(1)  เพิ่มบันทึกที่  9  :  งานประดิษฐ์
-  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของใช้ของประดับตกแต่งในบ้านจากวัสดุที่มีคุณภาพ”  เช่น  กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ , กระเป๋าแขวน , ตุ๊กตาสุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ  และอื่น ๆ ตามที่นักเรียนสนใจมา 1 อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ

                                      

วัสดุในการทำ “ตุ๊กตาไม้ล้มลุก” หลัก ๆ ประกอบด้วย

1.ไม้สนที่กลึงเป็นรูปทรงแล้ว

2.เส้นเอ็น (ที่ใช้ในการตกปลา)

3.สปริง

4.ด้ายสี

5.ไหมพรมสีต่าง ๆ

6.สีสำหรับเพนท์

7.แล็คเกอร์สำหรับเคลือบ


วิธีทำ   เริ่มจากร้อยรูปทรงไม้ที่ต้องการให้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆโดยร้อยเข้าไปในเส้นเอ็นให้เข้ารูป, นำเอ็นที่ร้อยเป็นรูปสัตว์มาเชื่อมกับฐานที่วางตัวสัตว์โดยผูกกับสปริงข้างใน  ฐานด้านล่าง, ลงสีเพนท์ ตกแต่ง ให้สวยงามตามใจชอบ,เคลือบด้วยแล็คเกอร์อีกครั้ง แล้วตกแต่งด้วยไหมพรมและด้ายสีเพื่อความสวยงาม


วัสดุในการทำ “ตุ๊กตาไม้โยโย่”

1.ไม้สนที่กลึงเป็นรูปทรงแล้ว

2.เชือกป่าน เชือกผ้า เชือกถัก

3.ใบพัดตกแต่ง

4.กาว

5.ลวดสปริง

6.สีสำหรับเพนท

7.แล็คเกอร์สำหรับเคลือบ

วิธีทำตุ๊กตาไม้โยโย่

เริ่มจาก นำท่อนไม้สนมากลึงให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ(ทรงกลม ทรงรี ทรงเหลี่ยม), ไม้สนที่กลึงได้นั้นจะเป็นชิ้นส่วนของหัวลำตัว มือ รองเท้า, เจาะรูที่ลำตัวสองด้าน ๆ ละ 2 รู เพื่ออัดกาว สอดเชือกทำเป็นแขนและขา, นำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบโดยทากาวเข้ารูปร่าง,เพนท์สีตามต้องการ, ทาแล็คเกอร์ทับเพื่อความเงางาม,เจาะรูที่หัวเพื่อร้อยสปริงให้ยืดหยุ่น และแขวนได้
ฉัตรธิดาอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีทำเริ่มจากการกลึงไม้ให้เป็นรูปทรงกลม ทรงรี แล้วนำชิ้นส่วนมาต่อกัน จากนั้นจะเจาะรูเพื่อสอดเชือกให้ดูเป็นแขนขา ซึ่งที่มีวัสดุเชือกเพิ่มขึ้นมาก็เพราะทำให้ตุ๊กตาดูอ่อนช้อยมากขึ้นดูมีชีวิตชีวาขึ้น และมีสปริงแขวนให้ดูยืดหยุ่นโดยชิ้นส่วนต่อตัวหนึ่งก็จะมีไม้กลึง 3-5 ชิ้น คือส่วนเท้า มือ หัว ตัว คอและเจาะรูทำสลักในการเชื่อมต่อกัน แล้วใช้กาวติด
“เราจะเน้นหนักไปที่เรื่องของการเพนท์ การลงสีสีนั้นจะใช้เป็นสีน้ำทาไม้ธรรมดาทั่วไป อุปกรณ์ก็จะหาได้ง่ายไม่ยุ่งยากแต่จะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ”
สำหรับ “ตุ๊กตาโยโย่” นั้น เป็นแบบใหม่ ทำขายเพราะสามารถสร้าง  รอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เมื่อใครต่อใครพบเห็น ดูตลก น่ารักดี มันดูอิสระเหมือนปลดปล่อย
ส่วน “ตุ๊กตาล้มลุก” จะมีเอ็นที่ใช้ตกปลา มาร้อยเป็นรูปร่างได้และมีสปริงติดอยู่ที่ฐานข้างใต้ พอกดแล้วตุ๊กตามันก็จะล้มลงพอปล่อยสปริงด้านล่างก็จะยืดตรงตั้งขึ้นเหมือนเดิม
ตุ๊กตาไม้ล้มลุก และตุ๊กตาไม้โยโย่ มีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าแค่ของเล่นราคาก็ไม่แพงมาก เหมาะที่จะเป็นของฝาก ของขวัญ ของที่ระลึก ในเทศกาลหรือให้ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
ทุนเบื้องต้นในการทำขาย ก็ตั้งแต่ประมาณ 10,000 บาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ ขณะที่ราคาขายอยู่ที่ตัวละ 40 บาทขึ้นไป โดย 40บาทเป็นราคาขายส่ง ต้นทุนวัสดุจะตกประมาณ 70% ของราคา
ใครสนใจจะติดต่อ ฉัตรธิดา เพียรดี ก็ติดต่อได้ที่ 72/72 หมู่ 1หมู่บ้านมณีรินทร์ ถนน 345 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี 10200 โทร.08-6704-3335 ส่วนใครที่พิจารณาจากข้อมูลนี้แล้วได้ไอเดียอยากจะลองทำตุ๊กตาไม้แปลก ๆ ขายบ้างก่อนอื่นก็คงต้องฝึกฝนฝีมือให้ดีเสียก่อน.
http://www.raidaidd.com/forums/archiver/?tid-5216.html

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  เช่น  โมบายจากกระป๋อง  ,  กระถางต้นไม้จากขวดน้ำพลาสติก  ,  โคมไฟจากขวดพลาสติก  และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ 

 

โมบายจากกระป๋องน้ำอัดลม


 

 อุปกรณ์

กระป๋องน้ำอัดลม 27 กระป๋อง คลิปหนีบกระดาษ

กรรไกร

คัตเตอร์

ฆ้อน

ตะปูเล็ก-ใหญ่

ลูกกระพรวน
















รูปต้นแบบเป็นแบบนี้ค่ะ จริงๆเขามีลูกกระพรวนร้อยด้วยค่ะ

ไอเดียดีๆ มาจากหนังสืองานฝืมือล่ะค่ะ

วิธีทำ


1. ใช้คัตเตอร์เจาะกระป๋องน้ำอัดลมแล้วใช้กรรไกรตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม

2. ตัดหัวใจ ขนาดใหญ่ 1 ชิ้น ขนาดเล็ก 186 ชิ้น

3. เจาะรูบน-ล่างด้วยตะปูเล็กจนครบทุกอัน

4. ใช้คลิปร้อยหัวใจต่อกัน 4 ชิ้น จำนวน 45 เส้น แล้วร้อยลูกกระพรวน

5.-6. ตัดกระป๋องจากริมเข้าหาก้นกระป๋องยาว 6 ซม.กว้าง 1 ซม.โดยรอบ

18 เส้น 1กระป๋อง และยาว 5 ซม. 1 กระป๋อง ตัดแต่ละเส้นให้กางออก

ตัดกระป๋องยาว 5 ซม.ตัดแบ่งเป็น 18 แฉก

เจาะรูด้วยตะปูเล็กจนครบทุกเส้นก้นกระป๋องเจาะรูด้วยตะปูใหญ่ตรงกลางทุกอัน

7.-9. ชั้นในสุด ร้อยหัวใจใหญ่ตรงกลาง

รอบนอกร้อยหัวใจเล็ก 9 เส้น ช่องเว้นช่อง

10. ชั้นที่ 2 ร้อยหัวใจเล็กและกระพรวนจนครบทุกเส้น ร้อยต่อแต่ละชิ้นด้วยคลิป

11. ชั้นที่ 3 ร้อยหัวใจเล็กและกระพรวนจนครบทุกเส้น

ร้อยคลิปต่อเป็นสายแขวนความยาวตามต้องการ

ดัดตกแต่งให้สวยงาม แค่นี้ก็เป็นอันสลบเอ๊ย เป็นอันสมบูรณ์ค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-  สืบค้นข้อมูล  การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก”  เช่น  บรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพและคำอธิบายพอสังเขป   สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความร้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ
          ม. 5.5.5  สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
          ม. 6.6.3  สนใจแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ รอบตัว  ใช้ห้องสมุด  แหล่งความรู้และสื่อต่าง ๆ ได้  ทั้งในและนอกสถานศึกษา

เทียนกุหลาบลอยน้ำ

             

วัสดุ


1. พาราฟิน ½ กิโลกรัม
2. พีอี 50 กรัม
3. สเตริค 50 กรัม
4. น้ำมันหอมระเหย 10 cc.
5. ไส้เทียน 20 ซม.
6. สีเทียนสีแดง
7. ถาดอลูมิเนียม
8. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า หรือหม้อตุ๋น 2 ชั้น

ขั้นตอนการทำ


1. ละลายพาราฟิน พีอี และสเตริค เข้าด้วยกันในหม้อ พอละลายหมดใส่น้ำมันหอมและผสมสีตามต้องการ
2. เทน้ำเทียนใส่ถาดอลูมิเนียมให้น้ำเทียนสูง ¼ ซม.
3. รอให้เทียนแข็งตัวแต่ยังนิ่มอยู่ ใช้แบบกลีบดอกกุหลาบกดให้ได้ 11-12 กลีบ แต่ละกลีบใช้นิ้วบีบให้บาง
4. บีบม้วนกลีบแรกโดยมีไส้เทียนอยู่ภายใน จากนั้นประกบกลีบชั้นแรก 3 กลีบ เกยกันใช้สีเข้มบีบโคนกลีบให้ติดกัน
5. ชั้นที่ 2 ใช้สีเข้มเช่นกัน เกยกัน 4 กลีบ ให้สับหว่างกับชั้นที่ 1
6. ชั้นที่ 3 ใช้กลีบดอก 4-5 กลีบ แต่ละกลีบให้ม้วนปลายกลีบเล็กน้อย เพื่อช่วยให้กลีบอ่อนช้อยขึ้นติดสับหว่างกับกลีบชั้นที่ 2
7. ตัดโคนกลีบให้ป้านเพื่อตั้งได้ในกรณีไม่ลอยน้ำ (สัดส่วนนี้จะทำเทียนกุหลาบลอยน้ำไปประมาณ 7 ดอก)

หมายเหตุ
ถ้าเทียนในถาดแข็งเกินไปให้ใช้ที่เป่าผมเป่าไอความร้อนบนผิวเทียน ทั้งด้านหน้าถาดและใต้ถาดพอเทียนนิ่มจะสามารถดึงออกจากพิมพ์ได้โดยง่าย

 


ลิงค์ : 

  http://www.weloveshopping.com/shop/chankapor

 

 

สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ

(2)  ให้นักเรียนเลือกประดิษฐ์ผลงาน  (ชิ้นงาน)  ในหัวข้อ  :  “งานประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  มา  1  ชิ้น  และบันทึกภาพผลงานลงใน  “เพิ่มบันทึกที่  9”

การเริ่มต้นทำหุ่นกระบอก
         พระครูสมุห์ไพบูลย์มีใจรักในหุ่นกระบอก แต่ไม่รู้ว่าหุ่นทำยังไง ไม่มีความรู้ สมัยที่พระครูสมุห์ไพบูลย์ยังเป็นเด็ก ยังไม่ได้บวชพระ ได้ไปเที่ยวงานท้องสนามหลวงไปเห็นเขาเชิดหุ่นกัน หุ่นนายเปียก เนื่องจากโรงแสดงหุ่นกระบอกสูง ไม่สามารถขึ้นไปดูข้างบนได้ จึงนั่งคอยอยู่หลังโรงซึ่งมีบันไดพาดลงมา พอดีมีคนลงจากโรงมา พระครูจึงวิ่งขึ้นไปบนหลังโรง และกลับออกมานั่งเอาดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาเหมือนใส่เสื้อผ้าที่เขาเย็บ เมื่อไปโรงเรียนพระครูได้เอาก้านมะละกอมาเล่นหุ่นกระบอกในระหว่างที่ครูกำลังสอน ทำให้โดนครูตี
         แต่ใจก็ยังรัก ทั้งๆที่ยังทำไม่ได้ก็เก็บความรู้สึกอันนั้นไว้เรื่อย ต่อมาพระครู ได้พบกับอาจารย์สฤษฏดิ์ ธีระทัตตานนท์ ซึ่งเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเขมาฯ ด้วยกัน อาจารย์สฤษฎดิ์ เมื่อก่อนเป็นผู้ช่วยโรงเรียนเขมาฯ ปัจจุบันสอนอยู่ที่โรงเรียนศรีบุณย์ อาจารย์สฤษฎดิ์ ได้พบกับพระคร
ที่บางใหญ่ พระครูได้เอาลูกศิษย์ไปฝากโรงเรียนบางใหญ่ทุกวัน ก็มาคอยดูว่าลูกศิษย์มาเรียนหนังสือหรือเปล่า อาจารย์จุมพลจึงชวนพระครูให้มาสอนหนังสือที่โรงเรียนบางใหญ่
         พระครูได้สอนวิชาพระพุทธศาสนา และสังคมศึกษาควบคู่กันไป สอนตั้งแต่ ประเทศของเรา เพื่อนบ้านของเรา โลกของเรา สัปดาห์หนึ่งสอน ๒๑ คาบ มากกว่าครูประจำการ ต่อมา อาจารย์ศักดิ์ได้เริ่มวันสุนทรภู่ที่โรงเรียน มีการเชิดหุ่น พระครูได้ไปดูการเชิดหุ่น และเห็นปรากฏว่าอาจารย์ศักดิ์ได้เอาไข่ คือหัวไข่มาเชิด พระครูจึงสงสัยว่าทำไมหุ่นถึงใช้ไข่ จึงจัดแจงให้ลูกศิษย์ไปหาไม้มาให้ และมานั่งแกะไม้สักสองสามตัว แกะหน้าแกะตา แต่เนื่องจากลูกศิษย์เอาไม้มาบิดเบี้ยว ทำให้ไม่สามารถพับแกะได้ พระครูจึงเปลี่ยนมาปั้นดิน โดยนำปูนแป้งเปียกมาขยี้ โปะหน้าโปะตา จนกลายเป็นหุ่นรุ่นแรกอยู่ที่โรงเรียนสตรีนนท์

 วัสดุที่ใช้ในการทำหุ่น
         พระครูคิดเองทั้งสิ้น โดยให้เด็กนักเรียนช่วยกันทำ เช่น เสื้อสีนั้น ช่วยกันปัก โดยใช้กาวและนำเพชรมานั่งติดเสื้อ จากนั้นให้แต่งหน้าหุ่น การแต่งหน้าของหุ่นรุ่นแรก ทำหุ่นใช้ดิน ดินเหนียวปั้นเฉย ๆ ปั้นเป็นรูปคอได้ หูมาเติมที่หลัง จมูกมาเติมทีหลัง ปากมาเติมทีหลังส่วนลูกตามาเติมหลังจากเขียวคิ้ว ตัวหุ่นเป็นไม้ธรรมดา แต่ปัจจุบันหาไม้ไผ่หรือ ไม้ลำกระบอกยากจึงเปลี่ยนมาใช้ท่อนเพลสเทอรอล ซึ่งมีราคาถูก พิจารณาดู ต่อมาพระครูได้มีโอกาสไปดูหุ่นจักรพันธุ์ ซึ่งใช้ท่อพีวีซี พระครูจึงนำท่อพีวีซีมาใช้

 เริ่มเรียนหุ่นกับผู้ใด
         พระครูไม่เคยเรียนวิธีแกะหุ่นกระบอก และเชิดหุ่นกระบอกจากใครเลย

 วิธีทำหุ่น ระยะเวลาในการทำหุ่น
         แต่ละตัวจะใช้เวลานานพอสมควร ช่วงแรกที่เริ่มทำหุ่น พระครูค่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง แล้วค่อย ๆ วิวัฒนาการเรื่อย ๆ หุ่นชุดแรก ๆ ไม่ได้ดูใคร หุ่นชุดแรกที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี ยังไม่สวย ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ แล้วประยุกต์จนดีด้วยความชำนาญยิ่งขึ้น อาจารย์จักรพันธุ์ได้มาดูหุ่นกระบอกของพระครูและได้ขอหุ่นพระครู แต่พระครูไม่ให้ แต่อาจารย์จักรพันธุ์ก็เฝ้ามาดู นำหีบหุ่นกระบอกของพระครูออกมาดูหมด ต่อมาพระครูได้เอาหุ่นกระบอกไปถวายสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา พระองค์ทรงโปรดหุ่นกระบอกมาก และตรัสถามว่าทำอย่างไร และแนะให้พระครูทำสื่อการเรียนการสอน โดยทำให้หุ่นเล็กกว่านี้ ตอนที่พระครูถวายหุ่นกระบอกให้สมเด็จพระเทพฯ พระองค์ได้ลองเชิดหุ่นในรถ ปัจจุบันหุ่นตัวเล็กลงไปกว่าเดิม วิธีทำหุ่นกระบอกเมื่อปั้นหน้าหุ่นแห้งแล้ว ก็จะแต่งหน้าหุ่น เมื่อกระดาษซีเมนต์ที่ปะแห้งก็ผ่าหลัง ผ่าแหวกออกมาทำเหมือนหน้ากาก คือใช้กระดาษฟาง กระดาษหนังสือพิมพ์มาทำกับแป้งเปียก ถ้าไม่ใช้แป้งเปียกก็ไปซื้อขนมผักกาดที่ยังไม่เอาไปผัด เป็นแป้งขาว ๆ เอามาโขลกตำ ๆ เหมือนเอาขนมปังมาผสมกับแป้งกาวทำดอกไม้ พอตำเหนียวได้ก็จับมาเติมคิ้ว ทำแก้ม ทำเป็นปากเป็นจมูกตกแต่ง แต่พระครูไม่ใช้ขนมปังแต่ใช้กระดาษฟาง จากนั้นใช้ยากันแมลงสาบเข้าไปแทะไม้ กันไว้ เนื่องจากแป้งที่ทำไม่ค่อยเหนียว พระครูจึงซื้อขนมผักกาดมา ซื้อแป้งมาโขลก ๆ จนจับไม่ติด เหมือนขนมเผือก คือพอจับได้ก็ปั้นได้ตามสบาย ระหว่างปั้นก็ใช้กาวลาเท็กซ์ช่วย ปิดไว้ แล้วตากแดด จากนั้นเอากระดาษฟางมาปิดทับอีกที ไม่ให้เห็นรอยที่ทำยาก พอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็วัด มีแต่หัวแล้วไปทำชฎา ซึ่งเป็นของตัวนาง เครื่องทรงถ้าเป็นตัวผู้ชายก็ปักไปทั้งตัว มือก็วาดแล้ว วงคอผู้ชายหาพานพระมาวางเป็นวง ทำเองทั้งหมด และให้ลูกศิษย์ปัก ใช้ไม้ทำสี่เหลี่ยมสำหรับวางผ้าให้เย็บตามแบบ เป็นแนวทาง เอาผ้าดิบลงก่อน แล้วเอาผ้าที่จะใช้คือผ้ามัน ผ้าต่วนวาง แล้วเดินตามรอยไป ตามรอยเย็บผ้า พระครูได้ชี้ให้ดู แล้วลูกศิษย์ก็ทำตาม พระครูบอกให้ใส่ลูกแก้วสี เลื่อมละอัน ๆ

 สีที่มาแต่ง
         ใช้สีธรรมดา สีน้ำมันไม่ได้ เริ่มจากสีโปสเตอร์ สีขาวทางข้างในก่อน สีน้ำใช้ไม่ได้ สีน้ำถ้าไปใช้ หน้าของหุ่นจะเป็นเหงื่อต้องใช้สีขาว สีขาวด้าน ๆ ส่วนคิ้วจะไปซื้อขวดสีขนาดเล็ก ๆ มา เป็นสีโปสเตอร์มาทาปาก มาทำอย่างประณีต แต่งหน้าแต่งตา ส่วนเสื้อผ้า ถ้าผ้าห่มนางแต่ละผืนปักเสร็จแล้วเรียบร้อย พระครูต้องเป็นคนปักนำ ต้องทำผ้าให้ก่อน ผ้าแถบสีต้องไปซ้อนไปทับให้ก่อน เวลาลงลายต้องใช้ความคิด ถ้าทำเป็นลายเส้นจะเฉียงหมด เฉียงลงลายผ้าไม่ได้ ใช้ด้ายขึงไปที่ตีนของหุ่น ตรงส่วนที่เป็นข้าวหลามตัด ขึงไปโน่นแล้วปักตรงไหนเป็นจุดก็ทิ้งไว้เอาตรงนั้น เด็กก็ทำตาม พอออกมาจะแย้งทางนั้นทางนี้ เหลื่อมทางนั้นทางนี้ ต่อมาพระครูไปดูหุ่นกระบอกของแม่ชื้น ซึ่งจะปักโดยใช้ผ้าถุงเป็นเสื้อ เป็นลายไทย แต่ผ้าถุงพื้นแข็ง พระครูซื้อผ้ากรุพื้นสีมาแล้วเย็บเป็นลายใช้เวลาทำนาน และมีราคาแพง ถ้าหนึ่งเดือนก็หนึ่งตัว ต้องนั่งทำกว่าจะเป็นตัวได้นานเดือนกว่า บางครั้งอุปกรณ์หมดไม่มีจะใช้ ต้องไปซื้อที่ร้านอาจิว ย่านพาหุรัด
        หุ่นเป็นสิ่งสมมุติ สามารถนำไปเล่นเรื่องอะไรก็ได้ เรื่องที่เล่น คือพระอภัยมณี สังข์ทอง แล้วประยุกต์มาเป็นเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ ตอนแปรตวันทอง ไม่มีการเตรียมการไว้ ถ้าเลยเรื่องพระไวยจะใช้อีกชุดนึง พระไวยจะแต่งตัวเหมือนมีพระมาลาเบี่ยง ใส่หมวกเหมือนของกรมศิลปากร เครื่องใส่ไม่ได้ ถอดไม่ได้ อันนั้นของชุดพระอภัยมณี นอกจากนั้นยังมีหุ่นกระบอกเรื่องรามเกียรติ์ พระครูก็ทำ ถ้าเป็นงานศพจะเล่นเรื่องพระรามตามกวาง มีกวาง กวางทอง มีหุ่นใส่หน้า แต่มีกวางอยู่ข้างบนมือหุ่นก็เดินไป ๆ พระรามก็เปลี่ยนเอาตัวพระอภัยมณี ทรงสีเขียวเสียหน่อยเป็นพระราม ยักษ์ก็มี ทศกัณฐ์ก็มี
         หุ่นมีประมาณสี่สิบห้าสิบตัว ยังไม่รวมหุ่นตัวตลก ซึ่งต้องมีแกล้มหุ่นกระบอกตัวตลก ต้องมีหลายตัว หน้าตาจะปากเบี้ยวมั่ง หัวโหนกบ้าง หูใหญ่ หูกาง หน้าตา ตาเฉ งานจัดนิทรรศการหุ่น ทางหอสมุดแห่งชาติ พระครูได้เอาหุ่นชุดแรกที่โรงเรียนสตรีนนทบุรีไปวางนิทรรศการ สมัยก่อน นิทรรศการหุ่น ถ้าบทจะธรรมดาต้องใช้ของกรมศิลปากร พอมาเล่นกับอาจารย์ศักดิ์ อาจารย์ศักดิ์ได้แต่บทไหว้ครูต้องทำเพลงอย่างนี้ พิณพาทย์ต้องทำเพลงอย่างนี้ อันนี้เริ่มบทของสังข์ทองหนีนางพันธุรัต อันนี้แต่ก่อนเปิดเพลง ใช้เปิดเพลง ตอนนี้ใช้พิณพาทย์ตี โหมโรงไหว้ครู ต้องเปิดเอง เวลาเชิดนักเรียนต้องล้อมวงล้อมคอยดู

 การลงทุน
         ราคาประมาณร้อยหรือร้อยห้าสิบบาท ขนาดสองร้อยห้าสิบบาท ไม่ลงทุนมาก หุ่นบางตัวก็มีราคาแพง ตัวนึงตกประมาณหนึ่งพัน สองพัน สามพัน สี่พันบาท แพงเพราะดิ้น ผ้า สิ่งที่ประดับ บนเสื้อที่ทำเอง ถ้าเป็นทับทรวงซื้อที่ประกอบ

 การจำหน่าย
         ไม่ขาย แต่ทำหุ่นให้โรงเรียนสตรีนนท์ไปเข้าศูนย์ และถวายสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดา

 การถ่ายทอด
         ส่วนมากกระเทยจะมาขอเรียน พระครูได้หัดรำให้ก่อน หัดเอียงตัว หัดโยกและสอนตัวต่อก่อน ทำตัวก่อน เอียงไหล่ และสอนแกะไม้ แล้วทำตัวหุ่น ไปถึงแกน ปิดข้อมือ โยกไปโยกมาและสอนวิธีเชิด ปรับตัว เมื่อก่อนนี้คนที่จะเรียนจะเชิดกันได้ต้องสอนให้กล่อมตัว ก่อนกล่อมตัวนี่ไหล่เป็นไหล่ไม่ใช่โอนเอน ไม่ใช่ ลีลาแช่มช้อย ไม่มีใครเรียน คุณจักรพันธุ์ก็มาดูหุ่น เขาลักจำว่างมาดู จับหุ่น คุณจักรพันธุ์ซื้อหุ่นกระบอกไว้หมดของครูเปียก ทั้งหมด เลือกเอาของเก่า และสั่งให้ทำใหม่ แต่ไม่ขายเอาไปเก็บไว้หมด หุ่นที่ซื้อมาเอาเก็บไว้ แล้วก็ทำหุ่นใหม่

ชื่อ

พระครูสมุห์ไพบูลย์

เกิด วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒
ที่อยู่
ที่อยู่ วัดตึก ตำบลบางไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
การศึกษา




นักธรรมเอก วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร
เปรียญธรรม ๕ ประโยค สำนักเรียนจังหวัดนนทบุรี
พุทธศาสนาบัณฑิต มหาจุฬาราชวิทยาลัย (วัดมหาธาตุ)
วิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถานภาพ พระภิกษุ
ชาติพันธุ์ ไทย
ภาษา ไทย (ไทยกลาง)
วันที่ให้สัมภาษณ์ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

 http://www.culture.go.th/pculture/nonthaburi/3_3.html 

ที่มา : http://www.weloveshopping.com/shop/showproduct.php?pid=10454520&shopid=21840

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------