีสาระประโยชน์ผู้ฟังจะเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน และมองเห็นโลกนี้สวยงามน่าอยู่ ในขณะเดียวกันก็ได้รับแนวคิดที่ดีจากการฟังอีกด้วยเรื่องที่นำมาพูดจรรโลงใจให้ผู้ฟังมีความสุข ได้แก่ นิทานสนุกๆ การแนะนำหนังสือหรือแนะนำให้ฟังเพลงหรือดูละคร การท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น

- พูดจรรโลงใจให้คติข้อคิด การพูดจรรโลงใจให้คติข้อคิดแก่ผู้ฟัง เป็นการพูดที่ทำให้ผู้ฟังเกิดกำลังใจที่จะทำความดีหรือนำข้อคิดต่าง ๆ จากการฟังไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ได้การพูดให้คติข้อคิดมักจะมีลักษณะเป็นการพูดสั่งสอน หรือให้โอวาทในโอกาสสำคัญๆหรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดขึ้น ซึ่งผู้พูดจะนำเอาเหตุการณ์นั้นมาบอกเล่าแก่ผู้ฟัง โดยมีจุดมุ่งหมายในการพูดเพื่อให้ผู้ฟังได้แง่คิดและนำข้อคิดต่าง ๆ ไปพิจารณา หรือนำไปปฏิบัติต่อไป

   ที่มา    http://www.psuspeechclub.psu.ac.th