หลักสูตรท้องถิ่น 

เรื่อง  การทำเกษตรอินทรีย์

สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

กลุ่มนิเทศ  ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา

อาคารหลังที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล  จังหวัดนครปฐม

  หลักสูตรท้องถิ่น

เรื่อง   การทำเกษตรอินทรีย์

สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 2

.......................................................

 

ความเป็นมา

                   หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ได้พัฒนาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. 2542  ซึ่งกำหนดให้การจัดการศึกษาตามหลักสูตรต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทย  ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์   และเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  พัฒนาสาระ  และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 2  จึงได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ในส่วนของหลักสูตรท้องถิ่น    ให้มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนชาวจังหวัดนครปฐมที่มีอาชีพหลักส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้  ทำนา  เลี้ยงกุ้ง  เลี้ยงปลา    อาชีพเหล่านี้จะมีวัสดุที่เหลือใช้จำนวนมาก  หากนำมาดัดแปลงก็จะเกิดประโยชน์กับเกษตรกร  จึงทำการสำรวจความความต้องการที่จะนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน  และผลจากการสำรวจชาวตำบลตลาดจินดา  และตำบลคลองจินดาปรากฏว่าประชาชนในท้องถิ่นต้องการให้มีการเรียนการสอนที่จะนำวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์  เพื่อให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง   จึงได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์ขึ้น  เพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา      โดยเนื้อหาการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี   สาระที่ 1  การดำรงชีวิตและครอบครัว   สาระที่ 2 การอาชีพ  และสาระที่ 3  การออกแบบและเทคโนโลยี

 

หลักการ

1. เปิดโอกาสให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

2. เชิญผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเป็นวิทยากรในการจัดการเรียนการสอน

3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนเกิดความรักและภาคภูมิใจในผลงาน

5. จัดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริงและหารายได้ระหว่างเรียน

6. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดี

จุดประสงค์

1.  เพื่อเพิ่มทักษะอาชีพให้นักเรียน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

2. เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างชิ้นงานได้อย่างหลากหลาย

3. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

4. เพื่อให้นักเรียนรู้เรื่องอาชีพ

5. เพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดี

 

เป้าหมาย

1.  นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนและเทคนิคในการทำเกษตรอินทรีย์

2.  นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

3. นักเรียนมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง

4. นักเรียนทุกคนมีเจตคติที่ดี และก้าวทันเทคโนโลยี

5. นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้

 

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. นักเรียนมีทักษะและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

2. นักเรียนเห็นคุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

3. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีต่ออาชีพ

4. นักเรียนสามารถแก้ปัญหาในการทำงานได้

5. นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ 

6. นักเรียนรู้จักใช้เทคโนโลยีได้

 

มาตรฐานช่วงชั้น

                   สาระที่ 1    การดำรงชีวิตและครอบครัว

                            มาตรฐาน ง 1.1  เข้าใจ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ มีคุณธรรม มีจิตสำนึก     ในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน              เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ

                            มาตรฐาน ง 1.2  มีทักษะ กระบวนการทำงานและการจัดการ การทำงานเป็นกลุ่ม

การแสวงหา ความรู้ สามารถแก้ปัญหาในการทำงาน รักการทำงาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน

 

สาระที่ ๒   การอาชีพ

                            มาตรฐาน ง 2.1  เข้าใจ มีทักษะ มีประสบการณ์ ในงานอาชีพสุจริต มีคุณธรรม มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ และเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสุจริต

                   สาระที่ ๓   การออกแบบและเทคโนโลยี

                            มาตรฐาน ง 3.1       เข้าใจธรรมชาติและกระบวนการเทคโนโลยี ใช้ความรู้ ภูมิปัญญา จินตนาการ และความคิดอย่างมีระบบในการออกแบบ สร้างสิ่งของเครื่องใช้ วิธีการเชิงกลยุทธ์ตามกระบวนการเทคโนโลยี สามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม โลกของงานและอาชีพ

 

คำอธิบายรายวิชา

                   ศึกษาหลักการ(เกษตรอินทรีย์) ทำส่วนผสมหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M. )         ขั้นตอนและเทคนิคการทำปุ๋ยชีวภาพ         จากพืช/มูลสัตว์ที่หาได้ในท้องถิ่นหรือวัสดุที่เหลือใช้มาเป็นส่วนผสม     การผสมผสานใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและมีทักษะการทำปุ๋ยชีวภาพ  การใช้วัสดุอุปกรณ์    ประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพกับสิ่งแวดล้อม     ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการนำปุ๋ยชีวภาพไปใช้

 

โครงสร้างเนื้อหา

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1        การทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)              

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2        มูลสัตว์และปุ๋ยหมักชีวภาพ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3        การทำปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4        เกษตรอินทรีย์กับสิ่งแวดล้อม

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

1. นักเรียนสามารถทำหัวเชื้อ (E.M.)   ได้

2. นักเรียนอธิบายการนำมูลสัตว์มาใช้เป็นส่วนผสมให้ถูกต้องตามความต้องการของพืช

3. นักเรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำสูตรปุ๋ยต่าง ๆ และ สามารถปรับรูปแบบ

ส่วนผสมปุ๋ยชีวภาพให้เข้ากับวัสดุที่หาได้

4. นักเรียนเรียนรู้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชีวิตและเทคโนโลยีแบบเก่า / ใหม่ผสมผสาน

ให้ตรงกับวิถีชีวิตของท้องถิ่น

5. นักเรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม  และมีจิตสำนึกต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

สาระการเรียนรู้

1.  การทำหัวเชื้อ (E.M.)                                                               จำนวน   2   ชั่วโมง

2.  มูลสัตว์และปุ๋ยหมักชีวภาพ                                                     จำนวน   3   ชั่วโมง

3.  การทำปุ๋ยน้ำสกัดชีวภาพ                                                          จำนวน   5   ชั่วโมง 

4.  เกษตรอินทรีกับสิ่งแวดล้อม                                                    จำนวน    3  ชั่วโมง

 

แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

                   ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์  ได้กำหนด

แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้

1.  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียน

2.  จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้เรียนรู้ขั้นตอน  วิธีการปฏิบัติและลงมือ

ปฏิบัติจริง

3. เชิญวิทยากรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่สอน         โดยใน

ภาคปฏิบัติให้วิทยากรในท้องถิ่นเป็นผู้จัดกิจกรรมการการเรียนรู้  ในภาคทฤษฎีให้ครูผู้สอนเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้

4.  จัดสถานที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้  เพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใน

ผลงาน

5.  จัดการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการกลุ่ม  ซึ่งเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน

6.  ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดแทรกคุณธรรม  จริยธรรมและคุณลักษณะ

ที่พึงประสงค์  เช่น ความซื่อสัตย์  ความรับผิดชอบในการทำงาน

7. จัดกิจกรรมให้นักเรียนสรุปการเรียนรู้และผลการปฏิบัติ  มีปัญหา  อุปสรรค

อย่างไร  เพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างเนื้อหาต่อไป

8.   จัดกิจกรรมแสดงผลงานของนักเรียน  เพื่อให้เกิดความภูมิใจและปรับปรุงผลงาน

ของตนเองให้ดีขึ้น

 

การวัดผลและประเมินผล

                   ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์  กำหนด

การวัดและประเมินผล ดังนี้

                            1.  มีการวัดและประเมินผลในขณะดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้  เพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนรู้  โดยการจัดการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่เป็นภาคทฤษฎี จะวัดผลและประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ   และบันทึกคุณลักษณะในการทำงาน  ส่วนภาคปฏิบัติจะวัดผลและประเมินผลโดยบันทึกทักษะในการปฏิบัติงาน  และบันทึกคุณลักษณะในการทำงานของนักเรียน   ถ้านักเรียนไม่สามารถบรรลุตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่กำหนดไว้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้  ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมสอนเสริมให้นักเรียน

                            2.  การวัดและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกหน่วยการเรียนรู้   โดยการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน   หรือผู้สอนมีความประสงค์จะสร้างแบบวัดอื่นๆ ขึ้นมาใช้ ก็สามารถทำได้  โดยอาศัยเนื้อหาตามที่กำหนดในหลักสูตร

 

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้   การงานอาชีพและเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่  1   เรื่อง  การทำหัวเชื่ออีเอ็ม (E.M.)                                        เวลา       2  ชั่วโมง

..............................................................................................................................................................

มาตรฐาน

                   มาตรฐาน  ง 1.1  เข้าใจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีทักษะ มีคุณธรรม มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับงานบ้าน  งานเกษตร  งานช่าง  งานประดิษฐ์  และงานธุรกิจ

มาตรฐานการเรียนรู้

                เข้าใจความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ หลักการ วิธีการ ขั้นตอนและกระบวนการทำงาน  การจัดการและแนวทางในการทำงานเกษตร  เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว

 

สาระสำคัญ

                   นักเรียนเข้าใจความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์ของหัวเชื้ออีเอ็ม  (E.M.)

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                   ด้านความรู้

1.  รู้คุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น  และสิ่งแวดล้อม

2.  สามารถทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)  ได้

3.  นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

                   ด้านทักษะกระบวนการ

1.  ทักษะการพูด

2.  ทักษะการฟัง

3. การปฏิบัติทำงานเป็นกลุ่ม

4. จดบันทึก

                   ด้านคุณลักษณะ

1.  ความรับผิดชอบ / ความมีวินัย

2.  ความซื่อสัตย์

3.  ความตรงต่อเวลา

สาระการเรียนรู้

1.  วิธีการทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)      

2.  ประโยชน์การใช้หัวเชื้ออีเอ็ม  (E.M.) 

 

กิจกรรมการเรียนการสอน

                   ขั้นนำ

                          ครูผู้สอนพูดคุยกับนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง วิธีการการทำเกษตรอินทรีย์ในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                   ขั้นสอน

                          1.แบ่งนักเรียนเป็น 2-3 กลุ่ม   โดยให้นักเรียนแบ่งตามความสมัครใจ

                          2. ครูผู้สอนแจกใบความรู้เกี่ยวกับการทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)ให้แต่ละกลุ่มศึกษา ประมาณ  20  นาที 

                          3. นำเสนอวัสดุอุปกรณ์พร้อมทั้งอธิบายชื่อและวิธีการทำหัวเชื้ออีเอ็ม  (E.M.) ได้แก่

                      -  กากน้ำตาล เป็นแหล่งอาหารสำหรับให้เชื้อจุลลินทรีย์

                      -  สับประรด  น้ำมะพร้าว เป็นตัวกำเนิดเชื้อจุลลินทรีย์

                      -  กระป๋องหรือถังพลาสติกพร้อมฝาปิดเอาไว้ใส่ส่วนผสม

        4. สาธิตการผสมส่วนต่าง ๆ เพื่อทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) 

            5.  ให้นักเรียนลงมือทำ (E.M.)  ใส่ไว้ในถังพลาสติกปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม

                            6. ครูผู้สอนให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการทำ  (E.M.)

 

การวัดผลประเมินผล

                   ด้านความรู้

1.  ทดสอบ

2. ซักถาม

3.  สังเกต

                ด้านทักษะกระบวนการ

1. สังเกตการฟัง

2. สังเกตการพูด

3. ตอบคำถาม

4.  การปฏิบัติ ทำงานเป็นกลุ่ม

                   ด้านคุณลักษณะ

1.  ตรงต่อเวลา

2.  ความรับผิดชอบ  ความมีวินัย

3.  การซื่อสัตย์สุจริต

 

สื่อการเรียนและแหล่งการเรียนรู้

                   สื่อ

1.  ใบความรู้

2.  วัสดุ อุปกรณ์  การทำหัวเชื้อ E.M.

3.  แบบทดสอบและแบบประเมิน

               แหล่งการเรียนรู้

                            ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

บันทึกผลหลังการเรียนรู้  (ระบุผลการเรียนรู้ที่ปรากฏแก่นักเรียนหลังการเรียนรู้)

                    ดี         ...................................................................................................................................

                    เก่ง      ...................................................................................................................................

    มีสุข   ...................................................................................................................................

 

กิจกรรมเสนอแนะ

..............................................................................................................................................................

 

     ลงชื่อ.........................................ครูผู้สอน           

           (............................................)          

                                                                 วันที่..........เดือน...................พ.ศ................

 

ความรู้เรื่อง

การทำหัวเชื้อ อีเอ็ม (E.M.)

 

          อีเอ็ม (E.M.) คืออะไร?  E.M.  ย่อมาจาก Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง  Dr. Teruo Higa   ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวนมหาวิทยาลัยริวคิว   เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้ค้นพบ อีเอ็ม (E.M.)   เมื่อ พ.ศ. 2526    และทำการวิจัยผลกลุ่มจุลินทรีย์ ชนิดนี้ใช้ได้ผลจริง   ศาสตราจารย์วาคุกามิเป็นผู้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย
          อีเอ็ม (E.M.)  มีลักษณะเป็นของเหลว   สีน้ำตาลดำ    มีกลิ่นอมเปรี้ยว  อมหวาน  ประกอบด้วย

จุลินทรีย์จำนวนมากกว่า  80  ชนิด เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไ ม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมี หรือยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่างๆได้  อีเอ็ม ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็น ประโยชน์     อีเอ็ม   ช่วยปรับสภาพความสมดุลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม            เป็นจุลินทรีย์ที่เราสามารถไปเพาะขยายได้เอง

               

ลักษณะเฉพาะของอีเอ็ม  (E.M.)
          อีเอ็ม เป็นจุลินทรีย์ กลุ่มสร้างสรรค์ ที่มีประโยชน์  ดังนั้นเวลาจะใช้ อีเอ็ม ต้องคิดอยู่เสมอว่า อีเอ็มเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องการที่อยู่ที่เหมาะสม   ไม่ร้อนเกินไป   หรือเย็นเกินไป   อยู่ในอุณหภูมิปกติ ต้องการอาหารจากธรรมชาติ เช่น   น้ำตาล    รำข้าว    โปรตีน    และสารประกอบอื่น ๆ   จุลินทรีย์จากธรรมชาติไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีและยาฆ่าเชื้อต่างๆได้          อีเอ็มจะทำงานในที่มืดได้ดี ดังนั้นควรใช้อีเอ็มช่วงเย็นของวัน เพื่อเป็นตัวทำลายความสกปรกทั้งหลาย
          หัวเชื้ออีเอ็ม  สามารถเก็บได้นานประมาณ  6-8  เดือนในอุณหภูมิปกติ 25 - 45 องศาเซลเซียส ปิดให้สนิทอย่าให้อากาศเข้า อย่าเก็บไว้ในตู้ และอย่าทิ้ง อีเอ็ม ไว้กลางแดด ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท เพื่อไม่ให้เชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นโทษเข้าไปปะปน   การนำอีเอ็มไปขยายต่อควรใช้ภาชนะที่สะอาดและใช้ให้หมดในระยะเวลาที่เหมาะสม
          เมื่อใดที่เก็บอีเอ็มไว้นาน ๆ แล้ว เมื่อเปิดฝาพบว่า อีเอ็ม เปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่าอีเอ็มตาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ให้นำอีเอ็มที่เสียไปผสมน้ำ ใช้รดกำจัดหญ้าและวัชพืชที่ไม่ต้องการได้  

 

 

วิธีทำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)   

1.วัสดุ - อุปกรณ์

                -   กากน้ำตาล  2  กิโลกรัม

                -   น้ำมะพร้าว  4 – 5 ลูก

                -    สับปะรด 2  ลูก

                -    ถังพลาสติกที่มีฝาปิด  1  ใบ

2. วิธีทำ  

2.1 หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ   2  ลูก  

2.2 ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว   4 – 5  ลูก

นำสับปะรด   น้ำมะพร้าว  และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน    ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง  ทุก  2  วัน)    ประมาณ  1 -2   เดือน      จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล   กลิ่นหอม  ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป

 

การรักษาหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)

หัวเชื้ออีเอ็มเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส - 45 องศาเซลเซียส (อย่าเก็บในตู้เย็น) โดย

ปิดฝาให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าได้   ถ้าเปิดใช้แล้วต้องรีบปิดทันที  เก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 6-8 เดือน หรือมากกว่านั้น

การนำหัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) ไปใช้ประโยชน์  ทำได้ดังนี้

1. ใช้ขยาย อีเอ็ม (E.M.) ให้มากขึ้น

    ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม(E.M.) 1 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน + น้ำสะอาด 20 ส่วน หมักไว้ใน

ภาชนะที่มีผาปิดมิดชิดอย่าให้อากาศเข้าได้เป็นเวลา 7 วัน แล้วนำมาใช้ให้หมดภายใน 7 วัน

2. วิธีการใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)     และ อีเอ็ม (E.M.) ขยายแล้ว

1) ใช้ในด้านการกสิกรรม

    ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.)  หรือ  อีเอ็ม (E.M.) ขยายแล้ว   ผสมน้ำ 1:1000 เท่า

(อีเอ็ม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร) ฉีดพ่นรดพืชผักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แทนปุ๋ยเคมี

2) ใช้ในด้านการประมง

    2.1 ใช้อีเอ็มขยาย ใส่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลา กุ้ง กบ ตะพาบน้ำ จระเข้)            ใน

อัตราส่วน 1:1000 เท่า (อีเอ็มขยาย 1 ลิตร ต่อน้ำในบ่อ 10 ลูกบาศก์เมตร) ทุก ๆ 7-10 วัน เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย

    2.2 ใช้อีเอ็มขยาย  คลุกอาหารสัตว์ก่อนให้กิน  ประมาณ 4 ชั่วโมง (มื้อต่อมื้อ)

3) ใช้ในด้านการปศุสัตว์

      3.1 ใช้หัวเชื้ออีเอ็ม (E.M.) ผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:5000 เท่า (1 ช้อนโต๊ะ

ต่อน้ำสะอาด  50  ลิตร) ให้สัตว์กินเป็นประจำ   มูลสัตว์จะไม่มีกลิ่นเหม็น

      3.2 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:500 เท่า(1 ช้อนโต๊ะต่อ

น้ำสะอาด 5  ลิตร) ฉีดพ่นและล้างคอกสัตว์เพื่อกำจัดกลิ่นมูลเก่า ๆ ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

4) ใช้ในด้านสิ่งแวดล้อม

     4.1 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ใส่ส้วมเพื่อกำจัดกลิ่นและย่อยสลายตะกอน

     4.2 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย  ผสมน้ำอัตราส่วน 1:500  เท่า   ฉีดพ่นเป็นฝอยใน

อาคารบ้านเรือน ปรับอากาศให้สดชื่น กำจัดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ และใช้ทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ห้องส้วม    กำจัดกลิ่นคราบสกปรก

   4.3 ใช้อีเอ็ม (E.M.) ขยาย ในอัตราส่วน 1:10,000-20,000 เท่า ฉีดพ่นหรือ

ราดรดน้ำเสียจากการเกษตร  ประมง  ปศุสัตว์  โรงงานอุตสาหกรรมชุมชน และสถานประกอบการทั่ว ๆ ไป ในบ่อบำบัดน้ำเสีย

 

 

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้   การงานอาชีพและเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่  2   เรื่อง  มูลสัตว์และปุ๋ยหมักชีวภาพ                              เวลา     2  ชั่วโมง

..............................................................................................................................................................

มาตรฐาน

                   มาตรฐาน ง 1.1  เข้าใจ  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มีทักษะ  มีคุณธรรม  มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับงานเกษตร 

                   มาตรฐาน ง 2.1  เข้าใจ มีทักษะ  มีประสบการณ์ในงานอาชีพสุจริต มีคุณธรรม มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพและเห็นแนวทางในการประกอบอาชีพสุจริต

                   มาตรฐาน ง 3.1  เข้าใจธรรมชาติ และกระบวนการเทคโนโลยี  ใช้ความรู้  ภูมิปัญญา  จินตนาการและความคิดอย่างมีระบบในการออกแบบ สร้างสิ่งของเครื่องใช้ วิธีการเชิงกลยุทธ์ ตามกระบวนการเทคโนโลยี สามารถตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม  สิ่งแวดล้อม  โลกของงานและอาชีพ

 

มาตรฐานการเรียนรู้

                 1.  เข้าใจความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ หลักการ วิธีการ ขั้นตอน และกระบวนการทำงาน  การจัดการและแนวทางในการงานเกษตร  เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัว

                 2.  มีความรู้และทักษะในงานอาชีพสุจริตที่สนใจ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของชุมชนและมีการใช้เทคนิควิธีการจัดการอย่างเป็นระบบ

                 3.  ออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์หรือวิธีการทดสอบ ปรับปรุง แก้ไข ประเมินผลและเสนอแนวคิดกระบวนการและแผนงานอย่างคุ้มค่า  ถูกวิธีและปลอดภัย  ยอมรับความคิดเห็นและผลงานของผู้อื่น

 

สาระสำคัญ

                นักเรียนรู้  เกี่ยวกับแร่ธาตุของมูลสัตว์ และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                   ด้านความรู้

1.  รู้คุณค่าทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น  และสิ่งแวดล้อม

2. สามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพได้ 

3. นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

                   ด้านทักษะกระบวนการ

1.  ทักษะการพูด

2.  ทักษะการฟัง

3.  ทักษะการปฏิบัติการทำงานเป็นกลุ่ม

4. จดบันทึก

                   ด้านคุณลักษณะ

1.  ความรับผิดชอบ / ความมีวินัย

2.  ความซื่อสัตย์

3.  ความตรงต่อเวลา

 

 สาระการเรียนรู้

                   เรียนรู้เกี่ยวกับแร่ธาตุในมูลสัตว์และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

 

กิจกรรมการเรียนการสอน

                   ขั้นนำ

                          ครูผู้สอนพูดคุยกับนักเรียน เรื่อง แร่ธาตุในมูลสัตว์         มูลสัตว์แต่ละชนิดจะให้ค่าอาหารที่มีความแตกต่างกันไป  

                   ขั้นสอน

                            1. ครูผู้สอนแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม ๆ  โดยแบ่งตามความสมัครใจ

                            2.ให้ผู้เรียนระดมความคิด พร้อมเสนอข้อมูล เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่น ที่สามารถนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยหมักได้

                            3. ให้ผู้แทนกลุ่มออกมารายงานผลการศึกษาของแต่ละกลุ่ม

                            4.  ครูผู้สอนสนทนาเรื่องแร่ธาตุของมูลสัตว์และการทำปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์

                            5.  ให้นักเรียนค้นคว้าเพิ่มเติมจาก Internet  เรื่องแร่ธาตุและการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

                            6.   นักเรียนทดลองทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

                            7. ครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการเรียนรู้

 การวัดผลประเมินผล

                   ด้านความรู้

1.  ทดสอบ

2. ซักถาม

3.  สังเกต

4. แบบรายงาน

                   ด้านทักษะกระบวนการ

1.  สังเกตการฟัง

2.  สังเกตการพูด

3.  ตอบคำถาม

4.  การปฏิบัติการทำงานกลุ่ม

                   ด้านคุณลักษณะ

1.  ตรงต่อเวลา

2.  ความรับผิดชอบ  ความมีวินัย

3.  การซื่อสัตย์สุจริต

 

 สื่อการเรียนและแหล่งการเรียนรู้

                   สื่อ

1.  ใบความรู้

2.  แบบทดสอบและแบบประเมิน

                แหล่งการเรียนรู้

                            ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

บันทึกผลหลังการเรียนรู้  (ระบุผลการเรียนรู้ที่ปรากฏแก่นักเรียนหลังการเรียนรู้)

                    ดี         ...................................................................................................................................

                                ...................................................................................................................................

                    เก่ง      ...................................................................................................................................

                                ...................................................................................................................................

    มีสุข   ...................................................................................................................................

                                .................................................