แนะวิธีแก้ง่วงเวลาทำงาน

ตกบ่ายทีไร เป็นต้องสมองตื้อตัน ความคิดไม่แล่น เนื่องจากความง่วงเหงาหาวนอนเป็นประจำหรือเปล่า จะแก้อาการด้วยกาแฟสักแก้ว ก็คงเป็นการหลอกตัวเองแบบไม่มีประโยชน์ (เพราะกาแฟมีโทษน่ะสิ)

 

 

     ในหนังสือ "พลังบำบัด ร่างกายคุณรักษาตนเองได้ "ของนายแพทย์แอนดรู ไวล์ เขามีวิธีบริหารลมหายใจซึ่งจะช่วยกระตุ้นร่างกาย ปลุกตัวเองให้กระฉับกระเฉงขึ้นได้ด้วย น่าสนใจไหม ลองทำตามดังนี้

 
           นั่งในท่าสบายๆ หลังตรง หลับตา เอาปลายลิ้นแตะที่ฟันบนด้านในแล้วเลียขึ้นไปทางเพดาน พอพ้นฟัน พักปลายลิ้นที่ตำแหน่งนั้น เรียกว่าตำแหน่ง "โยคะ" พักลิ้นไว้จุดนี้ตลอดการฝึก 

           หายใจเข้าออกถี่ๆ ทางจมูก หุบปากตามสบาย การหายใจเข้าและออกควรเป็นระยะเท่ากันและถี่กระชั้น จนคุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่ฐานต้นคอเหนือกระดูกไหปลาร้าและที่กระบังลมเกิดการเคลื่อนไหวตาม หน้าอกต้องกระเพื่อมเร็วและเป็นจังหวะคล้ายๆ กำลังสูบลมด้วยที่สูบลม ภาษาสันสกฤตจะเรียกหารบริหารบทนี้ว่า "การหายใจแบบสูบลม" ซึ่งควรมีเสียงทั้งหายใจเข้าและหายใจออก หายใจให้ได้สัก 3 รอบต่อ 1 วินาที ถ้าพอทำไหว

     ครั้งแรกที่คุณลองหายใจแบบนี้ ให้ทำสัก 15 วินาทีก็พอ ตามด้วยการหายใจปกติ แต่ละครั้งที่คุณจะบริหารก็ให้เพิ่มเวลาขึ้นเป็นครั้งละ 5 วินาที จนกระทั่งทำได้ถึง 1 นาทีเต็ม  

 

 

แนะวิธีแก้ง่วง เมื่อขับรถทางไกล

    แพทย์แนะท่าบริหารผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ตึงเครียดจากการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน หากง่วงนอนให้ใช้ 7 ท่านวดหน้า ทำเองได้สะดวกหายง่วงผลพลอยได้หน้าตาเปล่งปลั่ง มูลนิธิหมอชาวบ้านมีคู่มือนวดตัวเองเพื่อผ่อนคลาย มีจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำ   พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การขับรถเป็นระยะทางไกลหรือรถติดมาก จะรู้สึกปวดร้าวที่หัวไหล่ การแวะพักตามปั๊มน้ำมัน ตามที่พักริมทางเพื่อบริหารร่างกายเป็นวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สามารถใช้ท่าฤาษีดัดตนนวดตัวเอง หรือใช้ 7 ท่านวดหน้าก็ได้ นวดแล้วจะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มนวลขึ้น หัวโปร่งโล่ง เบาสบาย ตาสว่าง หายง่วงนอน รู้สึกสดชื่น ถ้าเป็นไปได้ ควรทำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า ตอนเย็น หรือทำเมื่อต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กรณีที่มือจับพวงมาลัยขับรถนาน ๆ จะรู้สึกร้าที่หัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง ให้ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา ดึงหัวไหล่เข้าหาตัวเอง ทำสลับข้างไป-มา จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหล่    สำหรับ 7 ท่านวดหน้าประกอบด้วย


ท่าที่ 1 เสยผม ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือทั้ง 2 ข้าง กดขอบกระบอกตาบนบริเวณคิ้วให้แน่นพอควร ค่อยๆ ดันนิ้วทั้งสามเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะจนถึงท้ายทอยแบบเสยผม ทำ 10 - 20 ครั้ง


ท่าที่ 2 ทาแป้ง ใช้นิ้วกลางทั้ง 2 ข้าง กดตรงหัวตา(โคนสันจมูก) ให้แน่นพอสมควร ดันนิ้วขึ้นไปจนถึงหน้าฝากรวบปลายนิ้วทั้งหมดจรดกัน (เว้นนิ้วหัวแม่มือ) แล้วลูบให้แนบสนิทกับข้างแก้มลงไปยังด้านข้างคาง ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 3 เช็ดปาก ใช้ฝ่ามือขวาทาบบนปาก ให้ฝ่ามือกดแน่นกับปากพอควร ลากมือไปทางขวาให้สุด นับเป็น 1 ครั้ง เปลี่ยนใช้มือซ้ายทาบปากแล้วทำแบบเดียวกันทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 4 เช็ดคาง ใช้หลังมือขวาทาบใต้คาง ให้หลังมือกดแน่นกับใต้คางพอสมควร แล้วลากมือจากทางซ้ายไปขวา นับเป็น 1 ครั้ง เปลี่ยนใช้มือซ้ายทำแบบเดียวกัน ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 5 กด  ใต้คางใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกดใต้คาง ให้ปลายนิ้วตั้งฉากกับคาง ใช้แรงกดพอสมควร นาน 10 วินาที หรือนับ 1-10 อย่างช้าๆ เลื่อนจุดกดให้ทั่วใต้คางเฉพาะทางด้านหน้า ทำ 5-10 ครั้ง


ท่าที่ 6 ถูหน้าและหลังหู ใช้มือแต่ละข้างคีบหู โดยกลางนิ้วกลางและนิ้วชี้คีบอย่างหลวมๆ วางมือให้แนบสนิทกับแก้ม ถูขึ้นลงแรงๆ นับเป็น 1 ครั้ง ทำ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 7 ตบท้ายทอย ใช้ฝ่ามือปิดมือ (มือซ้ายปิดหูซ้าย มือขวาปิดหูขวา) ให้นิ้วมือทั้งหมดอยู่ตรงท้ายทอย และปลายนิ้วกลางจรดกัน กระดกนิ้วขึ้นให้มากที่สุด แล้วตบที่ท้ายทอยพร้อมกันทั้ง 2 มือด้วยความแรงพอควร ทำ 20 - 30 ครั้ง ท่านี้ไม่ต้องยกมือออกจากฝ่าหู เพราะทำให้การตบแรงพอควร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียได้

      สำหรับท่านวดหน้าทั้ง 7 ท่านี้ โครงการฟื้นฟูการนวดไทย มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา มูลนิธิหมอชาวบ้าน ได้ทำออกมาเป็นหนังสือ มีภาพประกอบ ซึ่งง่ายต่อการทำตาม ผู้สนใจหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปหรือสอบถามที่มูลนิธิหมอชาวบ้าน โทร.02-278-1616


      พญ.เพ็ญนภา กล่าวด้วยว่า เมื่อจะต้องขับรถเป็นระยะทางไกล ๆ ต้องเตรียมพร้อมร่างกาย นอนหลับพัก อย่ากินอาหารอิ่มจัด หรือปล่อยให้หิวจนตาลาย เพราะมีผลต่อการขับขี่รถ

ที่มา www.linethaitravel.com

 

 

                                      แนะวิธีรับประทาน ไม่ให้ง่วงซึมหลังเที่ยง

- กินอาหารเช้าให้ถูกหลัก คือกินภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อาหารเช้าที่ดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลไปตลอดวัน แถมด้วยอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำปริมาณเล็กน้อยในตอนเช้า และทุกมื้อระหว่างวัน เพราะจะให้พลังงานได้ยาวนาน เช่น ไข่ นมสักแก้ว โยเกิร์ต กับขนมปังธัญพืชปิ้งสักแผ่น

- กินอาหารเที่ยงให้พลังงานสูง ประกอบด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งโปรตีนจะกระตุ้นสารในสมองคือ catecholamines ที่จะทำให้คุณกระฉับกระเฉง ลองเลือกไก่ (ต้องทำให้สุกๆ ก่อน) อาหารทะเล เนื้อ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง และผลไม้สัก 1 ส่วน

- เลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน บุหรี่ เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งไกว การดื่มกาแฟยังทำให้ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำและระดับเกลือแร่

- ดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่มีแคลอรี ไม่มีไขมัน ไม่มีโคเลสเตอรอล แต่จะช่วยระบบการเผาผลาญไขมันและฟื้นชีวิตชีวาคืนพลังงานให้กับร่างกายด้วย น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ลำเลียงออกซิเจน ฮอร์โมน สารอาหาร ภูมิต้านทาน และเพิ่มประสิทธิภาพของโปรตีนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่ำระบบเมตาบอลิซึมด้วย

- หยุดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเซื่องซึม เหตุผลคือร่างกายสูญเสียสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี (ไธอามีนและโพเลท) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่สมองต้องการ

- เลือกกินเมื่อรู้สึกหิว ถ้าคุณรู้สึกเพลียให้กินผลไม้หรืออาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ แทน การกินของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวยเพียงชั่ววูบแล้วก็จะหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงโซดาหรือน้ำหวานในช่วงบ่าย ของขบเคี้ยวแก้หิวเพื่อสุขภาพที่ขอแนะนำ เช่น คุกกี้ที่ผสมผลไม้ คุกกี้ผสมข้าวโอ๊ต องุ่นสักพวง โยเกิร์ต แครอท เซเลอรี ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

- หลับตาสักงีบ ถ้าคุณรู้สึกง่วงมากจริงๆ อย่างเลือกที่จะดื่มกาแฟ แต่ลองหลับตาหรืองีบสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก

- อยู่ห่างๆ อาหารไขมันสูง เช่น ชีส เนย มาการีน ครีม อาหารทอดทั้งหลาย เพราะจะมีแคลอรี่สูง ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมาก และจะทำให้คุณรู้สึกเฉี่อยชา

- ออกกำลังกาย เป็นทางที่ดีที่จะชาร์ตแบตเตอรี่คืนมาอีกครั้งให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อรู้สึกเหนื่อยจนเอนเดอร์ฟินหลั่งในระดับสูง ก็จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งก็จะช่วยฟื้นพลังงานให้คุณ ลองง่ายๆ เดินรอบๆ สำนักงานสัก 10 นาที นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานแล้วยืดกล้ามเนื้อ บิดบริหารร่างกายสักครู่ก็จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้คุณได้พอควร

 

แต่สำหรับคนที่ง่วงนอนสาเหตุมาจากยังไม่ส่างเมาเรามา..ถอน..กันดีกว่าค่ะ

หายง่วงกันบ้างรึยังค่ะ