ประวัติและวิวัฒนาการของเครื่องพิมพ์ดีด

 

                 ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ดีดได้กลายเป็นเครื่องใช้สำนักงาน ที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะมีเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้งานได้รวดเร็ว ประหยัดเวลาเข้า มาแทนที่ แต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เครื่องพิมพ์ดีดถือได้ว่าเป็นเครื่องใช้ สำนักงานที่ทันสมัยที่สุดชิ้นหนึ่งในยุคนั้น   
                                         
                   เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรกที่ผลิตขึ้นเป็นแบบภาษาอังกฤษจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อ พ.ศ. 2237 ที่ประเทศอังกฤษ โดยวิศวกรชื่อ เฮนรี่ มิล โดยใช้ชื่อว่า "WRITIG MACHINE"  สามารถเขียนหนังสือได้สะดวกรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย  แต่มีเพียงเครื่องเดียวและไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมไม่สร้างเครื่องที่ 2 จากแนวคิดของเฮนรี่  มิล  ทำให้ชาวอเมริกันเชื่อว่า  วิลเลี่ยม  ออสตินบิท  ได้ประดิษฐ์เครื่องเขียนหนังสือใช้ชื่อว่า "Typographe" มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทำด้วยไม้ทั้งสิ้น  วิธีพิมพ์ต้องหมุนแป้นคล้ายหน้าปัดนาฬิกา ตัวอักษรที่ต้องการจะพิมพ์เมื่อพบแล้วก็กดลงไปบนกระดาษ  เป็นที่น่าเสียดายที่สำนักงานสิทธิบัตรที่กรุงวอชิงตันถูกไฟไหม้และได้เผาเครื่องเขียนหนังสือนี้ด้วยเมื่อ  พ.ศ.  237
                     ในปี  พ.ศ.  2376  ชาวฝรั่งเศสชื่อ  Progin ได้ประดิษฐ์เครื่องเขียนหนังสือสำหรับคนตาบอดเรียกว่า "Ktypograhic" เครื่องนี้ประกอบด้วยที่รวมแป้นอักษร เมื่อเคาะลงไปบนแป้นอักษรจะดีดก้านอักษรดีไปที่จุดศูนย์กลางของเครื่องอันเป็นแบบของเครื่องพิมพ์ดีดในปัจจุบัน  หลังจากนั้นก็มีนักประดิษฐ์คิดค้นสร้างเครื่องพิมพ์ดีดให้ดีขึ้น  และได้นำไปจดทะเบียนไว่ที่สำนักงานสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกามากมาย แต่ประชาชนยังไม่นิยม เพราะยังแก้ปัญหาที่ต้องใช้แรงกดมาก และช้ากว่าเขียนด้วยมือ

           ในระหว่าง  พ.ศ. 2360 - 2403 ได้มีนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันชื่อ "Chistopher  Latham Shole" ได้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดใช้ชื่อว่า  "Type - writer" แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจมากนัก  แม้ว่าเขาจะได้ตั้งโรงเรียนผลิตเครื่องพิมพ์ดีดขึ้นมาแล้วก็ตาม  ต่อมาจึงได้ขายลิขสิทธิ์ให้แก่บริษัท E. Remington & Sons" ในปี พ.ศ. 2416   ก็ได้มีเครื่องพิมพ์ดีดแบบมาตรฐานออกสู่ตลาด ในปี  พ.ศ. 2447 Edward  B.  Hers  and  Lewis  C. Mayers ก็ได้สร้างเครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อ  Royal  และเป็นอีกแบบหนึ่งที่แก้ปัญหาเรื่องการใช้กำลังน้อยในการกดแป้นอักษรและสามารถพิมพ์ได้รวดเร็วกว่าเดิม  ในสหรัฐอเมริกามีเครื่องพิมพ์ที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายเพียง  4 - 5 ยี่ห้อ  คือ  รอยัล   เรมิงตัน  ไอบีเอ็ม  สมิธโตโรน่า  และอันเดอร์วูด 

                       


                ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ  เอดวิน  แมคฟาร์แลนด์ เลขานุการส่วนพระองค์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  เสนาบดีกระทรวงธรรมการ  ซึ่งได้เดินทางกลับไปผักผ่อนที่สหรัฐอเมริกา  มีแนวความคิดที่จะดัดแปลมาเป็นเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย  เนื่องจากภาษาไทยมีสระและวรรณยุกต์มากกว่าภาษาอังกฤษ  จึงต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดชนิดที่มีแป้นอักษรมากกว่าชนิดอื่น ๆ และในที่สุดก็เลือกได้ยี่ห้อสมิธพรีเมียร์  และได้เข้าฝึกงานที่โรงงานที่สร้างเครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อนี้  และช่วยแก้ตัวอักษรไทยและคิดค้นวางตัวอักษร  สระ  วรรณยุกต์  ทั้งหมดลงในเครื่องพิมพ์ภาษาไทย  และมีความจำเป็นต้องตัดตัวอักษรบางตัวออกสองตัว  แต่การพิมพ์ก็ยังใช้แบบสัมผัสไม่ได้ใช้นิ้วจิ้มทีละตัว  จากการคิดประดิษฐเครื่องพิมพ์ดีดของแมคฟาร์แลนด์ได้อำนวยความสะดวกและประโยชน์ให้แกข้าราชการไทยอย่างมาก  แต่เมื่อ  เอดวิน  แมคฟาร์แลนด์ได้นำเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยกลับเมื่องไทย  สมเด็จสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ได้ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย  ตำแหน่งเลขานุการส่วนพระองค์ของเอวิด   แมคฟาร์แลนด์ก็สิ้นสุดไปด้วย  เอวิน  แมคฟาร์แลนด์  จึงได้กลับไปศึกษาวิชาเภสัชกรรมที่สหรัฐอเมริกา  แต่ยังไม่สำเร็จก็ถึงแก่กรรมใน  พ.ศ. 2438  ในขณะที่ป่วยได้มอบกรรมสิทธิ์เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยให้แก่  หมอยอร์ช  บี  แมคฟาร์แสนด์ (พระอาจวิทยาคม)น้อชายให้เป็นผู้หาวิธีวิธีแก้ไข  ปรับปรุงและเผยแพร่เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยให้กว้างต่อไป
               หลังจากที่ เอดวิน  แมคฟาร์แลนด์ถึงแก่กรรม  พระอาจวิทยาคมได้รับมอบกรรมสิทธิ์เครื่องพิมพ์ดีดภาษไทยยี่ห้อสมิธพรีเมียร์  ไปตั้งแสดงที่สำนักงานทำฟันที่ตำบลปากคลองตลาด  ซึ่งเป็นร้านทำฟันแห่งแรกของประเทศไทย  หลังจากที่ท่านได้ลาออกจากราชการแล้วมีประชาชนและข้าราชการไปทำฟันที่สำนักงานแห่งนี้มาก  และทุกคนก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย  ให้ทดลองใช้เครื่องพิมพ์  ทุกคนต่างก็พอใจเพราะตัวอักษรที่เกิดจากเครื่องพิมพ์ดีดเป็นระเบียบเรียบร้อยอ่านง่ายและรวดเร็วกว่าเขียนธรรมดามาก  ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจึงได้เปิดร้านจำหน่ายเครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องใช้สำนักงานขึ้นด้วย  ต่อมาสถานที่ราชการหลายแห่งได้มาติดต่อขอให้สั่งเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยและเมื่อจำนวนมากพอ  ท่านก็ได้สั่งให้โรงงานสมิธพรีเมียร์ในสหรัฐอเมริกาผลิตเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย  เครื่องพิมพ์ดีภาษาไทยยี่ห้อสมิธพรีเมียร์รุ่นแรกมาถึงประเทศไทย  พ.ศ. 2440  และได้รับความนิยมจนต้องขยายกิจการไปเปิดร้านใหม่ที่ตรงมุมถนนหลังวัดบูรพา  ให้ชื่อว่า  สมิธพรีเมียร์
           เครื่องพิมพ์ดีดสมิธเมียร์เป็นเครื่องพิมพ์ดีดแคร่ตาย  ไม่สามารถพิมพ์สัมผัส  10  นิ้วได้  ซึ่งบริษัทเรมิงตันได้สั่งให้เลิกผลิต  และได้ผลิตแบบยกแคร่หรือยกกระจาดเข้ามาจำหน่ายแทน  แต่ผู้ใช้ยังติดแบบเดิมอยู่จึงไม่นิยมใช้  ในพ.ศ. 2465 พระอาจวิทยาคมและภรรยาได้กลับไปพักผ่อนที่สหรัฐอเมริกาได้ให้ความรู้เรื่องภาษาไทย  และได้ช่วยออกความคิดเห็นจนบริษัทเรมิงตันสามารถผลิตเครื่องพิมพ์ดีดชนิดกระเป๋าหิ้วรูปร่างเล็กและกะทัดรัด  และสามารถพิมพ์สัมผัสอักษร  10  นิ้ว  สามมารถทำให้ผู้ใช้นิยม เพราะพิมพ์ได้ไม่ยาก  เครื่องพิมพ์ดีดแบบดังกล่าวมีจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อ  พ.ศ. 2469
                                                 
                เครื่องพิมพ์ดีดภาษไทยในขณะนั้นยังมีข้อบกพร่อง  เพราะการพิมพ์ขัดกับการเขียน  เช่น  ตัว  ฝ  จะต้องพิมพ์  ผ  แล้วต่อหาง  คำว่า  "กิน"  ต้องพิมพ์สระ  อิ  ก่อนแล้วจึงพิมพ์  ก  และ  น  ในปี  พ.ศ.  2467  พระอาจวิทยาคมจึงได้ร่วมปรึกษาและค้นคว้ากับพนักงานของบริษัท  2 คน  คือ  นายสวัสดิ์   มากประยูร  และนายสุวรรณประเสริฐ (กิมเฮง)  เกษมณี  โดยนายสวัสดิ์  มากประยูร  เป็นวิศวกรออกแบบประดิษฐ์ตัวอักษร  นายสุวรรณประเสริฐ (กิมเฮง)  เกษมณี  ทำหน้าที่ฝ่ายวิชาการออกแบบวางแป้นอักษรโดยนำคำที่ใช้บ่อยรวม 167,456  คำ  จากหนังสือ  38  เล่ม  ใช้เวลา  7  ปี  ก็วางแป้นอักษรใหม่ได้สำเร็จและเห็นว่าเหมาะสมที่สุด  ในปี  พ.ศ. 2474  สามารถพิมพ์ได้ถนัดที่สุดและรวดเร็วที่สุด  ให้ชื่อว่า  "แบบเกษมณี"  และใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ 
                เครื่องพิมพ์ดีดที่เรียกว่า  แบบเกษมณี  ได้มีผู้วิจัยว่ายังมีข้อบกพร่องและคิดวางแผนแนอักษรใหม่  ใช้ชื่อว่า  "แบบปัตตะโชติ"  เสนอต่อสภาวิจัยแห่งชาติ  สภาวิจัยแห่งชาติได้ตรวจสอบแล้วยอมรับว่าหากนำเครื่องพิมพ์ดีดแบบปัตตะโชติไปใช้จะทำให้พิมพ์ได้เร็วกว่าเดิมประมาณ  25.8%  ในระหว่างปี  พ.ศ.  2508 – 2516  ทำให้วงการการใช้เครื่องพิมพ์ดีดสับสน  ฉะนั้นคณะรัฐมนตรีลงมติให้หน่วงงานราชการที่ได้รับงบประมาณค่าเครื่องพิมพ์ดีดจัดซื้อเครื่องพิมพ์ดีดไทยแบบปัตตะโชติ  ทำให้หน่วงราชการ   รัฐวิสาหกิจ   บริษัท  ห้างร้าน  ต้องส่งพนักงานพิมพ์ดีดไปเข้ารัยการอบรมการใช้เครื่องพิมพ์ดีดแบบปัตตะโชติ  แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  จะต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์และไม่อาจลบล่างความเชื่อของผู้ใช้เครื่องพิมพ์ดีดในเวลาอั้นสั้นได้  และผลจากการเปลี่ยนแปลงหลังวันที่   16  ตุลาคม  2516  ทำให้นโยบายนี้เปลี่ยนแปลงไป  เพราะมีการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว  ขณะนี้การซื้อเครื่องพิมพ์ดีดให้เป็นไปตามความต้องการขอผู้ใช้
                เครื่องพิมพ์ดีดสามารถดัดแปลงเป็นภาษาต่าง ๆ ได้มากกว่า  100  ภาษา  มีบางภาษาแคร่จะเลื่อนจากทางด้านขวาไปทางด้านซ้าย  เช่น  ภาษาอาหรับ  ฮิบรู  วิวัฒนาการในการสร้างเครื่องพิมพ์ดีดได้กว้าหน้าไปตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสามารถพิมพ์ได้เร็วกว่าธรรมดา  เพราะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไว้  สามารถพิมพ์ข้อความเดียวกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว  และมีบางเครื่องสมามารถตอบคำถามต่าง ๆ ที่กรอกเข้าไปในเครี่องออกมาเป็นตัวอักษรพิมพ์ดีดได้อย่างรวดเร็ว  เครื่องพิมพ์ดีดที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้เป็นแบบยกแคร่  มีแบบกระเป๋าหิ้ว  แบบตั้งโต๊ะ  แบบที่ใช้ไฟฟ้
                                                            
 
               ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ดีดได้ถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถพิมพ์ได้เร็ว น้ำหนักเบา เพราะใช้ระบบเครื่องไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์โดยสามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่พิมพ์ไว้ในเครื่องและสามารถสั่งให้เครื่องพิมพ์ข้อความเติมได้หลาย ๆ ฉบับ