จากการที่ผู้เขียนได้เข้าฟังบรรยายในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2553 จากท่าน รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์  กาญจนะจิตรา  สายสุนทร  ในหัวข้อบรรยายเรื่อง “ผู้ทรงสิทธิในกฎหมายไทยว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” ผู้เขียนจึงขอรวบรวมเนื้อหาที่ได้จากการฟังบรรยายดังกล่าวดังต่อไปนี้

        ในตอนต้นอาจารย์ได้กล่าวถึงชาวม้งที่อาศัยอยู่ในถ้ำกระบอก โดยอพยพมาจากลาว และกล่าวถึงนายพลวังเปาที่เคยเป็น C.I.A. เก่าซึ่งอาจารย์ได้ทิ้งคำถามไว้ให้ไปหาคำตอบว่า CIA คืออะไร? 
CIA ย่อมาจาก Central Intelligence Agency (หน่วยสืบราชการลับสหรัฐอเมริกา) ก่อตั้งขึ้นปี ค.ศ.1947 โดยประธานาธิบดีทรูแมน หน้าที่ของ CIA คือสืบหาข้อมูลลับในต่างประเทศที่ส่งผลต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา  ไม่ว่าเรื่องสงคราม เทคโนโลยี ความมั่นคง หรือ การค้า


        ต่อมาอาจารย์ได้กล่าวเกี่ยวกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคุล ว่าคือบุคคลที่ไม่ได้รับการบันทึกอย่างมั่นคง วิธีการแก้ปัญหาคนที่ไม่มีสัญชาติ คือ
-บันทึกในทะเบียนราษฏร์
-ยอมรับให้สัญชาติไทย / มีรัฐให้สัญชาติ
-ส่งกลับประเทศตน

บ่อเกิดของกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

  • กฎหมายคืออะไร?
    -กฎเกณฑ์
    -ของสังคม
    -มีสภาพบังคับ
    ดังนั้น เราจึงต้องรู้กฎหมาย!
  • ที่มาของกฎหมาย
    -จากเหตุผลตามธรรมชาติ
    เช่น กฎหมายอาญา : การฆ่าคนตายถือเป็นความผิด นอกจากนั้นปรากฏในกฎหมายแพ่ง กฎหมายมรดก กฎหมายมหาชน กฎหมายรัฐธรรมนูญอีกด้วย
       -จากเหตุผลปรุงแต่งจากธรรมชาติ หรือจารีตประเพณี 
       เช่น การฆ่าคนตายเพราะป้องกันตนเอง ย่อมไม่มีความผิด , การครอบครองปรปักษ์
       -จากเหตุผลทางเทคนิค
        เช่น การถือครองปืนย่อมมิชอบด้วยกฎหมาย หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐ , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาจสั่งถอนสัญชาติไทยของบุคคลได้หากบุคคลมีการกระทำที่เป็นภัยต่อรัฐและสังคม
  •  แล้วกฎหมายมีรูปแบบหรือหน้าตาอย่างไร??
บ่อเกิดของกฎหมาย  สามารถแบ่งแยกได้หลายประเภทดังนี้

1.   1.1กฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่
          - กฎหมายจารีตประเพณี
          - หลักกฎหมายทั่วไป

      1.2 กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร

2.    2.1 บ่อเกิดอันดับแรก ได้แก่  กฏหมายลายลักษณ์อักษร  จารีตประเพณี  หลักกฎหมายทั่วไป
       2.2 บ่อเกิดอันดับรอง ได้แก่ คำสอน  คำตัดสินของศาล
       2.3 บ่อเกิดตามเจตนาของรัฐ ได้แก่ หลักความยุติธรรมและความถูกต้องตามธรรมชาติ (equity)
3.     3.1กฎหมายภายในรัฐ เช่น Thai / American / Burma / Laos / Etc..... 
        3.2กฎหมายระหว่างประเทศ ได้แก่
     -เป็นลายลักษณ์อักษร (สนธิสัญญา)
     -ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (จารีตประเพณี หลักกฎหมายทั่วไป)

 
“นิติสัมพันธ์ที่มีลักษณะภายในจึงตกอยู่ภายใต้กฎหมายภายในของรัฐที่มีอำนาจอธิปไตยเหนือนิติสัมพันธ์”

“นิติสัมพันธ์ที่มีลักษณะระหว่างประเทศจึงตกอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ”

    จากข้อความดังกล่าวเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่านิติสัมพันธ์หมายถึงอะไร?
นิติสัมพันธ์ คือ "การกระทำทางกฏหมายของมนุษย์ หรือ
ความสัมพันธ์กันทางกฎหมาย ที่มีกฎหมายรองรับไว้" 
    ถ้าการกระทำนั้นไม่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ คือ นิติสัมพันธ์นั้นมีลักษณะภายใน ทำในไทยผลเกิดในไทย การกระทำดังกล่าวจะไม่มีปัญหาในเรื่องการขัดกันระหว่างอำนาจอธิปไตย แต่
ถ้าเป็นนิติสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เช่น นายA เป็นคนญี่ปุ่น แต่ได้เสียชีวิตที่ประเทศไทย นิติสัมพันธ์จะมีลักษณะระหว่างประเทศ ซึ่งในกรณีนี้รัฐไทยต้องรับผิดชอบ            
 
     หากเกิดการขัดกันของอำนาจอธิปไตยเหนือนิติสัมพันธ์ของบุคคล จะต้องอาศัยกฎหมายที่เรียกว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาใช้ในการตัดสิน
ซึ่งมาตรา 10 ของพ.ร.บ.การขัดกันแห่งกฏหมายพศ2481 ได้วางหลักว่า “ความสามารถและความไร้สามารถของบุคคลย่อมเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น ไม่ว่าจะไปอยู่ประเทศใดก็ตาม”
เช่น นายเอเป็นคนไทยที่ไปเรียกที่อเมริกา เอต้องการซื้้อรถ การที่จะดูว่าเอบรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง จะต้องดูอายุตามกฏหมายไทยไม่ใช่กฏหมายของอเมริกานั่นคือ เอจะบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุครบ20ปีบริบูรณ์ตามกฏหมายไทยนั่นเอง

“ความสามารถและความไร้ความสามารถของบุคคลย่อมเป็นไปตามกฏหมายสัญชาติของบุคคลนั้น”

 

·        มีกฎหมายไทยว่าด้วยสิทธิมนุษยชนหรือไม่?? 

- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 หมวด3 (สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย) หมวด 5 (แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
-พ.ร.บ. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542
-พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
-พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
-พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544
-พ.ร.บ.  คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
-พ.ร.บ.  คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546

  

·        กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

-อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989
(CRC)
-อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ  ค.ศ.1958  

-ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.1948
-กฎบัตรสหประชาชาติ ค.ศ.1945
-
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและทางการเมือง ค.ศ. 1966 (ICCPR)
-กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ค.ศ.1966
(ICESCR)

-อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ค.ศ. 1979
(CEDAW)


·        สนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ผูกพันประเทศไทย 

-กฎบัตรสหประชาชาติ
-อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
-อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ  
-อื่นๆ

 

..............................

อ้างอิง : คำบรรยายจากอาจารย์พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6b9ce38f3d217f6e