ตอนที่ ๑ คำสั่ง ๑. ข้อสอบมีทั้งหมด ๕๐ ข้อ ๒๕ คะแนน

                    ๒. ให้นักศึกษาทำเครื่องหมาย  X ข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

 

๑. เศรษฐศาสตร์เป็นสาขาหนึ่งของวิชาใด ?

  ก. ปรัชญา                        ข. สังคมศาสตร์

  ค. วิทยาศาสตร์                  ง. มนุษยศาสตร์

  จ. บริหารธุรกิจ

๒. ผู้ใดเขียนหนังสือเรื่อง Principle of Economics ?

   ก. Alfred Marshall          ข. Pual Samuelson

  ค. John Keynes              ง. Adam Smith

  จ. Thomas Multhus

๓. ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับ เศรษฐศาสตร์จุลภาคได้ถูกต้อง ?

  ก. เป็นการศึกษาของเศรษฐกิจส่วนร่วม

  ข. เป็นการศึกษาพฤติกรรมเศรษฐกิจในส่วนย่อย

  ค. การศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจระดับประเทศ

  ง. การศึกษาเรื่องรายได้ประชาชาติ

  จ. การศึกษาเรื่องการค้าระหว่างประเทศ

๔. ลัทธิพาณิชย์นิยมเกิดขึ้นใน คริสต์ศตวรรษที่เท่าไร?

  ก. คริสต์ศตวรรษที่  ๑๔        ข.คริสต์ศตวรรษที่  ๑๕

  ค. คริสต์ศตวรรษที่  ๑๖         ง. คริสต์ศตวรรษที่  ๑๗

  จ. คริสต์ศตวรรษที่  ๑๘

๕. นักพาณิชย์นิยมมีความเชื่อว่าประเทศจะมีความมั่นทางเศรษฐกิจเมื่อใด?

  ก. ขายสินค้าออกมากกว่าสินค้าเข้า

  ข. นำสินค้าเข้ามากกว่าส่งสินค้าออก

  ค. ดุลการค้าขาดดุล

  ง. การเมืองมีเสถียรภาพ

  จ. ไม่มีข้อถูก

๖. บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์คือใคร?

   ก. Alfred Marshall          ข. Pual Samuelson

  ค. John Keynes              ง. Adam Smith

  จ. Thomas Multhus

๗. แนวคิดของสำนักคลาสสิกสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบใด?

  ก. แบบสังคมนิยม               ข. แบบทุนนิยม

  ค. แบบเสรีนิยม                  ง. แบบคอมมิวนิสต์

  จ. แบบผสม

 

๘. นักเศรษฐศาสตร์ท่านใดเสนอแนวคิดเรื่อง “มือที่มองไม่เห็น” ?

  ก. Alfred Marshall           ข. Pual Samuelson

  ค. John Keynes              ง. Adam Smith

  จ. Thomas Multhus

๙. แนวคิดของสำนักใดเชื่อว่า “การแข่งขันอย่างเสรีจะเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจมีความมั่งคั่ง” ?

  ก. นีโอคลาสสิก         ข. สำนักคลาสสิก

  ค. สำนักเสรีนิยม       ง. สำนักเคนส์  

  จ. ข้อ ก.และ ข. ถูก

๑๐. นักเศรษฐศาสตร์สำนักใดมีความเชื่อว่า “อุปทานจะเป็นตัวสร้างอุปสงค์” ?

  ก. นีโอคลาสสิก         ข. สำนักคลาสสิก

 ค. สำนักเสรีนิยม        ง. สำนักเคนส์  

จ. ข้อ ก.และ ข. ถูก

๑๑. นักเศรษฐศาสตร์ท่านใดได้ชื่อว่าเป็นบิดาของ “วิชาเศรษฐศาสตร์มหาภาค” ?

 ก. Alfred Marshall            ข. Pual Samuelson

  ค. John Keynes              ง. Adam Smith

  จ. Thomas Multhus

๑๒. ตำราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของไทยชื่อว่าอะไร?

  ก. ตลาดการเงิน                   ข. เศรษฐศาสตร์วิภาค

  ค. เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเงิน    ง. ทรัพยศาสตร์

 จ. เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการค้า

๑๓. ข้อใดคือความต้องการสูงสุดของหน่วยธุรกิจ  ?

ก. ค่าเช่า                                     ข. ค่าจ้าง

ค. ดอกเบี้ย                                  ง. กำไร

จ. ถูกทุกข้อ

๑๔. รัฐบาลเป็นหน่วยธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์อย่างไรในการดำเนินการ ?

ก. เพื่อต้องการกำไรและค่าเช่า                     

ข. เพื่อต้องการการได้เปรียบดุลการค้า

ค. เพื่อความมั่งคงทางการเมือง                    

ง. เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน

จ.ถูกทุกข้อ

๑๕. ข้อใดคือปัญหาทางเศรษฐกิจอันดับแรกที่ผู้ผลิตจะต้องพิจารณา ?

ก. ผลิตอะไร                                  ข. ผลิตอย่างไร

ค. ผลิตเพื่อใคร                              ง. ผลิตทำไม

จ. ผลิตที่ไหน

P

๑๖. จากกราฟข้างล่างหมายความว่าอย่างไร ?

 

 

 

 

   

  ก. รายได้มากขึ้นก็จะขึ้นสินค้ามากขึ้น

  ข. ราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณซื้อสินค้าจะลดลง

  ค. สินค้าราคาต่ำลงปริมาณซื้อมากขึ้น

  ง. รายได้ต่ำ การซื้อสินค้าจะเพิ่มขึ้น

  จ. ข้อ ข. และ ค. ถูก

๑๗. เส้นอุปสงค์ต่อราคาตามกราฟนี้ใช้ในกรณีสินค้าประเภทใด?

 

 

 

  ก. สินค้าปกติ                     ข. สินค้าด้อย

  ค. สินค้าที่ใช้ทดแทนกัน        ง. สินค้าใช้ประกอบกัน

   จ. ข้อ ก. และ ข้อ ข.ถูก

๑๘. จากภาพนี้ใช้อธิบายสินค้ากรณีใด?

 

 

 

  ก. สินค้าปกติ                     ข. สินค้าด้อย

  ค. สินค้าที่ใช้ทดแทนกัน        ง. สินค้าใช้ประกอบกัน

   จ. ข้อ ก. และ ข้อ ข.ถูก

จากกราฟนี้ให้ตอบคำถามข้อที่ ๑๙ – ๒๑

 

 

 

 

 

 

 

๑๙. กราฟตามที่ปรากฏนี้เป็นกราฟแสดงเกี่ยวกับเรื่องอะไร?

  ก. แสดงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณสินค้า

  ข. แสดงการเปลี่ยนแปลงระดับอุปทาน

  ค. แสดงการเปลี่ยนแปลงระดับอุปสงค์

  ง. แสดงราคาและปริมาณดุลยภาพ

  จ. แสดงการเปลี่ยนแปลงระดับอุปสงค์

๒๐. ถ้าราคาสูงกว่า OPเป็นจุดOP1 จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น

  ก. อุปสงค์ส่วนเกิน               ข. อุปทานส่วนเกิน

  ค. จุดดุลยภาพ                   ง. จุดสมดุล

  จ. ข้อ ข. และ ข้อ ค.ถูก

๒๑. จุด E หมายถึงอะไร ?

  ก. ทั้งสองฝ่ายยอมรับปริมาณและราคาซื้อขายเดียวกัน

  ข. จุดดุลยภาพ

  ค. ราคาสินค้าต่ำ ปริมาณสิค้าขายได้มาก

  ง. เมื่อมีปริมาณสินค้ามากราคาสินค้าจำต่ำ

  จ. ข้อ ก.และข้อ ข. ถูก

๒๒.วัตถุประสงค์ของความพยายามในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจคือข้อใด ?

  ก. กำไรมากที่สุด                             ข. ประหยัดมากที่สุด

  ค. คุ้มทุนมากที่สุด               ง. ดีที่สุด                 

  จ. ถูกทุกข้อ

 

๒๓. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบเศรษฐกิจที่ทำหน้าที่แก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ?

 ก. ผลิตสินค้าอะไรบ้าง                                       

 ข .ผลิตสินค้าจำนวนเท่าไร

 ค. จะใช้วิธีการผลิตอย่างไร                                  

 ง. ขายของที่ผลิตจะได้กำไรเท่าไร

 จ. จะจำหน่ายสินค้าแก่ผู้ใด

๒๔. อะไรเป็นแรงจูงใจให้ผู้ผลิตสนใจลงทุนขยายการผลิตสินค้าอย่างนั้นเพิ่มขึ้น?

   ก. กำไร                          ข .อุปสงค์รวม

  ค. กลไกตลาด                    ง. กลไกราคา

  จ. ถูกทุกข้อ

๒๕. ข้อใดเป็นจุดหมายของผู้บริโภคโดยทั่วไป ?

  ก. ได้รับความพอใจสูงสุด                                   

  ข. ได้รับความสะดวกสบายที่สุด

  ค. ได้รับความสุขที่สุด                                       

  ง. ได้รับบริการดีที่สุด

  จ. ได้สินค้าราคาถูก

๒๖. ผู้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตต่างมีความมุ่งหวังข้อใด?

  ก. ได้รับเงินเดือนค่าจ้างสูงสุด                              

  ข. ได้รับผลตอบแทนสุทธิสูงสุด

  ค. ได้กำไรสูงสุด

  ง. ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน      

  จ. ถูกทุกข้อ

๒๗. ข้อใดม่ใช่ส่วนประกอบของปัจจัยการผลิต ?

  ก. ที่ดิน                                     ข. แรงงาน

  ค. กฎหมาย                                ง. ทุน

  จ. ผู้ประกอบการ

๒๘. ระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมมีลักษณะเช่นไร?

 ก. การแลกเปลี่ยนด้วยโลหะ    

 ข. การแลกเปลี่ยนสินค้าโดยตรง

 ค. ใช้เงินตราเป็นสื่อกลาง                                    

 ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก

 จ. ถูกทุกข้อ

๒๙. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม?

  ก. เอกชนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทรัพย์สิน                     

  ข. ชุมชนเป็นผู้ควบคุมการผลิต

  ค .ผู้ประกอบการมีโอกาสแข่งขัน                           

  ง. มีอิสระในการผลิตสินค้า

  จ. การผลิตสินค้าขึ้นอยู่กับกลไกตลาด

๓๐. ข้อใดเป็นข้อบกพร่องของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม

 ก. สินค้ามีราคาสูง                                            

 ข. มีการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง

 ค. มีการลงทุนในการผลิตสูง                                 

 ง. ประชาชนฟุ่มเฟือย

 จ. ถูกทุกข้อ

๓๑. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม สามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอย่างไร?

 ก. ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนมาจากส่วนกลาง       

 ข. ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผน

 ค. ระบบเศรษฐกิจแบบกึ่งวางแผน                         

 ง. ระบบเศรษฐกิจที่เข้มงวด

 จ. ไม่มีข้อถูก

๓๒. ระบบเศรษฐกิจแบบใดที่มีการวางแผนมาจากส่วนกลาง?

  ก. แบบทุนนิยม                  ข. แบบคอมมิวนิสต์

  ค. แบบสังคมนิยม               ง. แบบผสม

  จ. แบบกึ่งวางแผน

๓๓. รัฐวิสาหกิจใดที่เป็นการผูกขาดและมีผลกำไรมาก ?

    ก. การไฟฟ้า                    ข. การประปา

    ค. ล๊อตเตอรี่                    ง. ท่าอากาศยาน

    จ. ท่าเรือ

 

๓๔. สาธารณูปโภคใดเป็นกิจการที่เอกชนไม่นิยมลงทุนจัดทำ เพราะลงทุนสูงมาก แต่ผลกำไรน้อย?

   ก. การไปรษณีย์                ข. การรถไฟ

   ค. ท่าอากาศยาน               ง. ยาสูบ

   จ.เขื่อน

๓๕. ข้อใดถูกจัดว่าไม่เป็นกำลังแรงงาน ?

  ก. แม่บ้าน                        ข. นักเรียน

  ค. คนชรา                         ง. พิการทางร่างกาย

  จ. ถูกทุกข้อ

๓๖. ปัจจุบันประเทศไทยโดยธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศอัตราเงินสำรองตามกฎหมายคิดเป็นร้อยเท่าไรของเงินฝาก ?

  ก. ร้อยละ ๕                      ข .ร้อยละ ๖

  ค. ร้อยละ ๗                      ง. ร้อยละ ๗

  จ. ร้อยละ ๘

๓๗. ธนาคารA รับฝากเงินไว้ทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ธนาคารA ต้องสำเริงสดตามกฎหมายอย่างน้อยเป็นจำนวนเงินเท่าไร

   ก. ๕,๐๐๐ บาท                 ข. ๕๐,๐๐๐ บาท

   ค. ๖,๐๐๐ บาท                 ง. ๖๐,๐๐๐ บาท

   จ. ๗,๐๐๐ บาท

๓๘. ธนาคารจะมีการทำลายเงินฝาก ในกรณีใด?

  ก. เงินที่รับฝากนั้นชำรุดเสียหายเกินครึ่ง

  ข. ธนาคารเรียกเงินกู้คืนเมื่อเงินสดสำรองส่วนเกินลดลง

  ค. ธนาคารเรียกเงินกู้คืนเมื่อเงินสดสำรองส่วนเกินเพิ่มขึ้น

  ง. ธนบัตรที่ได้รับมานั้นเป็นธนบัตรปลอม

  จ. ธนาคารมีเงินฝากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

๓๙. ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อใด ?

 ก. ๑๐ มกราคม ๒๔๘๕          ข. ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๕

 ค. ๑๐ มกราคม ๒๔๘๖          ง. ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๖

 จ. ๑๐ มกราคม ๒๔๘๗

๔๐. รัฐบาลจะประกาศใช้ นโยบายแบบเข้มงวด เมื่อไร ?

  ก. ภาวะเศรษฐกิจซบเซา      

  ข. การใช้จ่ายของประชาชนอยู่ในระดับต่ำ

  ค. ประชาชนมีการใช้จ่ายมากกว่าความสามารในการผลิต

  ง. ความต้องการสินเชื่อเมื่อเทียบกับปริมาณเงินออมที่มีอยู่

  จ. ไม่มีข้อถูก

๔๑. พันธบัตรชนิดจดทะเบียนหมายถึง พันธบัตรประเภทไหน?

   ก. พันธบัตรที่จ่ายเงินให้แก่ผู้ถือพันธบัตรเท่านั้น

   ข. พันธบัตรที่จ่ายเงินให้แก่ผู้มีชื่อในพันธบัตรจดทะเบียน

     ไว้ที่นายทะเบียน

   ค. พันธบัตรเจ้าของกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับนาย

     ทะเบียน

    ง. พันธบัตรที่ใช้ผู้ถือนำไปขายลิขสิทธิ์ให้ผู้อื่น

    จ. ไม่มีข้อใดถูก

๔๒. ธนาคารใดต่อไปนี้ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ถือมีสิทธิประมูลตั๋วเงินคลัง ตามประกาศของกระทรวงการคลัง ?

  ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย    ข. ธนาคารออมสิน

  ค. ธนาคารพาณิชย์              ง. ธนาคารกรุงเทพ

  จ. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

๔๓. ระหว่างวันที่ ๑๓ –๒๑  กรกฎาคม ๒๕๕๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยขายเปิดพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง กำหนดวงเงินให้ซื้อคนละเท่าไร ?

   ก.ซื้อได้ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕ แสนบาท

   ข.ซื้อได้ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท

   ค.ซื้อได้ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท

   ง.ซื้อได้ ๕๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๑ ล้านบาท

   จ.ซื้อได้ไม่จำกัดวงเงิน

๔๔. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะของประเทศด้อยพัฒนาได้ถูกต้อง

  ก. การออมและการสะสมสูง

  ข. ประชากรมีอัตราเกิดต่ำ

   ค.ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ๗๐-๙๐% ของพลเมือง

   ง.มีการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรสูง

   จ.ไม่มีข้อถูก

๔๕. ข้อใดให้ความหมาย “การพัฒนาเศรษฐกิจ” ได้ถูกต้อง

   ก. การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่แท้จริง

   ข. การเปลี่ยนแปลโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม

   ค. การกินดีอยู่ดีของประชากรภายประเทศ

   ง. ประชากรมีรายได้ต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น

   จ.  มวลรวมประการเพิ่มสูงขึ้น

๔๖. แนวคิดนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มใดที่เสนอแนวความคิดเรื่อง  “เน้นความสำคัญของอุปสงค์รวมที่ต้องสัมพันธ์กับอุปทานรวม” ?

  ก. กลุ่มคลาสสิก                  ข. กลุ่มสมัยหลังเคนส์

  ค. กลุ่มคลาสสิก                  ง. กลุ่มนีโอคลาสสิก

  จ. กลุ่มสมัยใหม่

๔๗. การที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วจนหลุดพ้นวัฎจักรความยากจน  เรียกว่าทฤษฎีอะไร ?

  ก. ทฤษฎีความสมดุล

  ข. ทฤษฎีความเจริญเติบโตแบบสมดุล

  ค. ทฤษฎีความหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

  ง.ทฤษฎีความเติบโตทางเศรษฐกิจ

  จ.ทฤษฎีความเติบโตทางเศรษฐกิจแบบสมดุล

๔๘ .แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ ๑ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ?

   ก. พ.ศ. ๒๕๐๔ – ๒๕๐๘      ข. พ.ศ. ๒๕๐๔ –๒๕๐๙

   ค. พ.ศ. ๒๕๐๕ – ๒๕๐๘      ง. พ.ศ. ๒๕๐๕ – ๒๕๐๙

   จ.  ไม่มีข้อถูก

๔๙. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่เท่าไรที่ได้อัญเชิญ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” บรรจุในแผนฯ

  ก. ฉบับที่  ๖            ข. ฉบับที่ ๗

  ค. ฉบับที่ ๘            ง. ฉบับที่ ๙

  จ. ฉบับที่ ๑๐

๕๐.แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ ๑๐ เริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อไร ?

  ก. พ.ศ. ๒๕๕๐ –๒๕๕๔        ข. พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๕

  ค. พ.ศ. ๒๕๕๑ –  ๒๕๕๔      ง. พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๕

  จ.ไม่มีข้อถูก

 

                                                                                        *******************************

 

ตอนที่ ๒ ข้อสอบมีทั้งหมด ๗ ข้อให้นิสิตเลือกทำ ๕ ข้อ ๒๕ คะแนน

 

๑.ถ้ามีผู้ตั้งคำถามนิสิตว่า “ทำไมเราจึงต้องศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์” นิสิตจะตอบคำถามนี้อย่างไร ?

๒.ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจซึ่งทุกๆประเทศในโลกไม่ว่าจะมีระบบเศรษฐกิจแบบใดก็ตามต่างต้องประสบกับปัญหาดังกล่าวทั้งสิ้น ปัญหาดังกล่าวได้แก่ปัญหาอะไรบ้าง จงชี้แจงให้ชัดเจน?

๓.อุปสงค์อุปทาน มีความสัมพันธ์กับราคาสินค้าและบริการ อย่างไร  จงชี้แจง?

๔.ให้นิสิตสร้างตารางอุปสงค์ และตารางอุปทานของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง (สมมติตัวเลข ขึ้นเอง) และเขียนเส้นอุปสงค์และเส้นอุปทานจากตาราง ?

๕.ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมีลักษณะเช่นไร จงชี้แจงพอสังเขป ?

๖.เงิน คือสิ่งยอมรับทั่วไป ว่าสามารถใช้เป็นสิทธิเรียกร้องเหนือสินค้าได้ นอกจากนั้น เงินยังมีหน้าที่อีกหลายประการ อยากทราบว่า หน้าของเงินดังกล่าวได้แก่อะไรบ้าง จงอธิบายให้ชัดเจน

๗.การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการปฎิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ การพัฒนาเศรษฐกิจดังกล่าว มีหลักการอย่างไรบ้าง จงชี้แจงพอสังเขป ?

9/26/2009 1:28:23 PM