ประมวลภาพพิธีทำขวัญนาค ที่เขตกรุงเทพมหานคร

 โดยหมอขวัญ ชนินทร์  สุขสำราญ แห่งเมืองสุพรรณบุรี

บทเชิญเทพ ไหว้ครู ขอขอบคุณอ.ชำเลือง มณีวงษ์สำหรับบทดังกล่าว

ตอนที่ 2 เคารพคุณ

ตอนเตือนใจนาค

แหล่ปฏิสนธิ

 

เเหล่หัวอกมารดา 1

 

เเหล่หัวอกมารดา 2

 

ณ วันเสาร์ที่  19  มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 21.00 น. ถึง 12.00 น. ใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดยประมาณ 

 

ครั้งแรกของการทำขวัญนาคโดยใช้บายศรีผลไม้สดแปลกและน่าสนใจและที่สำคัญเมื่อเสร็จพิธีแล้วผู้ที่มาร่วมพิธีสามารถนำผลไม้จากบายศรีแต่ละชั้นไปรับประทานเพื่อให้เกิดศิริมงคลอีกด้วยก็ถือว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์และก็ยังคงรากฐานของความเป็นบายศรีไว้ขอชื่นชม 

 

    จะเห็นว่าทุกคนร่วมแรงร่วมใจเพื่อสร้างสรรค์บายศรี 9 ชั้นนี้ให้ออกมาเป็นที่ประทับใจต้องขอบอกว่าทุกคนมาร่วมบุญทั้งสิ้นโดยมิได้เรียกค่าการจัดทำบายศรีแต่อย่างใด

 

ต้องบอกก่อนว่าที่ต้องให้พ่อนาคทั้ง 2 นั่งบนเก้าอี้ก็เพราะนาคทั้ง 2 เป็นโรคเหน็บชาเเละหายใจไม่คล่องจึงอนุญาตให้นั่งบนเก้าอี้ได้ครับ....

****ในส่วนของตำราที่วางด้านหน้าผมนั้นเป็นตำราที่ลงนะเมตตาจากพ่อเเก่เเล้วทุกครั้งออกงานผมจะนำไปด้วยเสมอเพราะถือว่าเป็นตัวเเทนของครูบา-อาจารย์ทำให้มีขวัญกำลังใจมากยิ่งขึ้นโดยจะเปิดเป็นช่วงๆเเละดูบ้างในบางส่วนเเต่ด้วยประสบการณ์ผมจะไม่ค่อยดูส่วนไหนลืมผมจะใช้วิธีด้นสดไปก่อนระหว่างด้นก็จะพยายามนึกถึงท่อนที่นึกไม่ออกเมื่อนึกได้ผมก็จะกลับมาสู่เนื้อหาอย่างเดิม

 

พอผมเห็นบายศรีเสร็จเรียบร้อยแล้วชักเริ่มหวั่นแล้วซิเพราะบายศรี 9 ชั้นทั้งสูงและรอบบายศรีใหญ่มากคงจะค่อนข้างลำบากเวลาทำพิธีโอบบายศรีหรือบิไขยอดบายศรีเป็นแน่แต่ด้วยความสูง 180 เซนติเมตรของผลจึงไม่มีปัญหาครับ....

****ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุเพียง 10 ขวบเรียนอยู่ ป.4 โรงเรียนวัดไร่ขิง จ. นครปฐมร้องเพลงลูกทุ้งได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวและที่สำคัญแหล่ทำนองทศพลได้เยี่ยมมากเช่นกันเด็กคนนี้อนาคตไกลอย่างแน่นอนเห็นแกแล้วนึกถึงตอนที่ผมยังเด็กๆก็ชอบร้องเพลงทั้งลูกทุ้งและแหล่อย่างเจ้าหนูคนนี้แหละครับ...มักจะขอเขาร้องตามงานเลี้ยงทั่วไปบางครั้งเขาก็ให้ร้องบางครั้งเขาก็ไม่ให้ร้องแต่ด้วยใจรักไม่เคยคิดที่จะทิ้งศิลปะเหล่านี้เลยยังฝึกฝนเพื่อรอวันของผม

 

     ****ก่อนจะเริ่มพิธีการทำขวัญนาคจะดำเนินไปไม่สมบูรณ์เป็นแน่ถ้าขาดดนตรีรับส่งโดยเฉพาะระนาดเอกและตะโพนผมจึงเข้าไปกราบเครื่องดนตรีและครูดนตรีเพื่อกำลังใจเพื่อให้การขับร้องรับส่งเป็นไปอย่างราบลื่นของแบบนี้สำหรับหมอขวัญแล้วคงไม่ต้องบอกการเคารพครูบาอาจารย์คือสิ่งที่ต้องตระหนักมาเป็นอันดับแรก

     ******งานนี้ได้วงดนตรีรับส่งคณะน้องเกล้า จากอ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรีบ้านเดียวกันกับผมและที่สำคัญมือระนาดเอกและมือตะโพนเป็นนักดนตรีประจำวงศิลปินแห่งชาติด้านเพลงพื้นบ้านคือแม่ขวัญจิตศรีประจันเมื่อรู้ดังนี้ผมอุ่นใจและมีกำลังใจอย่างมากเพราะได้ทำงานร่วมกับระดับบรมครูและก็ไม่ผิดหวังการรับส่งเป็นไปอย่างราบรื่นครับ....

***ก่อนอื่นผมก็ขอทักทายแขกผู้มีเกียรติ์ที่สละเวลามาร่วมพิธีการทำขวัญนาคเสียก่อนครับ...

จากนั้นก็จะเริ่มการเชิญเทพยาดาฟ้าดินให้มาเป็นประธานในงานพิธี

ผมจึงเริ่มด้วยการไหว้ครู-อาจารย์การไหว้ครูถือ

***ระหว่างไหว้ครูจะสังเกตเห็นพานในมือของผมเขาเรียกพานครูหรือพานกำนลครับในพานจะประกอบไปด้วยดอกไม้ธูปเทียนหมากบุหรี่เงินค่าครู 499 บ.ห้ามขาดแต่เกินได้

 

 

 

 

**เมื่อยกพานกำนลไหว้บูชาครูแล้วก็จะวางพานกำนลลงและว่าบทกราบขมาครู-อาจารย์

 

**ผมก็จะแนะนำให้พ่อนาคได้ระลึกถึงบุญคุณของครู-บาอาจารย์ที่ได้เคยพร่ำสอนพ่อนาคมาโดยเฉพาะครูคนแรกที่สอนให้รู้จักภาษา รู้จักเดิน รู้จักกิน รู้จักประกอบอาชีพ นั่นก็คือพ่อแม่ของพ่อนาคนั้นเอง

 

***ผมก็ต่อด้วยบทเคารพคุณโดยเคารพคุณของศาสดาเอกนั่นก็คือองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าและยกย่องพ่อนาคนิดหน่อยเนื่องด้วยพื้นที่นี้ไม่ชอบให้เดินเรื่องทำนองธรรมวัตรจะชอบให้แหล่ทำนองมากกว่าเพราะส่วนใหญ่จะชอบรำผมจึงไม่เน้นทำนองไทยเดิมเท่าไรนักจะเน้นทำนอง 3 ช่าแต่ใช้หลายๆทำนอง

***จะเห็นว่าด้านหน้าผมจะมีตำรากลางอยู่แต่ผมไม่ได้นำมาเพื่อเปิดดูตำรานี้ถูกลงคาถาเปรียบเสมือนตัวแทนของครูผมจึงนำไปด้วยทุกครั้งเมื่อครูไปด้วยคุณจะมีกำลังใจจริงไหมครับ

 

 

***ต่อด้วยการก่อกำเนิดของคนโดยกล่าวถึงบุญกุศลที่พ่อนาคได้สะสมมาจนได้รับบัญชาจากสวรรค์ให้ลงมาสร้างบุญกุลศลให้แก่บิดามารดา

 

***การเข้าถึงอารมณ์ขณะแหล่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้ชม

***ต่อด้วยการเล่าฝันของแม่และทำนายขวัญจะใช้ทำนองราชนิเกิงหรือทำนองลิเก

***จะเห็นว่าข้างๆผมจะมีหม้อน้ำร้อนการดื่มน้ำอุ่นจะช่วยถนอมเสียงหลีกเลี่ยงน้ำแข็งและเครื่องดื่มหรือของมึนเมา

 

***มาถึงตอนนี้เริ่มกล่าวลำดับเดือนเริ่มตั้งแต่เดือนที่ 1 – เดือนที่ 9 โดยเล่าให้พ่อนาคได้ฟังทุกข์ทั้ง 9 เดือนว่าแต่ละเดือนนั้นเริ่มก่อเกิดอะไรเป็นลำดับกว่าจะมาเป็นพ่อนาคและมารดาทุกอย่างไรให้พ่อนาคได้ย้อนกลับไปเห็นทุกข์ตอนที่ยังอยู่ในครรภ์ของมาดาทั้ง 9 เดือน

***รอยยิ้มของหมอถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งอีกทั้งลูกล้อลูกเล่นต่างๆการหยอกล้อแขกที่มาร่วมงานด้วยการแยกแหล่สดบ้างการทำขวัญนาคจะให้สนุกควรจะมีส่วนเสริมที่แยกออกจากตำรานั้นก็คือการแหล่ด้นสดแต่สำหรับหมอที่หัดใหม่ก็อาจจะฝึกด้นไว้บ้างเผื่อมีผู้ขอให้อวยพรแก่ญาติต่างๆถ้าได้โอกาสตรงนี้รับรองว่าคุณได้รางวัลเป็นอย่างแน่

 ***และที่สำคัญการฝึกเพลงรำวงและเพลงทำนองที่ฮิตเช่นเร้กเก้  สาวบางโพ ลูกเทวดา อย่าไปคิดมากเลยครับเพลงเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยเฉพาะถ้ามีคนขอคงไม่ทำให้ศาสตร์แห่งการทำขวัญจืดจางลงหรอกผมว่าแต่หมอเก่าเขาจะแอนตี้มากก็แล้วแต่หมอแต่ละคนแล้วกันเหตุผลใครเหตุผลมันสำหรับผมขอมาจัดให้ครับ.....

***เมื่อครบ 9 เดือนมารดาก็เริ่มรวนเรเจ็บหน่วงถ่วงหนักมากขึ้นทุกทีๆเพราะใกล้จะได้กำหนดคลอด

++เนื่องด้วยทำขวัญคนเดียวไม่มีคนเปลี่ยนเมื่อเหนื่อยก็อาจใช้เทคนิคชวนแขกผู้มีเกียรติ์คุยบ้างพูดหยอดหยอกล้อกับแขกบ้างเพื่อขั้นเวลาในการหายใจ

++เล่นหมอตำแยสักนิดหนึ่งบางที่ก็ต้องรวบลัดตัดตอนเพราะเวลาอาจะจำกัดบางพื้นที่ชองแบบแหล่ก็อาจแต่งเป็นกลอนแหล่สดเพื่อแทนทำนองธรรมวัตรพูดง่ายๆต้องเอาใจผู้ชมนิดหนึ่งครับ..แต่ก็ยังคงรูปแบบโบราณไว้บ้างมิใช่จะละทิ้งเลยทีเดียว

**สังเกตสีหน้าหมอเริ่มเปลี่ยนเมื่อใกล้จะคลอดแม่ทรมานเป็นนักหนา

**เมื่อคลอดมาแล้วก็เริ่มอาบน้ำชำระกายใส่อู่และเริ่มกล่อมให้หลับนอน

**ผมเลือกกล่อมนาคด้วยทำนองมหาชาติโดยแอบจำมาจากสามเณรสมบูรณ์หรือทศพล หิมพานต์ โดยเล่านิทานเรื่องหัวอกมารดาให้พ่อนาคได้ฟัง 

**เมื่อนาคตื่นจากการกล่อมแล้วก็ตามด้วยการสอนผมก็จะใช้การพูดสอนเสริมเข้ามาโดยยึดหลักความเป็นจริงเข้ามาสอนเช่นเรื่องใกล้ตัว เช่นเมื่อถือเพศบรรชิตแล้วก็ต้องละสิ่งที่เคยทำตอนเป็นฆารวาส เช่น การเล่นเกมออนไลน์  การซิ่งแต่งมอเตอร์ไซต์  การกลับบ้านมาเล่นอินเทอร์เน็ต  การร้องเพลงกระโดดโลดเต้นและที่สำคัญช่วงนี้กระแสบอลโลกมาแรงเป็นพระก็ต้องสำรวมหลีกเลี่ยง และที่สำคัญการคุยโทรศัพท์กับแฟนสาวก็ควรงดหากมิใช่เรื่องหรือธุระจำเป็นเพราะว่าจาเป็นสิ่งสำคัญพระมิควรเสวนาในเรื่องอันไร้แก่นสารหรือเผชิญกับมารในรูปแบบของคำพูด และประเด็นที่ผมมักจะเน้นเสมอคือกิจของสงฆ์เป็นพระก็ต้องอยู่ในระเบียบวินัย

**เมื่อสอนแล้วผมก็เริ่มด้วยการเรียกขวัญงานนี้อย่างที่บอกทำนองธรรมวัตรไม่เอาผมก็เลยยกทำนองเรียกขวัญของทศพล หิมพานต์ มาใช้สำหรับผมทำนองไม่สำคัญไปกว่าเนื้อหาและจิตที่เป็นกุศลที่เราให้แก่พิธีและพ่อนาคหรอกครับ

**การทำขวัญนาคเขาบอกว่าถ้าไม่เล่าตำนานการก่อเกิดของนาคก็คงไม่ใช่การทำขวัญนาคที่สมบูรณ์ผมจึงเล่าตำนานนาคให้แขกได้รับฟังโดยใช้บทของ สุรพล  เพชรสยาม ตอนที่ 1 ตอนนาคเข้ามาบวชโดยให้พระเถระผู้ใหญ่บวชให้ ส่วนตอนที่ 2 คือตอนที่ถูกจับได้ว่าแปลงกายเข้ามาบวชโดยหยิบเอาบทของ ทศพล  หิมพานต์มาใช้เพื่อเดินทำนอง 3 ช่า

**หลังจากเล่าขานตำนานนาคก็ตามด้วยการแหล่แกะบายศรี

++วันนี้ต้องยกมือให้กับมือระนาดและตะโพนและกลองชุดรับส่งและประสานเสียงได้อย่างดีและถูกใจแขกที่มาเป็นอย่างมากถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดสุพรรณบุรีไปในตัวครับ...

 

++และแล้วก็ถึงเวลาที่สำคัญของการทำขวัญนาคนั่นก็คือพิธีเวียนเทียนผมขึ้นทำนองนางนาคประมาณ 3 บทจากนั้นก็ให้ดนตรีทำเพลงผมก็เริ่มเป็นโหราประกอบพิธีครับ...

**เริ่มด้วยนำตองขวัญเวียนบายศรี 3 รอบแล้วนำมาให้พ่อนาคทั้ง 2 อุ้มไว้โดยให้ละลึกถึงบุญคุณของมาดาที่อุ้มท้องมาตั้ง 9 เดือนพ่อนาคอุ้มเพียงแค่ไม่กี่นาที

 

**ว่าคาถาแก้ตองขวัญจากบายศรี

 

**นำแว่นเทียนที่ยังไม่ได้จุดไฟมาคารวะองค์ท้าวสักกะเทวราชเจ้ายกขึ้นเหนือศรีษะ 3 ครั้ง

**เริ่มจุดเทียนเล่มที่ 1 คือแว่นพระเกตุ

แว่นที่ 2 คือแว่นนารายณ์

แว่นที่ 3 คือแว่นวาสุกรี

ว่าคาถาพระพุทธัง ชัยยะมังลัง

พระธรรมมัง ชัยยะมังลัง

พระสังฆัง ชัยยะมังลัง

**เมื่อจุดไฟแต่ละแว่นเทียนแล้วก็นำแว่นเทียนไปเวียนรอบบายศรี 3 รอบสักการะ 3 ครั้งลีลาแล้วแต่หมอแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ. 

 

  

 

 

**นำมะพร้าวอ่อนที่เตรียมไว้มาวนรอบ 3 ศรี 3 ครั้งและสักการะ 3 ครั้งเช่นกันกับแว่นเทียนตักอาหารคาวหวานใส่ในมะพร้าวอ่อนและบิไข่ยอดใส่ป้อนนาค 3 ครั้ง

 

  

**เมื่อเวียนเทียนครบ 3 รอบ หมอจะนำเทียนทั้ง 3 แว่นรวมกันมาวนบายศรีและนำไปเป่าใส่ปากนาคเพื่อเป็นการดับไฟแห่งกิเลสและสิ่งไม่ดีทั้งหลาย  

  

**สุดท้ายให้พ่อนาคขอขมาบิดามารดาโดยกราบบิดามารดา 3 ครั้ง

กราบบายศรี 3 ครั้ง

***พิธีทำขวัญนาคค่ำคืนนี้จบลงด้วยคำชื่นชมรวมทั้งได้รับความประทับใจผมอิ่มทั้งบุญเเละอิ่มอกอิ่มใจที่มีเเต่คนชื่นชมในลีลาการทำขวัญนาคครั้งนี้สำหรับชีวิตศิลปินจะมีอะไรมีค่ามากไปกว่าการได้รับเสียงปรบมือเเละชื่นชมอย่างหนาหูหละครับ..

***เงินหลายพันหลายหมื่นไม่ได้สำคัญไปกว่าการได้ร่วมบวชพระ 1 องค์เลยผมขอใช้ความสามารถที่มีอยู่ช่วยสังคมเเละอนุรักษ์ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ไว้ให้อยู่คู่ลูกคู่หลานไทยตราบนานเท่านานครับ...

***สำหรับค่ำคืนนี้ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านด้วยความสวัสดิภาพเเละปลอดภัยหากมีโอกาสผมจะกลับมารับใช้ท่านทั้งหลายใหม่สำหรับค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวไทยพิธีสิ้นสุดลงพร้อมกับเสียงของหมอขวัญหนุ่มสุพรรณคนนี้ 

 

***เเลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำขวัญนาคกับผมได้ที่ 0855072361 หรือ [email protected] หากมีข้อผิดพลาดขอท่านผู้รู้จงเเนะนำให้ถูกต้องด้วยครับ..