บทที่ 1

 

บทนำ

 

1.1   ความเป็นมาและความสำคัญของภาษา

          สำนวนไทยมีความสำคัญต่อการพูดและการเขียนภาษาไทยมาช้านาน  มีถ้อยคำที่ใช้เป็นสำนวนอยู่มากมายทั้งสำนวนโบราณและสำนวนสมัยใหม่   ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมทางด้านการใช้ภาษาของเรามีความเจริญก้าวหน้ามาก  มีการประดิษฐ์ถ้อยคำสำนวนขึ้นใช้ในความหมายต่างๆ   โดยไม่ต้องพูดกันตรงๆซึ่งอาจจะต้องอธิบายกันยืดยาวกว่าจะเข้าใจได้   แต่การใช้สำนวนจะทำให้เราเข้าใจได้ทันที  เช่น สำนวนโบราณว่า  “เฒ่าหัวงู”   ทุกคนเมื่อฟังแล้วก็เข้าใจความหมายว่าคนแก่ที่ไว้ใจไม่ได้

ชอบหลอกเด็กสาวๆ  หรือสำนวนสมัยใหม่ว่า  “เบี้ยว”   ก็มีความหมายว่า  คดโกง   จะเห็นว่าการใช้สำนวนจะทำให้เราเข้าใจความหมายของคำพูดได้ลึกซึ้งและรวดเร็วขึ้น   และทำให้การพูดคุยมีรสชาติมากยิ่งขึ้น  แม้ในการเขียนก็จะให้ข้อความนั้นน่าสนใจมากขึ้น

          การใช้สำนวนประกอบการพูดและการเขียนในปัจจุบันสื่อความหมายได้ไม่ดีเท่าที่ควร  เพราะเราไม่เข้าใจความหมายของสำนวนหรือใช้สำนวนผิด  สาเหตุที่ทำให้เราไม่เข้าใจความหมายของสำนวนหรือใช้ สำนวนผิดอาจมีหลายสาเหตุด้วยกัน  แต่สาเหตุอย่างหนึ่งก็คือ  มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและความหมายของสำนวนเก่า  ทั้งนี้เนื่องจากเวลาผ่านไป  สิ่งแวดล้อมต่างๆ  เปลี่ยนไปคนรุ่นใหม่จึงใช้สำนวนตามความเข้าใจของตนซึ่งผิดไปจากสำนวนเดิม  ตัวอย่างเช่นมีการเปลี่ยนแปลงความหมาย  เช่น สำนวน  “แก่แดด” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. 2493   ให้ความหมายไว้ว่า  “ ว. แก่เพราะแดดเผ่าไม่ใช้แก่เอง   โดยปริยายหมายถึง คนแก่ที่ไม่สมเป็นคนแก่”  แต่ในปัจจุบันใช้ในความหมายว่าเด็กที่ไม่ทำตัวเป็นเด็ก  ทำตัวเป็นผู้ใหญ่

          จากการสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงสำนวนดังกล่าวจึงสนใจที่จะศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและความหมายของสำนวนไทย  เพื่อให้ทราบว่าสำนวนไทยที่ใช้กันในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร  และมากน้อยเพียงใด

 

1.2    วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า

  1. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและความหมายของสำนวนไทย
  2. เพื่อศึกษาสำนวนไทยที่ใช้กันในปัจจุบันว่าเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร
  3. เพื่อศึกษาความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและความหมาย
  4. เพื่อศึกษาสาเหตุของเรื่องว่ามาจากอะไร

 

 

1.3    ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

ขอบเขตด้านพื้นที่

                 หอสมุดมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช

        ขอบเขตด้านเวลา

 

         ขอบเขตด้านเนื้อหา

                   การเปรียบเทียบการใช้ถ้อยคำและความหมายของสำนวนจากหนังสือต่างๆ

 

1.4   วิธีการศึกษาค้นคว้า

         1.  การเลือกเรื่อง

         2.    การกำหนดขอบเขตและจุดมุ่งหมาย

         3.   เขียนโครงเรื่อง

         4.   แสวงหาความรู้และรวบรวม

         5.  เรียบเรียงเนื้อหา

         6.  ตรวจทานแก้ไข

         7.  นำเสนอ

 

1.5    ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

         1.  ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

         2.  เป็นประโยชน์ต่อการเรียนของนักศึกษา

         3.  ใช้สำนวนในการพูดและการเขียนสื่อความหมายได้ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2

 

เอกสารและงานที่เกี่ยวข้อง

 

2.1    ความหมายของสำนวนไทย

                สำนวนคือ  โวหาร  ถ้อยคำที่เป็นข้อความพิเศษคือมีชั้นเชิงความหมายให้ขบคิด  เช่น

เคาะกะลามาเกิด   เลวทราม   เปรียบได้กับสุนัขออกมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะกะลา    สำนวนที่มาจาก   เกษตรกรรม  เช่น  กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้   ขิงก็ราข่าก็แรง   สำนวนที่เกิดจากความคิดเชิงพระพุทธศาสนา  เช่น  ปิดทองหลังพระ  คว่ำบาตร  ขนทรายเข้าวัด  มือถือสากปากถือศีล

 

2.2     สำนวนไทยเกี่ยวกับสัตว์

                หมา   =    หมาเห่าไม่กัด   หมาจนตรอก   หมาเห่าใบตองแห้ง    หมาในรางหญ้า

                   แมว   =    ซื่อเป็นแมวนอนหวด    ใช้แมวไปหาปลาย่าง    หนูเห็นแมว

                   ไก่      =   ไก่แก่แม่ปลาช่อน   ไก่รองบ่อน   งงเป็นไก่ตาแตก 

                 ควาย  =    สีซอให้ความฟัง  ฆ่าความเสียดายเกลือ    ความเขาเกก 

                 ปลา    =    ปลาใหญ่กินปลาเล็ก     น้ำมาปลากินมด

                 ช้าง     =    ช้างตายทั้งตัว  อย่าเอาใบบัวไปปิด

                  นก     =     ชี้นกเป็นนก  ชี้ไม้เป็นไม้    นกน้อยทำรังแต่พอตัว 

 

2.3     สำนวนไทยที่เกี่ยวกับประเพณี

              ฝังรกฝังราก           =     มาจากพิธีทำขวัญทารกซึ่งเกิดได้  3 วัน  เอารกกับมะพร้าวเอาไปฝังดิน

                ขนทรายเข้าวัด        =     มาจากการทำบุญก่อพระทรายที่วัดในวันสงกรานต์

              ก้นหม้อไม่ทันดำ    =     แสดงให้เห็นความเป็นอยู่ในครอบครัว  หุงหาอาหารด้วยฟืน  ใช้หม้อ             ซึ่งถูกเขมาจนดำ   ถ้าอยู่กันไม่นานก็หย่าร้างกันจะใช้สำนวนนี้

             ไกลปืนเที่ยง             =     หมายถึงข่าวที่เกิดขึ้น  คนอยู่ไกลไม่ได้ยิน  ไม่ได้ฟัง  มาจากการยิงปืน ใหญ่บอกเวลาเที่ยง

 

2.4    สำนวนไทยที่มาจากวรรณคดี

              ในน้ำมีปลา   ในนามีข้าว     =   มีความอุดมสมบูรณ์

              ไพร่ฟ้าหน้าใส                     =   ราษฎรเป็นสุข

               เรือนท่านเคยอยู่  อู่ท่านเคยนอน   =   ถ้าสามีไปบวช  แล้วสึกมาอยู่กินกับภรรยา

 

บทที่  3

 

การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำและความหมายของสำนวนไทย

 

    3.1   สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำ                                                                         

               สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำ  หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่มีความหมายเหมือนกันมีการเปรียบเทียบเป็นแนวเดียวกัน  มีถ้อยคำส่วนใหญ่เหมือนกัน  จะต่างกันบางเสียงหรือบางคำเท่านั้น  สำนวนหนึ่งเป็นสำนวนเก่า  อีกสำนวนหนึ่งเป็นสำนวนที่ใช้กันในปัจจุบันหรือสำนวนที่เปลี่ยนแปลงมา  สำนวนที่เปลี่ยนแปลงมาอาจใช้ถ้อยคำที่มีเสียงหรือความหมายใกล้เคียงกับสำนวนเดิมหรือที่มี

การเปรียบเทียบทำนองเดียวกับสำนวนเดิมหรืออาจเป็นสำนวนที่มีการเพิ่มคำ  ตัดคำ  และลำดับคำใหม่

               สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำ  อาจแบ่งได้เป็น  4   ประเภท   คือ

                  1.  สำนวนที่มีเสียงของคำใกล้เคียงกัน

    2.   สำนวนที่มีความหมายของคำเหมือนหรือใกล้เคียงกัน

    3.   สำนวนที่มีการเปรียบเทียบทำนองเดียวกัน

    4.   สำนวนที่มีการเพิ่มคำ   ตัดคำ   และลำดับคำใหม่

 

               3.1.1   สำนวนที่มีเสียงของคำใกล้เคียงกัน

                   สำนวนที่มีเสียงของคำใกล้เคียงกัน  หมายถึง  สำนวน  2   สำนวนที่เหมือนกันทุกประการ   จะต่างกันเฉพาะเสียงของคำใดคำหนึ่งหรือสองคำ   แต่เสียงของคำที่แตกต่างกันก็ยังใกล้เคียงกันมาก   อาจต่างกันเฉพาะเสรียงสระ   เสียงพยัญชนะ   หรือเสียงวรรณยุกต์เท่านั้น   บางคำอาจมีความหมายเหมือนหรือใกล้เคียงกันอีกด้วย

                  สำนวนที่มีเสียงของคำใกล้เคียงกัน  แบ่งได้เป็น 4   ประเภท   คือ

                       1.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงสระ

                          2.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงพยัญชนะ  

                        3.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงวรรณยุกต์

                          4.    สำนวนที่ต่างกันทั้งเสียงสระ  พยัญชนะ  วรรณยุกต์

 

       1.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงสระ

                หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่เหมือนกันทุกประการ  จะต่างกันเฉพาะเสียงของคำใดคำหนึ่งหรือสองคำเท่านั้น

 

 

สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงสระได้แก่

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      ขนมพอสมน้ำยา

       ขนมผสมน้ำยา

      ถี่ลอดตัวช้างหางลอดตัวเล็น

       ถี่ลอดตัวช้างห่างลอดตาเล็น

      ปากใต้

       ปักษ์ใต้

      เศรษฐียังรู้จัดขัดไฟ

       เศรษฐียังรู้จักขาดไฟ

      สู้จนเย็บตา

       สู้จนหยิบตา

 

       2.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงพยัญชนะ  

                  หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่เหมือนกันเกือบทุกประการ  จะต่างกันเฉพาะเสียงพยัญชนะของคำใดคำหนึ่งหรือสองคำเท่านั้น  และแม้ว่าคำที่มีเสียงพยัญชนะต่างกันนั้นจะเป็นคำคนละคำ

 

สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงพยัญชนะ ได้แก่

 

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      คาหนังคาเขา

       คาหลังคาเขา

      ดำเหมือนมินหม้อ

       ถี่ลอดตัวช้างห่างลอดตาเล็น

      ต้นกุฏิ

       ปักษ์ใต้

      ถนนราคา

       เศรษฐียังรู้จักขาดไฟ

      ผู้ชายรายเรือ

       สู้จนหยิบตา

      ผู้หญิงริงเรือ

       ผู้หญิงยิงเรือ

      พร้าดัดปากไม่ออก

       พร้างัดปากไม่ออก

      รีดนาทาเน้น

       รีดนาทาเร้น

      เออนอห่อหมก

       เออออห่อหมก

 

       3.   สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงวรรณยุกต์

                  หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่เหมือนกันทุกประการ  จะต่างกันเฉพาะเสียงวรรณยุกต์ของคำใดคำหนึ่งหรือสองคำเท่านั้น  แม้ว่าคำที่มีเสียงวรรณยุกต์ต่างกันนั้นจะเป็นคำคนละคำแต่สำนวนทั้งสองก็ยังมีความหมายเหมือนกัน

 

 

 

สำนวนที่ต่างกันเฉพาะเสียงวรรณยุกต์ได้แก่

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      เจ้าบ้านภารเมือง

       เจ้าบ้านผ่านเมือง

      บ้านนอกขอกนา

       บ้านนอกคอกนา

      เบี้ยวรรษ

       เบี้ยหวัด

      ฤกษ์พานนท์

       ฤกษ์ผานนท์

 

       4.    สำนวนที่ต่างกันทั้งเสียงสระ  พยัญชนะ  วรรณยุกต์

                  หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่เหมือนกันเกือบทุกประการ  จะต่างกันของคำใดคำหนึ่งหรือสองคำเท่านั้น  และคำที่ต่างกันนั้นจะต่างกันที่เสียงสระ  พยัญชนะ  วรรณยุกต์

 

สำนวนที่ต่างกันทั้งเสียงสระ  พยัญชนะ  วรรณยุกต์ ได้แก่

 

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      กุกะมะเทิง

      เอะอะมะเทิ่ง

      เจ้าพลัดเจ้าผลู

      จับพลัดจับผลู

      ตระกูลมูลชาติ

      สกุลรุนชาติ

      ติดหลังแห

      ติดร่างแห

      เทพจรดลงเท้า

       ชีพจรดลงเท้า

      ระเค็ดระคาย

       ระแคะระคาย

      ล่มหัวจมท้าย

       ร่วมหัวจมท้าย

      หัวมังกุท้ายมังกร

       หัวมงกุฏท้ายมังกร

 

             3.1.2   สำนวนที่มีความหมายของคำเหมือนหรือใกล้เคียงกัน

                        สำนวนที่มีความหมายของคำเหมือนหรือใกล้เคียงกัน  หมายถึง  สำนวน  2 สำนวน

ที่เหมือนกันเกือบทุกประการ  จะต่างเฉพาะคำใดคำหนึ่งเท่านั้น   และคำที่คล้ายกันนั้นจะไม่คล้ายคลึงกันเลย แต่จะมีความหมายเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน

                          สำนวนที่มีความหมายของคำเหมือนหรือใกล้เคียงกัน    อาจแบ่งได้เป็น  2  ประเภท

                              1.  คำที่ต่างกันมีความหมายเหมือนกัน    

                              2.  คำที่ต่างกันมีความหมายใกล้เคียงกัน

 

 

  1. คำที่ต่างกันมีความหมายเหมือนกัน

                           หมายถึง  สำนวน  2 สำนวนที่เหมือนกันเกือบทุกประการ   แต่มีคำใดคำหนึ่งและคำที่ต่างกันนั้นจะมีความหมายเหมือนกัน

 

คำที่ต่างกันมีความหมายเหมือนกันได้แก่

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      จับหัวเข่าพูด

      จับเข่าคุยกัน

      ฝามีหูประตูมีตา

      กำแพงมีหูประตูมีตา

      หยิบตา

      จับผิด

      หัวชนกำแพง

      หัวชนฝา

      บอกหนังสือสังฆราช

      สอนหนังสือสังฆราช

 

2.   คำที่ต่างกันมีความหมายใกล้เคียงกัน

                           หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่มีคำนามคำหนึ่งต่างกัน  และคำนามที่ต่างกันมีความหมายใกล้เคียงกัน

 

คำที่ต่างกันมีความหมายใกล้เคียงกันได้แก่

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      แขนใครยาวสาวได้สาวเอา

      มือใครยาวสาวได้สาวเอา

      พายเรือในหนอง

      พายเรือในอ่าง

 

               3.1.3   สำนวนที่มีการเปรียบเทียบทำนองเดียวกัน

                         สำนวนที่มีการเปรียบเทียบทำนองเดียวกัน     หมายถึง สำนวน 2  สำนวนที่มีความหมายเหมือนกัน  จะแตกต่างกันเพียงบางส่วนเท่านั้น  โดยคำที่ต่างกันนั้นจะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบทำนองเดียวกัน

                            สำนวนที่มีการเปรียบเทียบทำนองเดียวกัน  แบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ

                              1.   สำนวนที่เปรียบเทียบกับคนและอวัยวะต่าง ๆ  ของคน 

                              2.   สำนวนที่เปรียบเทียบกับสัตว์

                              3.   สำนวนที่เปรียบเทียบกับธรรมชาติ

                              4.   สำนวนที่เปรียบเทียบกับเครื่องดนตรี

 

                                      สำนวนที่เปรียบเทียบกับคนและอวัยวะต่าง ๆ  ของคน 

                                                                                                                                                                           

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      ผัวหาบเมียคอน

      ชายหาบหญิงคอน

      ผู้ดีว่าขี้ข้าพลอย

      นายว่าขี้ข้าพลอย

      เข้าเลือด

      เข้าเนื้อ

      เงยหน้าอ้าปาก

      ลืมตาอ้าปาก

      ดีเนื้อดีใจ

      ดีอกดีใจ

      ปากคอเราะร้าย

      ปากเปราะเราะร้าย

      พอแย้มปากก็เห็นไรฟัน

      พออ้าปากก็เห็นลิ้นไก่

      ไส้เป็นหนอน

      เกลือเป็นหนอน

      หน่อเนื้อเชื้อใย

      เลือดเนื้อเชื้อไข

 

สำนวนที่เปรียบเทียบกับสัตว์

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

     กระต่ายแก่แม่ปลาช่อน

     ไก่แก่แม่ปลาช่อน

     กระต่ายสามขา

     กระต่ายขาเดียว

      ฝากเนื้อไว้กับเสือ

      ฝากปลาไว้กับแมว

 

สำนวนที่เปรียบเทียบกับธรรมชาติ

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

      โค่นกล้าวอย่าไว้หน่อ

     ตัดไม้อย่าไว้หน่อ

      ฆ่าควายเสียดายเกลือ

      ฆ่าควายเสียดายพริก

      ผีไม่มีศาล

      เจ้าไม่มีศาล

      ไม้หลักปักขี้ควาย

      ไม้หลักปักเอน

      ร้อยเอ็ดเจ็ดหัวเมือง

      ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ

 

สำนวนที่เปรียบเทียบกับเครื่องดนตรี

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

    ไม่มีปี่มีกลอง

    ไม่มีปี่มิขลุ่ย

     รำไม่ดีโทษปี่พาทย์

     รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง

 

   3.1.4   สำนวนที่มีการเพิ่มคำ   ตัดคำ   และลำดับคำใหม่

             สำนวนที่มีการเพิ่มคำ   ตัดคำ   และลำดับคำใหม่  หมายถึง  สำนวน  2  สำนวนที่มี่ความหมายเหมือนกัน  มีการเปรียบเทียบแบบเดียวกัน  มีการใช้คำส่วนใหญ่เหมือนกัน  แต่จะต่างกันที่การเพิ่มคำ   การตัดคำ   หรือลำดับคำใหม่  แบ่งได้ 3 ประเภท  คือ

  1. สำนวนที่ต่างกันที่การเพิ่มคำ
  2. สำนวนที่ต่างกันที่การตัดคำ
  3. สำนวนที่ต่างกันที่การลำดับคำใหม่

 

สำนวนที่ต่างกันที่การเพิ่มคำ

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

        ชักหน้า

        ชักสีหน้า

        ปีกแข็ง

        ปีกกล้า ขาแข็ง

         สองผม

        ผมสองสี

 

สำนวนที่ต่างกันที่การตัดคำ

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

        กระดูกขัดมัน

        กระดูก

        พระมาลัยมาโปรด

        พระมาโปรด

         พรากลูกนกฉกลูกกา

        พรากลูกนกลูกกา

        ร่อนรับร่อนเร่

        เร่ร่อน  ร่อนเร่

        เสียรัดเสียเปรียบ

        เสียเปรียบ

 

สำนวนที่ต่างกันที่การลำดับคำใหม่

 

สำนวนเดิม

สำนวนปัจจุบัน

        ตัดต้นไฟ

        ตัดไฟต้นลม

        น้ำสั่งฟ้า  ปลาสั่งน้ำ

        ฝนสั่งฟ้า  ปลาสั่งน้ำ

        ผ่อนผันสั้นยาว

        ผ่อนสั้นผ่อนยาว

 

 

 

   3.2   สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย

                   สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย  หมายถึง  สำนวนที่ปัจจุบันมีความหมายผิดไปจากความหมายที่เคยใช้มาก่อน  ซึ่งความหมายในปัจจุบันอาจจะเปลี่ยนไปเป็นคนละความหมายหรืออาจมีความหมายตรงข้ามกับสำนวนเดิม

                     สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย  แบ่งได้เป็น  4  ประเภท

                          1.  ความหมายเปลี่ยนเป็นความหมายอื่น

                          2.  ความหมายตรงข้ามกับความหมายเดิม

                          3.  ความหมายแคบลง

                          4.  ความหมายขยายกว้างขึ้น

              

             3.2.1     ความหมายเปลี่ยนเป็นความหมายอื่น

                   หมายถึง  สำนวนที่ปัจจุบันมีความหมายเปลี่ยนไปคนละเรื่องกับความหมายเดิม   ซึ่งความหมายที่เปลี่ยนไปนั้นไม่เกี่ยวข้องกับความหมายเดิมเลย  อาจแบ่งได้เป็น  2   ประเภท

                          1.   ความหมายไม่เกี่ยวข้องกับความหมายเดิม

                           หมายถึง  สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงความหมายและความหมายที่เปลี่ยนแปลงมานั้น  ไม่เกี่ยวข้องกับความหมายเดิมเลย

                       2.   ความหมายที่ยังมีเค้าความหมายเดิม

                            หมายถึง  สำนวนที่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย  และความหมายที่เปลี่ยนแปลงมานั้น  จะมีเค้าความหมายเดิมอยู่บ้าง

 

              3.2.2    ความหมายตรงข้ามกับความหมายเดิม

                    หมายถึงสำนวนที่ปัจจุบันมีความหมายผิดไปจากที่เคยใช้มาก่อน   และความหมายที่ผิดไปนั้นจะตรงข้ามกับความหมายเดิม   สำนวนที่มีความหมายตรงข้ามกับความหมายเดิมอาจแบ่งได้เป็น  2   ประเภท

             1.   ความหมายที่เปลี่ยนเป็นความหมายไม่ดี         

             2.   ความหมายตรงข้ามอื่นๆ

 

ความหมายที่เปลี่ยนเป็นความหมายไม่ดี

 

 

สำนวน

ความหมายเดิม

ความหมายปัจจุบัน

    ดัดจริต

   ดัดแปลงความประพฤติให้ดี

  แสร้งทำกิริยาวาจาเกินควร

    แนะแหน

   พูดเสนอให้ชอบใจ

  พูดกระทบกระเทือน

    มั่ว

    สุมกัน  รวมกัน

  มั่วสุมกันทำสิ่งที่ไม่ดี

ความหมายตรงข้ามอื่นๆ

 

 

สำนวน

ความหมายเดิม

ความหมายปัจจุบัน

    แก่แดด

   คนแก่ไม่สมเป็นคนแก่

    ทำเป็นแก่เกินอายุ

    แก่วัด

   งุ่มง่ามไม่ทันสมัย

    เล่ห์เหลี่ยมมาก

    เข้าฝัก

    ชำนาญจนอยู่ตัวแล้ว

    ลืมความรู้ที่ได้เรียนมา

    บ้องแบ๊ว

    รู

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ 

เข้าระบบ ให้ดาว ไม่ให้แล้ว   บันทึกนี้ยังไม่ได้ดาวได้ดาว {{ l3nr.actionable.vote_counter }}
{{ comment.user.fullname }}
{{ comment.name }}
เพิ่มความเห็น
{{ l3nr.current_user.fullname }} - เพิ่มความเห็น

L3nr

L3nr (อ่านว่า Learner ชื่อเดิม Learners.in.th) ให้บริการโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง l3nr.org

สารบัญ บันทึก

ระบบแนะนำ

 GotoKnow   คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อ่าน เขียน บันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตและการทำงาน ครู อาจารย์ คนทำงานภาครัฐและภาคสังคม

 ClassStart   ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
จัดการการเรียนการสอนได้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งระบบเอง เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

ทั้งสองระบบลงทะเบียนใช้ได้เลย บริการฟรีแก่ทุกสถานศึกษาโดย ม.สงขลานครินทร์