ประวัติศาสตร์มุสลิมในประเทศไทย

           ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาสำคัญที่คนไทยนับถือมายาวนานหลายศตวรรษ  ปัจจุบันคาดว่ามีคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามประมาณ 6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10    หรือ หนึ่งในสิบของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ผู้นับถือศาสนาอิสลามของบางประเทศเช่น บรูไน มีประชากรทั้งประเทศเพียง300,000 คนหรือบางประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ลิเบีย ซึ่งมีประชากรทั้งประเทศเพียง 5-6 ล้านคนฉะนั้นประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามในประเทศไทยจะเท่ากับประชากรประเทศหนึ่งทีเดียวนับว่าเป็นกลุ่มชนที่มีความสำคัญในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

 

       ความเป็นมาของศาสนาอิสลามในประเทศไทย ตามหลักฐานที่มีอยู่นั้นเห็นได้ว่าศาสนาอิสลามได้เข้ามาในภูมิภาคนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11หรือบางรายงานก็บอกว่าศาสนาอิสลามเข้ามาในศตวรรษที่13โดยการเผยแพร่ศาสนาในสมัยโบราณนั้นกระทำได้ 3 ทางด้วยกัน คือ ประการแรก ใช้กำลังทหาร ประการที่สอง โดยมาทางนักบุญหรือผู้สอนศาสนา และประการสุดท้าย เข้ามาโดยพ่อค้า ซึ่งการเผยแพร่ศาสนาอิสลามเข้ามายังประเทศไทยจะใช้ประการหลังสุดได้แก่การที่พ่อค้านำมาเผยแพร่       

        อิสลามแพร่หลายเข้ามาโดยกลุ่มพ่อค้าอาหรับที่นำศาสนาอิสลามเข้ามา โดยพ่อค้าเหล่านั้น จะเข้ามาตั้งหลักแหล่งค้าขายในดินแดนที่ตนมาอยู่จนมีฐานะร่ำรวยแล้วมีความสัมพันธ์กับเจ้าผู้ครองนคร และในที่สุดเจ้าผู้ครองนครในบริเวณนี้มีความศรัทธาในศาสนาอิสลามและหันมานับถือศาสนาอิสลาม  สำหรับคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามหรือ เรียกว่ามุสลิมไทย ก็ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลามในระยะใกล้เคียงกันนี้ ในอดีตคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้เคยนับถือศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธมาก่อน   

        ดินแดนที่เป็นแหล่งรับวัฒนธรรมด้านศาสนาอิสลามเข้ามาในช่วงแรกๆของไทยคือบริเวณทางใต้สุดของประเทศไทยได้แก่ ปัตตานี และหากจะถือเอากรุงสุโขทัย(ราว พ.ศ.1800) เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไทยและถือได้ว่าศาสนาอิสลามได้เข้ามาในประเทศไทยก่อนหน้าที่จะตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ก่อนที่คนไทยจะย้ายมาจากยูนนานดินแดนทางภาคใต้ของประเทศจีน และศาสนาอิสลามหรือคนที่นับถือศาสนาอิสลามน่าจะอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าประเทศไทยตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของชาติไทย และในปัจจุบันชาวมุสลิมที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยจะมีบรรพบุรุษที่อพยพมาจากหลายแห่งด้วยกัน

 

 1. มุสลิมที่สืบเชื้อสายมาจากมลายูหรือมาเลย์

        เป็นชาวมุสลิมกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณชายแดนภาคใต้ของไทยในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และภาคอื่น ๆนอกจากนี้จะมีมากในแถวจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทราและนนทบุรี ส่วนในกรุงเทพมหานครไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ในที่หลายๆแห่ง เช่น ธนบุรี สี่แยกบ้านแขก ทุ่งครุ พระประแดง คลองตัน มีนบุรี   หนองจอก เป็นต้น  

 2. มุสลิมที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษอาหรับเปอร์เซียหรืออิหร่าน 

         ชาวอาหรับเปอร์เซียนี้ได้ติดต่อค้าขายกับคนไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งชาวเปอร์เซียนี้ได้เข้ามาค้าขายในไทย และได้ตั้งหลักแหล่งอยู่ทางใต้ของประเทศไทยด้วย 

         ซึ่งชาวเปอร์เซียนี้จะนับถือศาสนาอิสลามทั้งนิกายซุนนีและชีอะห์ชาวมุสลิมจากเปอร์เซียที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ไทยได้แก่ชัยค์(เฉก) อะห์มัด กูมี ซึ่งเข้ามาประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช(ก่อน พ.ศ.2143)โดยท่านผู้นี้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์มาเผยแพร่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม Shieak Ahmad Qumi เจริญรุ่งเรืองในทางราชการในราชสำนักของไทยได้รับยศเทียบเท่าเจ้าพระยาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพาณิชย์ และช่วยปรับปรุงราชการด้านกรมท่าขวาและได้เป็นจุฬาราชมนตรี มีหน้าที่เก็บภาษีสินค้าเข้าออก ดูแลการเดินเรือระหว่างประเทศ

         มีหลักฐานว่าในสมัยอยุธยาชาวอินเดียได้เข้ามาค้าขายในประเทศไทยจนมั่งคั่งร่ำรวยในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปิดทำสัญญากับมหาอำนาจตะวันตกได้มีมุสลิมจากอินเดีย ปากีสถานและอัฟกานิสถานได้เข้ามาขอเป็นคนในบังคับของอังกฤษ เพราะเชื่อว่าจะทำการค้าได้สะดวก คนในบังคับต่างชาติเหล่านี้มาตั้งรกรากอยู่ในกรุงเทพฯ แถบบางรัก มหานาค ราชวงศ์ สามเสน เยาวราช สีลม และบางส่วนก็อพยพไปขายผ้าตามต่างจังหวัด ปัจจุบันคนพวกนี้ตั้งรกรากอยู่ทั่วประเทศไทยและได้แต่งงานกับผู้หญิงพื้นเมืองและมีอาชีพค้าขายโดยทั่วไป

3. มุสลิมที่มีเชื้อสายมาจากจีน

         คนเหล่านี้ได้เข้ามาประเทศไทยทางชายแดนภาคเหนือ โดยตั้งรกรากอยู่ในจังหวัดเชียงรายลำพูน แม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ จีนฮ่อมุสลิมเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนสาเหตุที่เข้ามายังประเทศไทยนั้นน่าจะเนื่องมาจากการลุกฮือของมุสลิมในปี 2498 เพราะไม่พอใจการปกครองของจีนทำให้จีนฮ่อถูกสังหารเป็นจำนวนมาก การอพยพครั้งต่อมามีขึ้นในปี 2493 เมื่อประเทศจีนเป็นคอมมิวนิสต์กองพล93ที่เป็นทหารของเจียงไคเช็คแห่งก๊กมินตั๋งไม่อาจอยู่ในประเทศจีนต่อไปได้จึงอพยพมาที่อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ทหารจีนเหล่านั้นบางส่วนเป็นมุสลิมเช่นเดียวกับจีนฮ่อจึงรวมตัวกันพำนักอยู่ที่เชียงใหม่

         วิถีชีวิตของชาวมุสลิมส่วนใหญ่นั้น จะประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะที่อยู่ในดินแดนใต้สุดของประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนกว่ามุสลิมในดินแดนอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการประกอบอาชีพทางการประมงบ้าง ส่วนมุสลิมในภาคอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะมีฐานะค่อนข้างดี 

         ไม่ว่าจะมีบรรพบุรุษมาจากเชื้อสายใดชาวจีนฮ่อคนที่มีเชื้อสายมาจากเอเชียใต้ อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน คนที่มีเชื้อสายมาจากเปอร์เซีย มลายู จะมีความรักใคร่กลมเกลียวกันระหว่างพี่น้องมุสลิมพี่น้องต่างมุสลิมและพี่น้องต่างศาสนาลักษณะของความสัมพันธ์ในประเทศไทยเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากก็คือในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยจะเห็นความขัดแย้งกันระหว่างศาสนาน้อยมากระหว่าง เพื่อนร่วมศาสนาและต่างศาสนาชาวมุสลิมก็จะเข้ากันได้เป็นอย่างดี  

         และกล่าวได้ว่า ศาสนาอิสลามเข้ามาสู่ประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ก่อน  แล้วจึงค่อย ๆ ขยายออกมาใน ทุกภาคของประเทศไทย  จากคนที่เข้ามาหลายเชื้อชาติ  หลายเผ่าพันธุ์  ทั้งมาเลย์  เปอร์เซีย  ชวา  อินเดีย  ปากีสถาน  จามและจีน  เข้ามาอยู่ในดินแดนที่เรียกว่า  แผ่นดินไทยอย่างมีความสุข ไม่มีปัญหาความขัดแย้งกัน  ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและสันติ มีวัฒนธรรมอิสลามเป็นเครื่องชี้นำการดำเนินชีวิตและเป็นวิถีของชาวมุสลิมทั้งหลาย  มุสลิมทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ต่างเป็นคนหนึ่งที่มีทั้งเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย มีความเป็นไทย ทั้งชีวิตและ จิตวิญญาณ ที่จะอยู่ร่วมกันกับคนไทยทั้งหลาย อย่างสงบสุข ตามคำสอนของศาสนาอิสลามที่จะต้องมีความรัก สามัคคี และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคม และประเทศของเราเกิดความสงบสุขตลอดไป

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

http://www.muslimthai.com/main/1428/