แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ดร.เฉลิม ฟักอ่อน ศึกษานิเทศก์ สพท.ลำพูน เขต 1 กล่าว สิ่งที่จำเป็นในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา สำหรับโรงเรียนโดยครูผู้สอนต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้เป็นหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค Backward Design

ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2551 กำหนดให้สถานศึกษา ในสังกัด จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนี้(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)
1. โรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตรและโรงเรียนที่มีความพร้อมตามรายชื่อที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ใช้หลักสูตรฯ ปีการศึกษา 2552 2554

2. โรงเรียนทั่วไป ให้ใช้หลักสูตรฯ ปีการศึกษา 2553 ครบ 2555 

สถานศึกษา ที่ต้องใช้ หลักสูตร ควรศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลางฯ และเตรียมการจัดทำสิ่งต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ

วิพากษ์ศธ.ยกเครื่องหลักสูตร"51
          นายตะวัน เทวอักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อจท.ให้สัมภาษณ์ ถึงมุมมองความแตกต่างระหว่างหลักสูตรปี พ.ศ.2551 กับหลักสูตรปี พ.ศ.2544
          หลักสูตรปี พ.ศ.2544 จะกระจายอำนาจลงสู่ระดับผู้ปฏิบัติงาน จึงได้กำหนดกรอบหลักสูตรอย่างกว้างๆให้ผู้ปฏิบัติไปคิดเองจึงส่งผลให้การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง                                                                     หลักสูตรปี พ.ศ.2551 น่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะสามารถพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยได้ หลักสูตรใหม่นี้เป็นการนำข้อด้อยของหลักสูตรปี พ.ศ.2544 มาปรับปรุง ได้แก่ เรื่องของหลักการ  เป้าหมายของหลักสูตรปี พ.ศ.2544 ที่ยังไม่เกิดผล เพิ่มรายละเอียดในกรอบการสอน  กำหนดตัวชี้วัด  ระบบการประเมินคุณภาพ และเนื้อหาการเรียนของแต่ละระดับชั้นที่ชัดเจนมากขึ้น  เรียนจบในแต่ละบทแล้วนักเรียนจะต้องรู้อะไรบ้าง และวิธีการสอนที่มีการจัดแผนการสอนให้ครูสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น
แสดงความคิดเห็นว่า "การปรับเปลี่ยนหลักสูตรทุกๆ 5 ปี เปลี่ยน 1 ครั้ง เพื่อความทันสมัยของข้อมูล เช่น ประเทศสิงคโปร์     

 หลักสูตรแกนกลางสู่หลักสูตรสถานศึกษา

              หลักสูตรแกนกลาง หมายถึง หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 มีรายละเอียดแสดงให้เห็นกรอบทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถนำไปใช้จัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยรวมทั้งสำหรับการจัดการศึกษาทุกกลุ่ม เช่น การศึกษาพิเศษ การศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ เป็นต้น โดยมีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นข้อกำหนดคุณภาพของผู้เรียน
             หลักสูตรสถานศึกษา หมายถึง หลักสูตรระดับท้องถิ่นซึ่งสถานศึกษานำข้อมูลสภาพที่เป็นปัญหาหรือความต้องการในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพังประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มาจัดทำสาระของหลักสูตร และจัดการเรียนรู้โดยยึดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรอบหรือแนวทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา
            มาตรฐานการเรียนรู้ หมายถึง ข้อกำหนดคุณภาพผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของแต่ละกลุ่มเพื่อใช้เป็นจุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ซึ่งกำหนดเป็น  มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้น

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
วิสัยทัศน์               ภารกิจ      เป้าหมาย      คุณลักษณะอันพึงประสงค์       การจัดทำหน่วยการเรียนรู้
องค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้

        นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กล่าวว่า กรรมการ กพฐ.ได้รับร่างหลักสูตร ไปพิจารณาแล้ว โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า ตัวชี้วัดที่ปรับใหม่นั้น ควรจะส่งเสริมให้เกิดการเรียนการสอนที่สร้างกระบวนการคิดให้กับเด็ก ไม่ต้องการให้ตัวชี้วัดไปส่งเสริมการเรียนแบบเน้นเนื้อหา เพราะความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าเด็กรู้จกกกระบวนการเรียนรู้แล้ว จะนำไปปรับใช้กับการเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆหลักสูตรที่ปรับปรุงใหม่ต้องมีการจัดกรอบเวลาเรียนในแต่ละกลุ่มสาระวิชา เพราะหลักสูตรเดิมให้โรงเรียนจัดสรรเวลาเรียนแต่ละวิชา ผลทำให้การจัดการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกันมาก ส่วนใหญ่ ร.ร.จะจัดเวลาเรียนให้วิชาใดมากหรือน้อยเท่าใด ขึ้นอยู่กับครูที่ตัวเองมี เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำในการจัดสรรเวลาเรียนแต่ละวิชาไว้ ทาง สพฐ.จะนำร่างหลักสูตรฯ ไปจัดประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นใน 4 ภูมิภาค แล้วนำความเห็นที่ได้จากการประชาพิจารณา รวมทั้งความเห็นของ กพฐ. มาปรับปรุง ร่าง หลักสูตรฯ อีกครั้ง ก่อนนำหลักสูตรไปใช้จริง-- 2 มิถุนายน 2551 16:28:47 น.

โฉมหน้าการศึกษาปี 51 ไร้ทิศทาง

                      การปฏิรูปการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงแบบ "หน้ามือเป็นหลังมือ" จึงเกิดขึ้นชนิดที่เรียกได้ว่า "แบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน" บีบให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ เอาเด็กชั้นประถมศึกษามาเรียนหนังสือแบบนักศึกษามหาวิทยาลัย ทำให้ลูกหลานไทยยุคใหม่ถูกสั่งสลายความทรงจำ การศึกษาแนวใหม่ยังห้ามครูบังคับเคี่ยวเข็ญห้ามครูสั่ง หักไม้เรียวครู เพราะนั่นถือเป็นวิถีเผด็จการ ขัดขวางการสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตย ต้องให้อิสรเสรีในการแสวงหาความรู้เอง หรือที่เรียกกันเสนาะหูว่า "Child center" ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง  ปฏิรูปการศึกษาไทยจึงล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้สอนภาษาไทย เริ่มต้นหัดอ่านภาษาไทยเป็นคำแบบฝรั่งในหลักสูตรใหม่ 2521 ทำให้ลูกหลานไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ที่เด็กไทยยังอ่อนวิชาภาษาไทย ตกวิชาภาษาไทย มาจนถึงหลักสูตรปฏิรูป 2544 หรือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐบาล "คิดเร็ว ทำเร็ว" รวมถึงปีนี้ 30 ปี  ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับหลักสูตร2503 เด็กจบชั้นป.4-, ป.7- ม.ศ.3-ม.ศ.5 เขาแข่งเรียน แข่งรู้ เขาเรียนหนังสือ ครูสอนหนังสือ ครูคือแม่พิมพ์ที่สังคมไทยให้การยกย่องเป็น "ปูชนียบุคคล" ครูสอนโดยวิธีการถ่ายถอดความรู้เพื่อสอบความรู้ มีสอบได้ สอบตก เด็กๆ ก็ยังแข่งขันกันเรียน สนใจเรียน ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกฝนทำการบ้านตามที่ครูสั่ง ไม่เข้าใจก็ซักถามครู ครูสอนครบทุกบทครบทุกเนื้อหา เรียนกันจนเกินหลักสูตรที่ครูสอนเพื่อทำแบบฝึกหัด และเด็กเก่งระดับประเทศอันดับ 1-100  มีเรียนพิเศษกันน้อยมาก  
                  ในปัจจุบันร้อยละ 99 พ่อแม่ผู้ปกครอง ส่งลูกเรียนกวดวิชา ไม่เว้นวันเสาร์-อาทิตย์   เพราะถูกยัดเยียดความรู้ พักผ่อนไม่เพียงพอ สมองและร่างกายของเด็กไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างเหมาะสมกับวัย ขณะที่โรงเรียนกวดวิชาผุดขึ้นทั่วประเทศ  จากการสังเคราะห์ คนไทย63 ล้านคนเฉลี่ยแล้วจบการศึกษาแค่ชั้นม.1 บางคนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ตกหล่นจากระบบการศึกษาที่รัฐเอื้อมมือเข้าไปจัดการศึกษาไม่ถึง ทั้งที่เด็กแต่ละคนมีความหลากหลาย เด็กเมื่อเข้าโรงเรียนจึงถูกฆ่าทางปัญญา และไม่มีความสุข   ระบบการศึกษาไทยมีระบบการตรวจสอบที่ประเมินไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นถ้าประชาชนไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา ไม่เข้ามาติดต่อ ตรวจสอบอย่างจริงจัง ทิศทางการศึกษาในปี2551 จะเป็นอย่างไร    
                ไฮไลท์การศึกษาไทยในปี 2551 กระทรวงศึกษาธิการซึ่งรับผิดชอบจัดการศึกษาของชาติร้อยละ 90 ยุ่งอยู่กับการปรับเปลี่ยนระบบหลายๆ เรื่อง ทั้งการจัดระบบการจัดการศึกษาแต่ละระดับใหม่ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ผ่าน สนช. การปรับปรุงหลักสูตรการปรับเกณฑ์การสอบคัดเลือกเข้า ม.1 เกณฑ์การคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยและการปรับเกณฑ์การประเมินจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้น ปัญหาขาดแคลนครูทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ม.นอกระบบ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาน้อยมากเป็นรูปแบบของการสร้างความพึงพอใจให้เกิดแก่คนอย่างรวดเร็วมากกว่าการพัฒนา สร้างคนเพื่อพัฒนาชาติการศึกษาต้องนำไปสู่การเรียนการสอนที่เข้มแข็ง มีคุณภาพ การปฏิรูปการศึกษาที่ดีที่สุดคือ  ต้องมีความมุ่งมั่น รู้แนวโน้มการศึกษา รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยควรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน คนยุคใหม่ต้องเป็นอย่างไร คำนึงถึงวิธีการพัฒนาการศึกษาให้ตรงจุด และกระทำอย่างจริงจัง ผู้นำทางความคิดต้องพร้อมให้การสนับสนุนทางการศึกษา

 

 ความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรประถมศึกษา

 1. การศึกษามีอยู่ 2 แบบ คือ.....
1.1 ไม่มีแบบแผน (Informal Education)
1.2 มีแบบแผน (Formal Education)
2. การศึกษาแบ่งเป็น..........ตอน ได้แก่.........(3 ตอน)
(1. ตอนต้นหรือก่อนวัยเรียน 2. ตอนวัยเรียน 3. ตอนพันวัยเรียนแล้ว)
3. จอห์น ดิวอี้ ไห้คำจำกัดความว่า....(การศึกษาคือความเจริญงอกงาม)
4. สถานที่ที่ใช้ทำการสอนการเรียนแห่งแรกคือ........(วัด)
5. สมัยกรุงศรีอยุธยา การศึกษาเจริญถึงขีดสุดในสมัย...(สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พ.ศ.2199 - 2231)
6. หนังสือสอนอ่านเล่มแรก ชื่อหนังสือ......(จินดามณี)
7. พระเจ้าตากสินได้บำรุงการศึกษาโดย...(เสาะหาพระสงฆ์ที่ทรงคุณธรรมและมีความรู้มาตั้ง
เป็นพระราชาคณะและสั่งสอนอบรมกุลบุตรสืบไป)
8. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอน 1 ได้วางแนวปูพื้นฐานการศึกษา......(ประชาบาล พ.ศ.2325 - 2414)
9. ยุคปฏิรูปการศึกษาคือปี พ.ศ. ........(2416)
10. มีการตั้งโรงเรียนในพระบรมมหาราชวังเมื่อ......(พ.ศ.2314)
11. ได้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับทวยราษฎร์เมื่อ......(พ.ศ.2327)
12. การเรียนการสอนแบบตามสุดวกเรียกว่า......(การศึกษาแผนโบราณ)
13. “มติกาการศึกษาได้เปลี่ยนชื่อมาจาก.......(การศึกษาแผนโบราณ)
14. มาติกาการศึกษามี.....มาติกา (8)
15. สมัยมาติกาการศึกษานี้มีหนังสือสำคัญอยู่ 3 เล่ม ได้แก่......(1. ปฐม ก.กา 2. ประถมมาลา
และ3. จินดามณี)
16. การเรียนสมัยมาติกาการศึกษา นักเรียนผู้เรียนเป็น......(ชายทั้งสิ้น)
17. กรมศึกษาธิการตั้งขึ้นเมื่อ........(พ.ศ.2430)
18. “แบบเรียนเร็วมี 3 เล่ม ใช้เวลาเรียน......(1 ปี - ปี)
19. ตั้งกรมธรรมการเป็นกระทรวงธรรมการเมื่อ.....(พ.ศ.2435)
20. การจัดโครงการศึกษาครั้งแรก.....(พ.ศ.2441)
21. ประกาศใช้โครงการศึกษาครั้งที่ 2 เมื่อ.....(พ.ศ.2445)
22. ประกาศใช้โครงการศึกษาครั้งที่ 2 แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 สาย ได้แก่......)1. สายสามัญศึกษา
2. สายวิสามัญศึกษา)
23. พ.ศ.2454 ได้แบ่งโรงเรียนออกเป็น 3 ประเภทคือ (1.โรงเรียนรัฐบาล 2.โรงเรียนประชาบาล
3.โรงเรียนบุคคล)
24. พ.ศ.2464 รัฐบาลได้กำหนดให้กรุงเทพฯ - ธนบุรี มีโรงเรียนได้.....โรง (80) และให้ต่างจังหวัด
อำเภอละ......โรง (1)
25. ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ประถมศึกษาฉบับแรกเมื่อ.....(พ.ศ.2464)
26. พ.ศ.2475 ได้ประกาศใช้แผนการศึกษา แบ่งเป็นอาชีพ 3 ชั้น ได้แก่.......(1. อาชีพชั้นต้น
2. อาชีพชั้นกลาง 3. อาชีพชั้นยอด)
27. พ.ศ.2478 ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ประถมศึกษาจัดตั้งโรงเรียน.......(เทศบาล)
28. พ.ศ.2484 ประกาศใช้แผนการศึกษาสมัยใหม่ เปลี่ยนชื่อการศึกษาสายวิสามัญเป็น......(สายอาชีพ)
29. พ.ศ.2491 - 2516 ได้ชื่อว่าเป็นยุค.....(ใหม่ของการศึกษาประชาบาล)
30. มัธยมตอนต้น (ม.1 - 3) เปลี่ยนเป็น ป.5 - 7 เมื่อ......(พ.ศ.2503)
31. การศึกษาฝ่ายสามัญศึกษาได้ตั้งหน่วยศึกษานิเทศก์ประจำ 71 จังหวัด เมื่อ.....ก.ค. พ.ศ.2497)
32. ได้จัดตั้งโรงเรียนคนหูหนวกที่โรงเรียนเทศบาล 17 จังหวัดพระนคร เมื่อ......(10 ส.ค. 2494)
33. การโอนการศึกษาประชาบาลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกรมสามัญบางโรงเรียน......
(โอนเมื่อ พ.ศ.2523) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2523)
34. หลักสูตรคือ......(ประมวลกิจกรรมและประสบการณ์ทั้งในและนอกโรงเรียนที่จะช่วยให้เรียนรู้
พัฒนาการทุกด้าน)
35. หลักสูตรที่ดีควรมีลักษณะเป็นอย่างไร..(มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น)
36. แนวโน้มของหลักสูตรใหม่.......(เป็นหลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม)
37. รายละเอียดที่ขยายข้อความในหลักสูตรคือ......(ประมวลการสอน)
38. การนำหลักสูตรไปสู่การสอนของกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์หมายถึง......(การตีความมุ่งหมาย
ของหลักสูตร เพื่อที่จะกำหนดรายละเอียดของเนื้อหา)     9 เมษายน 2551  

บรรณานุกรม

 เขตพื้นที่การศึกษาราชบุรี เขต 2 กลุ่มนิเทศติดตามฯ สำนักงาน.  โฉมหน้าการศึกษาปี 51 ไร้ทิศทาง

                           วันที่ 4 มกราคม 2551 (http://webboard.thaispeed.net/rbr2/nited/view.php?No=13) 

                            สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2552

 

ดร.เฉลิม ฟักอ่อน ศึกษานิเทศก์ สพท.ลำพูน  แนวทางการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
            วันที่ : 2  ก.พ 2552  บ้านสอนครู

                          ( http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5261) สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2552

ตะวัน   เทวอักษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อจท. วันที่ : 15 ธ.ค. 2551 บ้านสอนครู http://www.kroobannok.com/4123  สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2552

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sansook&group=22  วันที่ 9 เมษายน 2551

                          สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2552

 

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sansook&month=04-2008&date=09&group=22&gblog=9 

                          2  มิถุนายน 2551  สืบค้นวันที่ 1 สิงหาคม 2552