การเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง     

ที่มา : http://www.fabioghidini.it/photographs/english/port_a_poec1.htm

1 ประวัติของปลาหางนกยูง 2 การจำแนกทางอนุกรมวิธาน 3 ลักษณะรูปร่างของปลาหางนกยูง
4 การจำแนกเพศของปลาหางนกยูง 5 การแพร่พันธุ์ของปลาหางนกยูง 6 การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง
7 การอนุบาลลูกปลาหางนกยูง 8 การเลี้ยงปลาหางนกยูง 9 ปัญหาการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง
10 ชนิดปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์เช่นเดียวกับปลาหางนกยูง  

คำถามท้ายบท

                ปลาหางนกยูง   มีชื่อสามัญว่า  Guppy  or  Millions  Fish  or  Live-bearing  Tooth-carp  เป็นปลาสวยงามน้ำจืดชนิดหนึ่งที่จัดว่าเป็นปลาติดตลาด   เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย   ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว   ถึงแม้ว่าจะมีราคาไม่สูงมากนัก   แต่มีความสวยงามและว่ายน้ำอยู่เสมอ   ทำให้เป็นที่ต้องตาของผู้เลี้ยงโดยทั่วไป   จึงมักจำหน่ายได้ง่ายและจำหน่ายได้ดีตลอดปี   ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกันมากในตู้กระจก   ภาชนะ   หรือบ่อเลี้ยงปลาภายนอกอาคาร   ซึ่งถ้าเป็นบ่อเลี้ยงปลาภายนอกอาคารมักเลี้ยงร่วมกับการเลี้ยงพรรณไม้น้ำ   เช่นในกระถางบัว   อ่างเลี้ยงสาหร่าย

1 ประวัติของปลาหางนกยูง              

                ปลาหางนกยูงมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้   แถบ เวเนซูเอลล่า หมู่เกาะคาริเบียนของประเทศบาร์บาโดส และ ในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ในธรรมชาติอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด และ น้ำกร่อยที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งจนถึงน้ำไหลเอื่อย ๆ เป็นปลาที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลากินยุง (Mosquito  Fish)   ซึ่งเป็นกลุ่มปลาที่มีอวัยวะช่วยหายใจ   ทำให้สามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนน้อยๆได้ดี   ในระยะเริ่มแรกนิยมใช้ปลากลุ่มนี้ในการนำไปช่วยกำจัดยุงลาย   เนื่องจากมีคุณสมบัติที่พิเศษถึง  2  ประการ  คือ  ประการแรกมีความอดทน   เนื่องจากมีอวัยวะช่วยหายใจที่เรียก  Labyrinth  organ   ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในน้ำที่เริ่มเน่าเสียซึ่งมีปริมาณออกซิเจนต่ำได้  ประการที่สอง  คือ  มีความสามารถแพร่พันธุ์ขยายจำนวนเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว   ปลาหางนกยูงได้ถูกนำเข้าไปทดลองเลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกา  เมื่อปี  พ.ศ. 2451   และแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆในเขตร้อน   เพื่อใช้ปราบยุงลายช่วยลดปัญหาเรื่องการระบาดของไข้มาลาเรีย   โดยนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำขังต่างๆหรือแหล่งน้ำเสียที่มีตัวอ่อนของยุง  ที่เรียกกันว่าลูกน้ำอยู่มากโดยไม่มีปลาชนิดอื่นเข้าไปอาศัยอยู่ได้   เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ   แต่สำหรับปลาหางนกยูงหรือที่เรียกว่าปลากินยุง   จะสามารถใช้อวัยวะช่วยหายใจนำออกซิเจนจากอากาศมาใช้   จึงทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ นอกจากนั้นยังเป็นปลาที่ชอบกินลูกน้ำ  แล้วแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว   ทำให้สามารถควบคุมปริมาณลูกน้ำให้ลดลงได้   จึงเป็นการช่วยลดปริมาณยุงลงได้เป็นอย่างดี   หลังจากนั้นจึงเริ่มพัฒนามาเป็นการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม   โดยนำปลาหางนกยูงที่มีความสวยงามจากประเทศเวเนซูเอลา      บาร์บาดาส    ทรินิแดด   บราซิล   และกิอานา   เข้าไปดำเนินการเพาะพันธุ์และมีการคัดพันธุ์จนได้ปลาหางนกยูงที่มีความสวยงามหลายสายพันธุ์                                                                                                                     

2 การจำแนกทางอนุกรมวิธาน                  

                Nelson (1984)   ได้จัดลำดับชั้นของปลาหางนกยูงไว้ดังนี้    

                    Class                        :  Osteichthyes

                       Order                    :  Cyprinodontiformes (Tooth-carps)

                          Suborder           :  Cyprinodontoidei

                             Family             :  Poeciliidae (Livebearers)

                                Subfamily    :  Poeciliinae

                                   Genus       :  Poecilia

                                      Specie    :  reticulata                                          

3 ลักษณะรูปร่างของปลาหางนกยูง                    

                ปลาหางนกยูงจัดว่าเป็นปลาสวยงามขนาดเล็ก   เมื่อโตเต็มที่ปลาตัวผู้มีขนาด 3 - 5 เซนติเมตร ส่วนตัวเมียมีขนาด 5 - 7  เซนติเมตร   เป็นปลาที่มีสีสันสวยงามหลายสีแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์   โดยเฉพาะที่ส่วนหางจะมีความแตกต่างกันหลายรูปแบบ   และเฉพาะปลาเพศผู้จะมีครีบหางยาวและสีสันเด่นสะดุดตา

 

                                                  ภาพที่ 1  แสดงลักษณะรูปร่างของปลาหางนกยูง                           

                                                                             ที่มา : http://www.fabioghidini.it/photographs/htm    

4 สายพันธุ์ปลาหางนกยูง             

                     ปลาหางนกยูงเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเพาะเลี้ยงกันมานานและแพร่หลายไปแทบทุกประเทศในโลก  ประกอบกับเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัวและสามารถผสมข้ามสายพันธุ์กันได้ง่ายมาก  ทำให้เกิดปลาสายพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาเป็นจำนวนมาก  แต่ก็พอจะจัดกลุ่มของสายพันธุ์ปลาหางนกยูงได้เป็นดังนี้  คือ

                4.1 สายพันธุ์คอบร้า (Cobra)  มีลวดลายเป็นแถบยาวหรือสั้น พาดขวาง พาดตามยาว หรือ พบพาดเฉียงทั่วลำตัวตลอดถึงโคนหาง ลวดลาย คล้ายลายหนังงู  ครีบหางมีมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม (delta tail) รูปพัด (fan tail) หรือ หางบ่วง (lyre tail)  มีหลากหลายและหลากสี สอดคล้องกับลำตัว  มีชื่อเรียกตามสีที่แตกต่างกันไป  คือ  Red-tailed Tuxedo (Golden Type),  Black-tailed Tuxedo,  Blue-tailed Tuxedo,  Red-tailed King Cobra,   Yellow-tailed King Cobra,   Lace King Cobra 

 

       

ภาพที่ 2  แสดงลักษณะของปลาปลาหางนกยูงสายพันธุ์คอบร้า

                                                                    ที่มา : http://www.efish2u.com/__FishInfo/Guppy002.htm

 

                 4.2 สายพันธุ์ทักซิโด้ (Tuxedo)  ลักษณะครึ่งตัวด้านท้ายมีสีดำ หรือ สีน้ำเงินเข้ม  ครีบหางมีหลากหลายแบบ  ครีบหลังและครีบหางหนาใหญ่ มีสีและลวดลายเหมือนกัน  มีชื่อเรียกตามสีที่แตกต่างกันไป  คือ  German tuxedo (เยอรมัน)  Neon tuxedo (สันหลังสีขาว สะท้อนแสง)  Black tuxedo (ครีบหางสีดำ)  Golden tuxedo (ครีบหางสีส้ม)

 

     

ภาพที่ 3  แสดงลักษณะของปลาปลาหางนกยูงสายพันธุ์ทักซิโด้

                                                                    ที่มา : http://www.efish2u.com/__FishInfo/Guppy002.htm

 

               4.3 สายพันธุ์โมเสค (Mosaic)  พื้นลำตัวสีเทาอ่อน บริเวณด้านบนสีฟ้า หรือ เขียว อาจแซมด้วยสีแดง ชมพู หรือ ขาว 

ครีบหางมีหลากหลาย  ครีบหลังขาวเรียบ หรือ ชมพูอ่อน หรืออาจมีจุด หรือ แต้มขนาดเล็ก  มีชื่อเรียกตามสีที่แตกต่างกันไป  คือ  Red-tailed Mosaic  Santamaria Mosaic  Blue-tailed Mosaic Ribbon  Swallow-tailed Mosaic

 

     

ภาพที่ 4  แสดงลักษณะของปลาปลาหางนกยูงสายพันธุ์โมเสค

                                                                    ที่มา : http://www.efish2u.com/__FishInfo/Guppy002.htm

 

                    4.4 สายพันธุ์กร๊าซ (Grass)  ลำตัวมีหลากสี  ครีบหางมีจุด หรือแต้มเล็ก ๆ กระจาย แผ่ไปทั่งตามรัศมีของหางคล้ายดอกหญ้า  มีชื่อเรียกตามสีที่แตกต่างกันไป  คือ  Red Grass,  Blue Grass,  Yellow Grass,  Golden Yellow Grass 

 

     

ภาพที่ 5  แสดงลักษณะของปลาปลาหางนกยูงสายพันธุ์กร๊าซ

                                                                     ที่มา : http://www.efish2u.com/__FishInfo/Guppy002.htm

 

                4.5 สายพันธุ์นกยูงหางดาบ (Sword tail)  ลำตัวมีสีเทา ฟ้า เขียว แดง ชมพู เหลือง คล้ายหางนกยูง พันธุ์พื้นเมือง อาจมีจุด หรือ ลวดลายบนลำตัว  ครีบหางเป็นแฉกคล้ายปลาดาบ อาจมีทั้งด้านบน หรือ ด้านล่าง หรือ ด้านใดด้านหนึ่ง  มีชื่อเรียกตามสีที่แตกต่างกันไป  คือ  Double sword (หางกรรไกร)  Top sword (หางดาบบน)  bottom sword (หางดาบล่าง)

 

     

ภาพที่ 6  แสดงลักษณะของปลาปลาหางนกยูงสายพันธุ์หางดาบ

                                                                   ที่มา : http://fishshow.thethai.net

                                                                                                                                                                                                

5 การจำแนกเพศของปลาหางนกยูง            

                ความแตกต่างลักษณะเพศของปลาหางนกยูง   สามารถสังเกตได้จากลักษณะภายนอกได้หลายประการ  คือ

                5.1 ขนาดของลำตัว   ปลาหางนกยูงเพศเมียมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่และอ้วน   ส่วนปลาเพศผู้จะตัวเล็กเรียวยาว        

            5.2 ความยาวของครีบ   ปลาเพศผู้จะมีครีบหลังและครีบหางยาวกว่าปลาเพศเมียมาก  โดยเฉพาะครีบหางจะยาวเกือบเท่าความยาวลำตัว   ส่วนปลาเพศเมียครีบหางจะสั้น

              5.3 สี   ปลาเพศผู้จะมีลำตัวและครีบที่มีสีสันเข้ม   สด   และมีหลายสีแล้วแต่สายพันธุ์   ส่วนปลาเพศเมียลำตัวมักจะไม่มีสีสัน   แต่อาจมีสีบ้างที่ครีบหาง

               5.4 อวัยวะสืบพันธุ์   ปลาเพศผู้จะมีอวัยวะสืบพันธุ์ลักษณะเป็นท่อยาวๆ   เรียกท่อส่งน้ำเชื้อ (Gonopodium)   ซึ่งเจริญมาจากครีบก้นและไปอยู่ใต้ครีบท้อง   ดังนั้นปลาเพศผู้จะไม่มีครีบก้น   แต่ปลาเพศเมียจะมีครีบก้นตามปกติ

               5.5 จุดดำท้ายส่วนท้อง   ปลาเพศเมียจะมีจุดหรือวงที่บริเวณท้ายของส่วนท้องซึ่งเป็นบริเวณที่มีผนังค่อนข้างบาง  ถ้าเป็นแม่ปลาที่มีไข่ค่อนข้างแก่จะสามารถสังเกตจุดสีดำซึ่งเป็นลูกตาของลูกปลาในไข่ปลาได้

 

      

ภาพที่ 7  แสดงความแตกต่างระหว่างปลาหางนกยูงเพศผู้ (ซ้าย)  กับ เพศเมีย (ขวา)

                                                       ที่มา : http://www.fabioghidini.it/photographs/htm

 

 

ภาพที่ 8  แสดงวงที่บริเวณท้ายของส่วนท้องของปลาหางนกยูงเพศเมีย

                                                               ที่มา : http://www.efish2u.com/__FishInfo/Guppy002.htm

                                                                                                                                                                                                                         

6 การแพร่พันธุ์ของปลาหางนกยูง                   

                ตามปกติปลาหางนกยูงจะสามารถแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนในบ่อเลี้ยงได้เป็นอย่างดี   โดยเฉพาะบ่อเลี้ยงที่มีพรรณไม้น้ำอยู่มาก   ทั้งนี้เนื่องจากปลาหางนกยูงเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว   และสามารถแพร่พันธุ์ได้ดีเกือบตลอดปี   เมื่อปลาเติบโตเจริญวัยถึงขั้นสมบูรณ์เพศ   ปลาเพศผู้ก็จะเข้าผสมพันธุ์กับปลาเพศเมีย   โดยยื่นท่อส่งน้ำเชื้อเข้าไปทางช่องสืบพันธุ์ของเพศเมีย   แล้วปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปผสมกับไข่ในท้องของปลาเพศเมีย   ซึ่งเป็นการผสมพันธุ์ภายใน   จากนั้นไข่ก็จะมีการพัฒนาต่อไป   จนฟักออกเป็นตัวก็จะถูกปล่อยหรือคลอดออกจากแม่ปลา   ลูกปลาที่คลอดออกมาใหม่ๆจะมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่   เมื่อเทียบกับลูกปลาที่ฟักออกจากไข่ที่เกิดจากการผสมภายนอก   และยังค่อนข้างมีความแข็งแรง   คือสามารถว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อหาที่หลบซ่อน   มิฉะนั้นจะถูกแม่ปลาหรือปลาตัวอื่นจับกินเป็นอาหาร   ผู้เลี้ยงปลาหางนกยูงทั่วไปจึงสามารถพบลูกปลาเกิดขึ้นในบ่อเลี้ยงได้  

 

  

ภาพที่ 9  แสดงการคลอดลูกของแม่ปลาหางนกยูง

                                                                            ที่มา : Frank (1971)

 

การเจริญเติบโตของปลาหางนกยูงจากเล็กจนโตเต็มวัยจะใช้เวลาประมาณ  2 - 3  เดือน  ปลาเพศเมียจะให้ลูกได้ครอกละประมาณ  30 - 90  ตัว   ขึ้นกับขนาดของปลา   คือ  ในช่วงแรกๆแม่ปลายังโตไม่เต็มที่จะให้ลูกครอกละประมาณ  30 - 40  ตัว   เมื่ออายุมากขึ้นขนาดใหญ่ขึ้นจะให้ลูกครอกละประมาณ  40 - 60  ตัว   และเมื่ออายุมากกว่า  1  ปี  จะให้ลูกครอกละประมาณ      50 - 90  ตัว   และหลังจากที่คลอดลูกแล้ว   จะสามารถให้ลูกครอกต่อไปได้อีกในเวลาประมาณ    25 - 35  วัน   แล้วแต่ขนาดของปลา   การถ่ายน้ำ   และอาหารที่ได้รับ   คือแม่ปลาขนาดเล็กจะให้ลูกครอกต่อไปเร็ว   การเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆก็ช่วยให้มีการตั้งท้องและตกลูกเร็วขึ้น   นอกจากนั้นการเลือกใช้อาหารที่ดี   และให้อาหารสม่ำเสมอก็ช่วยให้ปลาตกลูกเร็วขึ้นเช่นกัน