วันพฤหัสบดี   ที่ 6  เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552  บรรยายโดยท่านอาจารย์สมพงษ์ หลักศิลากุล  การบรรยายเป็นครั้งที่ 8แล้วค่ะ บรรยากาศในการเรียน การสอนในวันนี้ สนุกสนาน  และมีความสุขมาก  เนื่องจากท่านอาจารย์สมพงษ์นำขนมมาฝากพวกเราอีกแล้ว(อาจารย์ใจดีมากๆค่ะ) ดิฉันต้องขอขอบพระคุณอาจารย์สมพงษ์เป็นอย่างสูงค่ะที่สละเวลาอันมีค่าของท่าน มาให้ความรู้แกนักศึกษาในรายวิชากฎหมายศุลกากร และพิธีการศุลกากร  แล้วยังนำขนมมาฝากนักศึกษาให้ทานเป็นของว่างอีกด้วย 

และท่านอาจารย์สมพงษ์ได้อธิบายรายละเอียดต่างๆได้ดังต่อไปนี้ค่ะ

                           ลักษณะพิเศษของกฎหมายศุลกากร

          (1)เป็นกฎหมายพิเศษ  (พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ตามมาตรา 120)

          (2)ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับเจตนา(พ.ร.บ.ศุลกากร ฉบับที่ 9พ.ศ. 2469 มาตรา 16,ป.อ. มาตรา 59 )

                - กฎหมายศุลกากร ไม่ต้องการเจตนา

         (3)ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ (มาตรา 100)ตาม พรบ. ศุลกากร  พ.ศ. 2469

        (4)ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการลงโทษผู้สนับสุนนการกระทำความผิด(มาตรา 27,มาตรา 99)

        (5)ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการรับโทษแทนกัน (มาตรา 105,มาตรา 15(ฉบับที่ 9))พ.ศ. 2482

        (6)ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการระงับคดี(มาตรา 102,มาตรา 102ทวิ)

ความผิดและคดีศุลกากร

1)    ความผิดฐานลักลอบและหลีกเลี่ยง ตามมาตรา 27

2)    ความผิดฐานรับของหนีภาษี   ตามมาตรา 27 ทวิ

3)    ความผิดฐานสำแดงเท็จ ตามมาตรา  99

4)    ความผิดฐานไม่ได้ปฎิบัติพิธีการศุลกากร

5)    ความผิดฐานอื่น ๆ

           ความผิดตามกฎหมายศุลกากร จำแนกเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

         (1)ความผิดฐานหลักลอบและหลีกเลี่ยงตามมาตรา 27

                  นับว่าเป็นฐานความผิดที่สำคัญ และถือว่าเป็นความผิดหลักของกฎหมายศุลกากร  มีโทษหนักกว่าความผิดตามมาตราอื่นๆ

                  ความผิดฐานต่างๆตามมาตรา 27 นี้เป็นการกระทำแก่ของต่างๆ 4 ประการ ดังต่อไปนี้

              1) ของที่ยังไม่เสียค่าภาษี หมายถึง ของที่มีรายชื่อระบุในกฎหมายพิกัดอัตราศุลกากรว่าจะต้องเสียค่าภาษีในการนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และยังไม่ได้เสียค่าภาษีตามข้อบังคับของกฎหมายศุลกากร 

              2) ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายบัญญัติห้ามเด็ดขาดมิให้นำเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

              3) ของต้องกำกัด หมายถึง ของที่ควบคุมการนำเข้าหรือส่งออกตามกฎหมายต่างๆ  โดยนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรได้  จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว

              4) ของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หมายถึง ของที่นำเข้าหรือส่งออกโดยไม่แจ้งให้ศุลกากรทราบ หรือปฏิบัติพิธีการให้ถูกต้องเพื่อพนักงานศุลกากรจะได้ทำการตรวจสอบหรือดำเนินการตามระเบียบของกรมศุลกากร  เช่น  มิได้ส่งตามทางอนุมัติ  หรือนำเข้าส่งออกนอกเขตท่าหรือที่เพื่อนำเข้าหรือส่งออกโดยมิได้แจ้งให้ทางศุลกากรทราบ  โดยไม่ต้องคำนึงว่าของนั้นต้องเสียภาษีในการนำเข้าหรือส่งออกหรือไม่

          (2)ความผิดฐานรับของหนีภาษีตามมาตรา 27 ทวิ

ตามมาตรา 27 ทวิ  ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น  ช่วยจำหน่าย  ช่วยพาเอาไปเสีย  ซื้อ รับจำนำ  หรือรับไว้โดยประการใด  ซึ่งของอันตนรู้ว่ายังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด  หรือของต้องห้ามหรือของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดี  หรือเป็นของที่นำเขข้มาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร  ข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี  มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี  หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว  หรือทั้งจำทั้งปรับ

                 ของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 27ทวิ คือของดังต่อไปนี้

               1) ของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี

               2) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

               3) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงข้อห้าม

               4) ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยม่ผ่านศุลกากรให้ถูกต้อง

           (3)ความผิดฐานสำแดงเท็จ (มาตรา 99) 

ความผิดฐานสำแดงเท็จ  ได้แก่  ความผิดตามมาตรา  99  แห่ง พรบ. ศุลกากร  พ.ศ. 2469  แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.ศุลกากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2548

          อันที่จริงแล้วความจริงตามมาตรา 99  มิได้บัญญัติเรื่องการสำแดงเท็จไว้เพียงอย่างเดียว  เพราะมีความผิดฐานตอบคำถามอันเป็นเท็จ  ฐานไม่รักษาเอกสาร  และฐานปลอมแปลงเอกสารบัญญัติรวมอยู่ในมาตรา 99  นี้ด้วย  แต่เนื่องจากมาตรานี้เป็นเพียงมาตราเดียวของหมวด 12 ของกฎหมายศุลกากร  โดยหมวด 12 ระบุว่าหัวข้อเรื่องสำแดงเท็จ  จึงได้เรียกชื่อตามที่กฏหมายรียกตั้งชื่อหมวดไว้ 

           (4)ความผิดฐานขนถ่ายสิ่งใดๆในทะเลนอกเขตท่า และในเขตต่อเนื่อง (มาตรา 27 ตรี,มาตรา 37 ตรี)  ความผิดฐานนี้มีระวางโทษลดหลั่นกันไป  ระหว่างการขนถ่ายของในทะเลนอกเขตท่าที่อยู่ในเขตทะเลอาณาเขตกับการขนถ่ายของลงในทะเลที่อยู่ในเขตต่อเนื่อง  โดยระวางโทษสำหับการกระทำในเขตต่อเนื่องตามมาตรา 37 ตรี  เบากว่าการกระทำในเขตทะเลอาณาเขตตามมาตรา  27 ตรี

           (5)ความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือพนักงานเจ้าหน้าที่    กรณีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ และบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามย่อมมีความผิดและได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 112 เอกูนวีสติ ดังนี้

      มาตรา 112 เอกูนวีสติ  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์  หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 112 ทวาทศ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน  หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

            (6)ความผิดฐานไม่เก็บรักษาบัญชี เอกสารและข้อมูล    กรณีบุคคล  เช่นผู้นำเข้า  ผู้ส่งของออก  ตัวแทนของเรือ  ผู้ทำบัญชี เป็นต้น  ซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรได้กำหนด   ให้มีหน้าที่เก็บและรักษาบัญชี  เอกสาร หลักฐาน  และข้อมูลอื่นใดไว้    สถานที่ประกอบการหรือสถานที่อื่นที่กำหนดไว้เป็นเวลา 5 ปี  นับแต่วันนำเข้าและส่งของออก  หรือ 2 ปี  นับแต่วันเลิกกิจการ  หากบุคคลเหล่านั้นไม่ปฏิบัติตาม  ย่อมมีความผิดและได้รับโทษตามที่บัญัติไว้ในมาตรา 113 ทวิ  แห่งพรบ.ศุลกากร  2469 

            (7)ความผิดฐานขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายในการตรวจสอบการกระทำความผิดกฎหมายศุลกากร  ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฏหมายศุลกากรหรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร  อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหน้าที่กระทำการใดๆเพื่อตรวจสอบ เข่น  การเข้าไปในสถานที่ประกอบการเพื่อตรวจสอบ  การสอบถามข้อเท็จจริง  การยึดหรืออายัดสิ่งของ  เป็นต้น  ผู้ใดขัดขาวงหรือไม่ปฏิบัติตามของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว  ย่อมมีความผิดและได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 115 ทวิ  แห่ง พรบ.ศุลกากร  2469 

           (8)ความผิดฐานฝ่าฝืนไม่ให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือส่งพยานหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าได้มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฏหมายศุลกากรหรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร  อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหน้าที่กระทำการใดๆเพื่อตรวจสอบ เข่น  การเข้าไปในสถานที่ประกอบการเพื่อตรวจสอบ  การสอบถามข้อเท็จจริง  การยึดหรืออายัดสิ่งของ  เป็นต้น  ผู้ใดขัดขาวงหรือไม่ปฏิบัติตามของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว  ย่อมมีความผิดและได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 115 ตรี  แห่ง พรบ.ศุลกากร  2469 

 

           (9)ความผิดฐานไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่  ผู้ใดที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ตามกฏหมายศุลกากรในอันที่จะต้องอำนวยความสะดวกตามสมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย  หรรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฏหมายศุลกากร  หากฝ่าฝืนย่อมมีความผิดและได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 115 เบญจ

          (10)ความผิดฐานไม่ได้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร หรือปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ถูกต้อง  ซึ่งมีบัญญัติไว้หลายมาตรา

1)    เกี่ยวกับการเก็บของในโรงพักสินค้าที่มั่นคงหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

2)    เกี่ยวกับเรือที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

3)    เกี่ยวกับเรือที่เดินทางไปต่างประเทศ

4)    เกี่ยวกับการค้าชายฝั่ง

5)    เกี่ยวกับที่ทอดเรือภายนอก

6)    เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านเขตแดนทางบก

7)    เกี่ยวกับอากาศยาน

8)    เกี่ยวกับเขตควบคุมศุลกากร

 

          (11)ความผิดฐานอื่นๆ  คือ  คาวมผิดนอกจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น   ส่วนมากมีความมุ่งหมายเพื่อที่จะป้องกันและปราบปรามลักลอบหนีศุลกากร

โทษตามกฎหมายศุลกากร

                   1) โทษจำคุก    -มาตรา 27,มาตรา 27ทวิ

                                       -มาตรา 36

                                       -มาตรา 99 ฯลฯ

                   2) โทษปรับ     -สำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆให้ปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว

                  3) โทษกักขังแทนค่าปรับ     -ให้เฉลี่ยโทษกันได้

                  4) โทษริบทรัพย์สิน             -มาตรา 27ไม่ได้บัญญัติไว้

                  5) โทษอื่นๆ                   -ห้ามติดต่อ(มาตรา 109)

                                                        -ทำลายทรัพย์สิน(มาตรา 61,มาตรา62)

                                                        -ขาย หรือจำหน่ายทรัพย์สิน(มาตรา 25,มาตรา 61,มาตรา 12)

                                                        -บังคับให้ส่งออกของกับออกไปนอกราชอาณาจักร(มาตรา 39)

                                                        -ถูกเปิดตรวจสินค้ามากกว่าปกติ(มาตรา 6(2))

                           การดำเนินคดีศุลกากร

                 (1) การสืบสวน และสอบสวน

                         พนักงานศุลกากร เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ

                            การสืบสวน ได้แก่ การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน

                  (2) การปฏิบัติแก่ผู้ต้องหา  -นำผู้กล่าวหาไปยังสถานีตำรวจ

                                                             -การให้ประกัน

                                                             -การฝากขังผู้ต้องหา

                                                             -การเปรียบเทียบ(มาตรา 102)

                                                             -การดำเนินคดี

                   (3)การปฏิบัติแก่ของกลาง

                       1.การรักษาของกลาง (มาตรา 25วรรคแรก,มาตรา 20)

                       2.การขายของกลางก่อนตกเป็นของแผ่นดิน(มาตรา 25 วรรคสอง)

                       3.ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน-->(ก)ตกตามป.อ.มาตรา 33 ริบตามอำนาจศาล กรณี

                                         1.ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ

                                         2.ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยการกระทำความผิด

                                                               -->(ข)ตกตามพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 24

                                                                -->(ค)ตกเป็นของแผ่นดิน เพราะเจ้าของยอมยกให้เป็น ของแผ่นดิน  

                    4.การตีราคาของกลาง(มาตรา 103)         

                    5.การจำหน่ายของกลาง(มาตรา 25)

                    6.ของกลางที่เป็นยานพาหนะ(มาตรา 32)

                  (4)การฟ้องคดี