การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความคิดความสามารถ รวมทั้งพฤติกรรม เจตคติ ค่านิยม และคุณธรรม ของบุคคล คุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวเป็นปัจจัยและพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ยิ่งสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร หรือ เทคโนโลยีอื่นๆ และการแข่งขั้นอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจอย่างไม่เคยมีมาในอดีต คุณภาพของประชากรยิ่งทวี ความสำคัญ มากขึ้น ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา ที่เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคุณภาพประชากร หลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยได้ทุ่มเทกำลังทั้งในแง่ความคิด และทรัพยากรของประเทศที่จะปฏิรูปหรือพัฒนาการศึกษาของประเทศ

            ประเด็นสำคัญในการจัดการศึกษาของไทยคือ สังคมได้ลงทุนเพื่อการศึกษาจำนวนไม่น้อย แต่ถ้า ประชากรที่เข้ารับ การศึกษาไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือได้ มาตรฐานความต้องการที่จะพัฒนา คุณภาพชีวิต คนไทยก็จะไม่บรรลุ สาเหตุ ที่สำคัญประการหนึ่ง คือการจัดการศึกษาของไทยที่ผ่านมา ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องของการประเมินคุณภาพ และมาตรฐาน การศึกษาอย่างเพียงพอ

            กรมสามัญศึกษาได้ประกาศโครงสร้างของระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ระบบการควบคุม คุณภาพ การศึกษา ระบบการตรวจสอบ ทบทวนและ ปรับปรุงคุณภาพการศึกษา ในระบบการควบคุมคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วย การกำหนดมาตรฐานการศึกษาและการพัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานการ ศึกษาการดำเนินการของโรงเรียน จำเป็นต้องมีข้อมูล สารสนเทศพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียน ความต้องการของชุมชน ศักยภาพของโรงเรียน ตลอดจนแผนพัฒนา แนวนโยบาย และแนวทางการพัฒนาด้านต่างๆ ของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถกำหนดมาตรฐาน ของโรงเรียนได้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ศักยภาพของโรงเรียนและมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ และสามารถดำเนินงานพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานการ ศึกษาที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระบบการตรวจสอบทบทวนและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา โรงเรียนจำเป็นต้องมีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับปัจจัย ในการดำเนินงานของโรงเรียน กระบวนการบริหารจัดการของ โรงเรียน และผลที่เกิดจาก การบริหารจัดการ อันได้แก่ คุณลักษณะของผู้เรียน จึงจะเอื้อต่อการประเมินภายในทั้งที่โรงเรียนดำเนินการเองและการดำเนินการจากหน่วยต้นสังกัดตลอด จนข้อมูลสารสนเทศที่แสดงถึงจุดเด่น และจุดที่ต้องการการพัฒนาของโรงเรียนอันเป็นผลจากการประเมินภายใน จะนำไปสู่ การส่งเสริมคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานอีกด้วย ในส่วนของระบบการประเมินและรับรองคุณภาพการศึกษานั้น โรงเรียนจำเป็นต้องมีสารสนเทศทั้งส่วนที่แสดง ถึงบริบทของโรงเรียน ปัจจัยในการดำเนินงานของโรงเรียน กระบวนการในการบริหารจัดการโรงเรียน และผลผลิตคือ คุณลักษณะของผู้เรียน จึงจะช่วยให้การประเมินคุณภาพทั้งระบบของโรงเรียนเพื่อการให้การรับรองคุณภาพของ โรงเรียนเป็นไปโดยสะดวกราบรื่น ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ในทุกขั้นตอนของระบบประกันคุณภาพการศึกษา จำเป็นต้องใช้ ข้อมูลสารสนเทศทั้งสิ้น การนำ IT หรือ ICT เข้ามาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่มีอยู่ และปัจจุบัน โรงเรียนจำนวนไม่น้อยที่มีขีดความสามารถที่จะทำได้ท่านจะเริ่มต้นอย่างไร ประการที่ 1 กำหนดจุดประสงค์การนำคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารเข้ามาใช้ในโรงเรียน ควรจะกำหนดจุดประสงค์ไว้ 3 ประการ 1. เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้านต่าง ๆ สำหรับ นักเรียน และ ครู 2. เพื่อการบริหารจัดการในโรงเรียน (ระบบบริหารทั่วไป) 3. เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้รายวิชาต่าง ๆ ประการที่ 2 สร้างความเข้าใจแก่บุคลากรทุกระดับ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน วัฒนธรรมการทำงาน ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ บุคลากรต้องพัฒนาทั้งทักษะทางเทคโนโลยี และพัฒนาความคิด วิเคราะห์ให้เข้าใจในกระบวนการทำงานทางเทคโนโลยี ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบ วิธีการทำงาน ให้สอดคล้องกับวิธีทางเทคโนโลยี ต้องพัฒนาตนเอง การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามามีบทบาทในการปฏิบัติงานในโรงเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสื่อสารประชาสัมพันธ์ จนอาจกล่าวได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนในประเทศไทย ในทุกระดับ ความจริงแล้วคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” มิได้หมายถึงเฉพาะคอมพิวเตอร์เท่านั้น ดังจะเห็นได้จากคำจำกัดความของคำว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” (Infornation Technology )หมายถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดกระทำข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูลให้ได้มาซึ่ง สารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์และใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้น การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสนเทศในโรงเรียนนั้น ควรคำนึงถึง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และให้เป็นประโยชน์สูงสุด ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นในระบบการศึกษาอาจแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ 2. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน 1. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ สถานศึกษาหรือโรงเรียนควรมีแนวทางในการดำเนินการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศในอันที่จะก่อให้เกิดการตัดสินใจแก้ปัญหาในทางที่ถูกต้อง สามารถกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการที่มีข้อมูลสารสนเทศสนับสนุนมากกว่าการคาดเดา ข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสองส่วนด้วยกันคือ 1.1 ด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ส่วนนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานของพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเป็นระบบเครือข่ายจะสามารถทำให้การจัดการข้อมูลในแต่ละส่วนของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบต้องสามารถถ่ายโอนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์แม่ข่ายได้ การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนนั้น จัดทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาพความพร้อมและงบประมาณ ดังนั้นโรงเรียนควรมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องระบบเครือข่ายเพื่อให้คำปรึกษาหรือจัดวางระบบให้ได้มาตรฐาน และรองรับการขยายตัวของระบบเครือข่ายในอนาคต 1.2 ด้านซอฟท์แวร์ สำหรับบริหารจัดการข้อมูล ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับระบบ เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่ดี แต่ถ้าไม่มีซอฟท์แวร์สำหรับบริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้ระบบสารสนเทศในโรงเรียนไม่เป็นไปตามความคาดหวัง จะไม่มีข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในการตัดสินใจแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซอฟท์แวร์ หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารงานที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้ 1.2.1 ควรเป็นโปรแกรมที่มีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกฝ่ายงาน ผ่านระบบเครือข่าย 1.2.2 ควรเป็นโปรแกรมที่สามารถประมวลผลข้อมูลใหม่ได้ทันทีที่ต้องการ (Real Time) 1.2.3 ควรเป็นโปรแกรมที่สามารถนำข้อมูลของแต่ละฝ่ายงานมาประมวลผลเป็น สารสนเทศที่เอื้ออำนวยต่อการบริหารงานในโรงเรียน 1.2.4 ควรเป็นโปรแกรมที่มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลตามลำดับชั้นของผู้รับผิดชอบ ฐานข้อมูลที่โรงเรียนควรต้องดำเนินการจัดเก็บเป็นข้อมูลกลางที่ฝ่ายต่าง ๆ สามารถเรียกใช้ผ่านระบบเครือข่าย ควรมีข้อมูลต่อไปนี้ ก. ข้อมูลนักเรียน ข. ข้อมูลบุคลากร ค. ข้อมูลแผนงาน/โครงการ สารสนเทศพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบริหารงาน ก. สารสนเทศเกี่ยวกับตัวนักเรียน เช่น - สารสนเทศเกี่ยวสภาพครอบครัว - สารสนเทศเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย - สารสนเทศเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน - ฯลฯ ข. สารสนเทศเกี่ยวกับบุคลากร - สารสนเทศเกี่ยวกับประวัติบุคลากร - สารสนเทศเกี่ยวกับความชำนาญการ และเชี่ยวชาญ - สารสนเทศเกี่ยวกับการฝึกอบรม - ฯลฯ ค. สารสนเทศเกี่ยวกับงานแผนงาน โครงการต่าง ๆ - สารสนเทศเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ - สารสนเทศเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ - สารสนเทศเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของงาน โครงการ นอกจากนี้โรงเรียนอาจจัดระบบข้อมูลอื่น ๆ ตามความจำเป็น ให้สามารถตอบโจทย์ได้ว่าโรงเรียนได้ดำเนินการให้บรรลุผลตามจุดประสงค์ ปรัชญา และวิสัยทัศน์ของโรงเรียนมากน้อยเพียงใด 2. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอนนี้ ต้องอาศัยนโยบายด้าน ICT ของโรงเรียน เพราะการนำเทคโนโลยีมาเพื่อการเรียนการสอนนั้นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง โดยโรงเรียนต้องดำเนินการให้มีวัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อการใช้งานในอัตราส่วนที่เหมาะสมและสะดวกในการใช้งาน กระจายสู่ห้องเรียน มากกว่ารวมอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง และเน้นการใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และ สื่ออีเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้ 2.1 ด้านอุปกรณ์ (Hard ware)โรงเรียนจำเป็นต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ให้พอเพียงต่อการใช้งาน และกระจายลงสู่ห้องเรียน มากกว่ากระจุกอยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง ซึ่งจะเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสใช้อุปกรณ์เพื่อนำเสนอผลงาน และศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ได้สะดวกและรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ควรจัดให้มีในห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์) ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา (ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ) ห้องปฏิบัติการศูนย์การเรียนรู้ ห้องสมุดสำหรับสืบค้นข้อมูล และใช้สื่อประเภทต่าง ๆ ห้องเรียนอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน 2.2 ด้านสื่อการเรียนการสอน (Soft ware) โรงเรียนจำเป็นต้องจัดหาสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและสนับสนุนให้ครูใช้สื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาบทเรียนที่สอน โดยจัดเป็นศูนย์บริการสื่อการเรียนการสอน ซึ่งสื่อด้านอีเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ เช่น สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สื่อประเภทสารคดี สื่อประเภทสถานการณ์จำลอง สื่อประเภทฝึกทักษะต่าง ๆ 2.3 ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเลือกใช้สื่อให้เหมาะสม การผลิตสื่อการเรียนการสอนด้วยตนเอง ส่งเสริมให้มีการวิจัย วิเคราะห์ การใช้สื่อประเภทต่าง ๆ

แหล่งอ้างอิง: การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน. [Online] Available: http://gotoknow.org/blog/jongpop/121138 Accessed [12/12/2552] ทำไมต้องจัดระบบสารสนเทศในโรงเรียน. [Online] Available: http://www.st.ac.th/quality/inform_2.php Accessed [12/12/2552] เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน.[Online] Available: http://www.sing-area.net/mangmoom/modules.php?name=News&file=article&sid=361 Accessed [12/12/2552]