(1)  เพิ่มบันทึกที่  9  :  งานประดิษฐ์
-  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของใช้ของประดับตกแต่งในบ้านจากวัสดุที่มีคุณภาพ”  เช่น  กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ , กระเป๋าแขวน , ตุ๊กตาสุนัขหรือสัตว์ต่าง ๆ  และอื่น ๆ ตามที่นักเรียนสนใจมา 1 อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ

 

  การเตรียมอุปกรณ์สลักลายกระจก แก้ว หรือเซรามิค

วัสดุที่ต้องการสลักลวดลาย เช่น กระจกเงา กระจกใส แก้วน้ำ หรือเซรามิค หินอ่อน หินแกรนิต หรือสเตนเลส
ลวดลายที่ต้องการ ลวดลายที่ใช้จะต้องเป็นลายขาวดำ หรือลายที่มีสีไม่เกิน 2 สี เนื่องจากหากเป็นหลายเฉดสี จะแยกไม่ออก ว่าจะต้องสลักลายที่ส่วนไหน ไม่ควรเลือกลวดลายที่เป็นลายเส้น ให้นำลวดลายที่เตรียมไว้ไปถ่ายเอกสาร ย่อหรือขยาย ตามขนาดที่ต้องการ
สติกเกอร์พีวีซีี เนื่องจากสติกเกอร์พีวีซีมีคุณสมบัติในการกันไม่ให้ น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ทำปฎิกริยากับกระจก มีให้เลือกหลายสี สีขาวก็จะมีราคาถูกกว่าสีอื่น ควรเลือกสติกเกอร์ที่มียี่ห้อ เช่น Kodak , Agfa, Konica ฯลฯ เนื่องจากคุณภาพกาว ที่ดีกว่าสติกเกอร์ทั่วไป ไม่ควรเลือกสติกเกอร์กระดาษ และไม่ควรเลือกสติกเกอร์ใส เนื่องจากจะสังเกตรอยตัดยาก   สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป
กาวแท่ง ( Stick Glue ) ยี่ห้อใดก็ได้
มีดคัตเตอร์ทั่วไป หรือหากต้องการตัดง่าย ควรใช้คัตเตอร์อาร์ทแทนคัตเตอร์ธรรมดา เนื่องจากลักษณะเหมือนปากกา สามารถหมุนตามสรีระได้ดีกว่า
น้ำยาล้างกระจก เพื่อทำความสะอาดกระจกก่อนใช้งาน
น้ำสะอาด สำหรับล้างชิ้นงาน
ผ้าสะอาด สำหรับเช็ดกระจก
น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี มีให้เลือก 2 ชนิดคือ ครีมสลักลายกระจกจีเอ็มซี สำหรับสลักลายฝ้าขาวเนียนควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับรูป ( เล็ก ไม่เกิน 40 ตารางนิ้วต่อครั้ง กลาง ไม่เกิน 120 ตารางนิ้วต่อครั้ง ใหญ่ ไม่เกิน 300 ตารางนิ้วต่อครั้ง )   และน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซีชนิดน้ำ สำหรับสลักลายฝ้าขาวหยาบ และสลักลายใสลึก ( การสลักลายใสลึก จะต้องผสมน้ำยาสลักลายกระจกจีเอ็มซีชนิดน้ำ ด้วยน้ำสะอาดเพิ่มอีก 1.5 เท่าของน้ำยา เขย่าให้เข้ากันดีก่อนใช้ ) 

gmca&b&c.jpg (42382 bytes)

ครีมสลักลายกระจก จีเอ็มซี

gmcd&e.jpg (31192 bytes)

น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ชนิดน้ำ

 

ขั้นตอนการสลักลาย ด้วยน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ชนิดครีมและชนิดน้ำ

1.   ทำความสะอาดชิ้นงานด้วยน้ำยาล้างกระจกและน้ำเปล่า ลบรอยเปื้อนต่างๆ ออกให้สะอาด

2. ลอกสติกเกอร์ติดลงบนกระจก อย่าให้มีฟองอากาศค้าง ห้ามใช้น้ำช่วย เนื่องจาก คุณภาพกาวจะอ่อนลง อาจทำให้ น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ซึมผ่านได้ วิธีการติดคือ ค่อยๆลอกสติกเกอร์ออกมาทีละส่วน จากนั้นเริ่มติดจากขอบด้านใดด้านหนึ่ง ใช้ไม้บรรทัดแข็งๆ รีดสติกเกอร์ ไล่อากาศไปจนสุดปลายอีกด้านหนึ่ง อย่าลอกสติกเกอร์ออกมาทีเดียวทั้งแผ่น จะติดยากมาก และไฟฟ้าสถิตย์บนกระจก อาจจะดูดสติกเกอร์จน ทำให้เกิดฟองอากาศค้างได้ สติกเกอร์ที่นำมาติด ควรตัดให้ใหญ่กว่ากระจกเสมอ จากนั้นพับขอบสติกเกอร์ที่เลยออกมานอกกระจกไปด้านหลังกระจกทุกด้าน

ติดสติกเกอร์.jpg (10633 bytes)

รีดฟองอากาศออก.jpg (10321 bytes)

3.   ทากาวหลังกระดาษลายที่เตรียมไว้ให้ทั่ว ควรทาให้พอติดได้โดยไม่หลุด อย่าทาหนาเกินไป หลังจากตัดเสร็จ จะต้องแกะกระดาษลายออก จะแกะยาก การติดลายควรจัดสมดุลรูปให้สวยงาม

ทากาวแท่ง.jpg (10517 bytes)

4. ใช้มีดคัตเตอร์ตัดบนกระดาษลายผ่านสติกเกอร์ รอบส่วนที่ต้องการสลักลาย จากนั้นงัดกระดาษลายและสติกเกอร์ในส่วนนั้นออก จนเห็นผิวกระจก มีดที่ใช้ตักจะต้องคม อย่าออกแรงตัดมากจนเกินไป กระจกจะเป็นรอยบิ่นได้

ตัดลาย.jpg (12334 bytes)

5. ทำความสะอาดกระจกอีกครั้ง โดยลอกกระดาษลายส่วนที่เหลือออกทั้งหมด จนเหลือแต่สติกเกอร์ที่มีช่องที่ตัดแล้ว การงัดสติกเกอร์ อาจเกิดคราบยางเหนียว หลงเหลือบนกระจกได้ ทั้งนี้ น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี จะทำปฎิกริยากับคราบยางได้ไม่สมบูรณ์ จึงจำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดคราบยางสติกเกอร์ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ตัดเศษสติกเกอร์ ออกมาเป็นเส้นยาวประมาณ 5 เซ็นติเมตร กว้างประมาณ 1 เซ็นติเมตร ใช้มือจับปลายทั้งสองข้างของสติกเกอร์ แล้วนำไปกดบริเวณที่มีคราบยางสติกเกอร์ ให้ใช้เล็บกดช่วยด้วยแล้วจึงดึงออก จะดูดคราบยางออกมาได้ดี อีกวิธีคือ ใช้ผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย ชุบแอลกอฮอลล์ล้างแผล เช็ดเอาคราบยางออก เมื่อคราบยางออกหมดแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดที่ไม่มีขุย เช็ดทำความสะอาดอีกรอบ สังเกตุให้เห็นกระจกมันวาวที่สุด

ลอกกระดาษที่เหลือออก.jpg (11410 bytes)

6. เขย่าขวด น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี เพื่อให้สารเคมีรวมตัวกันสมบูรณ์ จากนั้นเทจากขวดโดยตรง ลงบนชิ้นงานให้เร็ว ห้ามใช้ช้อนตัก จะช้าเกินไป เริ่มต้นเทจากนอกบริเวณที่ต้องการสลักลาย เทไล่ไปจนทั่ว สามารถใช้ช้อนพลาสติกช่วยเกลี่ยได้ ระวังอย่าให้ช้อนสัมผัสถูกกระจก อาจเกิดรอยช้อนได้ ข้อควรระวังคือ แต่ละส่วนของรูปจะต้องสัมผัสถูกน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ในเวลาที่ใกล้เคียงกันที่สุด หากเว้นช่วงนานเกินไป อาจเกิดรอยขอบน้ำยาขึ้นได้ รักษาระดับน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ให้มีความหนาสม่ำเสมอกัน ไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร อย่าให้บางเกินไป ปฎิกริยาจะไม่สมบูรณ์

เทครีม.jpg (11030 bytes)

7. ทิ้งไว้ 20 นาที ( น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ที่ใช้แล้วหลายๆรอบ ควรเพิ่มเวลาให้มากขึ้น )

8.   ปาดน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ด้วยยางปาด ลงขวดเดิม เพื่อนำกลับมาใช้ได้อีก จนกว่าจะหมดฤทธิ์ ( ประมาณ 5-10 รอบ ขึ้นอยู่กับพื้นที่งาน ) นำชิ้นงานไปล้างน้ำ ควรใช้พู่กันล้างคราบน้ำยาออกให้หมด ( น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี จะล้างออกไม่ยากเนื่องจากไม่มีส่วนผสม ของน้ำมัน หรือน้ำมันก๊าซ ) เช็ดหรือเป่าให้แห้ง สำรวจผลงานดูก่อน หากยังไม่สมบูรณ์ สามารถซ่อมงานได้ โดยการลง น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซี ซ้ำด้วยวิธีเดิมอีกรอบให้ทั่วรูป แต่ใช้เวลา 10 นาที งานที่ไม่สมบูรณ์ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไม่ได้เขย่าขวดก่อนใช้ หรือ ลงน้ำยาช้าเกินไป หรือ น้ำยาบางเกินไป หรือ น้ำยาหมดฤทธิ์แล้ว เป็นต้นการปาดครีมเก็บหากใครแพ้สารเคมีควรสวมถุงเมื่อทุกครั้ง

ปาดครีมเก็บ.jpg (12247 bytes)

9.   เมื่อผลงานสมบูรณ์ ให้ลอกสติกเกอร์ออกได้เลย นำไปล้างน้ำอีกครั้ง เช็ดหรือเป่าให้แห้ง นำไปใส่กรอบรูป เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

ลอกสติกเกอร์.jpg (10856 bytes)

ผลงาน.jpg (10351 bytes)

 

***** หากใช้น้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซีชนิดน้ำ ให้ทำทุกขั้นตอนเหมือนเดิม ยกเว้น จะต้องสร้างกระทง เพื่อกักเก็บน้ำยาทุกครั้ง โดยให้ใช้สติกเกอร์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าชิ้นงานอย่างน้อย 2 นิ้ว ติดให้ขอบสติกเกอร์เลยออกนอกกระจก ด้านละ 1 นิ้ว ใช้กระดาษมันหลังสติกเกอร์ ดามไว้ด้านหลังอีกชั้น จะได้งานลักษณะ ดังนี้คือ สติกเกอร์อยู่ด้านบนกระจกอยู่ตรงกลาง กระดาษมันอยู่ด้านหลัง   จากนั้นให้พับขอบปีกที่เลยออกไปตั้งฉากขึ้น 90 องศาทุกด้าน ใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บที่มุมทั้งสี่มุง ก่อนค่อยเทน้ำยาลงไป แช่น้ำยาต้องไม่เกิน 30 นาที สำหรับการสลักลายฝ้าขาวหยาบ

การสลักลายแบบใสลึกด้วยน้ำยาสลักลายกระจก จีเอ็มซีชนิดน้ำ ให้ผสมน้ำยาด้วยน้ำสะอาด 1-1.5 เท่า หรือ 100-150 % เขย่าให้เข้ากัน เทน้ำยาที่ผสมแล้วลงในกะบะกระจกที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ 1 นาที ใช้พู่กันกวาดล้างกระจกระหว่างที่มีน้ำยาขังอยู่ ให้ทั่วและสม่ำเสมอ จากนั้นทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ถึง 6 ชั่วโมง ความลึกขึ้นอยู่กับเวลาที่ทิ้งไว้ สาเหตุที่ต้องใช้พู่กันกวาดล้าง เนื่องจาก น้ำยาที่ผสมกับน้ำสะอาด มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างอ่อน หากมีคราบสกปรกตกค้าง จะทำให้ผิวงานที่ได้ไม่เรียบ และไม่สม่ำเสมอกัน การกวาดล้างจะช่วยได้ *****

 



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-  สืบค้นข้อมูล  “การประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  เช่น  โมบายจากกระป๋อง  ,  กระถางต้นไม้จากขวดน้ำพลาสติก  ,  โคมไฟจากขวดพลาสติก  และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพประกอบ  ,  วัสดุและอุปกรณ์ในการทำงาน  ,  ขั้นตอนการทำ 

โคมไฟกระดาษสา

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม คือ

1. ไฟกระพริบ 1 ชุด 35 ดวง
( ถ้าใช้กระดาษสี ควรใช้หลอดใส ถ้าใช้กระดาษขาว ก็ควรเลือกไฟกระพริบสี )
2. กระดาษสา 1 แผ่น เลือกสีและลายตามใจชอบ
3. กาวUHU หลอดเล็ก 1 หลอด
4. ดิ้นทองเส้นเล็กๆ 2-3 เมตร
( ใช้ดิ้นทองแทนด้าย เพื่อให้ดุสวย ถ้าเป็นด้ายเห็นแล้วคงไม่งามนัก แต่ถ้าไม่ใช้เชื่อกมัด อีกหน่อยกาวเสื่อม มันอาจจะหลุดได้ )


1. ตัดกระดาษสา ขนาด 6.5 - 7 ซม. หรือประมาณ 2.5 - 2.7 นิ้ว เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านเท่า
2. นำกระดาษมาพับครึ่งด้านไม่เท่า เฉียงนิดๆ เพื่อให้ปลายไม่ตรงกัน
3. ทากาวยูฮู ตรงบริเวณปลายที่พับด้านใน แล้วนำไปหุ้มกับขั้วหลอดไฟกระพริบ จับเป็นจีบเพื่อให้เป็นทรงดอกไม้ รอบขั้วหลอด
4. เอาดิ้นทองมาพันรอบขั้วหลอดซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันกระดาษหลุด
5.ติดแบบนี้เหมือนไปทุกดอก จนครบทุกดวง 35หลอด ก็เป็นอันเสร็จแล้ว

วิธีทำ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
-  สืบค้นข้อมูล  การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก”  เช่น  บรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ และอื่น ๆ  ตามที่นักเรียนสนใจมา  1  อย่าง  พร้อมภาพและคำอธิบายพอสังเขป  

ตะกร้าหวาย

  

เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต

7.1 มีดโต้ เป็นมีดที่ใช้สำหรับตัดไม้มีขนาดใหญ่สันหนาน้ำหนักมาก ยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร มี 2 ชนิดคือ ชนิดสันโค้ง และสันตรง
7.2 มีดตอกเป็นมีดทรงเรียวแหลม คมมีดโค้งมน เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานส่วนใหญ่ช่างจักสานมักต่อด้ามยาวออกไปประมาณ 60 ซ.ม. เพื่อสามารถสอดเข้าไปขัดไว้ในซอกแขนช่วยให้การบังคับคมมีดดีขึ้นมีดจักตอกมักมีน้ำหนักเบา ค่อนข้างบาง ใช้จักตอกให้เป็นเส้น ช่างจักสานมักใช้เป็นมีดประจำตัว
7.3 เลื่อยลันดา เป็นเลื่อยใช้งานทั่วไปใช้สำหรับตัดหรือฝ่าไม้ตามความต้องการ ใช้งานเมื่อให้
ปลายไม้ทั้งสองเรียบเสมอกัน เวลาใช้ควรวางเลื่อยให้ได้ 60 องศา กับงานในการใช้เลื่อยต้องใช้เลื่อยที่ฟันละเอียดคม
7.4 เลียด คือ เครื่องมือชักหวายให้ได้เส้นตามขนาดที่ต้องการ หรืออาจทำขึ้นเองจากวัสดุที่ทำจาก สังกะสีหรืออลูมิเนียม เช่น จานกิโล,จานสังกะสี บ้างเรียกว่า รูร้อยหวาย ทำด้วยเหล็ก นำมาเจาะรูขนาดต่างๆ ตามต้องการใช้สำหรับสอดร้อยหวายเข้าไป เพื่อลบความคมและช่วยให้หวายมีขนาดเท่ากัน
7.5 หินลับมีด เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มีดคมอยู่เสมอ ซึ่งมีความสำคัญมากในการจักตอก
7.6 กระดาษทราย เป็นแผ่นเนื้อคายเหมือนทราย ไว้สำหรับขัดตะกร้าไม้สักให้เรียบเป็นมันหรือ
ขัดหวายที่เป็นขนให้หลุด เพื่อความสวยงามในการสาน
7.7 ไม้สัก เป็นไม้เนื้ออ่อน ลวดลายสวยงาม และทนทาน เหมาะที่จะใช้งานในการทำก้นตะกร้า
7.8 ตะปูเข็ม คือตะปูตัวเล็กที่สุด เหมาะที่จะใช้งานตอกหวายติดกับไม้สักเพื่อใส่คิ้ว
 (ตอกตัว) ให้ติดแน่นไม่หลุดและมีอายุการใช้งานได้นาน
7.9 เหล็กหมาด มีลักษณะเป็นเหล็กแหลมยาวประมาณ 4 นิ้ว มีด้ามขนาดเหมาะมือที่ทำหน้าที่
เจาะรู และประกอบการจักสาน อาจจะทำจากเหล็กเส้น หรือลวดที่มีความแข็ง
 ซี่ล้อลวดจักรยานโครงร่ม ที่ใช้แล้ว นำมาฝนให้แหลม เหล็กหมาด 2 ชนิด คือ
 ชนิดปลายแหลมและชนิดปลายแบนชนิดปลายแหลมใช้เจาะเพื่อร้อย
เส้นหวายส่วนชนิดปลายแบนใช้เจาะเพื่อร้อยเส้นตอก
7.10 ค้อนหงอน ค้อนขนาดเล็กเหมาะสมสำหรับการจัดสาน ใช้ตอกตะปูถอนตะปู
หรือตอกไม้เวลาประกอบชิ้นงาน

ขั้นตอนกระบวนการผลิต / วิธีทำ

ขั้นตอนเตรียมการ
1. ดิ้ว (ตอกตั้ง) ทำด้วยไม้ไผ่ เหลาให้เหล็กตามขนาดของหวายที่ใช้สาน
2. หวายสานถักและพันตามส่วนต่างๆ ของตะกร้า
3. ไม้ทำก้นตะกร้าใช้ไม้เนื้ออ่อน ดีที่สุดใช้ไม้สัก
4. ขอบตะกร้าใช้ไม้ไผ่ เหลาตามขนาดของตะกร้าโค้งตามรูปทรง
ใส่ขอบและมัดเพื่อให้อยู่ตัวไม่หลุดพังง่าย
5. งวงตะกร้า ทำด้วยลวดเส้นใหญ่ตามขนาดของตะกร้า
6. มือจับตะกร้า (สำหรับใช้มือจับหิ้ว)
7. มีดโต้
8. เตรียมมีดตอก
9. เตรียม เลื่อย
10. เลียด
11. หินลับมีด
12. เศษผ้าสำหรับพันนิ้วมือ
13. ค้อนหงอน

ขั้นการผลิต

1. รูปแบบตะกร้า (รองตะกร้า) สร้างขึ้นด้วยไม้ตามแบบที่เราต้องการ ถ้าทรงเหลี่ยมข้างในจะกลวงทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ถ้ารูปไข่ และทรงกลม ข้างในจะตันทำด้วยไม้ก้ามปูหรือไม้เนื้ออ่อนอื่นๆ
2. เหลาหวายและดิ้วเป็นการทำให้หวาย และไม้ไผ่มีขนาดพอเหมาะที่จะใช้ในการสานตะกร้า หวายเหลาเป็นเส้นยาว เล็กและยาว ไม้ไผ่เหลาเล็กบางพอดีกับหวายเรียกว่า ดิ้ว ใช้สำหรับทำตอกตั้งในการสานตะกร้าควรมีความพยายามและมีความรับผิดชอบจึงจะได้หวายและดิ้วที่มีคุณภาพ เพียงพอที่จะสานตะกร้าได้สำเร็จ
3. นำไม้หวายมาเหลาให้เป็นเส้น
4. นำเข้าเครื่องชักหวาย หรือ เลียด เพื่อให้เป็นตามขนาดที่ต้องการ หรือใช้ ฝาหม้อ หรือจานสังกะสี
นำมาเจาะรูไล่ขนาดเล็ก ใหญ่ ขนาดใหญ่เท่ากับเส้นหวาย ไล่ลำดับขนาด เล็กลงไปจนเท่ากับเส้นด้าย
5. นำไม้ไผ่สีสุก เหลาให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ (เรียกว่าดิ้ว) นำไปต้มเพื่อย้อมสี (สีที่ใช้เป็นสจากธรรมชาติ) คือ ขมิ้น ผิวมะกรูด ประมาณ 1 ลูก ขมิ้นทุบรากยอ ให้สีเหลือง เปลือกลำต้นคาง (ต้ม) ให้สีน้ำตาล
ส่วนผสมของสี
เกลือ 1 กำมือ
มะกรูด 2-3 ลูก
น้ำ ประมาณ 2 ขัน
ขมิ้นทุบ ประมาณ ½ กก.
ต้มให้เดือด น้ำสีจะออกมา ใส่เส้นดิ้วลงไปต้มนาน ½ ชั่วโมง
6. นำเส้นคิ้วไปล้างให้สะอาด จนน้ำใสกันสีตก จากนั้นนำไปตากแห้ง
7. นำไม้สักขนาดที่เราต้องการหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร เลื่อยตามรูปทรงของตะกร้าทำเป็นก้นตะกร้า จากนั้นนำเส้นหวายมาตอกตะปู ติดกันได้ก้นตะกร้าโดยรอบ
8. นำปั้นจั่น หรือ หลัก (ทำขึ้นเอง ใช้ต่อกับแบบหรือรองเพื่อยึดรูปทรงตะกร้าตามแบบ)
9. นำเส้นดิ้วมาเสียบกับก้นตะกร้าโดยรอบ
10. นำเส้นหวายมาจักสานตามลายที่เราต้องการ
        จะเห็นได้ว่า วิถีชีวิตของชาวบ้านขอมในอดีตที่เป็นเมืองโบราณ มีชีวิตเรียบง่าย ประกอบอาชีพในการทำนา เมื่อว่างจากนา จะรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมด้านงานจักสานซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และปัจจุบันก็ได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานที่มีความสนใจไว้เป็นอาชีพเสริมรายได้ให้กับครอบครัวมีความเป็นอยู่ดีมีความสุข เป็นสังคมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันตามแบบฉบับวิถีชีวิตของคนไทยในชนบท
รูปการในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวบ้านขอม ที่มุ่งเน้นการผลิตเครื่องจักรสานไว้ใช้ในครัวเรือน ทำในเวลาว่าง แต่ปัจจุบันปรับรูปแบบเป็นผลิตเพื่อการค้าเป็นรายได้ในครัวเรือนและภูมิปัญญาในการผลิตสินค้าจากรุ่นสู่รุ่น มุ่งสู่การพัฒนาตามความต้องการของตลาด มีการบริหารจัดการเข้ามาเกี่ยวข้อง รูปแบบเครื่องจักสานดั้งเดิม อันเป็นเอกลักษณ์ได้มีการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัย โดยที่ภูมิปัญญาเป็นผลึกขององค์ความรู้ที่มีกระบวนการสั่งสม สืบทอด กลั่นกรองกันมายาวนาน ที่มี
มาหลากหลาย เป็นเรื่องที่สั่งสมมาแต่อดีต เป็นเรื่องของการจัดความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ แวดล้อม คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทางจารีต ประเพณี วิถีชีวิต การทำมาหากินและพิธีกรรมต่าง ๆ ทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความสัมพันธ์เหล่านั้น

 

สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความร้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ
          ม. 5.5.5  สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
          ม. 6.6.3  สนใจแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ รอบตัว  ใช้ห้องสมุด  แหล่งความรู้และสื่อต่าง ๆ ได้  ทั้งในและนอกสถานศึกษา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(2)  ให้นักเรียนเลือกประดิษฐ์ผลงาน  (ชิ้นงาน)  ในหัวข้อ  :  “งานประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เน้นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น”  มา  1  ชิ้น  และบันทึกภาพผลงานลงใน  “เพิ่มบันทึกที่  9”

 

สพฐ.  ม. 3.3.3  ทำงานอย่างมีความสุข  พัฒนางานและภูมิใจในผลงานของตนเอง
          ม. 3.3.5  มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนสนใจ