ภูมิอากาศ    จังหวัดอำนาจเจริญ

สภาพอากาศ

 

 

           จังหวัดอำนาจเจริญมีลักษณะภูมิอากาศไม่แตกต่างจากจังหวัดอุบลราชธานีมากนัก จัดอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ Topical Savannah : "AW" ตามระบบจำแนกภูมิอากาศของ Koppen คือมีช่วงความแตกต่างของฤดูฝนและฤดูแล้งอย่างเห็นได้ชัดมีช่วงกลางวันยาวในฤดูร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงตลอดปีจากข้อมูลของภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ได้รวบรวมไว้ในคาบ 30 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2494-2523 สรุปพอลักษณะภูมิอากาศ ของจังหวัดอำนาจเจริญ และอุบลราชธานี       

อุณหภูมิ

 

             อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 29.2 องศาเซลเซียส (27.91 องศาเซลเซียสในปี 2535

            ปริมาณน้ำฝน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปี 1,343.5 ม.ม. (1,597.1 ม.ม. ในปี 2535) ช่วงที่ฝนตกชุกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ในช่วงฝนตกชุกนี้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยแต่ละเดือนตั้งแต่ 206.3-322.2 ม.ม. เดือนที่มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยสูงสุด คือ เดือนสิงหาคม ประมาณ 322.3 ม.ม. (361.7 ม.ม. ในปี 2535) 4. การแพร่กระจายของน้ำฝน ฝนจะตกชุกในเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน ในช่วงที่ฝนตกชุกจะตกตั้งแต่ 15 ถึง 20 วัน จากนั้นประมาณน้ำฝนและจำนวนที่ฝนตกจะลดลงจนหมดฝน

            ความชื้นสัมพัทธ์ จะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับปริมาณน้ำฝน และเป็นปฏิภาคกลับกันอุณหภูมิในแต่ละเดือน เดือนที่ฝนตกมากที่สุดคือเดือนสิงหาคม มีความชื้นสัมพันธ์ สูงสุดประมาณ 83.0 % เดือนที่มีความชื้นสัมพันธ์ต่ำสุดคือเดือนมีนาคม ประมาณ 63% ความชื้นสัมพันธ์ โดยเฉลี่ยตลอดปี 73.0 % 6. สภาพสมดุลของน้ำเพื่อการเกษตร จากสถิติภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัดอุบลราชธานีเมื่อนำมาคำนวณหาศักย์การระเหยน้ำจากดิน และการคายน้ำของพืช หรือค่า P.E.T. (Potential Evapotraspiration) ของแต่ละเดือนโดยวิธีของ Thromthwaite แล้วนำมากำหนดจุดในกระดาษ กราฟลากเส้นตัดกับกราฟ สถิติน้ำฝน เป็นการคำนวณช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำมากเกินพอ (Water deficiancy) ระหว่าง พฤศจิกายน - เมษายน

            ทั้งนี้เพื่อ ใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา ถึงระยะเวลาที่พืชควรจะได้รับน้ำเพิ่มขึ้นหากมีการเพาะปลูก และช่วงที่สามารถปลูกพืชได้ดีโดยอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำชลประทานหรือช่วงที่อาจมีความจำเป็นต้องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่มากเกินไป

            สภาพภูมิอากาศเกษตร จังหวัดอำนาจเจริญมีพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็น เขตภูมิอากาศแบบ AU-L-M คือเป็นบริเวณพื้นที่ที่มีช่วงฤดูฝนยาว 5 เดือน หรือมากกว่า เหมาะสำหรับปลูกพืชล้มลุกหรือพืชคาบปีตลอดจนไม้ผลบางชนิดฤดูปลูกควรเริ่มจากเดือนพฤษภาคม มีพื้นที่บางส่วนในเขตอำเภอหัวตะพาน ที่มีเขตภูมิอากาศแบบ AP-L-M คือ บริเวณที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวหนักและฤดูกาลปลูกข้าวควรเริ่มจากเดือนพฤษภาคม .