ประสบการณ์คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง  นี่ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าประทับในการเป็นแม่ค้าข้างถนน

     ดิฉันเอง เก็บเกี่ยวและเรียนรู้ด้วยการดำรงชีวิต วิถีชาวบ้าน อาหารเป็นอีกทางที่เรียนรู้ได้ไม่ยาก  อย่างลาบ ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของภาคอีสานเลยก็ว่าได้  บ้านของดิฉันเมื่อมีงาน  ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ  งานบวช  งานสวด หรือแม้แต่งานเอาบุญบ้านเก่า (งานฌาปนกิจ) เขาก็จะต้องมีลาบมาเป็นอาหารสำหรับจัดเสิร์ฟให้แขกทั้งนั้น  ดิฉันจึงรู้สึกว่าลาบเป็นอะไรที่คุ้นเคยเอามาก ๆ  โตขึ้นมาหน่อย ตอนเป็นนักศึกษาดิฉันได้มีโอกาสช่วยญาติ ขาย ลาบ ต้ม  ที่ฟุตบาทหน้าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคาร  (ปัจจุบันเป็นเจ้าใหม่ไปแล้ว)  วิธีทำก็ง่ายแสนง่ายมาดูกัน........ 

สูตรอาหารไทยอีสาน : ลาบหมู

[GROUND PORK SALAD]

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม  

* หมูสับ

* หนังหมูซอย

* ใบสะระแหน่ 

* น้ำมะนาว  

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

* ต้นหอมซอย 3 ช้อนโต๊ะ

* ผักชีหั่นหยาบ

* พริกป่น

* น้ำตาล (สำหรับคนที่ไม่ค่ความหวานในตัว)

* หอมแดงหั่นหยาบ

* น้ำซุปหมู

* กะหล่ำปลี (หั่นเป็นเสี้ยว)

* ถั่วฝักยาว (หั่นเฉียง)

 

 

วิธีทำทีละขั้นตอน      

ขั้นเตรียม  

1.   เตรียมน้ำซุป  ที่หวานน้ำต้มกระดูก มีกระดูกหมู  ขาหมู  แล้วก็หนังหมูเพื่อความสะดวกเพราะถ้าหากจะให้ดีต้องเอามาต้มเองเราจะได้วางใจไม่ต้องกังวลกับไข้หวัดนะคะ   แล้วก็ต้องมีเครื่องเทศที่แสนจะหาง่ายตามสวนครัวท้ายบ้าน  อย่าง  ข่า  ตะใคร้  ใบมะกรูด  ต้มลงไปในหม้อขนาดพอเหมาะนะคะ  ระหว่างที่ต้มนั้นหากสังเกตเห็นไขหรือน้ำต้มนั้นขุ่น  ก็ใช้ทัพพีตักออกเพื่อให้ได้น้ำซุปที่ใสน่ารับประทานค่ะ  หลังจากที่ต้มไปซักพักให้ดูหนังหมูก่อนเพราะถ้าหากต้มซะเละเกินไปจะทำให้ไขมันของหนังนั้นเยิ้ม  ให้ใช้ช้อนหรือซ้อมจิ้มดูเอาพอแค่หั่นได้ให้สุกพอดี หลังจากนั้นตักหนังออกมาหั่นเพื่อเตรียมปรุง  ส่วนขาหมูและกระดูกต้มจนอ่อนเพราะนอกจากจะได้น้ำซุปแล้ว  เรายังจะได้ขาหมูมาทำต้มแซบได้อีกนะ  

2.  เตรียมเนื้อหมูและเครื่องปรุงให้พร้อม อ้อ ...ถ้าจะให้ดีต้องสับเองค่ะ และไม่ต้องละเอียดมาก สับหยาบ ๆ หรือถ้าไม่อยากสับก็ซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ  บาง  ๆ ก็ได้ค่ะ

ขั้นปรุง

3.  นำเนื้อหมูที่สับหรือซอยแล้วมาลวก อ้อ จะลวกในน้ำซุปที่ต้มอยู่ก็ได้นะคะเพื่อความกลมกล่อม ลวกพอสุกแล้ว แน่นอน ปรุงด้วย พริกป่น น้ำปลา น้ำมะนาว ผงชูรส ข้าวคั่ว (ข้าวคั่วที่ดีต้องคั่วเองค่ะ เพิ่มความหอมด้วยตะใคร้และใบมะกรูดตอนคั่วแล้วตำหรือจะปั่นก็ได้และถ้าหากต้องการน้ำคลุกคลิกก็ตักน้ำซุปเติมเข้าไปนิดนึงได้ค่ะ) หลังจากปรุงได้ที่นำผัก หอมแขก ต้นหอม ใส่ทีหลังเพราะความร้อนจากเนื้อหมูอาจทำให้ผักเฉาไม่น่ารับประทาน 

4.  ตักใส่จานตกแต่งด้วยผัก   และสะระแหน่โรยหน้าเสิร์ฟกับข้าวเหนียวร้อน ๆ (หรือข้าวสวยก็ได้) แล้วก็ขาหมูตักใส่น้ำซุปปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว พริก โรยด้วยต้นหอม และผักชี เราก็จะได้ต้มแซบที่เป็นของคู่กันด้วยค่ะ 

รับประทานกับผักกาดขาว  กะหล่ำ  ถั่ว  และผักอื่น ๆ ตามชอบค่ะ

                                                                        

 

 

ลองดูนะคะ  ไม่ยากเลย 

 

ข้อมูลโภชนาการ

                เนื้อหมู  มีโปรตีน ไขมันจากเนื้อ หนัง และน้ำซุป  วิตามินจากผักใบเขียวต่าง ๆ แถมยังสุขภาพแข็งแรงจากสมุนไพรในน้ำซุป อีกด้วย

 

 

 

 

ข้อมูลสมุนไพร

            1.  ข่า  เป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนนานหลายปี ลำต้นลงหัวอยู่ใต้ดิน ลักษณะภายนอกของลำต้นมีข้อ และปล้องเห็นได้ชัดเจน อยู่ใต้ดิน ส่วนที่เหนือดิน จะเป็นก้านและใบ สูงประมาณ 1-2 เมตร พืชชนิดนี้จะเป็นที่รู้จักกัน เป็นอย่างดี เพราะได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ ในการปรุงอาหารรับประทาน

สรรพคุณ

         1. ใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำปูนใส รับประทานครั้งละครึ่งแก้วช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดินและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน

         2. ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อนและแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆจนกว่าจะดีขึ้น

         3. สารสกัดจากข่านำมาประกอบเป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น ยารักษาแผลสด แก้โรคปวดบวมตามข้อ แก้โรคหลอดลมอักเสบ ยาธาตุและยาขับลม

         4. ใช้ไล่แมลงโดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียดเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา แล้วนำไปวางในบริเวณที่มีแมลง

         5. ผลข่ามีสรรพคุณคล้ายกับเหง้าคือ ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด และช่วยย่อยอาหาร ผงจากผลแห้งสามารถรักษาอาการปวดฟันได้ โดยนำไปบดและทาบริเวณที่ปวด

2.  ใบมะกรูด  รายละเอียด: ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus hystri
ลักษณะ มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบหนาและมีรอยคอดตรงกลาง ดอกสีขาว ผิวของผลมะกรูดขรุขระเป็นปุ่มปมทั้งลูก น้ำในลูกมีรสเปรี้ยว มีหนามแหลมยาว ตามลำต้นและกิ่ง

สรรพคุณ

ใบ           รสปร่าหอม แก้ไอ แก้อาเจียนเป็นโลหิต ช้ำใน ดับคาว
คณะเภสัชศาสตร์ มศว ค้นพบน้ำมันจากผิวและใบของมะกรูดมีฤทธิ์ไล่แมลง กำลังพัฒนาเป็นแคปซูลให้เกษตรกรนำไปใช้งานไล่แมลงและหนอน ลดการใช้สารเคมี
แต่จุดเด่นของน้ำมันในใบนั้นมีกลิ่นมากกว่า ดังนั้นจึงต้องใช้น้ำมันมะกรูดทั้งที่เป็นส่วนเปลือกผลและใบร่วมกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
ใบมะกรูด เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาปรุงอาหาร
            ประโยชน์ของใบมะกรูดมีหลายอย่าง เช่น ขับลม ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี แต่บางคนคิดว่าเอามาทานได้อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่บางคนก็เอามาทำเป็นสมุนไพรแบบสปาซึ่งถ้ารู้สึกเครียด ๆ ก็เอาใบมะกรูดมาฉีก ๆ แล้วดมก็ทำให้ผ่อนคลายได้เหมือนกัน เพราะในใบมะกรูดจะมีสารบางตัวทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีคนที่อยู่ต่างแดน ช่วงนี้อากาศเย็นมาก ๆ ออกไปข้างนอกกลับมาเย็นมือเย็นเท้า แถมเกร็ง ๆ ไปทั้งตัวก็ใช้ ใบมะกรูด ได้เหมือนกัน
วิธีทำ       คือ นำน้ำอุ่นใส่ภาชนะ ฉีกใบมะกรูดลงในน้ำอุ่นแช่เท้าหรือมือไว้สักพัก กลิ่นใบมะกรูดทำให้รู้สึกผ่อนคลาย บวกกับน้ำอุ่น ก็จะทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นสบายตัวดีด้วยรู้อย่างนี้แล้ว หันมาทานใบมะกรูดกันดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี

 3.  สะระแหน่

ส่วนที่ใช้
ใบสดและลำต้น

สรรพคุณ
สะระแหน่ มีฤทธิ์เย็นรสเผ็ด น้ำมันสาระแหน่ช่วยขจัดลมร้อน ใช้เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการหวัดลมร้อน ใช้ผสมยาหรือยาอมเพื่อให้เย็นชุ่มคอ
1.
รักษาอาการปวดศรีษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น โดยดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง
2.
รักษาอาการบิดท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด โดยนำใบสะระแหน่ต้มดื่มแต่น้ำ
3.
แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โดยตำใบสะระแหน่ให้ละเอียด พอกบริเวณที่โดนกัด
4.
ช่วยห้ามเลือดกำเดาได้ โดยใช้สำลีชุบน้ำที่คั้นจากใบสะระแหน่ หยอดที่รูจมูก
5.
รักษาอาการปวดหู โดยนำน้ำคั้นจากใบสะระแหน่หยอดหู จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี
6.
รักษาอาการหน้ามือตาลาย โดยรับประทานน้ำต้มใบสะระแหน่และขิงสด

วิธีใช้ประกอบอาหาร
ใบสะระแหน่ใช้ลดกลิ่นคาวของอาหารจำพวกพร่า ยำ และลาบ ใช้แต่งกลิ่นเครื่องดื่มและเหล้า

ข้อสังเกต/ข้อควรระวัง
1.
ใบสะระแหน่สดและยอดอ่อน มีสรรพคุณดีกว่าใบสะระแหน่แห้ง
2.
มีรายงานว่าใบสะระแหน่สามารถระงับอาการปวดได้ดีกว่ายาแก้ปวด

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ