ตัวอักษรไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ “ลายสือไทย” ขึ้นและมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ จนเป็นตัวอักษรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตัวอักษรนี้ถือเป็นมรดกที่บรรพบุรุษสร้างไว้  มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติ การใช้ตัวอักษรไทยโดยการเขียนให้ถูกต้องเป็นการอนุรักษ์มรดกไทย สร้างความภาคภูมิใจในชาติ

        การเขียนตัวอักษรไทยให้ถูกต้องตามหลักการเขียนคำไทย ต้องคำนึงถึงความถูกต้องของตัวอักษรไทย เขียนให้อ่านง่าย มีช่องไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกัน         วางพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ได้ถูกที่ ตัวสะกดการันต์ถูกต้องและลายมือสวยงาม       

       แต่ในปัจจุบันเยาวชนมักจะนิยมการเขียนตัวอักษร “วัยรุ่น” ซึ่งมีลักษณะตามรูปด้านล่างนี้

        ลักษณะการเขียนแบบนี้จะเป็นการเขียนตัวเล็ก ๆ ลีบ ๆ โย้เย้ไปมา และส่วนมากแล้วมันจะเขียนแบบตามคำพูด ไม่ยึดถึงการเขียนคำที่ถูกต้องเท่าไร อย่างเช่นคำว่า

                      เธอ     เป็น    เทอ

                      เดี๋ยว   เป็น    เด๋ว

                      ไหม   เป็น     มั๊ย

                      ให้     เป็น     หั๊ย

                      รัก     เป็น      ลั๊ก

         นอกจากจะเขียนลายมือที่ผิดรูปแบบของการเขียนแล้วนั้น ยังเป็นการใช้คำที่ผิดอีกต่างหาก ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ยังติดไปถึงการเขียนรายงานส่งอาจารย์ เราจะเห็นได้ว่าครูอาจารย์หลายท่านมักจะบ่นกล่าวว่าเด็กสมัยนี้เขียนลายมือที่อ่านยาก ตัวเล็ก และยังเอาภาษาพูดมาเขียนอีกต่างหาก

         แล้วลองคิดดูว่าถ้าเยาวชนยังมีค่านิยมที่เขียนกันแบบนี้ แล้วเอกลักษณ์ความเป็นไทยของเราที่สร้างมาโดยบรรพบุรุษเรา ก็อาจถูกกลืนไปด้วยความไม่สนใจของลูกหลานนั่นเอง แล้วลายสือไทย อักษรไทยก็คงเป็นอดีต ที่ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์เท่านั้น....