การเรียนรู้ตลอดชีวิต
(Lifelong Learning)
                   การเรียนรู้ตลอดชีวิตไม่เพียงหมายถึงการศึกษาผู้ใหญ่ (Adult Education) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบตลอดช่วงชีวิตอีกด้วย บทความชิ้นนี้นำเสนอความหมายเชิงนโยบายที่ตรงประเด็นของแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”
คุณลักษณะพิเศษของแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
                   การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้องมีมุมมองแบบองค์รวม  ที่ครอบคลุมกิจกรรมการเรียนรู้ทุกด้าน โดยมีเป้าหมายที่จะปรับปรุงความรู้และความสามารถในการแข่งขันของบุคคล ที่ปรารถนาเข้าร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้คุณลักษณะ 4 ประการของแนวคิดการเรียนรู้ ได้แก่
                        1. มีมุมมองอย่างเป็นระบบ สิ่งนี้คือคุณลักษณะที่พิเศษที่สุดของการเรียนรู้ตลอดชีวิต กรอบแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของโอกาสการเรียนรู้      ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมด และประกอบด้วยรูปแบบ   ต่าง ๆ ของการเรียนรู้ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
                        2. มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีการเปลี่ยนจากมุ่งเน้นด้านอุปทาน (Supply) เป็นศูนย์กลาง ในรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงสถาบันที่เป็นทางการ ไปสู่ด้านอุปสงค์ (Demand) ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก
                        3. มีแรงจูงใจที่จะเรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ที่มีความต่อเนื่องตลอดชีวิต ทั้งนี้ต้องมุ่งเน้นที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ที่ตนเองเป็น ผู้ชี้นำ
                        4. มีวัตถุประสงค์ของนโยบายการศึกษาที่หลากหลาย มุมมองวงจรชีวิตที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการศึกษาที่หลากหลาย อาทิ การพัฒนาบุคลิกภาพ การพัฒนาความรู้ วัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และการจัดลำดับความสำคัญของวัตถุประสงค์เหล่านี้ อาจเปลี่ยนไปใน  แต่ละช่วงชีวิตของคน ๆ หนึ่ง
ความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
                   พลังผลักดันที่สำคัญทางสังคม เศรษฐกิจจำนวนมากสนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของการทำงาน ตลาดแรงงานตลอดจนโครงสร้างอายุประชากร เป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อความจำเป็นที่จะต้องมีการยกระดับทักษะการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างกว้างขวางกำลังคุกคามขั้วใหม่ระหว่างสิ่งที่ความรู้มีและสิ่งที่ความรู้ไม่มี ในทางกลับกันสิ่งนี้อาจคุกคามรากฐานของประชาธิปไตยด้วยโอกาสในการฝึกอบรมในภายหลังนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละบุคคลที่ข้ามาสู่การจ้างงาน และโอกาสการเรียนรู้เปิดกว้างแก่ ผู้ว่างงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดเล็ก และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมกลับยิ่งน้อยกว่าลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดใหญ่มาก
 จะนำยุทธศาสตร์การเรียนรู้ตลอดชีวิตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร
                   การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะบรรลุผลได้ก็ต้องสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและต้องใช้เวลายาวนาน ในขณะที่แนวคิดนี้ต้องได้รับการสนับสนุนและดำเนินการอย่างจริงจังจากฝ่ายการเมือง ที่จะต้องบรรจุเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล มีหลักฐานข้อเท็จจริงน้อยมากที่ชี้ให้เห็นว่ามีความจริงใจที่จะสร้างการเรียนรู้ที่เป็นระบบ กรอบแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ให้ทิศทางที่ชัดเจนในการปฏิรูปนโยบาย กรอบแนวคิดนี้เสนอให้มีการดำเนินการที่เป็นระบบใน 5 เรื่อง ดังนี้
                        1.  ปรับปรุงการเข้าถึง คุณภาพ และความเป็นธรรมในการเรียนรู้
                        2.  สร้างรากฐานที่มั่นคงด้านทักษะสำหรับทุกคน
                        3.  ให้ความสำคัญกับทุกรูปแบบของการเรียนรู้ ไม้เพียงเฉพาะการศึกษาที่เป็นทางการ  เท่านั้น
                        4.  จัดสรรทรัพยากร และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากทุกภาคส่วน สนับสนุนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกช่วงเวลาในชีวิต
                        5.  ความร่วมมือของทุกภาคส่วน
 ปรับปรุงการเข้าถึง คุณภาพ และความเป็นธรรมในการเรียนรู้
                   เป้าหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อทุกคนนั้น ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในการเรียนรู้ การขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยลดความแตกต่างของอัตราการมีส่วนร่วมของกลุ่มที่มีความแตกต่างทางสังคมเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ มีปัจจัยที่เป็นระบบอย่างมีนัยสำคัญของความไม่เท่าเทียมกันนี้ รวมไปถึงความเสี่ยงจากช่องว่างของโลกดิจิตอล(Digital Divide) และวัฏจักรแห่งความเลวร้าย (Vicious Circle) บุคคลที่มีการศึกษาดีเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ในช่วงชีวิตของพวกเขา
            ความไม่เท่าเทียมกันเหล่านี้ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน การให้แต่ละคนมีการศึกษาดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นประการหนึ่ง ในพื้นที่ทางการศึกษาของเด็กเล็ก ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กเหล่านี้จะมีพื้นฐานที่ดีในการเจ้าสู่การศึกษาระดับถัดๆ ไปที่จะไม่กลายเป็นกลุ่มด้อย
โอกาสต่อไป สำหรับผู้ใหญ่ในวัยแรงงานนโยบายที่เกี่ยวข้องต้องไม่มุ่งเน้นแต่เพียงโครงการฝึกอบรมพนักงานเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับงานและสถานประกอบการด้วย ในแนวทางที่สร้างบรรยากาศให้เกิดการพัฒนาความสามารถและการเรียนรู้ สถานที่ทำงานที่มีบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีสร้างได้หลายวิธี: โครงสร้างที่มีการกระจายอำนาจและมีข่วงชั้นการบังคับบัญชาน้อย ในรูปขององค์กรที่แบนราบ (Flat Organisation) สนับสนุนให้พนักงานสามารถสะท้อนประสบการณ์ของตนได้ การใช้การผลิตเป็นทีม (Team-based Production) และเปิดโอกาสให้พนักงานให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อปัญหาใหม่ๆ ในการผลิต ยุทธศาสตร์การเรียนรู้ตลอดชีวิตก่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยลดอุปสรรคต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสกว้างในการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์นี้มีบทบาทสำคัญในการทำลายวงจรแห่งการเสียเปรียบ และเพิ่มการสนับสนุนความเข้มแข็งทางสังคม การปรับปรุงด้านความเป็นธรรมและลดต้นทุนระยะยาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และยังช่วยขยายการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่ทุกคนอีกด้วย นโยบายนี้พุ่งเป้าไปที่การเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างเงื่อนไขสำคัญที่ก่อให้เกิดการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ตลาดแรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม
 
ให้ความสำคัญกับทุกรูปแบบของการเรียนรู้
                   การเรียนรู้มีหลายรูปแบบและเกิดขึ้นได้หลายวิธี จากหลักสูตรที่เป็นทางการในโรงเรียนหรือวิทยาลัย ไปขนถึงประเภทต่างๆ ของประสบการณ์ในครอบครัว ชุมชน และที่ทำงาน รูปแบบต่างๆ ของการเรียนรู้ต้องรวบรวมขึ้นมาและได้รับการพิจารณา โดยสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ คุณภาพ และผลลัพธ์ มากกว่าเรื่องสถานที่และรูปแบบ การให้ความสำคัญต่อสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นทางจิตวิทยาและเศรษฐกิจที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ประการแรก ให้ความสำคัญยิ่งขึ้นกับการเรียนระบบที่มีการให้วุฒิ ซึ่งวุฒิบัตรเหล่านี้เป็นใบเบิกทางในการเรียนต่อและการทำงาน ประการที่สอง เส้นทางที่ดีขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องการของสาขาการศึกษาต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงทางตันในการศึกษา ประการที่สาม ผู้เรียนต้องการเครื่องมือนำทางที่ดีขึ้น ที่ให้เขาได้รับข้อมูลข่าวสารและการแนะแนวที่จำเป็น ในการได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากโอกาสการเรียนรู้ที่กว้างขวางขึ้น
                   ประการแรก คือ การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ไม่เป็นทางการ ที่สามารถลดต้นทุนการเรียนรู้ได้ โดยช่วยลดระยะเวลาการศึกษาและเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการมาตรฐานและผลลัพธ์ของการเรียนรู้ การเรียนรู้ดังกล่าวต้องสามารถประเมินได้ รวมถึงข้อตกลงด้านเทคนิคการประเมิน วิธีการและการให้หน่วยกิต การพัฒนาเหล่านี้ต้องอาศัยความมุ่งมั่นที่กระตือรือร้นและเข้าร่วมอย่างจริงจังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่กว้างขวาง ในภาคส่วนต่างๆ ทางการศึกษา รวมทั้งพนักงานและสหภาพ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างกว้างขวางกำลังคุกคามขั้วใหม่ระหว่างสิ่งที่ความรู้มีและสิ่งที่ความรู้ไม่มี ในทางกลับกันสิ่งนี้อาจคุกคามรากฐานของประชาธิปไตยด้วยโอกาสในการฝึกอบรมในภายหลังนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละบุคคลที่ข้ามาสู่การจ้างงาน และโอกาสการเรียนรู้เปิดกว้างแก่ ผู้ว่างงาน ลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดเล็ก และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมกลับยิ่งน้อยกว่าลูกจ้างในสถานประกอบการขนาดใหญ่มาก
 
จะนำยุทธศาสตร์การเรียนรู้ตลอดชีวิตไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร
                   การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะบรรลุผลได้ก็ต้องสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและต้องใช้เวลายาวนาน ในขณะที่แนวคิดนี้ต้องได้รับการสนับสนุนและดำเนินการอย่างจริงจังจากฝ่ายการเมือง ที่จะต้องบรรจุเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล มีหลักฐานข้อเท็จจริงน้อยมากที่ชี้ให้เห็นว่ามีความจริงใจที่จะสร้างการเรียนรู้ที่เป็นระบบ กรอบแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ให้ทิศทางที่ชัดเจนในการปฏิรูปนโยบาย กรอบแนวคิดนี้เสนอให้มีการดำเนินการที่เป็นระบบใน 5 เรื่อง ดังนี้
                        1.  ปรับปรุงการเข้าถึง คุณภาพ และความเป็นธรรมในการเรียนรู้
                        2.  สร้างรากฐานที่มั่นคงด้านทักษะสำหรับทุกคน
                        3.  ให้ความสำคัญกับทุกรูปแบบของการเรียนรู้ ไม้เพียงเฉพาะการศึกษาที่เป็นทางการ  เท่านั้น
                        4.  จัดสรรทรัพยากร และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากทุกภาคส่วน สนับสนุนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกช่วงเวลาในชีวิต
                        5.  ความร่วมมือของทุกภาคส่วน
 
ปรับปรุงการเข้าถึง คุณภาพ และความเป็นธรรมในการเรียนรู้
                   เป้าหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อทุกคนนั้น ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในการเรียนรู้ การขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยลดความแตกต่างของอัตราการมีส่วนร่วมของกลุ่มที่มีความแตกต่างทางสังคมเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ มีปัจจัยที่เป็นระบบอย่างมีนัยสำคัญของความไม่เท่าเทียมกันนี้ รวมไปถึงความเสี่ยงจากช่องว่างของโลกดิจิตอล(Digital Divide) และวัฏจักรแห่งความเลวร้าย (Vicious Circle) บุคคลที่มีการศึกษาดีเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ในช่วงชีวิตของพวกเขา

            ความไม่เท่าเทียมกันเหล่านี้ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน การให้แต่ละคนมีการศึกษาดีนั้นเป็นสิ่งจำเป็นประการหนึ่ง ในพื้นที่ทางการศึกษาของเด็กเล็ก ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กเหล่านี้จะมีพื้นฐานที่ดีในการเจ้าสู่การศึกษาระดับถัดๆ ไปที่จะไม่กลายเป็นกลุ่มด้อย

ประการที่สอง คือ การวางรากฐานที่ดีกว่าในการเรียนรู้นอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับและระดับมัธยมปลาย และขจัดทางตันทางการศึกษา (Educational Dead-ends) นั่นคือ การจัดการกับอุปสรรคสำคัญๆ ของการเสริมสร้างความเข้มแข็งการเชื่อมโยงต่างๆ: ระหว่างการศึกษาทั่วไปกับอาชีวศึกษาในระดับมัธยมปลาย / ระหว่างระดับมัธยมปลายก อาชีวศึกษา กับระดับอุดมศึกษา / และระหว่างสถาบันที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษา
                   ประการที่สาม คือ การพัฒนาการศึกษาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น และระบบข้อมูลข่าวสารการจ้างงานและการแนะแนว ที่ช่วยนักเรียนให้พบหนทางของตนเองควบคู่ไปกับเส้นทางการเรียน เมื่อก่อนนี้ประเทศในกลุ่ม OECD ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ มีการโจมตีในเรื่องวัตถุประสงค์ คุณสมบัติของคนในวงการ และวิธีการจัดการเรียนการสอน ในขณะที่มีจุดอ่อนและช่องว่างอย่างชัดเจนในการให้บริการแก่ผู้ใหญ่
 
ความร่วมมือของทุกภาคส่วน
                   เนื่องจากการเรียนรู้ตลอดชีวิตเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก นอกจากกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ผู้เรียนและครอบครัวของเขา สถาบันการศึกษา และภาคสังคมต่างๆ การประสานงานในการพัฒนานโยบายและนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จ จากการศึกษาหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลให้การศึกษากับเด็กเล็ก ชี้ให้เห็นความสำคัญต่อการประสานนโยบายการศึกษา สาธารณสุข สังคมและครอบครัว เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถข้าถึงบริการด้านการศึกษา และสุขภาพที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของนโยบายการศึกษา การอบรม ตลาดแรงงาน และสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รวมถึงประสบการณ์ที่ประเทศต่างๆ พยายามรับมือกับความท้าทายในด้านการประสานงาน: ระหว่างกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องทำงานร่วมกัน ระหว่างลูกจ้างแรงงาน สหภาพแรงงานและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนานโยบายระดับชาติ รวมถึงองค์กรท้องถิ่นที่เป็นผู้ให้บริการ ระหว่างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนานโยบายท้องถิ่นและโครงการปฏิบัติต่างๆ
 
 
***สังคมไทย : การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning)
                                                
ในอดีตสังคมไทยไม่จำเป็นจะต้องพัฒนาการเรียนรู้มาก  แต่ในปัจจุบันสังคมไทยจะต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้   ยุคปัจจุบันและในโลกแห่งอนาคตสังคมจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การสื่อสารเชื่อมโยงถึงกันได้ทั่วโลกอย่างไร้ขอบเขต
ปริมาณข้อมูลข่าวสารที่หมุนเวียนอยู่ในระบบสังคมโลก และสังคมของประเทศมีจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีกระบวนการอย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด เมื่อใดเราหยุดบริโภคข้อมูลข่าวสาร หมายถึงการหยุดยั้งอยู่กับที่ นั้นคือการหยุดยั้งการเรียนรู้กระบวนการความก้าวหน้าทั้งสิ้นดังนั้นจึงมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต  การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นการศึกษาที่เกิดแบบผสมผสานขึ้นระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือการเรียนรู้จากแหล่งความรู้อื่น ๆ ตลอดชีวิต   ตั้งแต่เกิดจนตาย เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ ให้มีความรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์ เพื่อดำรงชีวิตและประกอบอาชีพในสังคมข้อมูลข่าวสาร กล่าวคือ ถ้าเราจะลงทุนทำธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจนั้นแบบบูรณาการ คือความรู้ด้านการผลิต การตลาด การบัญชี ความรู้ด้านการจัดการ การคำนวณต้นทุน การผลิต การตั้งราคาขาย กลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภค พฤติกรรมผู้บริโภค โอกาสจำหน่ายหรือส่วนแบ่งการตลาด คือต้องเชื่อมโยงและบูรณาการความรู้ เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการทำธุรกิจ
 สังคมไทยจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของคนในชาติ ให้รักการเรียนรู้มากกว่า ความสนุก ความบันเทิง คนไทยจะต้องรักการอ่านมากกว่าการพูด รักและรู้วิธีการแสวงหาความรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ไม่เป็นการรอรับข้อมูล อย่างเดียวและปรับเปลี่ยนค่านิยม ในการเรียนรู้ให้ถูกต้องเหมาะสม ประเทศไทยจะต้องสัมพันธ์กับกระแสการเปลี่ยนแปลงทุกด้านจากสังคมโลก ทั้งในด้านการศึกษา การค้า การลงทุน การเมือง การปกครอง การบันเทิง ประเทศไทยจะต้องปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น เนื่องจากกระแสความเป็นสากลของโลก (Internationalization) นั่นคือ ความรู้ต้องเป็นความรู้ที่เป็นสากล และภาษาที่ใช้ในการสื่อสารที่เป็นสากล คือภาษาคอมพิวเตอร์ และภาษาอังกฤษรวมทั้งเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ
 สังคมไทยต้องสัมพันธ์กับสังคมที่มีการแข่งขัน (Competitive Society) ตามอิทธิพลของกระแสที่เป็นเสรี (Liberatization) โครงสร้างเศรษฐกิจจะเปลี่ยนจากการใช้แรงงานไปเป็นสังคมการใช้ความรู้และเทคโนโลยีมากขึ้น เป็นสังคมที่แข่งขันกันบนฐานความรู้(Knowledge based Society) หรือสังคมเศรษฐกิจบนฐานความรู้ (Economic based Society)
 ในอนาคตสังคมไทยจะต้องปรับตัวให้ทันกับความรู้ของโลกที่เป็นสากล เนื่องมาจากแรงขับของข้อมูลข่าวสาร (Informationization driven)
 การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึง เป็นการเรียนรู้ที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยในอนาคตหรือในศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลจึงได้ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสังคมไทยให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต
 

http://www.wcs.ac.th/(Lifelong%20learning).htm

 

www.stabundamrong.moi.go.th/interest/learning.doc