(1)  เพิ่มบันทึกที่  9  :  งานประดิษฐ์
-  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของใช้ของประดับตกแต่งในบ้านจากวัสดุที่มีคุณภาพ”  เช่น  กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ , กระเป๋าแขวน , ตุ๊กตาสุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ  และอื่น ๆ ตามที่นักเรียนสนใจมา 1 อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ 

ที่มา http://crafty-garden.igetweb.com/index.php?mo=3&art=159481 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  เช่น  โมบายจากกระป๋อง  ,  กระถางต้นไม้จากขวดน้ำพลาสติก  ,  โคมไฟจากขวดพลาสติก  และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ 

      

    ส่วนประกอบ 
ใบลาน ปลาตะเพียนขนาดธรรมดาใช้ตอกใบลานเส้นยาว 2 เส้น ใบลานแผ่นกว้าง 1 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว 

           วิธีสานปลาตะเพียน
การสานปลาตะเพียนใช้ใบลาน 2 เส้น มีขั้นตอนการสานดังนี้
1. ม้วนใบลานหนึ่งเส้นเป็นวง
2. นำใบลานอีกเส้นสอดลอดเข้าไปอีกวงแรก แล้วสอดปลายอีกด้านหนึ่งคร่อมวงแรกเข้ามาลอดวงหลัง
3. สอดเส้นใบลานสลับกันไปมาจนเป็นรูปปลาตะเพียน ดึงให้ตึง จะได้ปลาตะเพียนส่วนหัวและลำตัว
4. ใช้ใบลานกว้าง 1 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว พับเป็นหางถ้าเป็นปลาตัวใหญ่ควรใช้ใบลานเส้นใหญ่ตัดริมหน้าตัดให้หยักเป็นรอยฟันปลาก่อนพับ แล้วนำไปติดกับตัวปลาด้านหาง เย็บด้วยด้ายหรือเชือกเล็กๆ

           วิธีสานส่วนประกอบของเครื่องแขวนปลาตะเพียน
1) กระโจมปลาหรือกระจังบน มีลักษณะคล้ายดาว 8 แฉก ใช้ประดับส่วนบนสุดของพวงเครื่องแขวนปลาตะเพียน
      วิธีสาน
1. เรียดใบลาน 4 เส้น ให้ได้ขนาดกว้างประมาณ 1 นิ้ว
2. นำใบลานทั้งสี่เส้นมาพับทบครึ่ง สอดขัดกันดึงให้ตึง
3. พับซ้อนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง สานส่วนที่เป็นแฉกให้เป็นรูปดาว

2) กระเกลือ เป็นรูปห้าแฉก ใช้สำหรับตกแต่งพวงปลาให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น นิยมใช้แต่งพวงปลาที่มีจำนวน 9 ตัว หรือ 12 ตัว ใช้ครอบอยู่ส่วนบนของลูกปลาที่ร้อยต่อลงมาจากแม่ปลาตัวใหญ่
      วิธีสาน
1. เรียดใบลาน 2 ใบ ให้ได้ขนาดตามต้องการ
2. นำใบลานมาวางซ้อน โดยให้ส่วนปลายด้านใดด้านหนึ่งทับซ้อนกัน ทำมุม 45 องศา
3. พับใบลานทั้งสองเส้นทับกันไปมา 6 ครั้ง
4. ใช้หัวแม่มือกดกึ่งกลางจับให้เป็นรูปกรวยแล้วใช้ใบลานที่เลือกอยู่พับสามเหลี่ยมโดยรอบให้ได้ทั้งหมด 5 เหลี่ยมจะมีลักษณะเป็นดวงห้าแฉก

3) ปักเป้า ลักษณะเป็นเม็ด เหลี่ยมห้อยระย้าอยู่ตามปลายแฉกของดวง ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนต่างๆ ได้แก่ กระโจมปลากับแม่ปลา แม่ปลากับลูกปลาที่ร้อยต่ออยู่ใต้ท้อง ช่วยบังไม่ให้เป็นเส้นด้าย และทำให้พวงปลาตะเพียนมีความยาว สามารถแกร่งไกวได้พลิ้วไหวยิ่งขึ้น
      วิธีสาน
1. นำใบลาน 1 เส้นมาพับงอระหว่างกลางให้ ริมใบทางขาวทับรินทางซ้าย
2. สอดริมใบทางซ้ายลอดลงมาแล้วบิดกลับจับให้เป็นรูปสามเหลี่ยม ดึงให้ตึง เสร็จแล้วพับใบลานในลักษณะเดิมทับซ้อนอีกครั้งหนึ่ง

4) ใบโพธิ์ เป็นส่วนประกอบสำหรับตกแต่ง รอบๆ กระโจมปลา และกระทงเกลือ โดยร้อยห้อยไว้ส่วนล่างสุดต่อจากปักเป้า

                                         
      วิธีทำ
1. นำใบลานใบเล็กๆ หรือเศษใบลานที่เหลือจากการสานแม่ปลามาใช้เป็นวัสดุ
2. ใช้กรรไกรตัดใบลานให้มีลักษณะคล้ายใบโพธิ์ หรือรูปแบบอื่นขนาดเท่าๆ กัน

5) ลูกปลา เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้เครื่องแขวนปลาตะเพียนเกิดความสวยงาม แลดูเป็นฝูง แกว่งไกวไปมาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ให้ความเพลิดเพลินดี นิยมร้อยแขวน 6 ตัวบาง 9 ตัวบาง ขนาดลดหลั่นกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนากของแม่ปลา
      วิธีสาน
ใช้วิธีสานเหมือนกันกับแม่ปลา แต่ใช้ตอกใบลานที่มีขนาดความกว้างน้อยกว่า สานไว้ให้ครบจำนวนที่ต้องการ

           การตกแต่งปลาตะเพียนใบลาน
ปลาตะเพียนที่สานเสร็จแล้วมาตกแต่งด้วยวิธีลงสี และเขียนลวดลายให้เกิดสีสัน มีขั้นตอนการตกแต่งดังนี้
1. เตรียมสีน้ำมัน โดยเตรียมสีสำหรับระบายบนตัวปลา และสีตัดเส้น
   
- สีที่นิยมใช้ลงพื้นบนตัวปลา ได้แก่ สีแดง สีม่วง สีเขียว สีน้ำเงิน หรือสีอื่นที่มองเห็นชัดติดทนนาน ไม่หลุดลอกง่าย
    - สีที่ใช้สำหรับตัดเส้น ได้แก่ สีเงิน สีทอง สีดำ สีขาว
2. ลงสี การลงวสีควรระบายสีพื้นให้ทั่วตัวปลา ก่อน แล้วปล่อยทิ้งไว้รอให้สีแห้ง
3. เขียนลวดลาย เมื่อสีแห้งสนิทดีแล้วจึงเริ่มเขียนลอดลาย โดยยึดความสวยงามเหมาะสมกับตัวปลาเป็นหลัก ลายที่นิยมเขียน คือ ลายเกล็ดปลาลักษณะต่างๆ เช่น เกล็ดโค้ง เกล็ดพัด เกล็ดเหลี่ยม ส่วนห่างและครีบตดแต่งด้วยลายดอกไม้ เถาไม้ ใบไม้ หรือลายที่มีลักษณะเป็นลายไทย เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยโดยเฉพาะ
4. ตัดเส้น เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยเสริมให้ปลาตะเพียนดูงดงามยิ่งขึ้น สีที่นิยมใช้ตัดเส้น คือ สีเงิน และสีทอง ซึ่งมีความแวววาวดูคล้ายเกล็ดปลาจริงๆ สำหรับการตกแต่งส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กระโจทปลา กระทงเกลือ มักใช้สีโทน เดียวกัน และเขียนลอดลายคล้ายกัน กับแม่ปลาตะเพียน
การร้อยเครื่องแขวนปลาตะเพียน
วิธีร้อยเครื่องแขวนปลาตะเพียน แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ร้อยส่วนประกอบต่างๆ ได้แก่ พวงกระโจมปลา พวงกระทงเกลือ และพวงลูกปลา
ขั้นตอนที่ 2 ร้อยแม่ปลา

ขั้นตอนที่ 1 การร้อยส่วนประกอบต่างๆ มีวิธีร้อยดั้งนี้
- พวงกระโจมปลา ประกอบด้วย ใบโพธิ์ 1 ใบ ปักเป้า 3-4 เม็ด ร้อยประดับที่ส่วนปลายแฉกของกระโจมปลา
- พวงกระเกลือ ประกอบด้วยใบโพธิ์ 1 ใบ ปักเป้า 1 เม็ด ร้อยประดับที่ปลายแฉกทั้งห้าของกระทงเกลือ
- พวงลูกปลา แต่ละชุดประกอบด้วย ใบโพธิ์ 1 ใบ ปักเป้า 3 เม็ด ร้อยติดที่ส่วนปาก กลางลำตัว และหางลูกปลาแห่งละ 1 ชุด แล้วนำลูกปลาพวงเล็กๆ นี้ไปร้อยตอกันเป็นพวงยาว พวงหนึ่ง ๆ อาจใช้ลูกปลา 2, 3 หรือ 4 ตัว เพื่อถ่วงน้ำหนักให้ เท่ากัน ในแต่ละช่องร้อยคั่นด้วยปักเป้า 2-4 เม็ด

ขั้นตอนที่ 2 การร้อยแม่ปลา ต้องนำส่วนประกอบทั้งสามส่วนมาร้อยเรียงตามลำดับ ดังนี้
1. ร้อยพวงลูกปลาเข้าใต้ท้องส่วนกลางลำตัวแม่ปลา ร้อยตรงขึ้นข้างบน แล้วนำพวงกระโจมปลามาร้อยต่อ ประมาณระยะให้อยู่เหนือครีบของแม่ปลาพอดี
2. นำพวงลูกปลาที่เหลือมาร้อยประกอบที่ส่วนปาก และหางของแม่ปลาด้างละพวง คำนวณน้ำหนักให้พอดีไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ทดลองแขวนดู ถ้าเอียงต้องแก้ไขโดยเพิ่มหรือลดจำนวนปักเป้า ลูกปลาเพื่อถ่วงน้ำหนักให้สมดุลกัน  

           เครื่องมืออุปกรณ์ 
1. เรียด ใช้สำหรับกรีดตัดใบลานให้ มีขนาดเท่าๆ กัน
2. กรรไกร หรือมีดคัตเตอร์ใช้ตัดแต่งใบลานให้เป็นรูปโค้ง มน หรือเป็นรอยหยัก
3. สี พู่กัน ใช้ระบายสีแต่งตัวปลา และส่วนประกอบอื่นๆ
4. เข็มและด้าย ใช้เย็บสอยส่วนประกอบตัวปลาให้ติดกัน หรือร้อยส่วนประกอบอื่นๆให้เป็นพวง

ที่มา http://siweb.dss.go.th/otop/show_subhead.asp?tableaid=127&aid=353


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-  สืบค้นข้อมูล  การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก”  เช่น  บรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพและคำอธิบายพอสังเขป  

สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความร้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ
          ม. 5.5.5  สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
          ม. 6.6.3  สนใจแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ รอบตัว  ใช้ห้องสมุด  แหล่งความรู้และสื่อต่าง ๆ ได้  ทั้งในและนอกสถานศึกษา

 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(2)  ให้นักเรียนเลือกประดิษฐ์ผลงาน  (ชิ้นงาน)  ในหัวข้อ  :  “งานประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  มา  1  ชิ้น  และบันทึกภาพผลงานลงใน  “เพิ่มบันทึกที่  9”

วิธีทำ..นำเส้นพลาสติกสำหรับสาน มาตัดเป็นชุดๆ

ชุดแรกตัด 7 เส้น สีขาว ตัดความยาวขนาด 37 นิ้ว
ชุดที่สองมี 17 เส้น สีขาว ตัดความยาวขนาด 36 นิ้ว
ชุดที่สามมี 17 เส้น สีเขียวตัดความยาวขนาด 36 นิ้ว

ชุดหนึ่ง กับ ชุดที่สองใช้สำหรับสานฐานกระเป๋า
ชุดที่สามใช้สำหรับสานโครงกระเป๋า

ก็ดูตามรูปนั่นล่ะค่ะยากมากค่ะขอบอก เคล็ดลับที่วิทยากรให้ทำคือ ตอนขึ้นฐานกระเป๋าให้วางเรียงเส้นพลาสติกติดกัน 7 เส้นแล้วใช้หนังสือวางทับเพื่อไม่ให้พลาสติกขยับไปมา..แล้วค่อยๆ เอาพลาสติก 17 เส้นสีขาวสอดสลับกันจนหมดก็จะได้ฐานกระเป๋า(ถ้าต้องการกระเป๋าให้ กว้าง ยาว สูงมากกว่านี้ก็ตามชอบ แต่ต้องเผื่อ กว้าง ยาว สูง 5 นิ้วไว้สำหรับสอดเก็บเสมอ)

   




















เมื่อได้ฐานกระเป๋าแล้วเริ่มมาทำตัวโครงกระเป๋าให้พับพลาสติกทุกเส้นของฐานกระเป๋าให้งอขึ้นเพื่อใช้สำหรับสอดพลาสติกทำโครง โดยสานสลับกันทีละ 3 แถวจนหมดทั้งหมด 15 แถว ดูตามภาพที่เราให้วิทยากรช่วยขึ้นโครงให้สานจนได้ 15 แถวก็จะเหลือพลาสติก 2 เส้นไว้สานส่วนบนกระเป๋าเพื่อเก็บงานให้เรียบร้อย

เมื่อได้ตัวกระเป๋าแล้วก็หันมาเก็บงานอื่นๆ เช่น ถักตะกร้อ ไว้สำหรับเป็นตัวล๊อคกระเป๋าเพื่อล๊อคกระเป๋าไม่ให้ของหล่น
ถักหูไว้คล้องตะกร้อเพื่อล๊อคกระเป่า ถักแบบตะขาบที่เราเคยใช้ทางมะพร้าวถักนั่นล่ะ (สำหรับตะกร้อ กะหูคล้องใช้พลาสติกสีเขียว 1 เส้นยาว 33 นิ้วหรือตามชอบค่ะ

สายกระเป๋าก็ใช้เส้นพลาสติกสีเขียว 2 เส้น สีขาว 2 เส้น ยาว 33 นิ้ว จะได้สายกระเป๋า 2 เส้น ให้เอาทุกเส้นนำมาแบ่งครึ่งเป็น 2 ส่วนอาจจะตัดให้ขาดหรือไม่ขาดก็ได้ แล้วนำมาถักเป็นสายกระเป๋า อันนี้สอนไม่ถูกค่ะ แต่ก็ถักเองนั่นล่ะแต่กว่าจะถักได้เสียเวลามากๆ กว่าจะเข้าใจวิธีทำจนนิ้วระบมเพราะต้องดึงให้เส้นพลาสติกตึงไม่งั้นจะเป็นถักใหญ่บ้างเล็กบ้างไม่เสมอและไม่สวยงามค่ะ..





เมื่อได้ทุกอย่างแล้วก็นำมาประกอบเป็นกระเป๋า โดยการสอดตรึงให้แน่น ก็จะได้กระเป๋าตามภาพนี้ค่ะ



 

สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ

 โมบายจากวัสดุธรรมชาติ

      
 

การแต่งบ้านเป็นงานอดิเรกที่ชื่นชอบของหลายๆคน..เพราะว่าแต่งไปก็เพลินไปไม่เหมือนงานอื่นที่ต้องเร่งรัดให้เสร็จเร็วๆ...แต่งานนี้ทำไปก็มีความสุขไป  ทำไปแล้วไม่สวยก็ขยับปรับเปลี่ยนใหม่  สำหรับคราวนี้เราลองมาทำของแต่งบ้านที่น่ารัก และสวยแบบง่ายๆ เหมาะสำหรับให้สมาชิกในบ้านทุกๆ คนช่วยกันทำช่วยกันออกแบบ เพิ่มความอบอุ่นในครอบครัว อย่างเช่น "โมบายจากวัสดุธรรมชาติ" ที่เรานำมาเสนอขั้นตอนการทำในครั้งนี้  ไปดูกันเลยดีกว่า....  
     
  สิ่งที่ต้องเตรียม


1.  เศษกิ่งไม้ขนาดพอเหมาะ  3-4 กิ่ง  
2.  เปลือกหอยรูปแบบต่างๆ  เจาะรูเรียบร้อยเพื่อเตรียมร้อยเชือก
3.  ลูกปัดที่ปั้นจากดินเยื่อกระดาษสีต่าง ๆ  (อาจจะนำมาจากตอนที่เราทำเครื่องประดับจากเปลือกหอยจำลองในครั้งก่อนๆ ก็ได้)  
4. เชือกหรือไหมพรม ตัดตามขนาดมี่เราต้องการหลายๆ เส้น
5. กรรไกร
          
  วิธีทำ
1. นำเชือกมามัดกับกิ่งไม้หลักของโมบายให้แน่น  
2. นำเปลือกหอยที่เจาะรูแล้วมาร้อยเชือกแล้วมัดเป็นปมให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
3. นำลูกปัดดินเยื่อกระดาษมาร้อยต่อ   
4. ร้อยเปลือกหอยและดินเยื่อกระดาษสลับกันไปเรื่อยๆ จนได้เชือกยาวได้ขนาดตามที่ต้องการ   
5. นำเชือกที่ร้อยเปลือกหอยและลูกปัดเรียบร้อยแล้วมาผูกกับกิ่งไม้  
6. นำเชือกมาร้อยลูกปัด และเปลือกหอยตามที่ออกแบบไว้ และนำมาผูกกับกิ่งไม้ ให้ได้ขนาดที่สวยงาม  
7. ทำชิ้นส่วนโมบายเสร็จแล้วส่วนหนึ่ง วางไว้รอประกอบกับส่วนอื่น  
8. นำกิ่งไม้อีกกิ่งมาผูกเชือกที่ร้อยลูกปัดกับเปลือกหอย ตามการออกแบบของเรา ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ กับกิ่งไม้ทุกกิ่งที่เตรียมไว้   
9. เมื่อทุกส่วนเรียบร้อยแล้วก็นำมาประกอบกันกับกิ่งไม้หลัก  โดยวางบนพื้นดูความสวยงามก่อน   
10. จากนั้นก็ถึงตอนสำคัญที่สุดแล้วคือลองยกขึ้นแขวนดู...เพื่อเช็คสมดุลของกิ่งไม้ว่าเอียงไปด้านหนึ่งด้านใดมากเกินไปไหม..ถ้ามากไปก็ลองย้ายเปลือกหอยหรือลูกปัดมาอีกข้างหนึ่ง หรือเอาออกไป  หรือปรับตำแหน่งของจุดที่ผูกเชือกกับกิ่งไม้โดยเลื่อนเข้าเลื่อนออกจนกว่ากิ่งไม้ทั้งหมดจะสมดุล....ความสนุกเพลิดเพลินก็จะอยู่ที่ตรงการปรับไปปรับมาเช็คความสมดุลนี่เอง......  
11. เมื่อโมบายกิ่งไม้ของเราสมดุลดีแล้วก็นำไปตกแต่งบ้านได้อย่างภาคภูมิใจ โดยจะนำไปประดับข้างกำแพงก็ได้  
12. หรือนำไปแขวนใต้ต้นไม้ในสวนหน้าบ้านก็สวยงามไม่แพ้กัน และยังอวดฝีมือให้เพื่อนบ้านได้เห็นอีกด้วย...  

 
ข้อแนะนำ
*หากคุณๆอยากให้โมบายหมุนได้มากกว่าปกติแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้ใช้หัวต่อที่หมุนได้  เพื่อที่เวลาลมพัดแล้วโมบายของคุณจะได้หมุนเป็นอิสระรอบทิศทาง

*คุณสามารถเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับโมบายของคุณได้ด้วยการนำรูปถ่ายหรือโปสการ์ดที่ประทับใจมา เป็นส่วนประกอบในการประดิษฐ์ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของโมบายได้นะ

*ก่อนจะประกอบกิ่งไม้แต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ให้คุณลองเช็คสมดุลของกิ่งไม้ส่วนต่างๆ ก่อนจะช่วยให้คุณปรับสมดุลของโมบายได้ง่ายขึ้น