ปีใหม่จีนตามจันทรคติโบราณ
 

ประเพณีวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่จีน เป็นประเพณีที่สืบทอดจากปฺฏิทินตามจันทรคติของจีน ซึ่งถือเป็นวันแรกของปีหรือวันแรกของเริ่มต้นฤดู-ใบไม้ผลิ คนจีนจะนับวันแรกที่พระจันทร์ปรากฏ  ในปีใหม่คนจีนแต่โบราณนับวันปฏิทินตามจันทรคติในหนึ่งเดือนจะมี 29.5 วัน ฉะนั้นเมื่อเทีบบกับปฏิทินทางสุริยะคติจะแตกต่างกันในด้านจำนวนวัน คนจีนจึงกำหนดให้มีเดือนพิเศษขึ้นมาอีกหนึ่งเดือนในบางปี  (เจ็ดปีใน19 รอบปี)  จะมีเดือนแปดถึง 2 ครั้งซึ่งเทียบกับปฏิทินสุริยะคติก็คือ การเพิ่มวันที่ 29 ใน
เดือนกุมภาพันธ์ทุก ๆ 4 ปี

 การฉลองตรุษของคนจีน ในคืนก่อนวันตรุษจีนคนจีนถือเป็นวันครอบครัวญาติพี่น้องที่อยู่แดนไกลจะถือเอาวันนี้กลับมาพบปะสังสรรค์กัน และจะไหว้เจ้า ไหว้ฟ้าดิน รวมถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากคนจีนถือว่าผู้ล่วงลับไปแลัวจะคอยอยู่ปกป้องครอบครัวให้มีความเจริญผาสุข รวมถึงนำโชคลาภสู่สมาชิกในครอบครัวด้วย อาหารมื้อค่ำนั้นจะเป็นมื้อสำคัญและมื้อใหญ่ประกอบด้วยหมูเห็ดเป็ดไก่และที่ขาดเสียไม่ได้คือปลา “ปลา”   ในภาษาจีนคือ 鱼 ซึ่งออกเสียง
เหมือนกับคำว่า余 ซึ่งแปลว่ามีเหลือ มันเสมือนกันการอวยพรให้มีกินมีใช้ และเงินทองเหลือใช้ทุกปี

กิจกรรมในวันตรุษจีน

ในวันแรกของปีชิวอิด(ภาษาแต้จิ๋ว)หรือชูอี (初一) เป็นวันอวยพรเยี่ยมญาติ ซองแดงหรือ 红包 จะมอบให้กับผู้น้อยโดยผู้อาวุโส และจากผู้ที่แต่งงานแล้วให้กับคนที่ยังโสด (สำหรับคู่แต่งงานปีแรกจะให้ซองเป็นคู่ทั้งสามีและภรรยา  แต่สำหรับปีต่อ ๆ ไปก็ให้เป็นซองเดี่ยวตามปรกติ)พร้อมกับคำอวยพร 恭喜发财 หรือกงฮี้ฮวดใช้ สำหรับเงินที่ใส่ในซองแดงนั้น มักนิยมใส่จำนวนเงินเป็นเลขคู่ เช่น 20 บาท เป็นต้น สำหรับกิจกรรมที่คึกคักในวันนี้คือ การเชิดสิงห์โตหรือเชิดมังกรพร้อมกับจุดประทัด
เป็นการต้อนรับเทวดา
ในวันที่สอง จะเป็นการเยี่ยมบ้านพ่อตาแม่ยายสำหรับคู่แต่งงาน  ในวันที่ 15 ซึ่งเป็นวันแรกที่เห็นพระจันทร์เต็มดวง ตามประเพณีจีนดั้งเดิมชาวบ้านจะพากันแขวงโคมไฟหลากสี  และต่างก็ออกมาชื่นชมและทายความหมายของคำที่เขียนบนโคมไฟกัน  และในคืนนั้นจะมีการทำขนมหวาน 元宵 เพื่อสื่อความหมายความกลมเกลียวสามัคคี

ข้อห้ามในวันตรุษจีน
สิ่งสำคัญคือใครมีหนี้ให้ชำระคืนเสีย  และห้ามหยิบยืมกันในวันตรุษจีนมิฉะนั้นจะต้องติดหนี้ไปตลอดปี ห้ามพูดปด ห้ามพูดคำหรือคำพ้องเสียงที่ไม่เป็นมงคล คำพ้องเสียงที่ไม่เป็นมงคลเช่นคำว่า”สี่”ซึ่งจะพ้องเสียง กับคำว่า ”ซี่” ซึ่งมีความหมายว่าตาย หรือในภาษาจีนกลางคำว่าซื่อ(四)กับคำว่า สื่อ (死) ฉะนั้นเรื่องผี ๆ ยิ่งเป็นสิ่งต้องห้าม
ของมีคม เช่นมีด กรรไกรเป็นสิ่งที่ต้องห้ามเช่นกัน เพราะเชื่อกันว่าจะตัดโชคลาภให้ขาดหายไป ถึงแม้สิ่งเหล่านี้เป็นประเพณีที่ปฏิบัติมาแต่โบราณ  และคนรุ่นใหม่ส่วน-
ใหญ่ก็ไม่เชื่อกันแล้ว แต่ก็ยังมีชาวจีนอีกจำนวนมากที่ยังยึดถือปฏิบัติต่อไป เนื่องจากต้องการสืบทอดประเพณีโบราณนี้ต่อ ๆ ไป ชั่วลูกชั่วหลาน

การประดับบ้านในวันตรุษจีน
ชาวจีนจะทำความสะอาดบ้านช่องก่อนถึงวันตรุษจีน และในวันปีใหม่จะไม่มีการปัดกวาดอีก เนื่องจากตามความเชื่อโบราณว่า จะเป็นการกวาดโ่ชคลาภออกจากบ้าน หลังวันปีใหม่แล้วถึงกวาดได้ แต่ต้องกวาดจากหน้าบ้านเข้าด้านใน และเก็บกองขยะไว้มุมห้อง จะนำออกไปทิ้งได้ต้องวันที่ 5 ของปีใหม่แล้ว 
ในห้องรับแขกจะนิยมนำเอาช่องดอกไม้ใส่ในเจกัน ผลส้มถาดใส่ผลไม้
แห้งรสหวานแปดชนิด สำหรับหน้าประตูจะติดคำอวยพรคู่ที่เขียนบนกระดาษสีแดงหรือที่เรียกว่าตุ้ยเหลียน (对联)  สำหรับตรงประตูจะติดตัวอักษรจีนว่า ฟ ุ(福) หรือโชคลาภ ถ้าใครที่อ่านภาษาจีนออกจะสังเกตว่า เขาจะติดตัวฟุหัวทิ่มลง อันนี้อีกเช่นกันเป็นการเล่นคำพ้องเสียง เนื่องจาก”กลับหัว”ในภาษาจีนคือต่าวหรือต้าว 倒 ซึ่งจะไปพ้องเสียงกับคำว่า ต้าว 到 ซึ่งแปลว่ามาถึง ฉะนั้นการเอาคำว่าฟุติดหัวทิ่มจึงหมายถึงโชค-ลาภมาเยือนนั่นเอง 
ส่วนในบริเวณขอบประตู หน้าต่าง กระจก เป็นต้น  จะติดกระดาษที่เป็นศิลปะการตัดกระดาษซึ่งตัดเป็นรูปต่าง ๆ สื่อในทางเป็นมงคล

อาหารมงคลสำหรับวันตรุษจีน
1. ไก่ต้ม ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึงมีหัว ตัว ขา ปีก  มีความหมายถึงความสมบูรณ์
2. ปลา หมายถึงการมีเหลือกินเหลือใช้
3. บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือฉางโซ่วเมี่ยน (长寿面) ตามชื่อหมายถึงอายุยืนยาว
4. เม็ดบัว หมายถึงการมีบุตรชายจำนวนมาก
5. ถั่วตัด หมายถึงแท่งเงิน
6. สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวย
7. หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุข

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ เต้าหู้สีขาว เนื่องจากสีขาวคือสีสำหรับงานโศกเศร้า

ตรุษฉลองฤดูใบไม้ผลิ (Spring Festival)
ถ้าหากกล่าวให้ถูกต้องนั้น วันตรุษจีนคงเป็นคำที่นำมาใช้ไม่ถูกต้องนัก ถ้ามองในระดับนานาชาติ เนื่องจากประเทศเกาหลีและเวียตนามเองก็ฉลองเทศกาลนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเหมือนกัน แต่เนื่องจากจำนวนคนจีนที่กระจายไปอยู่ทั่วโลก และเราเห็นรูปธรรมที่ค่อนข้างเด่นชัด เลยถูกเหมารวมเป็นประเพณีของจีนและลืมคิดถึงอีกสองประเทศดังกล่าวข้างต้น ฉะนั้นชื่อเรียกที่ถูกต้องน่าจะเรียกว่า ตรุษฉลองฤดูใบไม้ผลิหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า 春节

ภาพบรรยากาศวันตรุษจีน

 

คลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

Download Picture