ในการเรียน ศุลกากร ครั้งนี้สอนโดยท่านอาจารย์ สมพงษ์  หลักศิลากุล   และในครั้งนี้ท่านอาจารย์ก็ใจดีอีกเช่นเคย ที่ได้นำขนมมาฝากพวกเราเหมือนเดิม ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างมากค่ะและในสัปดาห์นี้ อาจารย์ได้สอนเรื่องเกี่ยวกับ  ลักษณะ พิเศษของกฎหมายศุลกากร และความรับผิดและคดีศุลกากร  ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

 

ลักษณะพิเศษของกฎหมายศุลกากร

     1.กฎหมายศุลกากรเป็นกฎหมายพิเศษ ม.120

-  กฎหมายศุลกากรต่างกับกฎหมายอื่นให้ใช้ กฎหมายศุลกากร

    2.ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับเจตนา ป.อ ม.59,.16

- ไม่ต้องคำนึงว่าผู้กระทำความผิด มีเจตนาหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม  เมื่อของที่นำมาเป็นของที่ผิดกฎหมาย ก็ผิดแล้ว

    3.ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ ม.100

    4.ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการลงโทษผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ม.27 ,.99

    5.ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับการรับโทษแทนกัน

     6.ลักษณะพิเศษในการระงับคดี

          ความผิดแลคดีศุลกากร

ความผิดคามกฎหมายศุลกากร

1.ความผิดฐานลักลอบและหลีกเลี่ยง ตาม ม.27

     1) ลักษณะพิเศษเกี่ยวกับเจตนา ม.16 ฉบับที่9

     2) ของอันเนื่องกับความผิด ตาทม .27

            - ของที่ยังมิไดเสียภาษี

               -  ของต้องห้าม

              -  ของต้องกำกัด

              -  ของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง( แม้ของที่ไม่ต้องเสียภาษี ก็ต้องผ่านพิธีการทางศุลกากร )

 

ความผิดฐานต่างๆตามกฎหมาย .27

 

          ฐานที่ 1 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือ ของต้องกำกัดหรือ ของต้องห้าม หรือ ที่ยังไม่ได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร

         ฐานที่ 2 ผู้ใดส่ง หรือ พาของเช่นนี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักร

        ฐานที่ 3 ผู้ใดช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ในการนำของเช่นว่านี้ เข้ามา หรือ ส่งออกไป ต้องรับโทษเสมือนตัวการ

        ฐานที่ 4 ผู้ใดย้ายถอนไป หรือ ช่วยเหลือให้ย้ายถอนไป ซึ่งของดังกล่าวนี้จาก เรือกำปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า  คลังสินค้าที่มั่นคง หรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาต

        ฐานที่ 5 ผู้ใดให้ที่อาศัยเก็บ หรือ  เก็บ หรือซ่อนของเช่นว่านี้ หรือยอม หรือ จัดให้ผู้อื่นทำการเช่นว่านี้

       ฐานที่ 6 ผู้ใดเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการขน หรือ ย้ายถอน หรือ กระทำอย่างใดแก่ของเช่นว่านี้

       ฐานที่ 7 ผู้ใดเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง ในการเสียภาษีศุลกากร

(การหลีกเลี่ยง)

       ฐานที่ 8 ผู้ใดเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงทางกฎหมาย หรือ ข้อจำกัดใดๆ ซึ่งเกี่ยวแก่ การนำของเข้า ส่งของออก ขนของขึ้นเก็บของในคลังสินค้า และการส่งมอบของโดย เจตนฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่จะต้องเสียสำหรับของนั้นๆ( ต้องใช้เจตนาเป็นองค์ประกอบของความผิดด้วย)

        ฐานที่ 9 ผู้ใดหลีกเลี่ยงข้อห้าม หรือ ข้อจำกัดซึ่งเกี่ยวแก่ของนั้น

 

 

สรุป มาตรา 27

ฐานที่ 1-6   เรื่องการลักลอบ

ฐานที่ 7-9  เรื่องการหลีกเลี่ยง

 

มาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้อง กับมาตรา 27

1. นำบทบัญญัติมาตรา 27 ไปใช้บังคับ

2. นำโทษมาตรา 27 ไปใช้บังคับ ในมาตรา 31, มาตรา 36, ,มาตรา 96 ,มาตรา 10  ฉบับที่7

 

            โทษตามมาตรา 27

มาตรา 17 ฉบับที่ 9 ของใดๆ อันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 27 แห่ง พรบ. ศุลกากร 2469 ประกอบ

ด้วยมาตรา 16 แห่ง พรบ. ศุลกากร (ฉบับที่9) 2482  ท่านให้ริบเสียสิ้นโดยมิพักต้องคำนึงถึงว่าบุคคลผู้ใดจะต้องรับโทษหรือหาไม่

 

โทษตามกฎหมายศุลกากร

1. โทษจำคุก .

          -  มาตรา 27, มาตรา 27 ทวิ

          -  มาตรา 36

        - มาตรา 99

2.โทษปรับ

         - สำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากร เข้าด้วยแล้ว

3. โทษกักขังแทนค่าปรับ

         - ให้เฉลี่ยโทษกันได้

 

4. โทษริบทรัพย์สิน

        - มาตรา 27 ไม่ได้บัญญัติการริบทรัพย์สินไว้

5. โทษอื่นๆ

 

 

 

          การดำเนินคดีศุลกากร

                1. การสืบสวนและสอบสวน

- พนักงานศุลกากรเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

    การสืบสวน ได้แก่  การแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งความผิดที่เกิดขึ้น

    - พนักงานศุลกากรมิได้เป็นพนักงานสอบสวน

การสอบสวน ได้แก่ การรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทั้งหลาย ซึ่งได้ทำไปเกี่ยวกับคดีความผิดที่กล่าวหาเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดที่ได้กระทำ และเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ

   2.การปฏิบัติแก่ผู้ต้องหา

       - นำผู้กล่าวหาไปยังสถานีตำรวจ

       - การให้ประกัน 

       - การฝากขังผู้ต้องหา  เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

       - การเปรียบเทียบ  ศุลกากรสามารถทำได้ ซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจไว้

       - การดำเนินคดี   ศุลกากรสามารถทำได้

 

3.การปฏิบัติแก่ของกลาง

(3.1) การรักษาของกลาง

                  - มาตรา25 วรรคแรก สิ่งของที่ยึดมาได้นั้นให้อยู่ในความอารักขาของศุลกากร หรือถ้า ไม่มีพนักงานเช่นว่านี้  ให่ส่งมอบให้อยู่ในความรักษาของอำเภอที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะได้รักษาไว้แทนศุลกากร

                  - มาตรา20 ถ้าเมื่อพบผู้ใดกระทำความผิดหรือกำลังพยายามจะทำความผิด  ตาม พรบ.นี้ให้พนักงานเจ้าหน้า อาจจับผู้กระทำ  โดยไม่ต้องมีหมายจับ  แล้วก็นำตัวส่งยังสถานีตำตรวจ พร้อมด้วยของกลางที่เกี่ยวกับการกระทำผิด 

3.2 การขายของกลางก่อนตกเป็นของแผ่นดิน

                - มาตรา25 วรรคสอง ถ้าของที่ยึดไว้เป็นของที่เสียง่าย หรือ ถ้าหน่วงช้าไว้ จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหาย หรือ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะมากเกินสมควร  อธิบดี จะสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ขายทอดตลาดหรือ โดยวิธีอื่น  ตามเห็นสมควร เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าภาระติดพันทั้งปวงออกแล้ว ให้ถือไว้แทนของ

3.3ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน

(ก)ตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.อาญา มาตรา33 ริบตามอำนาจศาล  กรณีทรัพย์สินที่ได้ใช้กระทำความผิดหรือทรัพย์สินที่บุคคลได้มาจากการกระทำความผิด

(ข) ตกเป็นของแผ่นดินตาม พรบ. ศุลกากร มาตรา 24 ของที่ยึดไว้โดยพนักงานศุลกากร พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ต้องยื่นคำร้องขอภายในกำหนด60วันสำหรับยานพาหนะ

(ค) ตกเป็นเป็นของแผ่นดินเพราะเจ้าของยอมยกให้เป็นของแผ่นดิน

 

 (3.4)การตีราคาของกลาง(มาตรา 103)         

 

 (3.5) การจำหน่ายของกลาง (มาตรา

                 (3.6)ของกลางที่เป็นยานพาหนะ (มาตรา 32)

 

           4.การฟ้องคดี