การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี

ระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือหลักธรรมาภิบาล
(GOOD GOVERNANCE)

หลักธรรมาภิบาล หมายถึง แนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้สังคมของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ เอกชนและภาคประชาชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และตั้งอยู่ใน ความถูกต้องเป็นธรรม ตามหลักพื้นฐานการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ดังนี้

1.หลักนิติธรรม (TheRuleofLaw)
          หลักนิติธรรม หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ตามอำเภอใจ หรืออำนาจของ ตัวบุคคล จะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และความยุติธรรม รวมทั้งมีความรัดกุมและ รวดเร็วด้วย

2.หลักคุณธรรม (Morality)
         หลักคุณธรรม หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม การส่งเสริม ให้บุคลากรพัฒนาตนเอง ไปพร้อมกัน เพื่อให้บุคลากรมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบ วินัย ประกอบอาชีพสุจริต เป็นนิสัย ประจำชาติ

3.หลักความโปร่งใส (Accountability)
         หลักความโปร่งใส หมายถึง ความโปร่งใส พอเทียบได้ว่ามีความหมาย ตรงข้าม หรือเกือบตรงข้าม กับการทุจริต คอร์รัปชั่น โดยที่เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่น ให้มีความหมายในเชิงลบ และความน่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ ความโปร่งใสเป็นคำศัพท์ที่ให้แง่มุมในเชิงบวก และให้ความสนใจในเชิงสงบสุข ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้สะดวกและเข้าใจง่าย และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องอย่างชัดเจนในการนี้     เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงาน   ให้มีความโปร่งใส   ขออัญเชิญพระราชกระแสรับสั่งในองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ได้แก่ ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มีความรู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ

4.หลักการมีส่วนร่วม (Participation)
          หลักการมีส่วนร่วม หมายถึง การให้โอกาสให้บุคลากรหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมทางการบริหารจัดการเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น เป็นคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และหรือ คณะทำงานโดยให้ข้อมูล ความคิดเห็น แนะนำ ปรึกษา ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบัติ

 5.หลักความรับผิดชอบ (Responsibility)
         หลักความรับผิดชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิและหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาการบริหารจัดการ การกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมทั้งความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากกระทำของตนเอง

 6.หลักความคุ้มค่า (Cost–effectivenessorEconomy)
         หลักความคุ้มค่า หมายถึง การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้บุคลากรมีความประหยัด ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่

การเกิดประโยชน์สุขของประชาชน

  • การกำหนดเป้าหมายและภารกิจของรัฐและส่วนราชการ ต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ ความสุข และความปลอดภัยของประชาชน
  • การจัดระบบและกระบวนการปฏิบัติราชการ ต้องเป็นไปโดยสุจริต มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
  • การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบในการดำเนินภารกิจของรัฐที่มีต่อประชาชน โดยมีการกำหนดกลไก และกระบวนการทำงานที่ชัดเจน โปร่งใส มีการรับฟังความเห็นและสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างเป็นระบบ 

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่
การเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

  • การกำหนดแผนและการวัดผลสัมฤทธิ์ โดยมีการจัดทำแผนปฏิบัติงาน เป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจของรัฐและส่วนราชการ ที่ชัดเจน และมีระบบการติดตามประเมินผลและปรับปรุงการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
  • การบริหารราชการแบบบูรณาการ โดยมีการร่วมกำหนดเป้าหมาย แนวทางการดำเนินงาน และการจัดการทรัพยากรร่วมกันในการดำเนินภารกิจระหว่างส่วนราชการ เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในการบรรลุภารกิจร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และมีเอกภาพ
  • การพัฒนาหน่วยงานสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยมีการพัฒนาระบบงานในการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาการปฏิบัติงาน รวมถึงการปรับทัศนคติและพัฒนาความรู้ ความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
  • การกำหนดข้อตกลงในการปฏิบัติงาน   เป็นการกำหนดพันธะ/ความรับผิดชอบในการปฏิบัติภารกิจของข้าราชการเพื่อเป็นหลักประกันความสำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้ และเป็นการประเมินถึงศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน
  • การกำหนดแผนการบริหารราชการที่ชัดเจน เป็นการกำหนดให้มีการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และแผนนิติ-บัญญัติแนวระดับชาติ  รวมถึงแผนปฏิบัติราชการของทุกส่วนราชการ

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่
ความมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

  • การทำงานอย่างโปร่งใส   โดยมีการชี้แจงเกี่ยวกับเป้าหมาย แผนดำเนินงาน งบประมาณและระยะเวลาการทำงานของส่วนราชการให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน  สามารถติดตามและตรวจสอบได้
  • การบริหารงานตามหลักความคุ้มค่า   โดยมีการจัดทำบัญชีต้นทุน-รายจ่าย ในการจัดบริการสาธารณะ  สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของต้นทุนต่อผลลัพธ์ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลดค่าใช้จ่ายและปรับเปลี่ยนภารกิจของส่วนราชการที่ไม่คุ้มค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม
  • การกำหนดความชัดเจนในกระบวนการปฏิบัติราชการ โดยมีการกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และการวินิจฉัยปัญหาของส่วนราชการที่รวดเร็ว-แน่นอน รวมถึงกำหนดให้มีการสั่งราชการเป็นลายลักษณ์อักษร

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่
ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

  • การกระจายอำนาจในการตัดสินใจ  โดยกำหนดให้มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงและใกล้ชิดกับประชาชนผู้รับบริการ  มีการปรับใช้เทคโนโลยี ในการลดขั้นตอนการติดต่อราชการ และมีการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการทำงานให้ประชาชนได้รับทราบ
  • การจัดตั้งศูนย์บริการร่วม  โดยกำหนดให้ทุกส่วนราชการต้องจัดให้มีศูนย์บริการร่วมในการให้บริการแก่ประชาชนเพียงจุดเดียว ซึ่งจะต้องมีความพร้อมทั้งในด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ และวัสดุ-อุปกรณ์ ในการสนับสนุนการบริการ

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่
ความรวดเร็วในการปรับตัวขององค์กร

  • การทบทวนความจำเป็นของภารกิจ  โดยกำหนดให้ส่วนราชการจะต้องมีการตรวจสอบ-ทบทวนความจำเป็นและความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจ เพื่อพิจารณาปรับปรุงภารกิจ อำนาจหน้าที่ โครงสร้างการบริหาร หรืออัตรากำลัง ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในแต่ละช่วงเวลา
  • การทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง  โดยกำหนดให้ส่วนราชการต้องสำรวจและทบทวนกฎหมาย /ระเบียบ/ข้อบังคับ ที่อยู่ในความรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกเลิก ปรับเปลี่ยน หรือกำหนดขึ้นใหม่

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุสู่
การตอบสนองที่ตรงกับความต้องการของประชาชน

  • การกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานที่แน่นอน  โดยกำหนดให้ส่วนราชการต้องระบุเวลาในการให้บริการ   ประชาชน หรือการประสานงานระหว่างส่วนราชการที่ชัดเจน และมีการชี้แจงให้ทราบโดยเปิดเผย
  • การจัดระบบสารสนเทศในการบริการ  โดยกำหนดให้ส่วนราชการต้องพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการและระหว่างส่วนราชการ  เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการหรือการขอรับบริการของประชาชน
  • การรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชน  โดยกำหนดให้มีการจัดระบบในการรับ-ตอบ ข้อคำถาม/คำร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ  ของประชาชนหรือส่วนราชการ ซึ่งจะต้องมีกำหนดเวลาในการแจ้งผลให้รับทราบอย่างชัดเจน
  • การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  โดยกำหนดให้ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการต่อสาธารณะ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายการจัดซื้อจัดจ้าง  หรือสัญญาในการดำเนินการต่างๆ ของส่วนราชการ

แนวทางการบริหารจัดการเพื่อบรรลุ

สู่การวัดความสำเร็จในการปฏิบัติงานได้

  • การวัดผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานงาน  โดยกำหนดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานของส่วนราชการ โดยยึดเป้าหมายกำหนดไว้ คุณภาพของการบริการ และความพึงพอใจของประชาชน
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการ   โดยกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน และมีการเชื่อมโยงผลของการประเมินกับการให้รางวัลหรือการลงโทษต่อบุคคลและส่วน-ราชการ

สรุปความมุ่งหมายในภาพรวมตามหลักธรรมาภิบาล

  • มุ่งกำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการที่ชัดเจนและสามารถประเมินความสำเร็จได้   
  • มุ่งปรับปรุงแนวทางในการบริหารและการให้บริการที่รวดเร็ว คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
  • มุ่งปรับปรุงการจัดโครงสร้างการบริหาร  การจัดระบบงาน  และการพัฒนาบุคลากร ให้สามารถประสานในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ