ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว

 บ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต เพื่ออยู่อาศัย พักผ่อน นอนหลับ ให้ความปลอดภัย เป็นที่ส่วนตัวสำหรับสมาชิกทุกคนในทุกคน

1. ครอบครัว

คือ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจะประกอบด้วยสมาชิกในครอบครัว บิดา มารดา หรือญาติผู้ใหญ่

 ทรัพยากรครอบครัว คือ สิ่งที่นำไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรในตัวบุคคลหรือว่าทรัพยากรอื่นๆ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ครอบครัวควรรู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างมีระบบและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

1.1 ลักษณะและรูปแบบความเป็นอยู่ของครอบครัวไทย

  • อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่

  • บิดา มารดา เป็นผู้ปกครอง มีอำนาจเหนือเด็ก

  • ฐานะความเป็นอยู่ยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ มีระดับสูง กลาง ต่ำ

  • การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิงยังแยกกันอยู่

  • ไม่นิยมให้เด็กวัยรุ่นออกงานอย่างอิสระ

  • การอบรมเน้นเรื่องการให้ความเรคารพ นับถือผู้ใหญ่

  • การแสดงความเคารพด้วยการไหว้เป็นวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย

 

1.2 ลักษณะและรูปแบบความเป็นอยู่ของครอบครัวประเทศตะวันตก

  • อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเล็ก

  • บิดา มารดา จะเลี้ยงดูเป็นแบบประชาธิปไตย

  • ฐานะความเป็นอยู่ทัดเทียมกัน มีต่างกันเพียงเล็กน้อย

  • การทำกิจกรรม ไม่มีการแบ่งแยกเด็กชายและเด็กหญิง

  • เด็กวัยรุ่นมีอิสระและเสรีภาพในการออกสังคม

  • มีเสรีภาพในการแสดงความคิด

  • ใช้วิธีการจับมือกันเป็นการแสดงความเคารพ 

1.3 การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว  ความสัมพันธ์ที่ดีเกิดจากสมาฃิกในครอบครัวทุกคนปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก การเสียสละ อภัยให้แก่กัน ให้ความร่วมมือในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีให้เกิดขึ้นซึ่งมีแนวทางดังนี้

  • สมาชิกทุกคนึควรปฏิบัติตามหน้าที่และบทบาทที่ตนเองรับผิดชอบ

  • สมาชิกทุกคนควรช่วยกันสน้างโอกาสหาเวลามาพบปะ สนทนาพูดคุยกัน

  • สมาชิกทุกคนควรมีส่วนร่วมในการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ของครอบครัว

  • สมาชิกทุกคนต้องรู้จักการรักตนเองมากพอๆกับการรักผู้อื่น

  • ควรมีการประชุมปรึกษาตกลงแบ่งงานให้เมาะสมกับวันและความสามารถ

  • สมาชิกในครอบครัวที่มีอายุน้อยควรให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโส

  • สมาชิกทุกคนควรให้ความช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อกัน

  • สมาชิกทุกคนควรปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นมิตรทั้งกาย วาจา ใจ

  • สมาชิกทุกคนควรแสดงความรักในโอกาสพิเศษต่างๆ 

1.4 บรรยากาศและความเป็นอยู่ของครอบครัว แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

  • ครอบครัวแบบอัตาธิปไตย : ครอบครัวแบบนี้ลูกหลายมักขาดความสัมพันธืใกล้ชิดกับพ่อแม่ ขาดความรูสึกอบอุ่น เพราะการจะตัดสินใจอะไรๆต้องขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ลูกหลานเพียงทำตามคำสั่ง

  • ครอบครัวแบบประชาธิปไตย : พ่อแม่มีความรักความเข้าใจกัน ช่วยกันรับผิดชอบดูแลลูกหลาน ให้มีเสรีภาพทางความคิดทุกคนจะช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน

  • ครอบครัวแบบตามใจกัน : ครอบครัวแบบนี้จะไม่ค่อยดูแลใส่ใจลูกหลานเท่าที่ควร เพราะ พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอน ซึ่งอาจเป็นผลทำให้ลูกหลานขาดความอบอุ่นและกลายเป็นเด็กมีปัญหา

1.5 บทบาทหน้าที่ของครอบครัว  ครอบครัวส่วนใหญ่จะประกอบด้วย บิดา มารดา และบุตร ซึ่งจะมีหน้าที่ในการเลี้ยงดู ให้การศึกษา อบรมบ่มนิสัยลูกหลาน โดยภาพรวมครอบครัวมีหน่ฃ้าที่สำคัญ คือ การสร้างคนให้เป็นคนดีทั้งกาย วาจา และใจ ครอบครัวในปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมประชาธิปไตยควรทำหน้าที่ต่อไปนี้

  • ส่งเสริมความเจริญเติบโตของสมาชิกในครอบครัว

  •  ส่งเสริมให้เกิดความรักความอบอุ่นแก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว

  • ส่งเสริมให้มีความรับผิดชอบและเสรีภาพส่วนบุคคล

  •  ส่งเสริมให้มีทักษะขั้นพื้นฐาน รู้จักการทำมาหากินของพ่อแม่ ผู้ปกครอง

  •  ส่งเสริมให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรมอันดีงาม รักตัวเองและรักผู้อื่น

  •  ส่งเสริมให้ลูกหลานมีสุขาพร่างกาย สุขภาพจิต และสติปัญญาที่ดี

2.  บ้าน

เมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาคนไทยก็เริ่มนิยมสร้างบ้านแบบตะวันตกมากขึ้น โดยมีเครื่องปรับอากาศใช้ซึ่งแตกต่างจากบ้านแบบเดิมที่ข้างล่างเป็นพื้นซีเมนต์ และผนังเป็นอิฐบล็อก บ้านจะประกอบด้วยส่วนสำคัญดังนี้

 

ห้องนอน                                   ห้องครัว

  

 ห้องน้ำ                                   บริเวณบ้าน

 

 

3.  การงานในบ้าน

1.งานส่วนตัว  

  • งานด้านสุขภาพอนามัยของตน เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว การรับประทานอาหารที่ให้สารอาหาร การออกกำลังกาย
  • งานด้านการศึกษา
  • งานด้านความประพฤติ

 2.งานส่วนรวม     

  • งานครัว
  • งานซักรีดเสื้อผ้าและทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่ม
  • งานทำความสะอาด ตกแต่งบ้านเรือนและบริเวณบ้าน
  • งานทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในบ้าน
  • งานดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือญาติผู้ใหญ่
  • งานบริการอื่นๆ เช่น ดูแลน้องและหลาน ดูแลสมาชิกผู้เจ็บป่วย

 4.  การจัดการงานบ้าน

กระบวนการจัดการงานบ้านมี4ขั้นตอน คือ

1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานและเวลา

  • วิเคราะห์ว่ามีงานอะไรที่ต้องทำบ้าง
  • ศึกษาความสมารถความสนใจของสมาชิก
  • ศึกษาเวลาว่างเพื่อมอบหมายงานให้สมาชิกแต่ละคนได้

2. วางแผนการทำงาน

3. ลงมือปฏิบัติตามแผน

4. การประเมินพัฒนาและปรับปรุงงาน

 
สพฐ.
ม. 4.4.1  สามารถวิเคราะห์  สังเคราะห์  สรุปความคิดรวบยอด  คิดอย่างเป็นระบบและมีการคิดแบบ องค์รวม
ม. 4.4.4  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มองโลกในแง่ดี  และมีจินตนาการ