เรื่องยาเสพติดกับสังคมไทย

 

เหตุผลที่เลือก

                ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ  มีทั้งผู้เสพ  ผู้จำหน่าย  ผู้ผลิตทั้งภายในและภายนอกประเทศ   จะเห้นได้จากคดียาเสพติดที่เพิ้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เป็นภาระต่องานด้านกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบตั้งแต่ในระดับตำรวจ  อัยการ  ศาล  ราชทัณฑ์   และการคุมประพฤติ  นำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย  การขยายงาน  ขยายอัตรากำลัง  การขอผลตอบแทนที่เพิ่มสูงขึ้น  และทำให้การดำเนินคดีด้านอื่น ๆ เกิดความล่าช้า  นอกจากนั้นยังกิอให้เกิดอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุข  การลักเล็กขโมยน้อย   กาประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพญืสิน  การพนันและอาชญากรรมต่าง ๆ

 

            ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศของรัฐบาล   และเอกชนต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากเพื่อใช้ในการป้องกันและปราบปราม  บำบัดรักษา  และฟื้นฟู  แทนที่จะนำมาใช้ในด้านอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น  เช่น  การศึกษา  การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส  เกิดปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ  รวมทั้งผลกระทบต่อทรัพยากรมนุษย์  เพราะยาเสพติดมีส่วนทำลายพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย  จิตใจ  และสมองของเด็กเยาวชนและแรงงานที่จะเป็นพลังของประเทศชาติในอนาคต  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องการความรู้และพลังปํญญาเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ

 ปัญหาหลักของเรื่องที่ศึกษา

 ปัญหายาเสพติด

สถานการณ์ยาเสพติด

            สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปผลการดำเนินการปราบปรามยาเสพติด  นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์  2546  ถึง  30 เมษายน  2546  ตามนโยบายประกาศสงครามกับยาเสพติดขึ้น “แตกหัก”  ของรัฐบาลทักษิณ  ชินวัตร  ผลปรากฏว่ามีจับกุมผู้ผลิต  423 ราย  ผู้ต้องหา  353 คน  จับกุมรายสำคัญ  1,505  ราย  ผู้ต้องหา  1,729  คน   รายย่อย  13,748  ราย  ผู้ต้องหา  14,585  คน  จับกุมผู้ต้องหาครอบครองยาบ้า  19,112  ราย  ผู้ต้องหา  19,663  คน  จับกุมผู้เสพ  19,442  ราย  ผู้ต้องหา19,653  ราย   ตั้งจุดสกัด  182,123  ครั้ง  จับกุมผู้เสพยาเสพติดได้  5,041  ราย  ผู้ต้องหา  5,322  คน  ปิดล้อมแหล่งยาบ้า  64,911   ครั้ง   ตรวจปัศสาวะ  49,718  ราย  พบปัสสาวะสีม่วง 2,679  คน  รวมผู้ต้องหาที่จับได้ทั้งหมด  54,983  ราย   จำนวนผู้ต้องหาทั้งสิ้น  55,983  คน  ยึดของกลางได้ยาบ้าทั้งหมด  13,150,335  เม็ด  และผลจากมาตรการดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ  1,600 คน

ผลสะท้อนจากนโยบายของรัฐบาล  ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากประชาชน  แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของ “การวิสามัญฆาตกรรม”   และ ”การฆ่าตัดตอน”  จากสื่อมวลชน  นักวิชาการ  และนักสิทธิมนุษยชน   อย่างรุนแรงถึงขนาดนายกทักษิณเองก็ออกมาตอบโต้ว่า “ยูเอ็น (UN)  ไม่ใช่พ่อ”  “พ่อผมชื่อเลิศ  แม่ผมชื่อยินดี” 

ปัญหายาเสพติดถึงแม้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะขจัดให้หมดไปจากแผ่นดินไทย  แต่จากข่าวทางโทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์มีให้เห็นเกือบทุกวันว่า มีการจับยาเสพติดและยึดทรัพย์อยู่เป็นประจำทุกวี่ทุกวัน  ในขณะเดียวกันก็มีการวิสามัญฆาตกรรมของเจ้าหน้าที่ทางการ และการฆ่าตัดตอนจากเจ้าหน้าที่ไม่เป็นทางการเกือบทุกรายวัน  และที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง  พบว่าเด็กและเยาวชนหันกลับมานิยมเสพกาวและสารระเหย  เพื่อทดแทนยาบ้า  เนื่องจากยาบ้าหายาก  และมีราคาแพงขึ้นถึง 3 เท่าตัว  นอกจากนี้ยังพบว่า  เด็กและเยาวชนหันไปทดลองเสพสารเสพติดใหม่ๆ  ที่กฎหมายและผู้ใหญ่อย่างเรายังตามไม่ทัน  เช่น ไนตรัสออกไซด์  หรือที่เรียกกันว่า “ดมตรัส”  และ  คิ้ว  เป็นต้น

            จะเป็นไปได้หรือ ที่ยาเสพติดจากประเทศไทยภายในวันที่ 2 ธันวาคม 2546 ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว หรือจะต้องฆ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกคน ยาเสพติดจึงจะหมดไปจากผืนแผ่นดินสยามอันร่มเย็นเมื่อในอดีต

            ปัจจุบันเยาวชนที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด ส่วนมากมาจากสาเหตุหลายประการ

            ที่เกิดจากตัวเยาวชนเอง เช่น

            -ความอยากรู้ อยากทดลอง ความคึกคะนองของเยาวชน

            -ความต้องการให้เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนหรือเข้ากับเพื่อนได้

            -ความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเยาวชนใช้ยาในทางที่ผิดหรือหลงเชื่อคำโฆษณา

                -จิตใจของเยาวชนเอง จิตใจอ่อนแอ ใจคอไม่หนักแน่น เมื่อมีปัญหาไม่สมหวัง ไม่ไตร่ตรอง หาเหตุผลเพื่อแก้ปัญหา ก็ใช้ยาหรือยาเสพติดเป็นเครื่องมือช่วยระงับความรู้สึกทุกข์ของตน และใช้บ่อยทำให้เกิดการเสพติด

ฉะนั้นการป้องกันและแก้ไขตนเองของเยาวชนให้ปลอดภัยจากสิ่งเสพติดสามารถกระทำได้โดย

  1. ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด และระมัดระวังในการใช้ยา
  2. รู้จักเลือกคบเพื่อนที่ดี ส่งเสริมให้คิดและกระทำสิ่งดีมีประโยนชน์ กล้าพูดกล้าปฏิเสธเพื่อนที่ชักจูงไปในทางที่ไม่ดี เช่นการพูดปฏิเสธเพื่อนที่ชวนไปลองยาเสพติด
  3. ใช้เวลาว่างและความอยากรู้ อยากลอง ไปในทางที่เป็นประโยชน์พึงระลึกเสมอว่าตนเองนั้นมีคุณค่าทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
  4. มีความภาคภูมิใจและนับถือตนเอง ด้วยการไม่พึ่งพาหรือเกี่ยวข้องอบายมุขและสิ่งเสพติดใดๆ ซึ่งจะนำคความเสื่อมไปสู่ชีวิตของตนเอง
  5. รู้จักแก้ไขปัญหาชีวิตของตนเองด้วยเหตุและผล
  6. รู้จักบทบาทหน้าที่ของงตนเอง ด้วยการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และประพฤติแต่สิ่งที่ดีงาม จะช่วยให้เยาวชนประสบกับความสำเร็จในชีวิต
  7. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส เข้าใจวิธีการดำเนินชีวิต และยอมรับความเป็นจริงที่ตนเองเป็นอยู่ โดยนำหลักศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจะช่วยให้เยาวชนเกิดความมั่นคงทางด้านจิตใจมากขึ้น
  8. เมื่อมีปัญหารู้จักปรึกษาผู้ใหญ่ พ่อแม่ หรือผู้ที่ไว้วางหรือหน่วยงานต่างๆ ที่รับให้คำปรึกษา ในฐานะที่เยาวชนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว จึงควรมีส่วนช่วยพ่อแม่ผู้ปกครอง

 ปัญหายาเสพติดของวัยรุ่น

ยาเสพติดเป็นปัญหาสังคมที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจังและอย่างจริงใจ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าท่านเป็นวัยรุ่นที่เลือกหัวข้อนี้ขอบอกทันทีเลยว่า ท่านคือส่วนที่ สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาไม่มีใครที่ติดยาเสพติดโดยที่ตนเองไม่ยินยอมที่จะ เสพ เพราะฉะนั้นคำว่า ไม่เริ่ม...ไม่ต้องเลิก ท่านต้องจำ 5 คำนี้ให้ดี คาถาปัองกันปัญหายาเสพติด
ท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดี ดังนั้นท่านต้องหัดปฏิเสธ ท่านต้องเจ้าเล่ห์เพทุบาย  ในการหลบหลีกเลี่ยง การลองยาเสพติด ที่เพื่อนรักของท่านนำมาให้หรือชักจูงท่าน  ด้วยเหตุผล ต่างๆ นาๆ ท่านสามารถ ที่จะบอกว่าท่านมีอาการแพ้สิ่งนั้นอย่างรุนแรง  ท่านมีปอดและระบบ ทางเดินหายใจไม่ดี เสพที่ใด ไอจามทุกที นอนไม่หลับ สารพัดเหตุผลที่ท่านสามารถนำขึ้นมาพูด
กับเพื่อนที่แสนที่จะไม่หวังดีต่อท่าน ถ้าท่านตั้งมั่นในดวงใจอยู่เสมอว่าชั่วชีวิตนี้ท่านจะม่ยอม  ติดยาเสพติดเป็นอันขาด

           ในโลกนี้มีสิ่งที่งดงามสนุกสนานอีกมากมาย ที่ท่านสามารถกระทำได้ โดยไม่ก่อให้เกิด การบั่นทอน สุขภาพร่างกาย และจิตใจของท่าน ท่านทราบดีอยู่แล้วถึงพิษภัยของของยาเสพติด เอ๊ะแล้วทำไมเพื่อนรักของท่านมาชวนท่านเสพยาเสพติด เพื่อนหวังดีกับท่านจริงหรือเพื่อนมี อะไรซ่อนเร้นอยู่ในใจหรือเปล่า เพื่อนเป็นตัวอย่างที่ดีที่ท่านควรทำตามหรือไม่ เพื่อนอยู่ในวงจร อุบาทว์ ที่ท่านควรคิดช่วยเขา แทนที่เพื่อนจะมาชวนท่านเสพ แล้วฉุดท่านเข้าไปอยู่ในวงจร
อุบาทว์นั้นด้วย มันถูกต้องหรือนี่ การเล่นกีฬา เล่นดนตรี ร้องรำทำเพลง เที่ยวเตร่เพื่อความ   สนุกสนาน วาดรูป เล่นเกมส์ต่างๆ ท่องเที่ยวไปในโลกของอินเตอร์เนตในคอมพิวเตอร์ และ กิจกรรมอีกมากมาย ที่จะนำ ความสุขมาสู่ตัวท่าน ท่านต้องรักตัวท่าน ท่านต้องไม่ทำให้คุณพ่อ คุณแม่หรือผู้ปกครองของท่านเสียใจ โปรดเชื่อเถิดว่า เสพยาเสพติดไม่นานเกิน 1 ปีหรอก ร่างกายของท่านจะตกอยู่ ในสภาพที่ย่ำแย่ การบำบัดรักษาให้เลิกยาเสพติด เป็นไปด้วยความยาก ลำบาก ถ้าท่านอยู่ในภาวะที่เศร้าโศกเสียใจ และ ยังแก้ปัญหาในขณะนี้ไม่ได้ ยาเสพติด ไม่ใช่  วิธีแก้ปัญหาของท่านอย่างแน่นอน ขอให้คิดให้ดีและขอ ให้ท่านโชคดีแก้ปัญหาให้ได้

สาเหตุของปัญหายาเสพติด

 

สภาพแวดล้อม

            สภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวยา และจิตใจของบุคคลในการที่ทำให้เกิดปัญหายาเสพติดขึ้น พอจะกล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นสาเหตุของปํญหายาเสพติดได้ดังนี้

            1.เพื่อน

            ผู้ที่ใช้และเสพยาเสพติดส่วนใหญ่รู้จักยาจากเพื่อน ใช้ยาครั้งแรกที่บ้านเพื่อน และเป็นผู้ที่มักจะหันไปปรึกษาเพื่อนเมื่อมีปัญหาเพื่อนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการชักนำผู้หนึ่งผู้ใดไปใช้ยาเสพติด  ย่อมเป็นทางนำให้บุคคลที่มีบุคลิกภาพอ่อนแอหรือขาดภูมิคุ้มกันอยู่แล้วหันไปใช้และติดยาได้

            2,สภาพสังคมที่เป็นสื่อชักนำให้ใช้ยาเสพติด

            การที่เยาวชนมีเวลาว่างและไม่มีสิ่งใดที่เพลิดเพลินและพอใจให้ทำในเวลาว่าง  ทำให้เยาวชนไปมั่วสุมกันในที่ต่าง ๆ เป็นก๊วนหรือแก๊งขึ้น และชักจูงกันไปทำในสิ่งต่าง ๆ ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ดีอยู่ร่วมในกลุ่ม ก็อาจชักนำไปในทางอบายมุกต่าง ๆ เช่น การพนัน การมั่วสุมทางเพศ ตลอดจนการใช่บุหรี่ เหล้า และยาเสพติดต่าง ๆ

            ผู้ที่เคยใช้หรือติดยาเสพติด เป็นผู้ที่รู้แหล่งที่อาจหายาเสพติดได้ ย่อมซักนำเพื่อนไปใช้ยาเสพติดได้บางคนอาจชักนำไปเพื่อตนเองได้ทีส่วนได้รับยาเสพติดด้วย

            3.การมียาหาได้ง่าย

            ในสังคมที่ยาเสพติดหาได้ง่าย โอกาสที่จะหันไปใช้และติดยาเสพติดก็มีมากขึ้น ยาบางอย่างเป็นยาที่ใช้ในทางการแพทย์อยู่ และการผลิตจากโรงงานเภสัชกรรมหรือนำเข้ามาในประเทศเพื่อเป็นยารักษาโรค แล้วมีขายอยู่ตามร้านขายยาทั่วไป อาจมีผู้นำไปใช้เป็นยาเสพติดได้ มาตรการในการควบคุมยารักษาโรคที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาเสพติด จึงมีความสำคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติด

            ยาบางอย่างที่มีโทษร้ายแรง และกฎหมายห้ามการผลิต หรือการค้า หากมีคความต้องการอยู่ ราคาย่อมสูง และผู้ที่ลักลอบผลิตหรือสินค้าที่มีกำไรสูง ทำให้มีผู้ปรกอบอาชญากรรมด้านการเสพติดหรือค้ายาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการรักษากฏหมายด้วย ในสภาพแวดล้อมบางแห่งมีการลักลอบค้ายาเสพติดกันมาก ยานั้นก็หาได้ง่ายมีผลทำให้เกิดปัญหายาเสพติดรุนแรงและกว้างขวางขึ้น

                4.สภาพแวดล้อมที่มีความกดดันต่อจิตใจ

            ความกดดันต่อจิตใจจากสภาพแวดล้อม จะเป็นแรงดันให้เยาวชนหันไปใช้ยาเสพติดเป็นทางออกหรือทางหนี สภาพในครอบครัวย่อมเป็นเหตุของความกดดันของเด็กได้ เช่น เด็กที่ไม่มีความสุขที่บ้าน พ่อแม่แตกแยกกัน พ่อหรือแม่เป็นผู้มีบุคลิกภาพหรืออุปนิสัยไม่ดี ติดสุราหรือยาเสพติด เด็กที่ขาดความรัก เป็นต้น

            ความกดดันทางเศรษฐกิจ สังคม ก็เป็นปัญหาสำคัญ ชุมชนที่เศรษฐกิจไม่ดีมีความยากจนมาก มีผู้ที่ติดยาเสพติดมาก ผู้ที่ติดยาในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในบริเวณชุมชนแออัด หรือบริเวณใกล้เคียงความลำบากในการดำรงชีพ และการขาดความหวังสำหรับอนาคต อาจผลักดันให้คนบางคนหันไปใช้ยาเสพติด

            5.สภาพแวดล้อมขาดการชักจูงไปในทางที่ดี

            ในสภาพสังคมที่เสื่อม มีประชากรมาก แต่มีเครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ขาดแคลน ต้องแย่งกันใช้ ผู้คนต้องวุ่นวายอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการดำเนินงานในระยะยาว ความหวังสำหรับอนาคตรางเลือนไป เยาวชนก็ขาดการแนะนำชักจูงไปในทางที่ดีในทางที่เสริมสร้างกิจกรรมด้านเสริมสร้างมีน้อย เยาวชนจึงหันไปใช้เวลาว่างไปในทางเสื่อม ตลออดจนไปใช้ยาเสพติด

 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ติดยาเสพติด

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น คือ
          1. จากการถูกชักชวน    การถูกชักชวนนี้อาจจะเกิดจากเพื่อนสนิทที่กำลังติดยาอยู่และ
อยากจะให้เพื่อนลองบ้าง ปัญหานี้มักจะเกิดกับเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัวขาดความอบอุ่น ใจแตก เอาเพื่อนเป็นที่พึ่งนอกจากนี้ผู้ที่อยู่ในแหล่งที่มีการซื้อขายยาเสพติด  ก็อาจจะได้รับการ ชักจูง  คุณภาพของยาเสพติดว่าดีต่าง ๆ นานา เช่น อาจจะบอกว่า เมื่อเสพแล้วจะทำให้ปลอด โปร่ง  เหมาะแก่การเรียนการทำงาน การชักจูงดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นในขณะที่ผู้ถูกชักจูง กำลังมึนเมา สุราเที่ยวแตร่กัน จึงทำให้เกิดการติดยาได้

           2. จากการอยากทดลอง อยากรู้อยากเห็น อยากจะรู้รสชาติ อยากสัมผัส โดยคิดว่า
คงจะไม่ติดง่าย ๆ แต่เมื่อ ทดลอง เสพเข้าไปแล้วมักจะติด เพราะยาเสพติดในปัจจุบัน เช่น เฮโรอีน จะติดง่ายมาก แม้เสพเพียงครั้งหรือสอง ครั้ ก็จะติดแล้ว

            3. จากการถูกหลอกลวง ยาเสพติดมีรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ผู้ถูกหลอกลวงไม่ทราบว่า
สิ่งที่ ตนได้กินเข้าไปนั้น เป็นยาเสพติดให้โทษร้ายแรง คิดว่าเป็นยาธรรมดาไม่มีพิษร้ายแรง  อะไรตามที่ผู้หลอกลวงแนะนำผลสุดท้าย กลายเป็นผู้ติดยาเสพติดไป

            4. เหตุทางกาย ความเจ็บป่วยทางกาย เช่น ต้องถูกผ่าตัดหรือเป็นโรคปวดศีรษะ เป็นหืด เป็นโรคประสาทได้รับ ความทรมานทางกายมากผู้ป่วยต้องการบรรเทา พยายามช่วยตัว
เองมานานแต่ก็ไม่หาย จึงหันเข้าหายาเสพติด จนติดยาในที่สุด

              5. จากความคึกคะนอง บุคคลประเภทนี้คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งอยากลองซึ่งรู้แก่ใจว่า
ยาเสพติดให้โทษเป็นสิ่งไม่ดีแต่ด้วยความที่คึกคะนองเป็นวัยรุ่นไม่เกรงกลัวอะไร ต้องการแสดง   ความเด่นดังอวดเพื่อนว่าข้านี้คือพระเอก ขาดความยั้งคิดจึงเสพยา เสพติดและติดยาในที่สุด

               6. จากสิ่งแวดล้อม เช่น สถานที่อยู่อาศัยแออัด เป็นแหล่งสลัม หรือเป็นแหล่งที่มี
การเสพและค้ายาเสพติด ภาวะ ทางเศรษฐกิจบีบคั้นจิตใจ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอิทธิพล เหนือ   จิตใจผลักดันให้ผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว บางคนหันมาพึ่งยาเสพติดโดยคิดว่าจะช่วย ให้ตนเองหลุดพ้นจากสภาพต่าง ๆ ที่คับข้องใจเหล่านั้นได้

สาเหตุของปัญหายาเสพติด

ปัญหายาเสพย์ติดเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อน มีปัจจัยที่เป็นสาเหตุอยู่หลายประการ ซึ่งเกี่ยวโยงประกอบกัน อาจแยกพิจารณาได้เป็น 3 ด้านคือ ตัวยา บุคคล และการใช้ยา ตลอดจนสภาพแวดล้อม รวมทั้งสังคม ตัวยา

สารที่ปรากฏในธรรมชาติก็ดี หรือที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นก็ดี บางอย่างจะมีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้ที่ใช้แล้วไม่ประสงค์ไปใช้อีก และบางอย่างก็ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเฉยๆ ใช้ก็ได้ไม่ใช้ก็ได้ แต่ก็มีสารบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้ใช้ชอบกลับไปใช้อีก หรือใช้บ่อย ๆ จนติดได้ตัวยาจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในปัญหายาเสพย์ติดบุคคลและการใช้ยา

หากพิจารณาในแง่บุคคลที่สัมพันธ์กับยาเสพย์ติดแล้วจะเห็นว่า ในสภาพแวดล้อมที่มียาอยู่หรือหายาได้ง่ายนั้น จะมีบุคคลที่มีประสบการณ์การใช้ยาแตกต่างกันได้มาก พอจะจำแนกได้ดังนี้

๑. ผู้ที่ไม่ใช้เลย บุคคลเหล่านี้สามารถรักษาตนเองได้ ไม่สนใจที่จะไปลองหรือใช้ยาเปรียบได้กับผู้ที่ได้รับเชื้อโรคแล้วไม่เป็นโรค นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันดี

๒. ผู้ลองใช้ยา บุคคลเหลานี้ชอบลอง แต่ใช้ไปครั้งเดียว หรือไม่กี่ครั้งแล้วก็เลิกได้

๓. ผู้ใช้ยาเป็นครั้งคราว บุคคลเหล่านี้ชอบใช้ยา และมีโอกาสหรือสภาพแวดล้อมชักจูงให้ไปใช้ยาเป็นระยะ ๆ แต่เว้นระยะห่างจนยังไม่เกิดสภาพติดยา มักจะเป็นการใช้ยาเพื่อเข้าในสังคม หรือหมู่เพื่อนฝูงที่ชอบใช้ด้วยกัน

๔. ผู้ใช้ยาเป็นประจำหรือผู้ที่ติดยา บุคคลเหล่านี้ใช้ยาเป็นประจำ จนมีสภาพของการติดยา คือ มีอาการร่างกายหรือจิตใจขึ้นกับยาและอาการด้านยา บุคคลประเภทนี้มีบุคลิกภาพที่มีแนวโน้มที่จะติดยาได้ง่าย หรือพูดอีกนัยหนึ่งได้ว่า ขาดภูมิคุ้มกันต่ออาการติดยา