ยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวะวอลซ์ (Waltz)
  สำหรับ บรรดาผู้เข้าแข่งขัน "วอลซ์" จะเป็นจังหวะแรกเสมอ ที่จะแสดงให้ประจักษ์ แก่คณะกรรมการตัดสิน และจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียว ที่จะสร้างความประทับใจ เมื่อแรกเห็น (FIRST IMPRESSION) ลองคำนึงถึงว่าบ่อยครั้งกรรมการตัดสินจะไม่รู้จักคุณเลย และไม่ทราบว่ามาตรฐานการเต้นรำของคุณอยู่ระดับไหน! เมื่อคู่แข่งขันเริ่มย่างลงสู่ฟลอร์ กรรมการตัดสินและผู้ชม(ให้นึกถึงตัวเอง) จะเริ่มกวาดตาเพื่อมองหาคู่ที่เด่นที่สุด หรือแชมเปี้ยนในทันที ข้อควรคำนึง ! ถ้าคุณทำตัวให้ดูเหมือน และประพฤติเฉกเช่นแชมเปี้ยนแล้ว คุณต้องแสดงการเต้นของจังหวะนี้ให้ดูเหมือนแชมเปี้ยนคนหนึ่ง เพื่อยืนยันในการสร้างความประทับใจเป็นครั้งแรกที่สุด โดยดึงดูดความสนใจของกรรมการ และผู้ร่วมชมมายังคู่ของคุณ ตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่ลงสู่ฟลอร์การแข่งขัน บรรดาคู่แข่งขันจำนวนไม่น้อยที่ประเมินผลกระทบจากการสร้างความประทับใจครั้ง แรกนี้ต่ำเกินไป จังหวะวอลซ์ ยามฝึกซ้อมหรือการวางแผนการเรียนให้คิดถึงความสำคัญของข้อนี้ด้วยต้องคำนึง ถึงว่า คู่เต้นรำอื่นๆ อาจเจียดเวลาถึง 40% ของการฝึกซ้อมให้กับจังหวะวอลซ์ และถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้นละก็ ถือได้ว่าคุณได้เดินอยู่บนหนทางแห่งความสำเร็จแล้ว

ประวัติของจังหวะ วอลซ์
ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1910 - 1914 ฝูงชนได้หลั่งไหลไปที่บอสตันคลับ ใน โรงแรมซาวอย ที่ตั้งอยู่ ณ กลางกรุงลอนดอน เพื่อเต้นรำจังหวะ "บอสตัน วอลซ์" ซึ่งเป็นต้นแบบของวอลซ์ ที่ใช้ในการแข่งขันปัจจุบันในปี ค.ศ. 1914 จังหวะบอสตันได้เสื่อมสลายลง เบสิคพื้นฐานได้ถูกเปลี่ยนไปในทิศทางของ "วอลซ์" หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จังหวะวอลซ์ ได้เริ่มถูกพัฒนาให้ถูกทางขึ้นด้วยท่าแม่แบบ อย่างเช่น THE NATURAL และ REVERSE TURN และ THE CLOSED CHANGE ความก้าวหน้าในการพัฒนา จังหวะ "วอลซ์" เป็นไปอย่างยืดยาด และเชื่องช้า ผู้ที่ได้ทุ่มเทกับการพัฒนาจังหวะนี้เป็นพิเศษ ต้องยกให้ มิส โจส์เซฟฟิน แบรดลีย์ (JOSEPHINE BRADLY) วิคเตอร์ ซิลเวสเตอร์ (VICTOR SILVESTER) และแม็กซ์เวลล์ สจ๊วตค์ (MAXWELL STEWARD) และแพ็ทไซด์ (PAT SYKES) แชมป์เปี้ยนคนแรกของชาวอังกฤษ สถาบันที่ได้สร้างผลงานต่อการพัฒนาแม่แบบต่างๆ ให้มีความเป็นมาตรฐานคือ "IMPERIAL SOCIETY OF TEACHERS" (ISTD) ท่าแม่แบบเหล่านี้ บรรดานักแข่งขันยังคงใช้กันอยู่ถึงปัจจุบัน

ลักษณะเฉพาะของจังหวะ วอลซ์
เอกลักษณ์เฉพาะ สวิง และเลื่อนไหล นุ่มนวล เคลื่อนเป็นวง ซาบซึ้งและเร้าอารมณ
การเคลื่อนไหว การสวิง ลักษณะแกว่งไกว แบบลูกตุ้มนาฬิกา
ห้องดนตรี 3 / 4
ความเร็วต่อนาที  28-30 บาร์ต่อนาที สอดคล้องกับกฎของ IDSF
การเน้นจังหวะ บนบีท (Beat) ที่ 1
เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที
การขึ้นและลง เริ่มขึ้นหลังสิ้นสุด 1 ขึ้นต่อเนื่องตอน 2 และ 3 หน่วงลดลง หลังสิ้นสุด 3
หลักพลศาสตร์  ความสมดุลที่ดีสัมพันธ์กับการเลื่อนไหล การใช้น้ำหนัก จังหวะเวลา และการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระ

การสื่อความหมายของจังหวะ วอลซ์
ลักษณะ ท่าทางอย่างหนึ่งที่ต้องมีให้เห็นจากนักแข่งขัน ไม่ว่าจะระดับไหน คือ ลักษณะการแกว่งไกวของลูกตุ้มนาฬิกา เปรียบเทียบได้กับการแกว่งของลูกตุ้มระฆัง จังหวะวอลซ์ต้องมีการสวิงขึ้น และลงที่มีความสมดุล ในระดับที่ถูกต้อง ด้วยการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระ โครงสร้างของท่าเต้นต้องเป็นแบบที่มีการสวิงโยกย้าย นุ่มนวล เคลื่อนเป็นวง ซึ่งบังเกิดผลให้นักเต้นรำ เคลื่อนที่ไปอย่างเป็นธรรมชาติ และโล่งอิสระร่วมกับการเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วง โดยปกติแล้ววอลซ์ ควรประกอบด้วยลวดลายที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการควบคุม (CONTROL) ที่ยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในหลาย ๆ กฎเกณฑ์ ดนตรีจะมีความโรแมนติค ชวนฝัน ละเอียดอ่อน และ เปรียบเสมือนกับสตรีเพศ ซึ่งนี้คือ ข้อที่พึงระมัดระวังถึงของคู่แข่งขันจำนวนมาก เขาต้องปลดปล่อยให้ความรู้สึกไวต่อการรับรู้ถึงจังหวะและอัตราความเร็วของ ดนตรีและการเตรียมพร้อมที่จะเต้นให้แผ่วเบา อย่างมีขอบเขตและอิสระเหมือนกับทุก ๆ จังหวะ การเต้นจากเท้าส่ง (SUPPORTING FOOT) จะขาดเสียไม่ได้เลย สำหรับ วอลซ์ แล้ว "ชั่วขณะที่" เมื่อเริ่มยืดขึ้น (RISING) จากน้ำหนักเท้าส่งนั้นมีความสำคัญยิ่งการลดลงพื้น (LANDING) ขณะที่หน่วงลง (LOWERING)บนเท้าที่รับน้ำหนัก (SUPPORTING FOOT) ตามความต้องการในแบบฉบับของ วอลซ์ต้องเกร็งยืด (TENSION) และควบคุม (CONTROL)

ยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวะแทงโก้ (Tango)
  ถึงเวลาของแทงโก้แล้ว เปรียบตัวเองว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง คุณจะมีเวลาเพียงแค่ 15 วินาที ที่จะผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ จากอาการสวิง และการเคลื่อนไหวที่โล่งอิสระจากการเต้น วอลซ์ จังหวะแทงโก้มีความแตกต่างจากกจังหวะอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด มันไม่มีการขึ้นและลง (RISE AND FALL) ไม่มีการสเวย์ของลำตัว (BODY SWAY) การเปลี่ยนท่าทางการเข้าคู่ (HOLDING) ต้นขาเบี่ยงเข้าหากัน และผู้เต้นควรเตรียมพร้อมทั้ง ร่างกาย และจิตใจเพื่อจะทำให้เกิดอาการกระแทกกระทั้นเป็นช่วง ๆ (STACCATO ACTIONS) ตามที่จังหวะนี้ต้องการ เมื่อจังหวะแทงโก้ตั้งเค้าที่จะเริ่ม คุณลองใส่ความรู้สึกลงไปว่า คุณเป็นผู้ชม หรือผู้เข้าแข่งขันคู่หนึ่งที่อยู่ในสนามแข่งขัน ระดับความตึงเครียดและการเตรียมพร้อมจะมีสูงขึ้นอย่างผิดปกติวิสัย เปรียบเสมือนว่า สงครามย่อย ๆ กำลังจะปะทุขึ้นบนฟลอร์การแข่งขันอย่างไรอย่างนั้น สิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามจะอธิบายอยู่ ณ ที่นี้ คือ คู่เต้นรำจำนวนมากไม่เคยได้ฝึกฝนการสับเปลี่ยนโดยฉับพลัน จากการเต้นจังหวะวอลซ์ มาเป็นหลักการพื้นฐานของจังหวะแทงโก้.........เพียงแค่ 15 วินาที! ควรคำนึงถึงเสมอว่าต้นแบบของแทงโก้ เมื่อเริ่มเตรียมเข้าคู่เพื่อการแข่งขัน คุณควรเตรียมพร้อมในการแผ่รัศมีเพื่อที่จะฉายแวว ของความเย่อเหยิ่ง ยะโส ซึ่งเป็นแบบฉบับของชาวสเปน/อาเจนติน่า ก่อนหน้าที่ดนตรีจะเริ่มบรรเลง และ ก่อนที่จะเริ่มในย่างก้าวแรก เหล่ากรรมการตัดสินล้วนเป็นผู้ที่ไวมากต่อการรับรู้ และสังเกตการแผ่รัศมีนี้ ในทันทีทันใดข้อสรุปของข้าพเจ้าตรงนี้คือ การแข่งขันจังหวะแทงโก้นี้ตั้งเค้าก่อนที่ดนตรีจะเริ่มบรรเลงเสียอีก

ประวัติของจังหวะ แทงโก้

จังหวะมิรองก้า MILONGA คือแม่แบบของจังหวะแทงโก้ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะคือ การเคลื่อนไหวของ ศีรษะและไหล่ โดยการสับเปลี่ยนทันทีทันใด จากการเคลื่อนไหวสู่ความนิ่งสงบ ต้นศตวรรษที่ 20 ได้มีการเต้นรำจังหวะมิรองก้านี้ ในโรงละครเล็ก ๆ โดยเหล่าชนสังคมชั้นสูงที่มาจากประเทศบราซิล ในช่วงเวลานั้น ชื่อของมันได้ถูกเปลี่ยนจากมิรองก้า เป็นแทงโก้ ชื่อของมิรองก้า ยังมีตำนานเล่าขานอีกมากมาย ที่จะหวนไปสู่ความทรงจำ ที่มีมาจากนครบัวโนส แอเรส (BUENOS AIRES)แห่งประเทศอาร์เจนติน่า จังหวะแทงโก้ได้ถูกแนะนำสู่ทวีปยุโรป ความจริงแล้วเริ่มก่อนในกรุงปารีส ในชุมชนชาวอาร์เจนติน่า กระทั่งปี ค.ศ.1907 แทงโก้ไม่เป็นที่ยอมรับในกรุงลอนดอน การเต้นได้ส่อแนวไปทางเพศสัมพันธ์มากเกินไป และมีคนจำนวนมากคัดค้าน ภายหลังได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ (STYLISTIC) ไปบ้าง จังหวะแทงโก้ถึงได้รับการยอมรับในกรุงปารีส และลอนดอน ในเวลานั้น (ค.ศ. 1912) ซึ่งเป็นช่วงเวลาของแทงโก้ปาร์ตี้ แทงโก้ทีส์ และแทงโก้ซุปเพียร์ ร่วมกันกับการแสดงของเหล่านักเต้นแทงโก้ระดับมืออาชีพ ในปี ค.ศ.1920/1921

จังหวะแทงโก้ ได้เพิ่มความมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ในการร่วมปรึกษาหารือในการประชุมที่มหานครลอนดอน ระหว่างช่วงทศวรรษที่ 30 ลักษณะการกระแทกกระทั้นเป็นช่วงๆ (STACCATO ACTION) ได้ถูกนำเข้าใช้ร่วมในองค์ประกอบท่าเต้นของจังหวะแทงโก้


ลักษณะเฉพาะของจังหวะ แทงโก้
เอกลักษณ์เฉพาะ มั่นคง และ น่าเกรงขาม โล่งอิสระ ไม่มีการสวิง และ เลื่อนไหลการกระแทกกระทั้น เป็นช่วงๆ (STACCATO ACTION)
การเคลื่อนไหว เฉียบขาด อาการเปลี่ยนแปลงที่สับเปลี่ยนอย่างฉับพลันสู่ความสงบนิ่ง การย่างก้าวที่นุ่มนวลอย่างแมว
ห้องดนตรี 2/4
ความเร็วต่อนาที  33 บาร์ต่อนาที สอดคล้องกับกฎของ IDSF
การเน้นจังหวะ บีทที่ 1 และ 3
เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 1 นาทีครึ่ง ถึง 2 นาที
การขึ้นและลง ไม่มีการขึ้นและลง
หลักพลศาสตร์  ความสมดุลที่ดีร่วมกับการใช้น้ำหนัก จังหวะเวลา และการขับเคลื่อนอย่างโล่งอิสระ 

การสื่อความหมายของจังหวะ แทงโก้
ลอง พิจารณาซิว่าการเต้นแทงโก้ของคุณ ต้องไม่ดูเหมือนหุ่นยนต์ แต่ท่าทางการเคลื่อนไหวต้องแผ่รังสีคล้ายสัตว์ ดั่งแมว หรือ เสือ นอกเหนือจากนั้น ความสำนึกในหลายๆรูปแบบของการเต้น ต้องใส่ความรู้สึกที่หยิ่งยะโส ตามแบบฉบับของชาวสเปน มันไม่มีการขึ้น และ ลง ไม่มีการสเวย์ของลำตัว ต้นขา และ เข่า เบี่ยงชิดซึ่งกันและกันเล็กน้อย ( ให้นึกถึงความรู้สึกที่เพรียว ชะลูด ) ด้านขอบในของเท้าให้เก็บเข้าหากันเล็กน้อยตลอดเวลา ฝ่ายหญิงให้ยื่นเบี่ยงไปทางขวาของชายมากกว่าที่เคย และสร้างกิริยา ท่าทาง ที่เหย่อหยิ่ง และเชื่อมั่น คู่เต้นรำต้องแผ่รังสี ในการดูดซับความรู้สึกของลำตัวซึ่งกันและกันไว้ สำหรับการเพิ่มแรงโน้มถ่วงที่ลงพื้น มีไว้ในสถานการณ์ที่ต้องการสับเปลี่ยน ให้เป็นอย่างฉับพลันสงบนิ่งการใช้เท้าส่ง (SUPPORTING FOOT) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเหมือนกับทุกๆ จังหวะ การเคลื่อนลำตัวให้ผ่านเท้า และลีลาท่าทางการก้าวย่างของโครงสร้างท่าเต้น จะเพิ่มศักยภาพให้กับ แทงโก้ของคุณในด้านการแสดงออก รากเหง้าของจังหวะ แทงโก้คือ การเต้นรำที่เหมือน “ศิลปะการการละคร และการให้อารมณ์” (DRAMA AND MOOD)การให้จังหวะที่ถูกต้องในรูปแบบท่าเต้นแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคม และ ความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างการเคลื่อนไหว และ ความสงบนิ่ง การต่อต้านหรือการต่อสู้ขัดขืน พัฒนาไปสู่คุณภาพของความเฉียบพลัน ในการเคลื่อนไหวของจังหวะ แทงโก้

ยินดีต้อนรับเข้าสู่จังหวะ เวียนนีสวอลซ์ (Viennese Waltz)
  จัง หวะเวียนนีสวอลซ์ เป็นจังหวะท่าเต้นรำที่ได้แสดงถึงการมีพลังความอดทน การเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ และการสวิงไปด้านข้าง จังหวะนี้มีรูปแบบการเต้น (FIGURES) ที่น้อยมาก ความเร็วดนตรีนับได้ถึง 60 บาร์/นาที ซึ่งได้บ่งบอกถึงตัวของมันเอง การเต้นจังหวะเวียนนีสวอลซ์นี้ เปรียบเทียบได้กับการแข่งขันวิ่งในระยะทาง 400 เมตร ของนักกีฬา บ่อยครั้งที่คุณเห็นจุดผิดพลาดนี้ เกิดขึ้นบนฟลอร์ของการแข่งขัน ซึ่งเปรียบเสมือนกับการแข่งขันวิ่ง ในระยะทาง 400 เมตร ผู้เข้าแข่งขันเริ่มต้นจังหวะนี้ อย่างเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่แล้วก็ไม่สามารถรักษาคุณภาพให้อยู่ในระดับเดิมได้ และเริ่มที่จะทำเทคนิคของการเต้นผิดพลาด เนื่องจากพละกำลังทดถอย และหลังจากนี้แล้ว การเต้นในจังหวะสโลว์ฟอกซ์ทรอต ก็จะมาถึง ควรระมัดระวังที่จะแสดงให้เห็นถึง การเต้นที่โล่งอิสระ และรักษาระดับความเร็วของการเคลื่อนไหวที่เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เมื่อนั้นแล้ว คู่ที่กำลังเต้นอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของคุณ จะถูกนำมาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นการง่ายมากต่อการตัดสินของคณะกรรมการ เป็นการยากมากที่จะได้พบเห็นการเต้นเข้ากับช่วงจังหวะดนตรี (MUSICAL PHRASING) ในระดับนักเต้นรำสมัครเล่น และ ข้าพเจ้าคิดว่ามันไม่ยากนักที่จะเพิ่มเข้าไปในการเต้นเวียนนีสวอลซ์ของคุณ ลองดูซิ !

ประวัติของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์
โดยดั้งเดิม เวียนนีสวอลซ์มีความเป็นมาจากทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน แถบเทือกเขาเอลป์ ช่วงศตวรรษ ที่ 18 การเต้น WELLER , WALTZ และ LANDLER ได้ถูกค้นพบ และจังหวะสุดท้าย LANDLER นี่เองที่เป็นต้นแบบดั้งเดิมของ เวียนนีสวอลซ์ ระหว่างปี ค.ศ. 1800 และ ค.ศ. 1820 การก้าวเท้าและรูปแบบท่าเต้นต่างๆ ของจังหวะ LANDLER ได้ถูกลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากความเร็วของดนตรี และจากนั้น การเต้น 6 ก้าว ของเวียนนีสวอลซ์ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นช่วงยุค ซิคตี้ (SIXTIES) ประเทศเยอรมัน และอังกฤษได้มีการถกเถียงกันมาก เกี่ยวกับเรื่องจำนวนของรูปแบบท่าเต้น ที่จะอนุญาตให้บรรจุเข้าในการแข่งขัน ในปี ค.ศ. 1883 I.C.B.D. (INTERNATIONAL COUNCIL OF BALLROOM DANCING) ได้สรุปตกลงใจในขั้นสุดท้าย ดังนี้ NATURAL AND REVERSE TURN , NATURAL AND REVERSE FLECKERS, THE CONTRA CHECK เปลี่ยนจาก REVERSE FLECKERS ไปยัง NATURAL FLECKERS เต้นอยู่บนเวลา หนึ่งบาร์ของดนตรี ในความเห็นของข้าพเจ้า ควรที่จะเพิ่มเติม ฟิกเกอร์ (FIGURES) เข้าไปในเวียนนีสวอลซ์ มากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มีการพัฒนาในรูปแบบทิศทางที่แน่นอนขึ้น อย่างเช่น THROWAWAY OVERSWAY, NATURAL HINGE LINE ON RIGHT SIDE , NATURAL OFF – BEAT SPINS ฯลฯ

ลักษณะเฉพาะของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์
เอกลักษณ์เฉพาะ การโคจรไปโดยรอบ การสวิงที่โล่งอิสระ
การเคลื่อนไหว เคลื่อนไปข้างหน้า
ห้องดนตรี 3 / 4
ความเร็วต่อนาที  60 บาร์ต่อนาที สอดคล้องกับกฎของ IDSF
การเน้นจังหวะ บนบีท (Beat) ที่ 1
เวลาที่ใช้ในการแข่งขัน 1 นาที ถึง 1 นาทีครึ่ง
การขึ้นและลง ไม่มีการเขย่งขึ้นในการหันวงใน
หลักพลศาสตร์  เลื่อนไหล และ เคลื่อนไปอย่างโล่งอิสระ

การสื่อความหมายของจังหวะ เวียนนีสวอลซ์
จังหวะเวียนนีสวอลซ์เป็นการเต้นรำที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ในลักษณะโคจรไปโดยรอบ (ROTATING DANCE) ที่ร่วมกับการเน้น บนบีทที่ 1 ของดนตรี ลองคิดถึงว่า ขณะที่กำลังวอลซิ่ง (WALTZING) เคลื่อนไปรอบ ๆ ฟลอร์แข่งขัน คนใดคนหนึ่ง คุณหรือคู่เต้นจะมีโอกาสอยู่ในวงใน (INNER TURN)หนึ่งครั้ง การเลื่อนไหลและการเคลื่อนไปข้างหน้าขณะอยู่วงใน ตัดสินใจได้จากการเลื่อนไหล และ เคลื่อนไปข้างหน้าจากการหันที่อยู่วงนอก (OUTSIDE TURN) บ่อยครั้งที่ฝ่ายชายเคลื่อนไปข้างหน้ามากไปในขณะที่อยู่วงใน ซึ่งทำให้ฝ่ายหญิงเสียการทรงตัว ขณะเต้นอยู่วงนอกการทำสเวย์ ก้าวแรกของ NATURAL TURNมากไป อาจขัดขวางการเคลื่อนไหวของการเลื่อนไหลที่เป็นธรรมชาติของลำตัว ในจังหวะเวียนนีสวอลซ์ สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ก้าวแรกนี้จะไม่มีการสเวย์! คุณอาจจะเหลือสเวย์ที่มีอยู่ก่อนแล้วเล็กน้อย ตอนที่กำลังเริ่มออกเท้าก้าวที่ 1 และก้าวที่ 4 การรวบชิดของเท้าต้องไม่ให้สังเกตุเห็นได้ชัดจากอาการในช่วงบน (TOP LINE) และช่วงศรีษะ (HEAD LINE)

 
บทความโดย The World Dance Plaza
เขียนโดย Piet Rullens
แปลและเรียบเรียงโดย อ.สิทธิชัย ปรียาดารา
 

ความรู้เบื้องต้นของการลีลาศ

ประเภท Standard (Ballroom Dance)

 
1. การเข้าคู่ (Holding)
             ฝ่ายชาย ยืนหันหน้าตรงกับฝ่ายหญิง โดยที่ฝ่ายหญิงค่อนไปทางด้านขวาของฝ่ายชายเล็กน้อย กางแขนทั้งสองออกด้านข้างลำตัว พร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น จนสุดโดยไม่ให้สูงเกินกว่าไหล่ งอศอกด้านขวาเข้า และวางทาบฝ่ามือขวา ที่ปีกด้านซ้ายใต้ไหล่ของฝ่ายหญิง งอศอกด้านซ้ายแล้วประกบมือขวาของฝ่ายหญิง ยกสูงขึ้นให้มืออยู่ที่ระดับตา แขนด้านซ้ายให้เน้นไปข้างหน้าเล็กน้อย โดยที่ศอกกับมือต้องไม่ดูบิดเบี้ยวฝ่ายหญิง วางมือซ้ายบนแขนข้างขวาของฝ่ายชาย ในระดับที่ต่ำกว่าไหล่ ยกแขนขวาขึ้นแล้ววางฝ่ามือขวาประกบฝ่ามือซ้ายของฝ่ายชาย
 
2. ท่าทางการยืน (Poise)
             ฝ่าย ชาย ยืนในลักษณะลำตัวตั้งตรงเป็นสง่า ลำตัวรั้งไว้ที่ช่วงเอว โดยที่น้ำหนักโน้มไปทางด้านหน้าเน้นไปที่ฝ่าเท้า ศีรษะตั้งตรงและช่วงไหล่ให้ผ่อนคลาย เข่าทั้งสองข้างควรงอได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นฝ่ายหญิง ยืนในลักษณะลำตัวตั้งตรงเป็นสง่า ลำตัวรั้งไว้ที่ช่วงเอว ลำตัวท่อนบนและช่วงศีรษะแอ่นไปด้านหลังเล็กน้อยและค่อนไปด้านซ้ายน้ำหนัก เน้นลงบนฝ่าเท้า โดยที่ช่วงเข่างอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
 
ลักษณะท่าทางและการเข้าคู่ของจังหวะ Tango
             ให้เริ่มเตรียมทำความเข้าใจตั้งแต่ท่าเริ่มต้น ยืนในท่าเท้าชิดกัน หันหน้าตรงไปที่ผนังห้อง เก็บเท้าให้ราบพร้อมกับหันไปทางด้านซ้าย 1/8 และในเวลาเดียวกันให้เลื่อนเท้าขวาถอยหลังประมาณ 2 - 3 นิ้ว ดังนั้นปลายเท้าขวาจะอยู่ในอุ้งเท้าซ้าย "Instep" การเข้าคู่คล้าย ๆ กับการเต้นรำในจังหวะ Swing Dance อื่น ๆ แต่จะกระชับกว่า
 
             1. ฝ่ายชายเข้าคู่โดยให้ฝ่ายหญิง ค่อนไปทางด้านขวาเพิ่มมากขึ้น โดยที่ต้องระมัดระวังไม่ให้มากเกินความจำเป็นในท่านี้
             2.มือขวาของฝ่ายชายจะวางอ้อมแผ่นหลังของฝ่ายหญิง เพิ่มมากขึ้น ปลายนิ้วมือให้วางให้ถึงกระดูกสันหลังของฝ่ายหญิง ลักษณะของแขนจะเฉียงลงข้างล่าง มือซ้ายของหญิงจะวางใต้รักแร้ขวาของฝ่ายชาย และมือขวาของฝ่ายหญิงจะวางอยู่ในมือซ้ายของฝ่ายชาย


การก้าวเท้าของ Tango (Tango Walk)
ความแตกต่างของการก้าวเท้าเปรียบเทียบกับจังหวะอื่น ๆ

             1. ไม่มีการขึ้นลง (Rise & Fall)
             2. การใช้เข่าให้งอได้เพียงเล็กน้อย และควบคุมด้วยกล้ามเนื้อของขา
             3. เนื่องจากลักษณะของ Tango การก้าวเท้าซ้ายจะอยู่ในท่าเบี่ยง (CBMP) และการก้าวเท้าขวาจะเป็นการนำด้วยด้านขวา Right Side Lead และในวิธีเดียวกัน การก้าวถอยหลังด้วยเท้าขวา เป็นลักษณะของท่าเบี่ยง (CBMP) และก้าวเท้าซ้ายถอยหลัง โดยการนำด้วยด้านซ้าย Left Side Lead การก้าวเท้าของ Tango โดยปกติจึงโค้งไปทางซ้าย
             4. เท้าที่ก้าวจะยกขึ้นเล็กน้อยแล้ววางลง
             5. เท้าที่ก้าวจะมีลักษณะที่เฉียบขาด หรืออาการทิ้งน้ำหนักและเท้าที่อยู่ข้างหลัง ขณะที่ก้าวไปข้างหน้าต้องหน่วงให้นานที่สุดเท่าที่เวลาของดนตรีจะมีให้ การก้าวถอยหลังจะเป็นลักษณะเดียวกัน
             6. ขณะที่ก้าวไปข้างหน้าในลักษณะเบี่ยง CBMP ของเท้าซ้ายซึ่งอยู่ในอาการของการโค้งไปทางซ้าย มันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ส้นของเท้าซ้ายจะต้องวางลงตรงไม่วางขวางแนวของเท้าขวา ขณะที่ก้าวถอยหลังในลักษณะ CBMP บนเท้าข้างขวา ในวิธีเดียวกัน ปลายเท้าขวาต้องวางลงตรงไม่วางขวางแนวของเท้าซ้าย
             7. เมื่อไรก็ตามที่ฝ่ายชายก้าวถอยหลังด้วยเท้าซ้ายนำ Left Side Lead ส้นข้างขวาจะต้องปล่อยให้ยกขึ้นเหมือนเท้าขวาและการเตรียมก้าวถอยหลังในก้าว ถัดไป ขณะที่เริ่มก้าวถอยหลังของทุกก้าว ปลายเท้าที่อยู่ข้างหน้าต้องปล่อยให้เปิดและเมื่อฝ่ายหญิงก้าวถอยหลังในแต่ ละก้าวปลายเท้าที่อยู่ข้างหน้าต้องปล่อยให้เปิดออก

ความรู้เบื้องต้นของการลีลาศ

ประเภท Latin American Dance


             1. ท่ายืน Poise ยืนในท่าเท้าแยกออกจากกัน หันหน้าตรงกันและห่างซึ่งกันและกันประมาณ 15 เซนติเมตร หรือ 6 นิ้ว ด้วยลักษณะศีรษะตั้งตรง ลำตัวยืดตรงขึ้นโดยช่วงไหล่ให้ถ่วงลงในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ

             2. การเข้าคู่ท่า ธรรมดา "Normal Hold" มือขวาของฝ้ายชายวางบนปีกด้านซ้ายของฝ่ายหญิงและแขนซ้ายของหญิงวางพักบนแขนขวาของฝ่ายชายอย่างแผ่วเบา โดยให้แขนกับไหล่เป็นรูปโค้ง (Curve) แขนซ้ายของฝ่ายชายบรรจงยกขึ้นให้เสมอระดับตา มือขวาของฝ่ายหญิงวางไว้ในมือของฝ่ายชาย โดยนิ้วมืออยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ มือประกบเข้าหากันอย่างแผ่วเบา

             3. ท่าทางการเข้าคู่ต่าง ๆ และลักษณะท่าทางของลำตัว
             1. Closed Facing Position
             หันหน้าตรงกัน ห่างกันเล็กน้อย การเข้าคู่ 1. แบบธรรมดา 2. ฝ่ายชายใช้มือขวาจับมือซ้ายฝ่ายหญิง 3. การจับมือคู่ หรือ 4. ปล่อยมือทั้งสองข้าง

             2. Close Facing Position
             หันหน้าตรงกันในท่าเข้าคู่ธรรมดา โดยลำตัวแตะชิดกันอย่างแผ่วเบา

             3. Open Position
             1. หันหน้าตรงกันและห่างออกจากกันในระยะที่จะใช้แขนทั้งสองข้างได้ 2. มือซ้ายของฝ่ายชายจับมือขวาของฝ่ายหญิงไว้ 3. มือขวาของชายจับมือขวาของหญิง 4. จับมือคู่ หรือ 5. ปล่อยมือทั้งสองข้าง

             4. Fan Position
             ฝ่ายหญิงทำมุม 90 องศา ทางด้านซ้ายของฝ่ายชาย มือซ้ายฝ่ายชายจับมือขวาของฝ่ายหญิง ฝ่ายชายเท้าแยกออกจากกันน้ำหนักอยู่ที่เท้าขวาฝ่ายหญิงเท้าซ้ายถอยหลัง น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย

             5. Promenade Position
             ฝ่ายหญิงอยู่ด้านขวาของฝ่ายชายโดยที่ด้านขวาของชายและด้านซ้ายของหญิง หันเข้าหาซึ่งกันและกัน ลำตัวห่างกันเล็กน้อย และลำตัวด้านที่อยู่ตรงกันข้าม หันออกจากกันในลักษณะเป็นรูปตัว "V" ในท่าเข้าคู่ธรรมดา

             6. Open Promenade Position
             ลักษณะเหมือนกับ Promenade Position ระยะห่างของลำตัวอยู่ที่ความเหมาะสม และเปิดกว้างขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับท่าเต้น ที่ใช้เต้น การเข้าคู่ 1. ใช้มือขวาจับมือซ้ายผู้หญิง 2. มือซ้ายจับมือขวาของฝ่ายหญิง และ 3. ปล่อยมือทั้งสองข้าง

             7. Open Counter Promenade Position
             ฝ่ายหญิงอยู่ด้านซ้ายของของฝ่ายชาย โดยที่ด้านซ้ายของฝ่ายชายและด้านขวาของฝ่ายหญิง หันเข้าหากันเล็กน้อย ลำตัวด้านที่อยู่ตรงกันข้าม หันออกจากกันในลักษณะเป็นรูปตัว "V" ระยะห่างของลำตัวอยู่ที่ความเหมาะสมและเปลี่ยนเป็นเปิดกว้างขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับท่าเต้นที่ใช้เต้น

             8. Right Side Position
             ฝ่ายหญิงอยู่ด้านขวาของฝ่ายชาย ทั้งคู่หันไปในทิศทางเดียวกันการเข้าคู่ สุดแล้วแต่ท่าเต้นที่ใช้เต้น

             9. Left Side Position
             ฝ่ายหญิงอยู่ด้านซ้ายของฝ่ายชาย ทั้งคู่หันไปในทิศทางเดียวกัน การเข้าคู่ สุดแล้วแต่ท่าเต้นที่ใช้เต้น

             10. Tendem Position
             ทั้งคู่หันไปในทิศทางที่ตรงกัน ฝ่ายหญิงอยู่ด้านหน้า หรืออาจอยู่ด้านหลังของฝ่ายชาย

             11. Right Shadow Position
             ฝ่ายหญิงอาจอยู่ด้านขวาของฝ่ายชาย ยืนค่อนไปข้างหน้าเล็กน้อย หรือยืนค่อนไปทางด้านหลัง

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ 

เข้าระบบ ให้ดาว ไม่ให้แล้ว    บันทึกนี้ยังไม่ได้ดาวได้ดาว {{ l3nr.actionable.vote_counter }}
 

ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จร้า

ถ้าต้องการศึกษาเพิ่มเติมเข้าไปได้ที่

http://www.tdsa.or.th/

 

 

{{ comment.user.fullname }}
{{ comment.name }}
เพิ่มความเห็น
{{ l3nr.current_user.fullname }} - เพิ่มความเห็น
 
 

L3nr

L3nr (อ่านว่า Learner ชื่อเดิม Learners.in.th) ให้บริการแก่ทุกสถานศึกษาโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สารบัญ บันทึก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง l3nr.org

ระบบแนะนำ

  • GotoKnow.org คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตและการทำงาน ครู อาจารย์ คนทำงานภาครัฐและภาคสังคม
  • ClassStart.org ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการการเรียนการสอนได้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งระบบเอง เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

ทุกระบบลงทะเบียนใช้ได้เลย บริการฟรีโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์