รูปแบบของรัฐ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

รัฐเดี่ยว คือ รัฐที่ศูนย์กลางในทางการเมือง และการปกครองรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีเอกภาพไม่ใด้แยกจากกัน มีการใช้อำนาจสูงสุดทั้งภายในและภายนอกโดยองค์กรเดียวกันทั่วดินแดนของรัฐ อำนาจสูงสุดในที่นี้นี้คืออำนาจอธิปไตย

รัฐรวม รัฐคู่ คือ รัฐต่างๆ ที่มีตั้งแต่ 2 รัฐขึ้นไปซึ่งได้รวมตัวกันภายไต้รัฐบาลเดียวกัน หรือ ประมุขเดียวกันโดยที่แต่ละรัฐยังคงมีสภาพเป็นรัฐอยู่อย่างเดิม ประเทศที่เป็นรัฐรวมหรือหลายรัฐที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันจะอยู่ในรูปแบบของ สหรัฐ หรือ สหพันธรัฐ

( รัฐ กับ ชาติ เป็นสิ่งเดียวกัน )

อำนาจแยกไม่ออกจากธรรมชาติของมนุษย์ เพราะอำนาจใช้ในการจัดการองค์การทางสังคม ทุกคนอยู่ภายไต้อำนาจ หน้าที่ของตน  เปลี่ยนจากพฤตินัย มาสู่นิตินัย เช่น การใช้อำนาจของครูต่อนักเรียน นักเรียนต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของครู การที่ผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจต่อผู้ไต้บังคับบัญชา ผู้ไต้บังคับบัญชาต้องให้ความเคารพยำเกรง ตามระเบียบวินัย และหน้าที่ความรับผิดชอบของตน

อำนาจรัฐ – อำนาจสาธารณะ หรือ อำนาจมหาชน เช่น การตัดถนน รัฐบาลก็ใช้อำนาจเวนคืนที่ดินเพื่อตัดถนน การขุดเจาะบาดาล ต้องขออนุญาตต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ลักษณะของอำนาจการเมือง

มีการจัดระเบียบ ระบบในสังคม มีการใช้กำลังบังคับได้จริงคู่กับความชอบธรรมในการใช้กำลัง  เป็นจุดเริ่มและจุดสุดท้ายของอำนาจอื่นในสังคม เป็นอำนาจที่ทั่วไปเหนือคนทุกคน เรื่องทุเรื่อง เท่าที่กฎหมายบัญญัตฺไว้ เช่นการปฏิบัติเพื่อเกิดความเป็นธรรม อำนาจทางการเมืองเป็นอำนาจที่อยู่เหนือทุกคนในสังคม เพื่อนำสมาชิกไปสู่จุดหมายร่วมกัน คือความผาสุก และถ้าจำเป็นก็ต้องพร้อมที่จะใช้กำลังอำนาจบังคับให้ทำตาม

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรัฐไม่ได้  เพราะอำนาจบริหารในเขตของตนได้รับมาจากรัฐ และรัฐเรียกคืนอำนาจก็ได้

 

 

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี 4 รูปแบบ

  1.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด        2 . เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล

3       .องค์การบริหารส่วนตำบล             4. เขตการปกครองรูปแบบพิเศษ เทศบาลเมืองพัทยา และ กทม.