รายงาน 

ปัญหาเอดส์ ปัญหาวัยรุ่น  กับสังคมไทย

 

 

 

เสนอ

ผศ.บรรลือ  คงจันทร์

อาจารย์รัชกร  โชติประดิษฐ์

 

จัดทำโดย

นายวัลลพ   หอมนวล                      รหัสนักศึกษา  5221400888

นางสาวรัตมณี  บุตรงาม                 รหัสนักศึกษา  5221400790

นางสาววีรยา   แก้วเหลี่ยม             รหัสนักศึกษา  5221411608

นางสาวพิศวรินทร์  หุ่นทอง          รหัสนักศึกษา  5221411422

นางสาวพิกุลทอง  เติมงาม             รหัสนักศึกษา  5221451006

 

 

 

Section  2

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการควบคุมสังคมและระบบกฎหมาย

Social Control and Legal System  รหัสวิชา 2101101

ภาคเรียนที่  2           ปีการศึกษา  2552

 

 

 

 

 

 

 

บทนำ

        ปัญหาสังคม หมายถึงสภาวะการณ์ที่มีผลกระทบกระเทือนต่อคนจำนวนมากในสังคม และเห็นว่าควรร่วมกันแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้น สาเหตุของปัญหาสังคม  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง การเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม การเป็นค่านิยมใหม่ ๆ ทำให้เกิดปัญหาสังคมขึ้น เกิดจากสมาชิกในสังคมบางกลุ่มไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สังคมวางไว้ เช่น   เกิดความขัดแย้งระหว่างกฎเกณฑ์กับความมุ่งหมาย เกิดความล้มเหลวของกระบวนการขัดเกลาทางสังคมหรือสมาชิกบางกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม ทำให้เกิดการขาดระเบียบและเป็นปัญหาทางสังคมขึ้น  เกิดจากการที่กลุ่มสังคมต่าง ๆ มีความคิดเห็นความต้องการ และผลประโยชน์ขัดกันไม่ยอมร่วมมือแก้ไขปัญหาของสังคม เช่น การเอาเปรียบลูกจ้าง เป็นต้น

 รายงานเรื่องปัญหาเอดส์ ปัญหาวัยรุ่น กับสังคมไทย เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการควบคุมสังคมและระบบกฎหมายSocial Control and Legal System  รหัสวิชา 2101101ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552 จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาเอดส์ซึ่งเป็นปัญหาของวัยรุ่น ภายในรายงานเล่มนี้ประกอบไปด้วยเนื้อหาของปัญหาสังคมไทยโดยรวม ความคิดเห็นของนักวิชาการ แนวโน้มของปัญหาเอดส์ในประเทศไทย ตลอดจนแผนการป้องกันและแก้ไข ทางคณะผู้จัดทำหวังว่าจะเกิดประโยชน์สำหรับผู้สนใจสืบไป

 

 

 

วัลลพ  หอมนวล  และคณะ

                                                                                                                    ผู้จัดทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำนำ

      รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการควบคุมสังคมและระบบกฎหมายSocial Control and Legal System  รหัสวิชา 2101101ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552 จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาเอดส์ซึ่งเป็นปัญหาของวัยรุ่น ทางคณะผู้จัดทำได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์ไว้ในรายงานเล่มนี้   ซึ่งหวังว่าน่าจะเกิดประโยชน์สำหรับผู้สนใจ  หากว่าเนื้อหาในรายงานเล่มนี้เกิดข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย  ทางคณะผู้จัดทำยินดีรับข้อผิดพลาดพร้อมทั้งนำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสหน้าสืบไป

 

 

วัลลพ  หอมนวล  และคณะ

                                                                                                                         ผู้จัดทำ

 

ปัญหาสังคมไทย


      ปัญหาสังคม หมายถึง           สภาวะการณ์ที่มีผลกระทบกระเทือนต่อคนจำนวนมากในสังคมและเห็นว่าควรร่วมกันแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้น

      สาเหตุของปัญหาสังคม
          1. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง การเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม การเป็นค่านิยมใหม่ ๆ ทำให้เกิดปัญหาสังคมขึ้น
          2. เกิดจากสมาชิกในสังคมบางกลุ่มไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สังคมวางไว้ เช่น   เกิดความขัดแย้งระหว่างกฎเกณฑ์กับความมุ่งหมาย เกิดความล้มเหลวของกระบวนการขัดเกลาทางสังคมหรือสมาชิกบางกลุ่มที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม ทำให้เกิดการขาดระเบียบและเป็นปัญหาทางสังคมขึ้น
          3. เกิดจากการที่กลุ่มสังคมต่าง ๆ มีความคิดเห็นความต้องการ และผลประโยชน์ขัดกันไม่ยอมร่วมมือแก้ไขปัญหาของสังคม เช่น การเอาเปรียบลูกจ้าง เป็นต้น
   ปัญหาของสังคมไทย
          1. ปัญหาความยากจน มีสาเหตุเกิดจาก
                    1. การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร
                    2. การขาดการศึกษา ทำให้มีรายได้ต่ำ
                    3. ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
                    4. ลักษณะอาชีพมีรายได้ไม่แน่นอนสม่ำเสมอ เช่นกรรมกร รับจ้าง
                    5. มีบุตรมากเกินไป รายได้ไม่พอกับรายจ่าย
                    6. มีลักษณะนิสัยเฉื่อยชาและเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงาน
              การแก้ไขปัญหา
                    1. พัฒนาเศรษฐกิจ เช่น กระจายรายได้ การสร้างงานในชนบท ขยายการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น
                    2. พัฒนาสังคม เช่น ขยายการศึกษาเพิ่มมากขึ้น บริการฝึกอาชีพให้กับประชาชน
                    3. พัฒนาคุณภาพของประชากร

           2. ปัญหาอาชญากรรม มีสาเหตุเกิดจาก
                    1. การขาดความอบอุ่นทางจิตใจ
                    2. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมากขึ้น
                    3. สิ่งแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม
                    4. มีค่านิยมในทางที่ผิด
          

    การแก้ไขปัญหา
                    1. รัฐและหน่วยงานรับผิดชอบควรช่วยกันแก้ไขปัญหา
                    2. ปลูกฝังและพัฒนาจิตใจของสมาชิกในสังคมให้มีคุณธรรม
                    3. อบรมสั่งสอนและให้ความรัก ความอบอุ่น และรวมถึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่
            3.ปัญหายาเสพย์ติด มีสาเหตุเกิดจาก
                    1. ถูกชักชวนให้ทดลอง
                    2. ประกอบอาชีพบางอย่างที่ต้องการเพิ่มงานมากขึ้น
                    3. ความอยากรู้และอยากทดลอง
                    4. สภาวะแวดล้อมไม่ดี
               การแก้ไขปัญหา
                    1. ให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพย์ติด
                    2. ป้องกันและปราบปรามผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเด็ดขาด
                    3. การร่วมมือสอดส่องดูแลความประพฤติของเด็กอย่างใกล้ชิด
                    4. จัดให้มีการบำบัดและรักษาผู้ติดยาเสพย์ติด
            4. ปัญหาโรคเอดส์ สาเหตุเกิดจาก
                    1. ปัญหายาเสพย์ติด
                    2. ขาดความรู้ในการป้องกันโรค
                    3. เกิดจากความยากจนและไม่เพียงพอ
               การแก้ไขปัญหา
                    1. ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการโรคเอดส์ให้กับประชาชน
                    2. ไม่เสพย์สิ่งเสพย์ติด โดยเฉพาะการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
                    3. ระมัดระวังการติดเชื้อโดยทางสายเลือด
            5. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศเป็นพิษ น้ำเน่าเสีย เสียงเป็นพิษ ขยะมูลฝอย เป็นต้น มีสาเหตุเกิดจาก
                    1. การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว
                    2. เกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                    3. การขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม
                    4. ขาดความรับผิดชอบ และระเบียบวินัยของสมาชิกในสังคม
               การแก้ไขปัญหา
                    1. ให้การศึกษาและคำแนะนำต่าง ๆ แก่สมาชิกในสังคม
                    2. วางนโยบายการป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม
                    3. ลงโทษผู้ฝ่าฝืนและกระทำผิดอย่างจริงจัง

แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมไทย
      1. รัฐบาลควรออกระเบียบ กฎเกณฑ์ และกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการการป้องกัน และปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและแน่นอน                     
      2. วางแผนและนโยบายการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อรณรงค์และอนุรักษ์
      3. ให้การศึกษาแก่สมาชิกในสังคมเพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ให้มากขึ้น
      4. ปรับปรุงและพัฒนาสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
      5. พัฒนาเศรษฐกิจทั้งด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบริการให้ดีขึ้น
      6. พัฒนาสังคม สร้างค่านิยม และรณรงค์ให้ประชาชนร่วมมือในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

เอดส์ หรือ AIDS ( Acquired Immuno Deficiency Syndrome) เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว แหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ติดโรคชนิดอื่นๆได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการรุนแรง และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว.

 

ประวัติความเป็นมา

               โรคเอดส์พบครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2524 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยเป็นชายรักร่วมเพศ ป่วยเป็นปอดบวม จากเชื้อนิวโมซีสตีส แครินิอาย (Pneumocystis Carinii) ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงมาก่อน และไม่เคยใช้ยากดภูมิต้านทาน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่าเซลล์ที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานโรค ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ   จากการศึกษาย้อนหลัง พบว่าโรคนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศ แถบอัฟริกาตะวันตก ในปี พ.ศ.2503 และต่อมาได้แพร่ไปยังเกาะไฮติ ทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเซีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย

 สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้น เป็นชาย อายุ 28 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกา และมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการในปี พ.ศ.2526 ได้รับการตรวจและรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา พบว่าปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis Carinii แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรคเอดส์ จึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

โรคเอดส์เกิดจากเชื้ออะไร

เชื้อไวรัสเอดส์ หรือ HIV [Human Immunodeficiency Virus] สามารถแบ่งตัวในเซลล์ของคน เช่น เม็ดเลือดขาว เซลล์สมอง เมื่อติดเชื้อร่างกายจะสร้างภูมิต้านทาน [Antibody] ต่อต้านเชื้อไวรัส แต่ไม่สามารถกำจัดให้หมดไป เชื้อยังคงอยู่ในเม็ดเลือด และแพร่ต่อไปได้ และจะไปทำลายเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการควบคุมการทำงาน ของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ภูมิต้านทานลดลง

เชื้อไวรัสเอดส์มีคุณสมบัติอย่างไร

 เชื้อไวรัสเอดส์สามารถอาศัย หรือทำให้เกิดโรคในคนเท่านั้น ไม่สามารถทำให้เกิดโรคในสัตว์อื่นได้ เมื่อออกมานอกร่างกายคนแล้ว จะไม่สามารถ ทนสภาพแวดล้อมภายนอกได้ อาจมีชีวิตได้นานเป็นชั่วโมง หรือเป็นวันเท่านั้น ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความร้อน ความเย็น สภาวะกรด ด่าง ความแห้ง ความชื้น เช่น ถูกความร้อน 56 องศาเซลเซียส นาน 10-15 นาที เชื้อก็ตายหมด นอกจากนี้ยังทำลายเชื้อ ได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ เช่น น้ำยาซักผ้าขาว (โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5 %)

 

เอดส์ติดต่อกันได้อย่างไร

ไวรัสเอดส์อยู่ในส่วนใดของร่างกายบ้าง เชื้อไวรัสเอดส์พบมากที่สุดในเลือด น้ำเหลือง เนื้อเยื่อต่างๆ รองลงมา คือ น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด ส่วนน้ำลาย เสมหะ น้ำนม มีปริมาณไวรัสเอดส์น้อย สำหรับเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ แทบไม่พบเลย แม้ว่าเชื้อเอดส์จะปะปนในของเหลว ที่ออกมาจากร่างกาย แต่พบว่าโอกาสแพร่โรคมีเฉพาะทางเลือด น้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอดเท่านั้น

                         

   ช่องทางการติดต่อที่สำคัญมี 3 ทาง คือ

1. การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ไม่ว่ชายกับหญิง ชายกับชาย หรือหญิงกับหญิง ล้วนมีโอกาสติดโรคนี้ได้ทั้งสิ้น และปัจจัยที่ทำให้ มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น ได้แก่ การมีแผลเปิด และจากข้อมูลของกองระบาดวิทยา พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยเอดส์ ได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์

 2. การรับเชื้อทางเลือด โอกาสติดเชื้อขึ้นกับปริมาณไวรัสในเลือด พบได้ใน 2 กรณี คือ

2.1 ใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยา ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ มักพบในกลุ่ม ผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น

2.2 รับเลือดในขณะผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด

ในปัจจุบันเลือดที่ได้รับบริจาคทุกขวด ต้องผ่านการตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ และจะปลอดภัยเกือบ 100 % (โอกาสตรวจผิด หรือเลือดมีเชื้อแต่ยังไม่ให้ผลบวก มีน้อยมาก)

3. หญิงที่ติดเชื้อเอดส์จากสามี / คู่นอนหรือจากพฤติกรรมเสี่ยงของตนเอง อัตราการติดเชื้อเอดส์ในหญิงมีครรภ์ ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 1.76 (มิถุนายน 2542) และโอกาสที่เด็กจะได้รับเชื้อจากแม่ ประมาณร้อยละ 30 ขณะนี้มีวิธีป้องกันการแพร่เชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก ได้โดยให้หญิงตั้งครรภ์ กินยา เอ-แซด-ที ในช่วงอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ไปจนคลอด ซึ่งสามารถช่วยให้ทารกปลอดภัย จากการติดเชื้อเอดส์จากแม่ได้มากกว่าร้อยละ 50

ไวรัสเอดส์ติดต่อทางอื่นๆได้หรือไม่

 การติดเชื้อทางอื่นนั้นเป็นไปได้ยาก ต้องมีปัจจัยอื่นๆ ด้วยจึงจะติดเชื้อนี้ได้ แต่โอกาสมีน้อยมาก ได้แก่

 - การใช้ของมีคมร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ทำความสะอาด / ฆ่าเชื้อ เช่น ใบมีดโกน ที่ตัดเล็บ

 - การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ติดเชื้อเอดส์ เด็กจะมีโอกาสติดเชื้อเอดส์ ประมาณ 14 %

                 - การเจาะหูโดยการใช้เข็มเจาะหู ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ทำความสะอาด / ฆ่าเชื้อ

               - การสักผิวหนัง / สักคิ้ว โดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ โดยไม่ทำความสะอาด / ฆ่าเชื้อ

วิธีการดังกล่าว เป็นการติดต่อโดยการสัมผัสกับเลือด หรือน้ำเหลืองโดยตรง โอกาสติดโรคด้วยวิธีนี้ ต้องมีแผลเปิดและปริมาณเลือด หรือน้ำเหลือง ที่เข้าไปในร่างกายต้องมีจำนวนมาก

 

ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอดส์

โรคเอดส์ไม่ติดกันได้ง่ายๆ ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อเอดส์มีหลายประการ คือ

          (1) ปริมาณเชื้อเอดส์ หากได้รับเชื้อมากโอกาสติดโรคก็มากไปด้วย เชื้อเอดส์มีมากที่สุดในเลือด รองลงมา คือ น้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด

          (2) การมีบาดแผล เพราะเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ทำให้ติดโรคได้ง่ายขึ้น

          (3) การติดเชื้ออื่นๆ ได้แก่ การเป็นกามโรคบางชนิด เช่น แผลริมอ่อน แผลเริมทำให้มีเม็ดเลือดขาว อยู่ที่แผลจำนวนมาก พร้อมจะรับเชื้อได้โดยง่าย และเป็นหนทางให้เชื้อเอดส์ เข้าสู่แผลได้ง่ายขึ้น

          (4) จำนวนครั้งของการสัมผัส การสัมผัสเชื้อโรคบ่อย จะมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นไปด้วย

          (5) สุขภาพของผู้รับเชื้อ ถ้าไปสัมผัสเชื้อเอดส์ในขณะที่ร่างกายไม่แข็งแรง ก็จะมีโอกาสรับเชื้อได้ง่ายขึ้น

 

โรคเอดส์มีกี่ระยะ

 ผู้ที่ได้รับเชื้อเอดส์ จะเกิดอาการต่างๆ ของโรค ซึ่งมี 2 ระยะ ดังนี้

          1. ระยะไม่ปรากฎอาการ [Asymptomatic stage] ผู้ติดเชื้ออาจจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ระหว่างนี้สุขภาพจะแข็งแรงเหมือนคนปกติ เลือดจะให้ผลบวกหลังรับเชื้อประมาณ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ผู้ติดเชื้อจำนวนมากจะอยู่ในระยะนี้ และไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เมื่อมีเพศสัมพันธ์ ก็อาจถ่ายทอดเชื้อเอดส์ ไปสู่คู่สัมพันธ์ได้

         2. ระยะที่มีอาการ [Symptomatic stage]

               2.1. ระยะเริ่มปรากฎอาการ [Symptomatic HIV Infection] เดิมเรียกระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ หรือ ARC [AIDS Related Complex] ปัจจุบันใช้คำใหม่เพื่อให้เข้าใจง่าย ในระยะนี้นอกจากเลือดจะให้ผลบวกแล้ว ยังอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง เช่น

               - มีเชื้อราในปากบริเวณกระพุ้งแก้ม และเพดานปาก

               - ต่อมน้ำเหลืองโต ที่บริเวณ คอ รักแร้ ขาหนีบ

               - เป็นงูสวัด หรือแผลเริมชนิดลุกลาม

               - มีอาการเรื้อรังนานเกิน 1 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น มีไข้ ท้องเสีย ผิวหนังอักเสบ น้ำหนักลด

 

               2.2. ระยะโรคเอดส์ [AIDS] ภูมิต้านทานของผู้ป่วยถูกทำลายไปมาก ทำให้เกิดการติดเชื้อโรค ที่มักไม่เป็นในคนปกติ ที่เรียกว่า  "โรคติดเชื้อฉวยโอกาส"   ซึ่งมีหลายชนิด แล้วแต่ว่าติดเชื้อชนิดใด และเกิดที่ส่วนใดของร่างกาย เช่น

               - ถ้าเป็นปอดบวมจากเชื้อ Pneumocystis Carinii จะมีไข้ ไอ หอบ

               - ถ้าเป็นเชื้อราในทางเดินอาหาร จะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก

               - ถ้าเป็นเยื้อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ Cryptococcus จะมีอาการปวดศีรษะอย่างแรง คอแข็งคลื่นไส้อาเจียน

               - บางรายอาจเป็นมะเร็ง เช่น

                    # มะเร็งหลอดเลือด [Kaposi's Sarcoma] จะมีอาการเป็นจ้ำสีม่วงแดง หรือแดงคล้ำ ตามผิวหนัง

                    # มะเร็งต่อมน้ำเหลือง [Non-Hodgekin's Lymphoma] เป็นมะเร็งของระบบน้ำเหลือง ที่มีลักษณะเป็นก้อนโต ตามต่อมน้ำเหลืองต่างๆ 

 

โรคเอดส์รักษาให้หายได้หรือไม่

                     ขณะนี้ยังไม่มียา ที่สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายได้ เป็นเพียงยับยั้ง ไม่ให้ไวรัสเอดส์เพิ่มจำนวนมากขึ้นในร่างกาย ผู้ป่วยจะมีอายุยืนยาว ไปอีกระยะหนึ่งเท่านั้น

               1. การดูแลสุขภาพด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

               ยาที่ใช้รักษาในขณะนี้ คือ AZT ,ddl ,d4T ,3TC และ Protease inhibitors [Saquinavir ,Ritonavir ,Indinavir ,Nelfinavir] ยาทั้งหมดนี้ มีฤทธิ์ยับยั้ง การเพิ่มจำนวนของไวรัสเอดส์ แต่ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปจากร่างกายได้ และมีผลข้างเคียง ได้แก่ โลหิตจาง คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ ดังนั้น การใช้ยาดังกล่าว ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

                    ส่วนวัคซีนป้องกันนั้น ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี จึงจะทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่

               2. การดูแลสุขภาพด้วยทางเลือกอื่น

                    2.1 การส่งเสริมด้านโภชนาการ ให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยการรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ อาหารเสริม อาหารจากธรรมชาติ และอาหารปลอดสารพิษ

                    2.2 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

                    2.3 การฝึกบริหารจิต ได้แก่ การปฏบัติสมาธิ การทำจิตบำบัด เพื่อให้ผู้มีปัญหาเข้าใจตัวเอง หาทางออกได้ และสามารถเผชิญกับปัญญา ได้อย่างมีสติ

                    2.4 การใช้สมุนไพรและแพทย์แผนไทย

                         2.4.1 สมุนไพรที่นำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ / ผู้ป่วยเอดส์

                            - สมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้ง การแบ่งตัวของเชื้อเอดส์ ได้แก่ มะระ ฟ้าทะลายโจร กระเทียม พลูดาว ลูกใต้ใบ เป็นต้น

                            - สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ได้แก่ เห็ดหลินจือ ฟ้าทะลายโจร โสม กระเทียม เป็นต้น

                            - สมุนไพรที่มีฤทธิ์ต่อเชื้อฉวยโอกาส ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ฝรั่ง ขมิ้น ข่า เป็นต้น

                         2.4.2 การแพทย์แผนไทย เป็นการรักษาแบบองค์รวม คือ การรักษาสมดุลของร่างกาย ของธาตุทั้งสี่

                         2.4.3 ธรรมชาติบำบัด เป็นการผสมผสานวิธีการรักษาหลายอย่าง เช่น การใช้สมุนไพร อาหารเสริม ฝังเข็ม การนวด โยคะ เพื่อฟื้นฟูความสามารถ ในการเยียวยาตนเอง

                         2.4.4 ชีวจิต เป็นการบริโภคอาหารที่เรียบง่าย ปลอดสารพิษ แต่ให้คุณค่ากับการรักษาความสงบ ทางด้านจิตใจ

 

ใครบ้างที่ควรตรวจหาเชื้อเอดส์

                    1. ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง และต้องการรู้ว่าตนเองติดเชื้อเอดส์หรือไม่

                    2. ผู้ที่ตัดสินใจจะมีคู่ หรืออยู่กินฉันท์สามีภรรยา

                    3. ผู้ที่สงสัยว่าคู่นอนของตน จะมีพฤติกรรมเสี่ยง

                    4. ผู้ที่คิดจะตั้งครรภ์ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยทั้งของแม่ และลูก

                    5. ผู้ที่ต้องการข้อมูลสนับสนุน เรื่องความปลอดภัย และสุขภาพของร่างกาย เช่น ผู้ที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศ (บางประเทศ)

         ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อเอดส์ ควรตรวจเลือดเมื่อใด

                    การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอดส์นั้น มิใช่การตรวจหาเชื้อไวรัสเอดส์ แต่เป็นการตรวจหาร่องรอยที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อต่อสู้กับโรคนั้นซึ่งเรียกว่า ภูมิต้านทาน และตรวจพบได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือน หลังจากรับเชื้อมาแล้ว หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้

                    ดังนั้นถ้าสงสัยว่าติดเชื้อเอดส์ ไม่ควรตรวจเลือดทันที เพราะเลือดอาจจะไม่ให้ผลเป็นบวก ควรตรวจภายหลังจากที่สัมผัสเชื้อแล้ว 4 สัปดาห์ขึ้นไป จะให้ผลที่แน่นอนกว่า

 

          การตรวจเลือดมีขั้นตอนอย่างไร

                    1. การตรวจขั้นต้น [Screening test] เป็นการตรวจหาภูมิต้านทานโรค ต่อเชื้อนั้น [Antiboby] ซึ่งราคาถูกมาก สะดวก รวดเร็ว มีความไวสูง และให้ผลที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า 99.5 % ถ้าหากเลือดให้ผลบวก จะต้องได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งหนึ่ง

                    2. การตรวจยืนยัน [Confirmatory test] เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ของการวินิจฉัยโรค จากการตรวจขั้นต้นว่า มีการติดเชื้อเอดส์จริงหรือไม่

 

                   คลินิกให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ

                         (คลินิกนิรนาม) คืออะไร

                    คือ คลินิกให้บริการปรึกษาทางการแพทย์ และสังคมเกี่ยวกับโรคเอดส์ และกามโรค รวมทั้งตรวจเลือด หาการติดเชื้อเอดส์โดยไม่ต้องแจ้งชื่อ และที่อยู่

 

                    คลินิกให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ

                         (คลินิกนิรนาม) บริการอะไร

                    # ให้บริการปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ และปัญหาสุขภาพทั่วไป

                    # ให้บริการปรึกษาก่อนการตรวจเลือด และหลังทราบผลเลือด

                    # ตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอดส์ และกามโรค

                    # ช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์

 

                 คลินิกให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพ

                         (คลินิกนิรนาม) สำรับใคร

                    # ผู้ที่สนใจและต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์ และกามโรค

                    # ผู้ที่กังวลว่าตัวเองติดเชื้อเอดส์หรือไม่

                    # ผู้ที่กำลังจะแต่งงานหรือมีครอบครัว

                    # ผู้ที่วางแผนจะมีบุตร

                    # ผู้ที่จะไปทำงานต่างประเทศ

                    # ผู้ติดเชื้อ / ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัว                                

 

เมื่อติดเชื้อเอดส์แล้วควรทำตัวอย่างไร

                     ผู้ติดเชื้อเอดส์ไม่ควรวิตกกังวลเกินไป ผู้ที่ยังไม่มีอาการ สามารถดำเนินชีวิตตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับผู้ที่มีอาการแล้ว ถ้าดูแลสุขภาพให้ดี ไม่มีโรคแทรกซ้อนก็จะมีชีวิตยืนยาว ไปได้อีกหลายปี และในอนาคตอาจจะมีการค้นพบยา ที่สามารถรักษาโรคเอดส์ได้

                    ข้อควรปฎิบบัติสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์

                    1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และให้สารอาหารครบถ้วน

                    2. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                    3. หากมีเพศสัมพันธ์ ต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการรับ หรือแพร่เชื้อเอดส์

                    4. งดสิ่งเสพติดทุกชนิด

                    5. งดบริจาคเลือด หรืออวัยวะ

                    6. ไม่ควรตั้งครรภ์ เพราะอาจจะถ่ายทอดเชื้อให้ลูกได้ 30 %

                    7. ทำจิตใจให้สงบ เช่น การฝึกสมาธิ

                    8. อ