ปัญหาความยากจน (Poverty)

ปัญหาความยากจน (Poverty)คือ สภาพการดำรงชีวิตของบุคคลซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และไม่สามารถจะบำบัดความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนเป็นเหตุให้บุคคลนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ต่ำกว่าระดับมาตราฐานที่สังคมวางไว้หรือสภาพการดำรงชีวิตของบุคคลที่มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ไม่สามารถจะหาสิ่งจำเป็นมาสนองความต้องการทางร่างกาย และจิตใจได้อย่างเพียงพอ จนทำให้บุคคลนั้นมีสภาพความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่สังคมวางไว้ ความยากจนขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละสังคม  ปัญหาเรื่องความยากจนเป็นปัญหาเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ดังจะเห็นได้จากคัมภีร์ไบเบิลที่เขียนไว้ว่า “For you always have the poor with you…” ปัญหาเรื่องความยากจนกำลังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศกำลังพัฒนา (developing countries) ซึ่งกล่าวว่ามีลักษณะสำคัญ ๔ ประการ คือ

           ๑. ความยากจน (Poverty)          

           ๒. โรคภัยไข้เจ็บ (Illness)

           ๓. ความไม่รู้ (Ignorance)

           ๔. ความเฉื่อยชา (Inertia)

ประสาท หลักศิลา ให้ความหมายของความยากจนว่า ความยากจนหมายถึงการขาดแคลนและไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีอยู่แก่ผู้ใดแล้วย่อมก่อให้เกิดความบกพร่อง และไม่สามารถที่จะดำรงความเป็นอยู่ในทางเศรษฐกิจของตนให้อยู่ในระดับเดียวกับคนอื่น ๆ ในหมู่หรือกลุ่มที่ตนอยู่ร่วมนั้นด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้นั้นไม่สามารถที่จะใช้ประสิทธิภาพทั้งทางร่างกายและสมองให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่

สาเหตุของปัญหาความยากจน

  1. เนื่องจากความไม่เท่าเทียมกันในความสามารถของบุคคล
  2. เนื่องจากสิ่งของและบริการต่าง ๆ มีมากขึ้น
  3. เนื่องมาจากภัยธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม โรคระบาด ฯลฯ จากการว่างงาน จากการมีบุตรมาก การศึกษาต่ำ ไม่สามารถพัฒนาอาชีพของตนได้ ความเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงาน
  4. เนื่องจากไม่สามารถทำงานตามปกติทั้งนี้เนื่องจากความเจ็บป่วยความพิการทางร่างกายและจิตใจ, ชราภาพ
  5. เนื่องมาจากการว่างงาน
  6. เนื่องมาจากการมีบุตรมาก
  7. เนื่องมาจากการศึกษาต่ำ ไม่สามารถพัฒนาอาชีพของตนได้
  8. เนื่องมาจากความเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงาน

 

ผลเสียของความยากจน
                 1. ผลเสียต่อบุคคลและครอบครัว ทำให้บุคคลสูญเสียบุคลิกภาพที่ดี ครอบครัวขาดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การดำรงชีพ ไม่สามารถจะส่งบุตรหลานเล่าเรียนได้เท่าที่ควร
                 2. เป็นภาระแก่สังคม สังคมต้องอุ้มชู ดูแลคนยากจน ทำให้ประเทศชาติไม่สามารถจะทุ่มเทการพัฒนาได้
                 3. ทำให้เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไม่มั่นคง ประเทศที่มีคนยากจนมากก็ไม่สามารถจะพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้  ส เกิดความล่าช้าในการพัฒนาประเทศ เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และความไม่มั่นคงทางสังคม เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ตามมาเช่น ปัญหาอาชญากรรม


วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมไทย
           1. ให้การศึกษาแก่ประชาชนให้ทั่วถึงและสูงขึ้น การศึกษาเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้สูงขึ้น รัฐจึงควรทุ่มเทงบประมาณในการให้การศึกษาแก่ประชาชน
           2. รัฐต้องจัดสวัสดิการที่ดีให้แก่ประชาชน ต้องจัดให้ประชาชนมีการศึกษาที่ดีและมีงานทำทุกคนเพื่อ เป็นหลักประกันของชีวิต ควรจัดให้มีการประกันสังคมโดยทั่วถึง
           3. พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเหมาะสมกับประเทศ โดยพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อส่วนรวม กระจายรายได้สู่ชนบทมากขึ้น พยายามลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยให้อยู่ในระดับเดียวกัน
           4. มีการพัฒนาสังคมให้เหมาะสม โดยเฉพาะระดับครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญต้องพัฒนาก่อนสถาบันอื่น ๆ ควรสร้างค่านิยมที่ดีให้กับเด็ก เช่น ให้มีความซื่อสัตย์ ขยัน ใฝ่ศึกษา

 พระพุทธศาสนามีหลักธรรมช่วยแก้ปัญหาความยากจนไว้ หลักธรรมนั้นให้ชื่อว่า      “ทิฎฐธัมมิกัตถประโยชน์” ประโยชน์อันพึงได้รับในปัจจุบันคือ

          ๑. อุฎฐานสัมปนา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจเลี้ยงชีวิตก็ดี ในการศึกษาเล่าเรียนก็ดี ในการทำธุระหน้าที่ของตนก็ดี

          ๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือรักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ ด้วยความหมั่นไม่ให้เป็นอันตรายก็ดี รักษาการงานของตัว ไม่ให้เสื่อมไปก็ดี

          ๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว

          ๔. สมชีวตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ ไม่ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟูมพายนัก

                                     อังคุตตรนิกาย อัฎฐกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓/๑๔๕/๒๙๔