โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การทำหัวอาหารกุ้งจากวัตถุดิบท้องถิ่น

คณะผู้จัดทำ

เด็กหญิงจุฑารัตน์ ศรีเจริญ
เด็กหญิงภิรมยา ภูบุญทึง
เด็กหญิงประภัสรา ภารสงัด


ครูที่ปรึกษาโครงงาน
นางวิไลวรรณ  เทิดทำดี, นายประภาส แถนสีแสง, นายพินิตย์ บุญเชียงมา

โรงเรียนเทศบาล ๑ กาฬสินธุ์พิทยาสิทธิ์ สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ที่มาและความสำคัญ

ในปัจจุบัน จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยเนื้อที่ส่วนใหญ่ จะอยู่ที่อำเภอยางตลาด ซึ่งได้รับน้ำจากเขื่อนลำปาว ทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์มีศักยภาพในการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้เป็นอย่างดี โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะดัดแปลงนาข้าวเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ดังนั้น พื้นที่ปลูกข้าวกับพื้นที่เลี้ยงกุ้งจึงอยู่ในแหล่งเดียวกัน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีปัญหาอย่างมาก เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ยาฆ่าหอยในการปราบหอยเชอรี่ ทำให้สารเคมีปะปนในแหล่งน้ำและเป็นอันตรายต่อเกษตรและผู้บริโภคข้าว อีกทั้งราคาของหัวอาหารกุ้งมีราคาแพงทำให้มีต้นทุนในการผลิตสูง

การนำหอยเชอรี่ซึ่งมีปริมาณโปรตีนสูงมากมาทดแทนปลาสดในการทำอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นการสนองนโยบายเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวง และยังเป็นการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในการกำจัดศัตรูข้าวอีกด้วยการใช้ฟักทอง กล้วย ข้าวโพด เสริมในสูตรอาหารเป็นแหล่งวิตามินทดแทน วิตามินสังเคราะห์ซึ่งมีราคาแพง

ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์คิดว่าสูตรอาหารที่ผู้ทำได้คิดค้นขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้งในแง่กากำจัดศัตรูของนาข้าวและเป็นการใช้ผลผลิตจากการเกษตรที่มีอยู่มากมายคือ ฟักทองมาดัดแปลงให้เป็นส่วนผสมของอาหารกุ้งซึ่งช่วยลดต้นทุนของอาหารกุ้งได้  เป็นการประหยัดเงินตราจากการซื้ออาหารสำเร็จรูป และเป็นการเกื้อกูลกันระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและชาวนาอีกด้วย

จุดมุ่งหมายของการศึกษา

1. ศึกษาการใช้หอยเชอรี่และปลาขาวมาทดแทนแหล่งโปรตีนในสูตรอาหารสำเร็จรูป และใช้ฟักทองแทนแหล่งวิตามินและเกลือแร่
2. เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตระหว่างอาหารสำเร็จรูป และอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น
3. เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงกุ้ง ตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง

สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
 
หอยเชอรี่เป็นแหล่งโปรตีนทดแทน ปลาป่น และฟักทองเป็นแหล่งวิตามินเกลือแร่ทดแทนวิตามินสังเคราะห์ในอาหารสำเร็จรูป

ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง
 ตัวแปรต้น – หอยเชอรี่ ปลาขาวสด
ตัวแปรตาม -  การเจริญเติบโตของกุ้ง
ตัวแปรควบคุม – ขนาดของบ่อกุ้ง ปริมาณกุ้งที่ปล่อย ชนิดของหอย และชนิดของฟักทอง ปริมาณฟักทอง

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
1. สถานที่ บ่อเลี้ยงกุ้งขนาด 1 ไร่ 3 บ่อ และสถานที่ทำการผลิตอาหารกุ้ง
2. ระยะเวลา 14 กรกฏาคม 2548 – 15 มกราคม 2549
3. หอยเชอรี่ ได้มาจากนาข้าว บ้านตูม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
4. ฟักทอง และวัตถุดิบอื่นๆ ได้จากหมู่บ้านตูม จังหวัดกาฬสินธุ์

อุปกรณ์ และวิธีการศึกษา

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการศึกษา
1. เครื่องทำอาหารสัตว์ (mineer0 เบอร์ 52 จำนวน 1 เครื่อง
2. เครื่องผสมอาหาร (miter) 1 เครื่อง
3. หอยเชอรี่
4. ฟักทอง
5. ปลาขาว
6. รำละเอียด
7. อาหารหมู
8. อาหารไก่
9. ข้าวโพดสด
10. เกลือแกง
11. ปลายข้าว
12. กากมะพร้าว
13. กล้วยน้ำว้า
14. ผ้ามุ้งเขียวสำหรับรองตากอาหาร
15. เครื่องชั่ง
16. กุ้งที่ใช้ทดลองบ่อละ 2,000 ตัว

วิธีการศึกษา
  แบ่งเป็น 3ขั้นตอน ดังนี้
1. สำรวจแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ที่จะมาทำอาหารกุ้งก้ามกราม
2. ทดลองทำอาหารกุ้งก้ามกราม 2 สูตร โดย
- สูตรที่ 1 ใช้ปลาขาว เป็นแหล่งโปรตีนหลัก
- สูตรที่ 2 ใช้หอยเชอรี่แทนแหล่งโปรตีนหลัก ส่วนปลาขาวใช้เป็นแหล่งโปรตีนเสริม
3.ทดลองให้อาหารทั้ง 2 สูตร และเปรียบเทียบอาหารสำเร็จรูปจากร้านค้า

ขั้นตอนที่ 1  สำรวจแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ที่จะมาทำอาหารกุ้งก้ามกราม

ทำการสำรวจบริเวณท้องนาของบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเก็บรวบรวมหอยเชอรี่ และสำรวจวัตถุดิบต่างๆในหมู่บ้านตูม และหมู่บ้านใหล้เคียงในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ฟักทอง กล้วยน้ำว้า กากมะพร้าว ข้าวโพด

ขั้นตอนที่ 2  ทดลองทำอาหารกุ้งก้ามกราม
อาหารสูตรที่ 1 (สูตรที่ 1 ใช้ปลาขาวเป็นแหล่งโปรตีนหลัก)

วัตถุดิบ

ปริมาณที่ใช้

ราคาต่อหน่วย

(บาท/กิโลกรัม)

เปอร์เซ็นต์

ของโปรตีน

คิดเป็นเงิน

(บาท)

 

 

 

 

 

ปลาขาว

50 kg

18

21.5

900

หัวอาหารหมู

40 kg

20.33

40

813.2

หัวอาหารไก่

30 kg

10

14

300

รำละเอียด

20 kg

10

12

200

ปลายข้าว

20 kg

10

8

200

วิตามินและเกลือแร่

500 kg

250

-

17.5

รวม

160.5 kg

15.14

35.35

2430.7



ขั้นตอนที่ 3
 อาหารกุ้งสำเร็จรูปจากร้านอาหารสัตว์ซึ่งมีระดับของโปรตีน 35 เปอร์เซ็นต์ ทำการผสมอาหารทั้ง 2 สูตร ในเครื่องผสมอาหารทีละสูตร และเข้าเครื่องอัดเม็ด นำไปตากแดด 7-8 ชั่วโมง ระหว่างตากแดดควรเกลี่ยเม็ดอาหารเรื่อยๆ เพื่อให้เม็ดอาหารแห้งเสมอกัน จากนั้นนำไปให้กุ้งก้ามกรามกินเป็นเวลา 6 เดือน สุ่มชั่งน้ำหนักกุ้งก้ามกรามช่วงเวลา 3 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน ต้นทุน 25.50 บาท ต่อ กิโลกรัม

หลัง 6 เดือน จับกุ้งก้ามกรามหาค่า FCR คือ อัตราอาหารการแลกเนื้อซึ่งคิดได้จาก

อัตราอาหารการแลกเนื้อ (FCR) =  อาหารที่ใช้ / น้ำหนักกุ้งที่จับได้

ซึ่งค่า FCR ดังกล่าว จะบอกประสิทธิภาพของอาหารว่ามีคุณภาพมากน้อยขนาดไหน


ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา

หลักการทำอาหารกุ้ง ทั้ง 2 สูตรดังกล่าวแล้วได้นำไปเลี้ยงกุ้งและเปรียบเทียบกับอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อตามร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ โดยให้กุ้งกินวันละ 3 มื้อ คือ เช้า 9.00 น. บ่าย 14.00 นง และช่วงเย็น 18.30 น. ทำการชั่งน้ำหนักกุ้งทั้ง 3 ชุด ในช่วง 3 เดือน  4 เดือนและ 6 เดือน ได้ผลดังตารางต่อไปนี้
 
ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของกุ้มก้ามกรามกับอาหาร 3 สูตร

ประเภทอ่าหาร

ขนาดกุ้ง (กรัม)

หมายเหตุ

3 เดือน

4 เดือน

6 เดือน

 

อาหารสำเร็จรุป

10

16.66

28

 

อาหารสูตรปลาขาว

12

15.38

32

บ่อกุ้งขนาด 1 ไร่

อาหารสูตรหอยเชอรี่

8

14.7

35

ปล่อยลูกกุ้ง 2,000 ตัว/บ่อ



ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลผลิตกุ้งก้ามกราม เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน

ประเภทอ่าหาร

ปริมาณอาหารที่ใช้

ปริมาณกุ้งที่จับ

ขนาดจับเฉลี่ย

FCR

 

(กก.)

(กก.)

(ตัว/กก)

 

อาหารสำเร็จรุป

504

280

35.71

1.8

อาหารสูตรปลาขาว

592

320

31.25

1.85

อาหารสูตรหอยเชอรี่

640.5

350

28.57

1.83




อภิปรายผลการศึกษา

จากการทดลอง พบว่า อาหารสูตรให้หอยเชอรี่และวัตถุดิบในท้องถิ่น ให้กำไรมากที่สุดและให้กุ้งโตที่สุด เมื่อถึงเวลาจับ  คณะผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์จึงอยากจะแนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในจังหวัดกาฬสินธุ์ หันมาใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นในการผลิตอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้มากที่สุด  เพื่อสนองนโยบายเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น ปลาป่น พร้อมใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่มากมายในภาคอีสาน เช่น ข้าวโพด ฟักทอง และกล้วยน้ำว้า ให้เกิดประโยชขน์สูงสูด และช่วยกำจัดศัตรูจากนาข้าวทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย

สรุปผลการศึกษา

จากการทดลอง การใช้หอยเชอรี่ และวัตถุดิบในท้องถิ่นในสูตรอาหารกุ้งก้ามกราม สรุปผลได้ดังนี้

1. หอยเชอรี่ สามารถทดแทนโปรตีนจากปลาขาว และปลาป่น และฟักทองสามารถทดแทนวิตามินและเกลือแร่ในสูตรอาหารได้
2. ประสิทธิภาพของอาหารที่ผลิตเองกับอาหารสำเร็จรูปจากโรงงานผลิตอาหารสัตว์มีค่าใกล้เคียงกัน พิจารณาจากอัตราแลกเนื้อ (FCR)
3. อาหารสูตรหอยเชอรี่ และฟักทองทำให้กุ้งก้ามกรามโตเร็วที่สุดและได้ผลผลิตสูงสุด ตลอดจนได้กำไรสุทธิสูงที่สุด


ประโยชน์ของโครงงาน
1. เป็นการกำจัดหอยเชอรี่ โดยทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. นำผลผลิตทางการเกษตร ที่มีอยู่มากมายในภาคอีสานมาใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น
3. สามารถดัดแปลงทำเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำได้ทุกชนิด เช่น อาหารปลา อาหารกบ
4. ชาวนากุ้งและนาข้าวได้พึ่งพาอาศัยกันและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
5. สนองแนวพระราชดำริของในหลวง คือ เศรษฐกิจแบบพอเพียง
6. ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งได้มาก ซึ่งทำให้ชาวนากุ้งได้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะ
 1. ศึกษาสัตว์ที่ใช้เป็นแหล่งโปรตีนตัวอื่น เช่น ปลาเบญจพรรณที่จับได้มากมาย ในเขื่อนลำปาวหรือปูนา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีเช่นกัน
2. เกลือที่ใช้ผสมซึ่งมีประโยชน์คือ ช่วยลดความเครียดในตัวกุ้งและเสริมสร้างเปลือกกุ้ง ควรเป็นเกลือทะเล ซึ่งจะมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการสร้างเปลือกโดยตรง คือ แคลเซียม (Ca)