วิกฤตการณ์แร่ธาตุ

           แร่เป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีความสำคัญและมีบทบาทที่สนองความต้องการ ทางด้านปัจจัยต่าง ๆ ของประชากร ทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน ความสำคัญและประโยชน์ของแร่ธาตุที่จะนำมาใช้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาความเจริญทางเทคโนโลยี ตลอดจนความต้องการในการนำไปใช้ของมนุษย์

          ทรัพยากรแร่ธาตุ ที่มนุษย์เราใช้ส่วนใหญ่มาจากแผ่นดิน ซึ่งค่อย ๆ ลดจำนวนลงทำให้มีการสำรวจค้นคว้าหาแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุใหม่ ๆ อยู่เสมอ ปัจจุบันได้มีการบุกเบิกหาแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุในทะเล เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

         ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และระยะเวลาทำให้ความสำคัญของแร่ธาตุเปลี่ยนแปลงไปจากชนิดหนึ่งไปใช้อีกชนิดหนึ่ง เช่น จากการใช้ถ่านหินมาใช้น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติจากการใช้เหล็กมาใช้อลูมิเนียมแทน

ประเภทของแร่

แร่เป็นทรัพยากรที่มนุษย์ นำมาใช้ประโยชน์มากมาย แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1. แร่โลหะ เป็นแร่ที่มีความเหนียว เป็นตัวทนความร้อน และไฟฟ้าได้ดีหลอมตัวได้ และมีความทึบแสง ได้แก่ แร่ดีบุก เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ตะกั่ว อลูมิเนียม แมกนีเซียม ทองคำ เงิน วุลแฟรม ฯลฯ

                                                                        

                            ลิกไนต์                                   แมงกานีส

2. แร่อโลหะ เป็นแร่ที่ไม่เป็นตัวนำความร้อนมีลักษณะโปร่งแสง เปราะแตกหักง่าย ได้แก่ ฟลูออไรท์ ฟอสเฟส หิน ทราย เกลือ กำมะถัน โปแตสเซียม แคลเซียม ดินขาว ฯลฯ

                             กำมะถัน                      แคลเซียม

3. แร่พลังงาน หรือแร่เชื้อเพลิงเป็นแร่ที่สำคัญถูกนำมาใช้มากเกิดจากซากสิ่งมีชีวิตในอดีต ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ

 

                                                ถ่านหิน

 ประโยชน์แร่

1. ประโยชน์ทางด้านความมั่นคง และมั่งคั่งของประเทศ ประเทศที่มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมายและสามารถนำไปใช้แปรรูปเป็นผลผลิตต่าง ๆ ที่ทำประโยชน์ต่อมนุษย์ เช่น ด้านอาวุธ ด้านอุตสาหกรรม

2. ประโยชน์ด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์นำแร่ธาตุต่าง ๆ มาสร้างขึ้นเป็นภาชนะใช้สอยพาหนะที่ช่วยในการคมนาคม อาคารบ้านเรือน ก๊าซหุงต้ม พลังงานไฟฟ้า

3. ประโยชน์ด้านการสร้างงานแก่ประชาชน ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการขุดแร่ ไปจนถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ แร่ธาตุชนิดต่าง ๆ มีคุณสมบัติลักษณะต่างกัน จึงมีประโยชน์แตกต่างกัน เช่น แร่วุลแฟรม นำมาทำไส้หลอดไฟฟ้า ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องแก้ว แร่พลวงนำมาใช้ทำตัวพิมพ์หนังสือ ทำสี แบตเตอรี่ รัตนชาติ เป็นแร่ที่มีลักษณะสีสันสวยงาม นำมาใช้ทำเครื่องประดับต่าง ๆ มากมาย

ปัญหาทรัพยากรแร่

1. ปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณที่ทำเหมืองแร่แล้วทำให้สภาพดินไม่อุดมสมบูรณ์ สกปรกพื้นที่ขรุขระมีหลุมบ่อมากมายจึงถูกปล่อยทิ้งใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่

2. ปัญหาการใช้แร่ธาตุบางประเภทเป็นจำนวนมาก เช่น แร่เหล็กถูกนำมาใช้มากและแพร่หลายที่สุด ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม ดีบุก ฯลฯ

3. ปัญหาการใช้แร่ไม่คุ้มค่า ได้แก่ พวกแร่ที่ใช้แล้วยังเหลืออยู่ ยังสามารถนำกลับไปใช้อีก เช่น เหล็ก ส่วนแร่ที่นำไปใช้แล้วหมดไป เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เราจึงต้องใช้อย่างคุ้มค่า และประหยัด

                     

                                การทำเหมืองแร่

ปัญหาทรัพยากรแร่ธาตุในเมืองไทย

      1. ประเทศไทยยังขาดการสำรวจทางธรณีวิทยาที่ละเอียดชัดเจนเพียงพอ ที่จะชี้ชัดให้ แน่ใจได้ว่าแหล่งใดมีแร่ชนิดใดมากน้อยเพียงใดแค่ไหน พอที่จะพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมได้หรือไม่ ยังไม่มีการประเมินค่าทางเศรษฐกิจของแร่แต่ละชนิดว่าควรจะพิจารณาแร่ชนิดไหนไปก่อนหลัง
       2. การขาดแคลนกำลังคนเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นทุกที ทั้งนี้เพราะการพัฒนา อุตสาหกรรมเหมืองแร่
นั้นต้องอาศัยนักธรณีวิทยา วิศวกรเหมืองแร่ และช่างเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งปรากฏว่าในแต่ละปีมีผู้สำเร็จการศึกษา
ด้านนี้น้อยมาก กว่าจะฝึกให้ชำนาญได้ต้องใช้เวลานาน หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับเหมืองแร่ นอกจากประสบปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดังกล่าวแล้ว ยังขาดแคลนอุปกรณ์และเครื่องมือที่จะใช้สำรวจ และการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
       3. อุปสรรคในด้านการขนส่ง เป็นปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม
เหมืองแร่ ทั้งนี้เพราะแร่ชนิดต่าง ๆ ที่ค้นพบนั้นอยู่กระจัดกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศ หากเอกชนจะลงทุน
สร้างถนนเองก็จะใช้ทุนเป็นจำนวนมากทำให้ต้นทุนการผลิตสูงไม่สามารถส่งออกไปแข่งขันตลาดต่างประเทศได้
       4. ปัญหาด้านการลงทุน การลงทุนประกอบอุตสาหกรรมเหมืองแร่นั้น นอกจากจะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งแร่ อันตรายที่จะเกิดจากการ ทำเหมือง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง
ทางการเมืองระหว่างประเทศ และราคาของแร่ไม่แน่นอนเพราะแร่ผลิตภัณฑ์ขั้นปฐม ซึ่งการลงทุนในการทำ
เหมืองแร่เป็นการเสี่ยงในการขาดทุนอย่างมาก นำเงินไปลงทุนด้านอื่น ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดทุนน้อยกว่า และได้ผลประโยชน์มากกว่า

 

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่
โดยทั่วไปการทำเหมืองแร่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2 ประการ ดังนี้
 

1. ผลกระทบที่เกิดจากตัวแร่ (Indigenous effects) ปกติแล้วแร่ธาตุต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์จะอยู่ภายใต้เปลือกโลกในรูปของสารประกอบ เมื่อมีการทำเหมืองแร่เพื่อนำแร่ธาตุต่าง ๆ มาใช้ ในสายแร่บางชนิด เช่น ตะกั่ว สังกะสี มังกานีส โครเมี่ยม ขณะที่ทำการขุดแร่เหล่านี้อาจปะปนลงในแหล่งน้ำในแหล่งดิน ซึ่งพืชที่กำลังเจริญเติบโตอยู่นั้นเกิดการสะสมแร่ธาตุดังกล่าว จนสามารถถ่ายทอดมายังคนโดยตรงหรือการห่วงโซ่อาหาร เช่น การทำเหมืองแร่ปรอท ทำให้คนงานและสิ่งมีชีวิตในบริเวณเหมืองและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับสารพิษไปด้วย

 

2. ผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการ ( Operation effects ) เหมืองแร่ทุกชนิดทุกประเภทจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิ่งแวดล้อมอันมีสาเหตุมาจากการดำเนินการ เช่น การเปิดหน้าดินก่อให้เกิดการชะล้างและพังทลาย น้ำขุ่นข้นในทะเลบริเวณใกล้เคียงกับการขุดแร่ในทะเล เป็นต้น การทำเหมืองแร่จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรอื่น เนื่องจากมีผลกระทบต่อทรัพยากรต่อไปนี้ ทรัพยากรดิน การทำเหมืองแร่จำเป็นต้องมีการขุดระเบิดหรือฉีดน้ำ เพื่อนำแร่ซึ่งมักอยู่ใต้ดินออกมา ดินที่เกิดจากการทำเหมืองแร่จะไหลลงไปพร้อมกับน้ำลงสู่แม่น้ำลำคลอง ทำให้ดินเกิดความสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ ดินที่ผ่านการทำเหมืองแร่แล้ว จึงขาดความอุดมสมบูรณ์อย่างเด่นชัด นอกจากนี้พื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองแล้วจะเป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทรัพยากรน้ำ และสัตว์น้ำ เนื่องจากน้ำขุ่นข้นจากการฉีดน้ำแยกแร่ออกจากดินหรือโคลน เกิดจากการแพร่กระจายออกไป หากเป็นพื้นที่ในทะเลตะกอนขุ่นข้นจะกระจายไปตามอิทธิพลของกระแสน้ำ คลื่น และลม ซึ่งยากแก่การควบคุม ทำให้คุณภาพของน้ำทะเลเสียหาย นอกจากนี้ยังทำน้ำน้ำธรรมชาติเกิดการตื้นเขินมีผลต่อสัตว์น้ำ คือ ทำลายแหล่งวางไข่ แหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย ทรัพยากรป่าไม้ การทำลายทรัพยากรป่าไม้ เพื่อความสะดวกคล่องตัว ตั้งแต่สำรวจจนกระทั่งขุดเจาะได้แล้วนำไปส่งยังผู้รับซื้อ ป่าจะถูกถากถางเพื่อการสำรวจ เมื่อพบแร่แล้วป่าจะถูกทำลายอย่างถาวร ทรัพยากรอากาศ การทำเหมืองแร่โดยเฉพาะเหมืองบนบกจะต้องมีการระเบิด ทุบ บด หรือป่นหิน การขนส่งเลียงลำเลียงแร่จากเหมืองแร่ทำให้เกิดฝุ่นละอองมาก ฝุ่นเหล่านี้กระจายและถูกพัดพาไปในอากาศ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และพืชที่อยู่ใกล้เคียงได้ล้มตาย

                

สถานณ์การณ์แร่ธาตุ

ทรัพยากรแร่ เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ จึงได้มีการพัฒนาแหล่งแร่และนำแร่มาใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแร่อุตสาหกรรมและหินปูน แม้การพัฒนาทรัพยากรแร่จะให้ประโยชน์อย่างมากมาย การดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่และแต่งแร่โดยไม่มีการควบคุมและป้องกันอย่างเหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ การปนเปื้อนสารพิษในสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียง และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งที่เกิดจากตัวแร่และกระบวนการพัฒนาแร่ขึ้นมาใช้ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนการรักษาพยาบาลและการสูญเสียรายได้ เช่น เหตุการณ์การปนเปื้อนของสารหนูบริเวณอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ประชาชนในพื้นที่เป็นโรคพิษสารหนูและสูญเสียชีวิตเนื่องจากการเป็นมะเร็งผิวหนัง เหตุการณ์การปนเปื้อนตะกั่วบริเวณอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พบว่า ประชาชนมีระดับตะกั่วในเลือดสูง และต้องเข้ารับการรักษา และเหตุการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่นขนาดเล็กจากเหมืองหินบริเวณตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี เป็นต้น

ความเสียหายจากปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ในสิ่งแวดล้อมในรูปมูลค่า จัดอยู่ในลำดับที่ 10 ของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ เนื่องจากปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิต ดังนั้นการคำนวณมูลค่าความเสียหายจากปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อม จึงครอบคลุมต้นทุนการรักษาจากการเจ็บป่วย ต้นทุนการสูญเสียรายได้จากการไม่ได้ทำงานเนื่องจากการเจ็บป่วย (รักษาตัวและพักฟื้น) และต้นทุนการสูญเสียรายได้จากการสูญเสียชีวิต (รายได้ตลอดอายุการทำงาน) จากเหตุการณ์ 4 เหตุการณ์ คือ การปนเปื้อนของสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี การปนเปื้อนของสารหนูจากเหมืองดีบุก จังหวัดนครศรีธรรมราช (มีผู้เสียชีวิต) มลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง และการปนเปื้อนแคดเมียมจากเหมืองสังกะสี จังหวัดตาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเฉลี่ย 5 ปี (พ.ศ. 2542-2546) ประมาณ 60 ล้านบาทต่อปี

การอนุรักษ์แร่ธาตุ

ดังได้กล่าวมาแล้วถึงทรัพยากรแร่ธาตุในปัจจุบันซึ่งกำลังประสบปัญหาหากไม่มีการป้องกันแก้ไข ดังนั้นการอนุรักษ์แร่ธาตุจึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยได้ดังต่อไปนี้

1. การใช้แร่ธาตุอย่างประหยัด ในการทำเหมืองแร่บางอย่างนั้นบางทีทรัพยากรแร่ธาตุที่ได้มาอาจมีหลายชนิด ดังนั้นจึงควรจะพยายามใช้ให้คุ้มค่าทุกชนิด อย่างประหยัดและลดการสูญเปล่า

2. การสำรวจแหล่งแร่ ควรมีการเร่งรัดการสำรวจทรัพยากรแร่ธาตุให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

3. การใช้แร่ชนิดอื่นทดแทน พยายามหาแร่ธาตุอื่น ๆ มาใช้ทดแทนแร่ที่ใช้กันมาก อาทิการใช้อลูมิเนียมแทนเหล็ก

4. นำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ควรมีการนำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก อาทิ ภาชนะเครื่องใช้ที่เป็นอลูมิเนียมบางอย่างที่หมดสภาพการใช้แล้วสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้อีก

จัดทำโดย

1.นาย ปรีชา ยอดยิ่ง  เลขที่ 7

2.นางสาว สุชานุช กานต์วรัญญู เลขที่ 16

3.นางสาว อรุณีย์ ทับทิม เลขที่ 17

4.นางสาว นิโลบล  ธนมาก เลขที่ 18

5.นางสาว เบญจพร แจ้งสูงเนิน เลขที่ 19

6.นางสาว ประกาศรี ชื่นอารมณ์ เลขที่ 20

7.นางสาว กฤษณา ทิพย์สัจจะธรรม เลขที่ 23

8.นางสาว รัศมี นนท์พละ  เลขที่ 25

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

pirun.ku.ac.th/~b4841030/rae.html

web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi2/subraae/raae.htm

 www.school.net.th/library/snet6/envi2/subraae/raae.htm

http://www.rmuti.ac.th/user/thanyaphak/Web%20EMR/Web%20IS%20Environment%20gr.3/page9_tem.htm

boonanimal.blogspot.com/2009/08/blog-post_29.html

www.thaienvimonitor.net/Concept/order.htm